สัทธรรม 7 ที่จะทำให้เกิด ฌานของพุทธ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.75 KB
วันที่แก้ไข26 กันยายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

สัทธรรม 7 ที่จะทำให้เกิด ฌานของพุทธ ในสังคมของชาวอโศกเรานี่ อาตมาบอกได้ พูดได้ว่า พวกเราปฏิบัติศีล เกิดผลที่สัมมาทิฏฐิ จึงเกิดจิตที่เป็นสัทธรรม 7 หรือมันเกิด “ฌาน” “ฌาน” นี้ไม่ต้องไปคำนึงมาก มันจะเป็นสภาวธรรมที่เกิดจากจิต แล้วมันก็ทำปฏิกิริยาการรู้ ฌานจะมีปัญญา รู้กิเลสแล้วมันก็จะเผากิเลส มันเป็นผลของการปฏิบัติที่สัมมาทิฏฐิ เพราะฉะนั้นศีล อปัณณกปฏิปทา สัมผัสเถอะ แล้วมันจะเกิด สัทธานุสารี เกิดพหูสูตคือ ผลของศรัทธากับหิริโอตตัปปะ หิริ คือละอาย โอตตัปปะ คือพลังที่ละอายแรง มันแรงจนกลัวเลย ไม่เอาแล้ว ไม่เอาอะไร ไม่เอาตัวที่เกิดแล้วรู้ มีปัญญามาเติมให้ตัวศรัทธา ศรัทธา หิริ โอตตัปปะ ซึ่งมันจะเกิดเพิ่มเติมขึ้นจาก วิริยะ สติปัญญา อีก 3 ตัวท้ายของสัทธรรม 7 วิริยะ สติ ปัญญา มันจะเพียรแล้วมันก็จะเพิ่มสติ แล้วมันก็จะได้ปัญญา แล้วมันก็จะเพียร มันจะเพิ่มสติแล้วได้ปัญญา มันก็จะเพียรวิริยะและเพิ่มสติ เป็นธาตุรู้ที่ตื่นรู้ชัดเจนขึ้นอีก เป็นความจริง เป็นปัญญา รู้ความจริงตามความเป็นจริง ขึ้นเรื่อยๆ ศรัทธาที่มีองค์ 3 นี้ วิริยะ สติ ปัญญา ศรัทธานั้นก็เจริญขึ้น เจริญขึ้น เจริญขึ้น เพราะเราละอายที่แต่ก่อนเรายึดสิ่งที่อวิชชา สิ่งที่เรายึดผิดๆ สิ่งที่เราโง่ มันจะรู้ตัวโง่ของเราเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น แล้วอายตัวเอง ปัดโธ่เอ๊ย! เรา ทำไมโง่ไม่เสร็จสักทีอย่างนี้วะ มันจะละอายเมื่อมันเห็นความโง่อันนี้ จนถึงขั้นละอายอย่างแรงกล้า หรือ กลัวเลย เฮ้ย!ไม่เอาแล้ว ไอ้คำว่า โอตตัปปะ กลัวนี่แหละคือธรรมฤทธิ์ของปัญญา ธรรมฤทธิ์ของธาตุรู้ ที่เป็นธรรมฤทธิ์ยิ่งใหญ่ เจอกับหน้าโง่ที่อาตมาอธิบายเป็นภาษาธรรมดาๆ มาหลายครั้ง พอปัญญา เกิดขึ้นจริง ไอ้ตัวโง่เจอปัญญา มันจะไปเลย หนีหูตูบเลย ใช่ไหม เราพูดมาไม่รู้กี่ทีแล้วมัน

อ่านต่อ

มีธรรมฤทธิ์ มีสัจจะอย่างนั้น ปัญญาเกิดไอ้โง่หาย มันเป็นตัวจริงหรือเปล่า เป็นปัญญาตัวจริงหรือเปล่า ถ้าปัญญาตัวจริงเกิด ไอ้โง่มันอยู่ไม่ได้ อยู่ไม่ได้ สัจจะมีหนึ่งเดียว มันไม่อยู่เป็น 2 หรอก โง่กับปัญญา มันอยู่เป็น 2 ก็คือยังไม่จบ ยังไม่ใช่สัจจะ ยังไม่สมบูรณ์แบบ นี่คือ ศรัทธา หิริ โอตตัปปะ คุณชัดเจน คุณเกิดศรัทธา สัทธินทรีย์ ศรัทธาพละ สูงสมบูรณ์แบบขึ้นไปเรื่อยๆ แล้วสั่งสมเป็นพหูสูตเป็นผู้รู้ยิ่ง รู้จริงขึ้นไปมากๆ พหูสูต ก็รู้สัจจะยิ่งขึ้น ยิ่งขึ้น สัทธรรม 7 จึงเป็น กระบวนการ เป็น process ของ จิต เจตสิกมันทำงานทั้งหมด เพราะฉะนั้น ความเป็นฌาน สรุปง่ายๆ “ฌาน” ก็คือ ธาตุรู้และเผา เพราะฉะนั้น มันรู้ก็คือตัวปัญญา มันเผาก็คือกิเลสมันวิ่งหนีหูตูบ หายวับไปกับตา ถูกเผาก็ได้ ใช้โวหารภาษา ฌาน มันคือผลของการปฏิบัติธรรมที่สัมมาทิฏฐิถูกต้อง ไม่ต้องไปประดิษฐ์อยากได้ฌาน ก็ไปเข้าฌาน ออกฌานมา แล้วออกทำไมเมื่อได้แล้วฌาน เข้าฌาน เมื่อเข้าไปได้แล้วใช่ไหมและออกมาทำไมฌานได้ฌานแล้วออกมาทำไม ไอ้โง่! ก็เข้าไปในฌานและออกมาจากฌานทำไม ก็ฌานมันดีแล้ว จิตเป็นฌานก็ดีแล้ว จิตเป็นปัญญา แล้วฌานนี่ คือเผากิเลส ฌานสมบูรณ์แบบ ก็คือเผากิเลสเกลี้ยงเลย ตายไม่ฟื้น แล้วพลังงานฌานนั่นแหละเป็นธาตุอาศัย เป็นปกติสามัญของจิต จิตเป็นฌาน เอามาใช้เมื่อไหร่ จะใช้เป็นฌาน 1 ก็คือการจะต้องพิจารณาให้ครบ พิจารณาได้แล้วก็รู้ว่าสิ่งไหนที่เรากำลังพิจารณาได้ก็เกิดปิติ แล้วก็เกิดพอ แล้วก็เป็นสุขลดลงจากปิติ สุขสงบ ลดแล้วก็สะอาดเป็น เอกัคคตา หรือ ก็เลิกแล้วอุเบกขาก็จบ ทำให้เกิดบริสุทธิ์ของสิ่งที่จะต้องทำ ทำความบริสุทธิ์ได้ก็สมบูรณ์แบบแล้ว อะไรอย่างนี้เป็นต้น นี่อาตมาเอาสภาวะต่างๆ มาอธิบาย พวกเรานี่เรียนรู้อภิธรรม เรียนรู้สัจจะที่อธิบายด้วยภาษาง่ายๆ ภาษาไทย ซึ่งผู้ที่จะเป็นนักรู้บาลีเอามาแปลที่อาตมาอธิบายภาษาไทย เอาไปแปลเป็นบาลีคืนไปอีกคงยากไม่ใช่เล่น เพราะว่านี้เป็นภาษาที่พระพุทธเจ้าท่านบอกว่า ให้สอนด้วยภาษาพื้นของแต่ละคน นี่แหละภาษาไทย อาตมาก็อธิบายด้วยภาษาพื้นของพวกเราที่เป็นคนไทย ด้วยพยัญชนะด้วยสำนวนภาษาที่ออกมาเป็นคำความ ที่สื่อสภาวะเข้าไปหาสภาวะ แล้วพวกเราก็ฟังเข้าใจ เข้าใจแล้วปฏิบัติได้ตามนั้นก็จบแล้วนี่ มันเป็นมรรคเป็นผลที่ได้ความ แล้วก็ดีแล้ว 660922 สัทธรรม 7 ที่จะทำให้เกิด ฌานของพุทธ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน