สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน ขั้นตอนที่ 10 ของอานาปานสติ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน ขั้นตอนที่ 10 ของอานาปานสติ _ในขั้นตอนที่10 ของอานาปานสติ 16 ขั้น การทำจิตให้ร่าเริง อภิปโมทยังจิตตัง ในขณะนั่งคู่บัลลังก์มีสติหายใจเข้าออกทำอย่างไรคะ พ่อครูว่า..คุณไม่ต้องไปนั่งหลับตาหรอก คุณค่อยๆทำไป ปฏิบัติในขณะลืมตา เรื่องของศีล แล้วคุณสัมผัสกับอะไร สัมผัสกับสัตว์ พูดไปละเอียดหมดแล้วก็เป็นคน สัตว์เดรัจฉานอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับมัน เมื่อกระทบกับคนแล้วคุณก็อ่านกิเลสที่มันเกิด คุณจับกิเลสอ่านกิเลสให้ออกและลดกิเลสนี่คือสิ่งที่ต้องทำ ศีลข้อที่ 2 มีข้าวของกับพืช ใจของเราจะเอาหรือไม่เอาจะยึดถือหรือไม่ยึดถือ ถ้าหากสุจริตคุณก็ทำไป แต่หากไม่สุจริตจะเป็นพืชเป็นของ เป็นดิน น้ำ ไฟ ลม เป็นวัตถุที่ไม่ใช่พืช เราจะเอาไปใช้อุปโภคบริโภคก็อยู่ที่ความสุจริตหรือไม่สุจริตเท่านั้นในศีลข้อที่ 2 ถ้าเกี่ยวข้องกับคนก็มีลีลาอีกเยอะ ศีลข้อที่ 3 ตอนนี้แหละ ดูที่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เกี่ยวข้องกับการสัมผัสสัมพันธ์ สัมผัสกับสัตว์ กระทบตา หู จมูก ลิ้น กาย สัมผัสกับข้าวของกับพืชก็ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ แล้วจะเกิดเวทนาเป็นกรรมฐานกลาง มันก็จะชอบหรือไม่ชอบจะมีความชังหรือไม่ชังอร่อยหรือไม่อร่อยก็อยู่ที่เวทนา คุณก็เรียนตรงนี้ทำตรงนี้ ให้ออกไป อย่าไปเอาการนั่งอะไรเลย นั่งคู้บัลลังก์อะไรเนี่ย พระพุทธเจ้าออกบวชก็มีฤาษีอยู่เต็มป่า จะไปเข้าแกนนั่งหลับตาแบบฤาษีทั้งนั้น พระพุทธเจ้าก็ต้องมาแก้ไข ไม่เอา ท่านจะมาประกาศศาสนาไปในวงการศาสนาก็มีแต่นั่งหลับตา เห็นคนนั่งหลับตาขัดสมาธิ เอามาพูดทำไม ท่านก็ถึงบอกว่าอนุโลม ก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร ถ้าเขาทำแบบนั้นกันทั้งนั้น ท่านให้อนุโลมว่าจะอยู่ที่แจ้งลอมฟาง ไม่ได้อยู่ในป่านะ ที่แจ้ง หรือจะอยู่ในป่าช้าป่าชัฏ ท่านก็ใช้คำว่า วา จะทำอะ
อ่านต่อ
ไรก็ตามให้เรียนรู้สัมผัสแล้วคุณจะต้องทำจิตออก เนกขัมมะ คือทำกิเลสให้ออก หรือออกจากกิเลส ด้วยการพิจารณา สัมผัสแล้วกิเลสมันไม่เที่ยงมันเป็นตัวเหตุแห่งทุกข์มันไม่ใช่ตัวตน คุณพิจารณาอย่างนี้ ทุกเวลา อย่าว่าแต่มานั่งขัดสมาธิเลย มันไม่ไปไหน คุณทำอาชีพตามหลักมรรคมีองค์ 8 คุณก็พิจารณาในขณะกระทบสัมผัสแล้วคุณก็อ่าน ให้มันเข้าใจในไตรลักษณ์ มันไม่เที่ยงมันเป็นทุกข์ จริงๆแล้วพิจารณาอะไรแวบหนึ่งมันไม่สุขไม่ทุกข์ทั้งนั้นมันไม่เที่ยง เพราะฉะนั้นคุณทำอาชีพอาชีวะ ปฏิบัติกรรมการงานกัมมันตะ พูดอยู่ก็ตาม จะคิดจะนึกจะเป็นสังกัปปะก็ตาม คุณก็ต้องลดกิเลสทั้งนั้น เพราะฉะนั้นโละทิ้งที่ไปนั่งขัดสมาธิ ลมหายใจเข้าหายใจออก ไม่ได้หมายความว่าให้ไปนั่งดูลมหายใจเข้าออก คนมีลมหายใจเข้าออกอยู่ทุกเวลา คุณก็ปฏิบัติอานาปานสติได้ทุกเวลาในขณะทำงานอาชีพในขณะทำกรรมการงานและขณะพูดในขณะคิด พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนให้นั่งขัดสมาธินั่งตั้งกายตรงดำรงสติคงมั่นคืออานาปานสติ ไม่ใช่ ให้ไปปฏิบัติสติปัฏฐาน 4 แล้วก็ลึกเข้าไปหาอานาอาปานะ จนกระทั่งข้อ 4 ข้อสุดท้ายคือ 1 เห็นความไม่เที่ยง 2 เห็นวิราคะกิเลสมันจางคลาย 3 เห็นกิเลสมันดับไปได้ 4 ทำทบทวนทำซ้ำทำให้ตั้งมั่น คุณลืมตาก็เห็นไตรลักษณ์ได้ ไม่ต้องเสียเวลานั่งหลับตา คุณทำกรรมงาน ทำอาชีพพูดอยู่คิดอยู่ก็เรียนรู้กระทบสัมผัสได้ อันนี้ต่างหากคือของพุทธ ของอย่างนั้นโล๊ะทิ้งเลย แต่มันได้ผิดเพี้ยนไปมากแล้ว ความรู้ของพุทธนั้นมภีรา (ลึกซึ้ง) ทุททัสสา (เห็นตามได้ผยาก) ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น) (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 34) ก็เลยทำไม่ได้ก็เลยอนุโลม ผิดพลาดมาเรื่อยๆจนกระทั่งไปยึดถือสิ่งที่ผิดมาเรื่อยๆนี้กลายเป็นสิ่งที่ถูก สิ่งที่ถูกนั้นหายไปเลย อาตมาเอาความถูกต้องมาพูดขึ้นพวกนั้นก็บอกว่ามาจากโลกไหนวะ เราก็ว่ามาจากโลกโลกุตระ คุณยังงงอยู่ในโลกีย์ยังมืดอยู่ มืดไม่หยุด ปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้า ธัมมจักกัปปวัตตนสูตรท่านบรรลุในขณะมีจักษุ ญาณ ปัญญา วิชชา แสงสว่าง(อาโลกา) มีพระอาทิตย์มีกลางวันกลางคืน ขนาดพระพุทธเจ้ายังบรรลุด้วยจักษุ ขนาดพระพุทธเจ้ายังต้องบรรลุด้วยขณะมีดวงตามีปัญญามีแสงสว่างในโลกสว่างไสว ไม่ใช่ไปมืดดำดับ หากคุณเก่งกว่าพุทธเจ้าก็ไปเถอะ ไปสอนหลับตามืดๆนี้ออกนอกคุณธรรม 5 นี้ มีจักษุ ญาณ ปัญญา วิชชา แสงสว่าง(อาโลกา) การหลับตาปฏิบัตินั้นโยนทิ้งได้เลย ถ้าหากสำนักไหนเลิกหลับตาปฏิบัติแล้วมาเรียนรู้ตามมรรคมีองค์ 8 เป็นสัมมาทิฏฐิ เรียนศีล สมาธิ ปัญญาให้ดี เรียน จรณะ 15 วิชชา 8 ให้ดี ทำอย่างลืมตา ฌานในจรณะ เกิดในขณะลืมตาปฏิบัติ มีปฏิบัติศีล สำรวมอินทรีย์ โภชเนมัตตัญญุตา ชาคริยานุโยคะ เรียนรู้เรื่องอาหาร ดูกิเลสรู้ทันกิเลสได้ ลดกิเลสได้ก็จะเกิดศรัทธา หิริโอตตัปปะ วิริยะ สติ ปัญญา เป็นฌานลืมตา หลับตาไม่มีเลยในศาสนาพุทธ เลิกหลับตาปฏิบัติได้เลย หากไม่เลิกก็โง่เง่านิรันดรเลย 610910_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 13