ตำรวจทหารต้องฆ่าโจรจะมีวิบากไหม.docx
เนื้อหาในไฟล์
ตำรวจทหารต้องฆ่าโจรจะมีวิบากไหม _ช่อทิพ หนูทอง . ตำรวจที่ ไม่ทุจริต ต้องฆ่าโจรเมื่อจำเป็น เรียนถามพ่อครูว่า 1. เขาต้องรับวิบากจากการผิดศีลข้อ 1 หรือไม่ พ่อครูว่า…ตอบ รับ มีกรรมมีวิบาก เดี๋ยวอธิบายได้ ขยายต่อไป 2.ในเมื่อพระพุทธเจ้ายังโปรดทุกคนให้เป็นอรหันต์ไม่ได้ ถ้าไม่ปราบโจรรุนแรง คนดีจะถูกทำร้ายเรื่อยไป ถ้ากลัววิบากจากผิดศีลข้อ 1 สังคมจะสงบสุขได้อย่างไรคะ? พ่อครูว่า…ก็จริงของคุณอีก ตำรวจต้องฆ่าคน เป็นวิบากของตำรวจ แต่ผลดีเป็นกุศล กุศลคือผลดี ผลดีของตำรวจคือช่วยสังคม ให้อยู่เย็นเป็นสุขด้วยการปราบคนร้าย ปราบคนทุจริต มันก็มีกุศล กุศลมีทั้งดีทั้งชั่วคู่กัน ดี-ชั่วคู่กันนี้ แตกต่างจากสุขกับทุกข์ สุข-ทุกข์เป็นโลกุตระ ดี-ชั่วเป็นโลกียะ โลกียะเป็นสิ่งอาศัย สุข-ทุกข์เป็นของไม่ต้องอาศัยเลย พระอรหันต์ไม่มีสุข-ไม่มีทุกข์ ไม่ต้องไปอาศัยสุข-ทุกข์ จิตกลางๆ แล้วก็จบกิจเลย เพราะฉะนั้น ตรงสุข-ทุกข์นี้ จึงเป็นโลกุตระยิ่งยอดที่บรรลุได้แล้ว จบกิจ จบทุกอย่างเลยในการที่จะจัดการกับจิตวิญญาณหรืออัตตา เพราะคนมันโง่กับสุขนี่แหละ จึงเรียกว่า สุขนิยม เทวนิยมไม่ได้เรียนรู้โลกุตระนี้จึงติดสุข สุขมากสุขน้อยอะไรก็แล้วแต่ ถ้าไม่รู้แจ้ง รู้จริง รู้จบจริงๆ แล้วล่ะก็ มันไม่หยุดหรอก มันไม่เกิดปัญญาทะลุโลกเลย มันจะต้องมาศึกษา ถ้าศึกษาสุข-ทุกข์แล้ว ล้างสุข-ทุกข์ออกไปจากจิตได้เลย นี่แหละคือตัวจบสำคัญ ที่เราจะสลายกิเลส แล้วก็สลายอัตตา สลายจิตนิยามจิตวิญญาณของเราเป็นดินน้ำไฟลม ไม่ต้องมาเกิดวนเวียนอยู่ในวัฏสงสารนี้อีกเลยได้ หรือคุณจะเกิดอยู่ก็เกิดได้ แต่ปัญญาญาณที่มันรู้แล้วว่า ดี-ชั่วคืออะไร ไม่ทำชั่วเลย สัพพะปาปัสสะ อกรณัง(ไม่ทำบาปทั้งปวง) กุสะลัสสูปสัมปะทา(ทำกุศลให้ถึงพร้อม) ทำแต่ดีเป็นสัจจะของศา
อ่านต่อ
สนาพุทธ ที่ทำดีเที่ยง เกิดอีกกี่ชาติก็ทำแต่ดีไม่ทำชั่วอีกแล้ว แต่โลกียะนั้นจะเกิดวนเวียนแล้วทำดี-ทำชั่วสลับกันไป โง่แล้วก็ฉลาดอย่างโลกีย์ไม่เที่ยง เป็นสมบัติผลัดกันชม ดีแล้วก็ชั่ว ชั่วแล้วมาดี ไม่เที่ยงแท้ ไม่มีปัญญาญานรู้จักชัดเจนในเรื่องดีแท้เป็นอย่างไร ชั่วแท้เป็นอย่างไร ซึ่งเป็นสมมุติ กลับไปกลับมาตามสังคมแต่ละกลุ่ม แล้วแต่กาละ เทศะ ฐานะ ของแต่ละกลุ่ม สมมุติไม่เท่ากัน สมมุติไม่เหมือนกัน อันนั้นก็เรียนรู้ได้ แล้วทำดีตามสมมุติของโลกเขา ก็คือรู้โลก รู้อัตตา รู้ชัดเจนครบ จึงไม่สับสน ยืนยันเป็นคนมีหลักประกันว่า เกิดอีกกี่ชาติก็มีแต่ดี