ส่วนหนึ่งในผลงานพ่อครูสู่นาวาบุญนิยม.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์13 KB
วันที่แก้ไข26 กันยายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

ส่วนหนึ่งในผลงานพ่อครูสู่นาวาบุญนิยม อาตมาก็ทำงานมาจนถึงวันนี้ ก็เห็นผลงานของตนเอง ก็กำลังจะสรุปผลงานของตัวเอง เกิดมาชาตินี้ นี่กำลังเขียนหนังสือเกิดมาชาตินี้ เขียนว่าจะไม่มาก นี่ปาเข้าไปตั้ง เกือบ 200 หน้าแล้ว แต่ถึงแน่แหละ 200 หน้า ยิ่งยังไม่ได้เอาตารางงานที่ได้ทำมารวบรวม เกิดชาตินี้ทำอะไรบ้าง งานเขียนเป็นต้น อาตมาเขียนหนังสือมาเป็นร้อยๆ เรื่องแล้ว ไม่นึกว่าตัวเองจะเขียนได้ขนาดนี้ ทั้งเล่มเล็กเล่มใหญ่ ไม่ต้องไปนับบทความ ถ้าไปนับบทความก็เป็นร้อย เป็นพัน เป็นหมื่น นับไปเป็นเล่มๆ เป็นร้อยๆ เล่ม หลายร้อยเล่ม พิมพ์ออกมารวมแล้ว เป็นหลายล้าน เขียนออกมาชาตินี้ แล้วพิมพ์ออกไปกระจายออกไป แต่คนอ่านน้อย เพราะว่าคนอ่านไม่ค่อยรู้เรื่อง เขาไม่สนุก มันไม่มีธรรมรส มันไม่มีวิมุติรสพอ คนที่อ่านธรรมะอาตมาเขียนนี่ แล้วเกิดธรรมรสนั้น จงรู้ตัวเถิดว่า คุณมีภูมิธรรมทางโลกุตรธรรม เพราะธรรมะของอาตมาเป็นโลกุตรธรรม คนที่ไม่รู้เรื่องเป็นโลกุตรธรรม มันก็ไม่รู้เรื่อง ก็ไปโทษเขาไม่ได้ เพราะว่าเขายังไม่มีภูมิถึง มันเรื่องจริง มันเป็นเรื่องจริง จนอาตมาพูดมาหมดแล้ว ว่าทุกวันนี้ศาสนาพระพุทธเจ้าที่มีโลกุตรธรรมนี่แหละ เป็นความวิเศษ เป็นความพิเศษของพระพุทธเจ้าที่ไม่มีศาสดาใดในโลก มีหนึ่งเดียวพระพุทธเจ้าไม่มีศาสดาใดในโลกที่มีโลกุตรธรรม มีพระพุทธเจ้า นอกนั้นก็โลกียะ เป็นเทวนิยมอยู่ทั้งหมด มีศาสนาพุทธที่(สัมมาทิฏฐิ) ที่อาตมาต้องวงเล็บ “สัมมาทิฏฐิ” เพราะแม้แต่คนไทยชาวพุทธก็ยังไม่เป็นโลกุตรธรรมยังไม่เป็นพุทธหรอก มีพวกเรานี่แหละ จึงมาพิสูจน์ พิสูจน์ผล เกิดผล เกิดเป็นสังคม สาราณียธรรม 6 อันนี้เป็นจุดอ้างอิง ยืนยันได้ว่า นี่คือผลสำเร็จของศาสนาพระพุทธเจ้า ก็ต้องเข้าใจจริงๆ เลยว่า คุณธรรม สาราณียธรรม 6 มีอะไร ม

อ่านต่อ

ีเมตตากายกรรม ก็ต้องรู้อาการเมตตาของคน ดูได้ทางกายกรรม เมตตากันหรือเปล่า เมตตากันคืออะไร? อ๋อ.. อยู่กันอย่างเมตตา เมตตาวจีกรรม ก็มาจากมโนกรรม เกิดขึ้นมาจริง มีพฤติกรรมจริง มีอาการทางกาย ทางวาจา มาจากมโนเป็นประธานมา ออกมาเป็นพฤติการณ์มนุษย์ แล้วมาอยู่รวมกัน เพราะจิตมีพุทธพจน์ 7 จิตมี สาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ มีจิตระลึกถึงกัน สัมพันธ์กันดี รักกันเคารพกัน รู้ภูมิธรรม รู้จักผู้สูงผู้ต่ำ ผู้มีผู้ไม่มี ผู้เจริญ ผู้ยังไม่เจริญ ด้วยสัจจะ ด้วยความเป็นจริง ไม่ใช่ไปตั้งศักดิ์ฐานะให้ ก็รู้กันตามความเป็นจริง แล้วจะช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ไม่วิวาทกัน อวิวาทะ สามัคคียะ อยู่กันอย่างพร้อมเพรียงสามัคคีเป็นปึกแผ่น เอกีภาวะ นี่พวกเราเป็นปึกแผ่น ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้กับกษัตริย์ลิจฉวีแคว้นวัชชีว่า ทำอย่างนี้จะไม่มีอะไรตีแตก คือธรรมะ อปริหานิยธรรมทั้ง 7 1. หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์ 2. เมื่อประชุมก็พร้อมเพรียงกันประชุม เมื่อเลิกประชุม ก็พร้อมเพรียงกันเลิก และพร้อมเพรียงกันทำกิจที่ หมู่จะต้องทำ 3. จักไม่บัญญัติสิ่งที่พระพุทธเจ้าไม่ได้บัญญัติ จักไม่เพิกถอนสิ่งที่พระองค์ทรงบัญญัติไว้ แล้วจักประพฤติมั่นในสิกขาบทตามที่พระองค์ ทรงบัญญัติไว้ 4. สักการะเคารพนับถือบูชาท่านผู้เป็นเถระ ผู้เป็น..รัตตัญญู ผู้บวชมานานเป็นสังฆบิดร เป็นสังฆปริณายก และจักสำคัญถ้อยคำแห่งท่านเหล่านั้นว่า เป็นถ้อยคำอันตนพึงเชื่อฟัง 5. ไม่ตกอยู่ในอำนาจตัณหาที่เกิดขึ้นแล้ว อันเป็นเหตุให้เกิดเป็นภพต่อไป 6. จักพอใจอยู่ในเสนาสนะป่า (ป่า คือ สภาพความสงบ สงัดจากกิเลส)

7. จักเข้าไปตั้งความระลึกถึงเฉพาะตนไว้ว่า.. ไฉนหนอ เพื่อนพรหมจรรย์ ผู้มีศีลเป็นที่รัก ที่ยังไม่มา..ขอจงมา และที่มาแล้วพึงอยู่เป็นสุข (พตปฎ. เล่ม 23 ข้อ 21)