ส่วนสุข-ทุกข์นั้น คุณบรรลุธรรม บรรลุอรหันต์แล้วดับสุขดับทุกข์ได้แล้ว คุณจะอยู่ช่วยโลกเขา จะอยู่สอนคนอื่น จะอยู่ช่วยคนอื่นให้รับรู้ตาม จะทำประโยชน์ หรือบำเพ็ญธรรมให้มันเจริญขึ้นไปเป็นพระพุทธเจ้า ที่จะมีขั้น มีตอน อย่างที่อาตมาก็ขยายไปหมดแล้ว โพธิสัตว์กี่ชั้น อรหันต์กี่ชั้น ก็ขยายความไว้มากมายแล้ว เพราะฉะนั้น คุณจะอยู่ ทำประโยชน์อยู่ ก็ทำไป แม้แต่ที่สุดไปถึงขั้นเป็นพระพุทธเจ้า อาตมายังไม่ถึงพระพุทธเจ้าแต่รู้พิมพ์เขียว รู้แผนที่ไปถึงพระพุทธเจ้าแล้ว ก็เป็นสิทธิของอาตมา พระพุทธเจ้าทุกพระองค์สร้างศาสนาขึ้นมาในโลก 1 ครั้งแล้วก็พอแล้ว ไม่มีพระพุทธเจ้าองค์ไหนเป็นพระพุทธเจ้า 2 สมัย..ไม่มี.. เพราะรู้ความจริงแล้วว่า ท่านก็ผ่านโพธิสัตว์มา สอนคนมา รื้อขนสัตว์มา เหน็ดเหนื่อย เหนื่อย อย่างอาตมานี่เป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ก็เหนื่อย ถ้าอาตมาไม่ตั้งปณิธานจะเป็นพระพุทธเจ้านะ อาตมาก็ปรินิพพานไปแล้ว ปรินิพพานเป็นปริโยสาน ไปแล้ว แต่นี่อาตมาก็ 1.เป็นภาระที่ต้องต่อภพ ต่อศาสนาพระพุทธเจ้า ไปให้ถึง 5,000 ปี 2. อาตมาก็ตั้งปณิธานไปเป็นพระพุทธเจ้า อะไรอย่างนี้ เป็นต้น อาตมาจึงจำนนอยู่ ทุกวันนี้พยายามพิสูจน์แล้วพิสูจน์อีก การฝืนสังขารขันธ์ ฝืนการลากสังขาร ที่พูดหลายทีแล้ว พยายาม..เป็นได้พระพุทธเจ้าก็ตรัสไว้ ผู้ที่จะให้อายุยืนยาวกว่ากัป ก็ทำได้ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องเกินสามัญของมนุษย์ธรรมดาที่จะรู้ได้ ทำได้ เป็นได้ ก็มาพิสูจน์สิ คนที่อยากจะรู้ว่าโลกุตระนี้ เป็นธรรมะที่เหนือโลกียะอย่างไร? เชิญมาพิสูจน์นะ ต่อของคุณช่อทิพ อีกว่า คนที่ยังวนอยู่ในวงวัฏฏะ ต้องไปเป็นทหาร เป็นตำรวจอยู่ ต้องฆ่าโจร เขาได้กุศล แต่ไม่รับวิบากไม่ได้ มีวิบาก เพราะฉะนั้น คุณยังชอบอาชีพ คุณยังอยู่ในกรรมวิบากในภารกิจที่คุณเป็นจริงอย่างนั้น..คุณต้องทำ เพราะฉะนั้น ผู้รู้แล้วไม่ไปเป็น ไม่ไปเป็นตำรวจ ไม่ไปเป็นทหาร รู้ตั้งแต่ไม่ไปเป็นชาวประมง ไม่ไปเป็นชาวปศุสัตว์ที่ต้องฆ่าสัตว์ ต้องฆ่าปลา..ไม่ไปเป็น ไม่ไปทำอาชีพอย่างนั้น เพราะเรารู้กรรม รู้วิบาก ผู้ที่รู้กรรมรู้วิบากแล้ว จะรู้ว่า งานอื่นเบากว่า การฆ่าสัตว์ ฆ่าปลานั้นหนักกว่า ปลูกผักปลูกพืชไม่มีบาป ไม่มีกรรม ไม่มีวิบากอะไร มันยากกว่ากัน ไอ้อย่างนู้น..มันยาก ซึ่งอะไรหลายๆ อย่างอาตมาไม่ลงรายละเอียด เพราะฉะนั้น สรุปตรงที่ว่า มีประโยชน์ไหม ตำรวจ ทหารมีประโยชน์ ยิ่งอยู่ในสังคมของคนร้ายๆ เลวๆ ตำรวจ ทหารยิ่งมีประโยชน์มาก เพราะฉะนั้นสังคมที่ร้ายเลวลดลง ตำรวจ ทหารก็มีความจำเป็นน้อยลง จนสุดท้ายไม่ต้องมีตำรวจ ทหาร ก็คือสังคมที่ ไม่มีคนที่จำเป็นจะต้องใช้ตำรวจ ทหารแล้ว ร้ายเลว ร้ายแรงไม่มี..เป็นสังคมเจริญ อย่างสังคมชาวอโศกไม่ต้องมีตำรวจ ทหาร ก็มีนะตำรวจเขาให้ตำแหน่งมา แต่เราไม่ได้รับ ตำรวจเราก็เป็นอย่างนั้น ไม่รู้จะทำหน้าที่อะไร ตำรวจจริงมาอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้ทำหน้าที่อะไร นอกจากมาเป็นจราจร มาอะไรนิดหน่อย มันไม่มีความจำเป็น มันก็ต้องเลิก อาตมาเคยเทศน์ว่า ถ้าประเทศใด สามารถที่จะทำตนเป็นกลางแล้วก็ประกาศต่อโลกเลย ว่าเราเป็นกลาง เราไม่รบราฆ่าฟันใคร ใครรุกรานเรา เราก็ไม่รุกราน แต่เราอยู่อย่างกลาง และทำประโยชน์ให้ผู้อื่น เพราะฉะนั้นคุณที่ทำประโยชน์ ที่ทำให้แก่ผู้อื่นอยู่ แล้วเราก็มีประโยชน์ที่จริงโดยเฉพาะ 1. ประโยชน์อาหาร 2. ประโยชน์ความช่วยเหลือเกื้อกูล ประโยชน์อาหารกับประโยชน์ความช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่นอยู่อย่างแท้จริง 2 อันนี้แหละยิ่งใหญ่ที่สุดเลย จนทุกวันนี้ถึงโลกจะเสื่อมลงมาก โลกโลกียะมันใกล้กลียุคมันเสื่อมแล้วก็ตาม เขาก็จะยังรู้อยู่ว่า สังคมหรือประเทศใดที่มีคุณค่าประโยชน์ทางอาหารและความช่วยเหลือผู้อื่นอย่างจริงใจอยู่ อาตมาใช้คำว่าช่วยเหลือผู้อื่นอย่างจริงใจคือช่วยเหลืออย่างไม่ต้องการอะไรตอบแทน ช่วยเหลือผู้อื่นอย่างจริงใจ สังคมนั้นเป็นความเจริญ เป็นสังคมสูงส่ง เป็นสังคมที่มีค่า อย่างน้อยก็สร้างอาหารให้คนอื่นเขาพึ่งพา ไม่ต้องไปพึ่งพาหรอกอาวุธ เราพึ่งอาหารนี้เป็นหลัก เราก็พึ่งแต่ความช่วยเหลือนี้เป็นหลัก จะช่วยเหลืออะไร โดยเฉพาะแม้แต่ช่วยเหลือด้านความเจ็บป่วย ด้านความบกพร่องลำบากลำบนอะไรก็แล้วแต่ ซึ่งเป็นสัจจะที่พิสูจน์ได้ เพราะฉะนั้น ในเมืองไทยนี้ก็ตาม ยังมีพวกที่ต้องการอำนาจ ต้องการเบ่ง ต้องการ ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข มันก็จะไม่หมดไปง่ายๆ หรอก แต่มันก็น้อยลงๆ คนประชากรส่วนใหญ่เข้าใจด้วยว่า อย่างนี้เป็นพวกที่ไม่แสวงอำนาจ ไม่แสวงการยิ่งใหญ่ ซึ่งเห็นๆ อยู่นี่ ขออภัยที่อยากจะยกตัวอย่างของจริง คนจริง มันจะได้เข้าใจง่ายๆ อย่างคณะทักษิณ คณะก้าวไกล นี่ยังหลงแบบโลกียะแบบเทวนิยมเข้ามา ยาก.. เพราะฉะนั้นจะเกิดในเมืองไทยนี่มันก็เหลือเชื้ออยู่เท่านั้นเอง แต่ยาก แล้วอาตมาก็เห็นว่า เมืองไทยมีตัวอย่างอันสุดเลวร้าย แล้วก็ยังมีฤทธิ์มีเดชอยู่ แต่มันไม่มีสิทธิ์ที่จะมีอำนาจครอบงำประเทศไทยได้ อาตมาขอพูดโดยมั่นใจของตัวเองเลย ไม่ได้หรอก ยอมเสียเถอะ แต่เขายอมไม่ได้ เพราะกิเลสของเขาจริงๆ กิเลสมันหนา มันแน่น มันหนัก มันแน่น มันยอมไม่ได้ อย่างที่เห็นนี่ ดิ้นจนสุดดิ้นเลยนะ ดิ้นจนกระทั่งทุกวันนี้อาตมาก็เห็นเลยรู้สึกว่าเขาไม่เหน็ดไม่เหนื่อยเนาะ _สู่แดนธรรม... เขาคงเชื่อว่าเขามีเงินมากใช่ไหมครับ พ่อครูว่า... ด้วย เงินกับอำนาจเขาเชื่อว่าคนนับถือเขา มันก็น่า... อาตมามี อจินไตย อันนึง… นายกคนปัจจุบันของไทยชื่อ เศรษฐา คำว่า เศรษฐะ เศรษโฐแปลว่าเจริญ แต่มันเจริญจริงหรือเจริญปลอม ในเมื่อเขายกย่องทักษิณอยู่ มันซ้อน เห็นให้สัมภาษณ์กับคนอื่นอยู่ ซึ่งมันก็ทำไงได้เพราะมันเป็นสัจจะที่มันเป็นของจริงที่เป็นตัวอย่างให้เราได้เห็น ในเมืองไทยเป็นตัวอย่างอันสุดยอดเลย สุดยอดจริงๆ ยกตัวอย่างง่ายๆ นายกที่แท้จริง คนดีที่แท้จริง คนเจริญที่แท้จริงหรือเศรษฐาที่แท้จริงคือ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช่ไหม เป็นเศรษฐาที่แท้จริง แต่เศรษฐาตัวปลอมกำลังมาแสดงตน ฟังเข้าใจไหม มีตัวอย่างให้เห็นประชาชนก็ได้รู้ เศรษฐาเขาก็ซื่ออย่างจริงใจ แต่เขายังจมอยู่ในเงินอยู่ในอำนาจ ถูกครอบงำด้วยเงินและอำนาจทั้งนั้น และงานที่เขาจะทำจะเป็นเศรษฐกิจอะไร ก็เป็นเรื่องแบบโลกียะทั้งนั้น มันไม่ได้เข้าโลกุตระ ไม่เหมือนพลเอกประยุทธ์ เพราะฉะนั้นเราเอาประโยชน์ ผลงานและประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติที่ได้กินได้อาศัย นั่นเป็นหลัก ไม่ใช่เอาปริมาณมวลของจำนวนเงิน จำนวนอำนาจ ปริมาณ แต่เอาคุณภาพของสิ่งที่มนุษย์ต้องใช้อาศัยแท้จริง เป็นปัจจัยที่สำคัญ เป็นหลักตัดสิน สรุปแล้วผู้ที่ยังจะต้องมีวิบากเป็นตำรวจเป็นทหารนั้นน่ะ ซ้อน ยกตัวอย่าง อาตมาไม่รู้ประวัติของพลเอกประยุทธ์ ว่าได้ไปรบราในสนามรบใดหรือไม่ ...รบกับเวียดนาม ก็ต้องมีวิบาก เพราะฉะนั้น มันก็ยังเป็นเศษส่วนของตัวอย่างที่จะต้องมีวิบากซ้อนอยู่อย่างนี้ ยกตัวอย่างอีกอันหนึ่ง อย่าง พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ไม่ได้ไปรบไปราอะไรกับใคร ท่านไม่มีวิบากใดเลย อย่างนี้เป็นต้น หรือแม้แต่รัชกาลที่ 10 ก็ไม่ได้รบรา นี่ก็เป็นสิ่งที่ซ้อนอยู่ในความเป็นประเทศไทย ท่านเป็นทหารนะ ที่จริงก็เป็นจอมพล เป็นจอมทัพเหนือกว่าพลเอกทั้งหมด เดี๋ยวนี้ไม่มีตำแหน่งจอมพลแล้ว ท่านเป็นจอมทัพ เหนือกว่าพลเอกทุกเหล่า ทหาร 3- 4 เหล่า เพราะฉะนั้น ในความซ้อนของความจริงเหล่านี้ ที่อาตมาพยายามอธิบายให้ฟัง ขออภัยที่จะต้องพูดความจริงอีกทีหนึ่งว่าอาตมาผ่านสิ่งเหล่านี้มาตั้งแต่ชาติก่อนๆ ผ่านมาเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 นี้ อาตมาผ่านมาหมดแล้วทั้งนั้นแหละ มาชาตินี้นี่เป็น นิยตโพธิสัตว์ที่จะขึ้นไปเป็นมหาโพธิสัตว์และเป็นพระพุทธเจ้ามันรอบสุดท้ายแล้ว ที่จะมาเคยอธิบายว่าเป็นผู้ที่สอบจะขึ้นไปเป็นตำแหน่งพระพุทธเจ้าได้แล้ว 3 ตำแหน่งสุดท้าย 7 8 9 จาก 5 6 ยังไม่ได้ อนิยตะ ยังไม่แน่นอน จะมาเป็นพระพุทธเจ้ายังไม่ได้ สอบเข้ามหาวิทยาลัยพระพุทธเจ้ายังไม่ได้ อนิยตะ ยังไม่เที่ยงอย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้น ในความซับซ้อนที่เมืองไทยแล้วก็มีความรู้ มีศาสตร์ มีพุทธศาสตร์ให้เราได้ศึกษาอย่างนี้ มันเป็นความรู้และเป็นศาสตร์ที่โลกในประเทศอื่นใดๆ เขายังไม่มี แม้จะมีประเทศที่เป็นเมืองพุทธ พลเมืองของเขาก็เป็นพุทธศาสนิกชนส่วนใหญ่ ประเทศอื่นๆ เช่น ประเทศพม่า ประเทศเขมร ก็มีพุทธไม่ใช่น้อย ประเทศญวน ประเทศลาว ลาวก็มีน้อยแล้ว ไปเป็นคอมมิวนิสต์ก็หนัก แล้วแม้ประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่นเขาก็มีศาสนาพุทธ ประเทศศรีลังกาก็ตาม ก็ไม่สู้ประเทศไทย อาตมากล้าพูดได้ด้วยว่า ประเทศเหล่านั้นยังไม่มีโลกุตระ มีโลกุตระอยู่ในประเทศไทยนี้ประเทศเดียวขณะนี้ ใกล้กลียุคนี้มีอยู่ประเทศเดียว และแม้จะมีอยู่ประเทศเดียวก็ยังมีจำนวนปริมาณ มากใช่ไหม โลกุตระในเมืองไทยนี้ยังมีจำนวนมากใช่ไหม ไม่ใช่ มีน้อย ก็มีอยู่แค่นี้เองกระจิบได้แค่นี้น้อย นี่ก็ยืนยันสัจจะว่า มันเป็นความเสื่อมใกล้กลียุค มันเป็นยุคที่มันยากแล้วในโลกุตระ แต่มันยังเหลือความจริงยืนยันพิสูจน์อยู่ในโลก อาตมาอธิบายไปนี่ ไม่รู้ว่าคุณช่อทิพย์ จะได้ปลดความสงสัยหรือยัง ผู้ที่รู้จริงแล้วก็ต้องเลิกมา ผู้ยังไม่พ้นก็มีส่วนวิบาก แม้แต่อาตมาก็ยังมีส่วนวิบาก ชาตินี้ไม่ใช่อาตมาไม่เคยฆ่าสัตว์ อาตมาฆ่าปู ฆ่าปลา ไปจับปู จับปลาที่แม่น้ำมูล แก่งสะพือนี่ แต่ก่อนอาตมาเด็กอำเภอพิบูล ลงตกปลากันมาก็ไม่ใช่น้อย ช้อนปลาแก้วมาทีละ โอ้โห! บางที ทีละร้อย ทีละพัน ทีละหมื่นตัว อะไรอย่างนี้เป็นต้น จับกุ้งมันมาทีละเป็นหมื่นๆ หรือไปคอยตกทีละตัว ไปคอยจับทีละตัวก็ว่าไป ซึ่งมันก็เป็นเศษวิบากของแต่ละคนๆ เมื่อรู้ตัวแล้วก็เลิก มันค่อยๆ เจริญในคน มันค่อยๆ พัฒนาไปเป็นอาริยะที่เจริญขึ้น เจริญขึ้น เอ้าผ่านคุณช่อทิพ วิบากเหล่านี้มันก็เป็นสิ่งที่ลึกซึ้ง คัมภีรา ทุททัสสา ซับซ้อน 660925 ประชาธิปไตยโลกุตระที่มีอายะ 3 และ อธิปไตย 3 รายการปรับทุกข์ปลุกธรรม #42 ราชธานีอโศก