พ่อครูว่า... คำว่า ยินดีในเสนาสนะป่า นี่แหละคำนี้เขาเอาเป็นคำไปใช้ยินดีในป่า อาตมาบอกว่า อาตมายินดีในเสนาสนะป่า แต่อาตมาไม่ไปบุกป่า แต่จิตอาตมายินดีในเสนาสนะป่า อาตมาจึงยืนยันและก็ทำจริง ทำไมสร้างป่าขึ้นในเมืองในกรุงเทพฯ ก็สร้างในที่ไหนๆ ก็สร้างทุกแห่ง ยิ่งบ้านราชฯนี้ อย่าว่าแต่สร้างป่าเลย สร้างภูเขาเลย สร้างลำธารแม่น้ำด้วย เท่าที่ทำได้ นี่มันเป็นสิ่งที่ไม่ใช่เราพูดเล่น ที่ไหนๆ ของชาวอโศกเราก็สร้างกัน อาตมาไม่อยู่ เขาก็เข้าใจ เขาก็ทำกัน ทำธรรมชาติ สร้างธรรมชาติ เพราะเราต้องเข้าใจ เราอยู่กับธรรมชาติ แล้วธรรมชาติมันสูญเสียไปจนกระทั่ง มันไม่เป็นธรรมชาติของคน ที่จะอยู่อย่างดี อยู่อย่างสมบูรณ์ มีการหมุนเวียน มีการสังเคราะห์ดิน น้ำ ไฟ ลม อากาศมี ไอน้ำพวกนี้ มันไม่เป็นธรรมชาติที่เป็น cyclic order ที่เป็นความหมุนเวียนที่เป็นระบบระเบียบขึ้นมา มันไม่เป็น อาตมาพาทำถึงเป็นอยู่สุข แล้วคนเขาจะไม่รู้สึกง่ายๆ แต่คนที่มีเซ้นส์ เขาก็จะรู้สึกว่า บ้านราชฯมีอากาศดีจัง ตื้นๆ ง่ายๆ อากาศดีจังก็ดี เราทำให้มีสิ่งที่หมุนเวียนอยู่พร้อม ดิน น้ำ ไฟ ลม ที่ได้สัดส่วนที่ดีๆ เพราะฉะนั้น เรื่องเหล่านี้ มันเหมือนกับเรื่องที่เล็กๆ น้อยๆ แต่มันเป็นเรื่องยิ่งใหญ่นะ อาตมาถึงบอกว่า ทำมาแต่ละแห่งๆ ที่ในดงคอนกรีต เมืองกรุงเทพฯก็ไปทำ ทำได้แค่นั้น ห่างออกมาหน่อย ปฐมอโศก มานครปฐม ก็ทำ ห่างออกไปอีกเป็นศาลีอโศก เป็นโคราชไปที่ไหนๆ เป็นชุมชนชาวอโศกก็ทำ กระจายออกไป ตามที่เราเข้าใจกัน ที่อาตมาพาทำ เกิดสภาพทั้งสิ่งแวดล้อม เป็นบรรยากาศที่อาตมาว่า ไม่สมบูรณ์แบบ ก็บริบูรณ์แบบล่ะ ช่วยกันทำ ซึ่งก็มีผู้ช่วยทำ อย่างเหน็ดๆ เหนื่อยๆ ถ้าใช้เงินจ้างทำจริงๆ แล้ว อาตมาไม่รู้จะขนเงินที่ไหนมาจ้าง พวกเราทำด้วยจิตวิญญาณ ด้วยปัญญา ด้วยความเข้าใจ ซึ่งเป็นธรรมชาติที่มันเกินกว่า กรุงเทพฯมีคลองก็น้ำเน่า นี่พยายามจะปรับปรุงขึ้น ก็พอใช้ได้ แต่มันไม่ใสสะอาด เหมือนน้ำในบ้านราชฯ ใช่ไหม ไม่เหมือนเลย ก็ทำไม่ได้ เพราะว่ามันยากกว่า มันทำไม่ได้ เพราะฉะนั้น คนจะค่อยๆเข้าใจว่า อ้อ..งานที่เราไปสร้าง สร้างอะไรก็แล้วแต่ สร้างแบบโลกๆ สร้างหอคอยใหญ่ สร้างสถาปัตยกรรมอะไรต่างๆ นานา พิลึกพิลืออะไรเกิดขึ้นมา อาตมาไม่ยี่เจ้ย เฮ้ยเท่าไหร่ How many เลย ใช้ภาษาต่างชาติหลายภาษา How many ยี่เจ้ย เฮ้ยเท่าไหร่ อาตมาไม่ How many ไม่ยี่เจ้ยเลย เรามาทำสิ่งที่เหมือนมันเล็กๆ น้อยๆ ที่ดูแปลก แต่ที่จริงไม่แปลกหรอกมันเป็นสัจจะ สร้างที่อยู่ที่กิน สร้างสัปปายะ เป็นเสนาสนะสัปปายะ แล้วเราก็มีคนที่เหมาะสม เป็นบุคคลสัปปายะอยู่ ถ้าไม่ใช่คนอย่างพวกคุณอยู่นี่ เละ มันก็จะเป็น สัปปาเละ ใช่ไหม ไม่รู้ค่า แต่พวกเรารู้ค่า ก็ทำกันขึ้นมาคนละไม้คนละมือ อะไรไม่ควรก็ปรามกัน อะไรที่ควรก็ส่งเสริมช่วยกันทำขึ้นมา ที่นี่เป็นที่น้ำท่วม หินไม่มีสักก้อน แต่เดิมเป็นที่น้ำท่วมมีแต่ขี้โคลน ขี้เลน มีไม้พุ่มไม้อุ่มอะไรอยู่ เละ ยิ่งหน้าฝนนี่ถ้าเผื่อว่าสมัยที่ยังไม่เป็นบ้านราชฯ เข้ามาไม่ได้หรอกอย่างนี้ เละๆ เทะๆ แต่นี่เป็นที่ๆ น่าอยู่ มีน้ำไหลใสสะอาด มีอากาศหมุนเวียนต่างๆ นานา ซึ่งพวกเราเข้าใจ ช่วยอาตมาทำมา ก็ขอบคุณจริงๆ เลย ให้เข้าใจ เข้าใจก็ช่วยกันทำมา ตอนนี้ก็ยังไม่รู้สึกกันเท่าไหร่หรอก ในเมืองอุบลฯ นี่ เราเรียกง่ายๆ กันว่าที่นี่คือ สวนน้ำ ต่อไปในอนาคต คนที่มาอุบลฯ จะมาเที่ยวสวนน้ำ ถ้าเราเก็บเงิน ถ้าเราโฆษณาอะไรต่ออะไรออกไป คนจะมามากกว่านี่แต่นี่เราไม่โฆษณา มันเลยเหมือนของไม่มีค่า นอกจากไม่โฆษณาแล้วฟรีด้วย เพราะฉะนั้น คนที่โง่ๆ ทั้งหลายแหล่ ก็จะบอกว่านี่ของไม่มีค่า คนที่โง่ๆ ทั้งหลายแหล่ พูดดังๆ ก็จะเห็นว่าเป็นของไม่มีค่า แต่คนที่ฉลาด บอก โอ้โห! อาตมาทำที่นี่เคยพูดไปว่า ที่นี่เป็นรีสอร์ท สุดยอดนะ ใครจะมาพักผ่อนที่รีสอร์ทนี้ เชิญ ฟรีด้วย ไม่รู้ค่า มีที่พัก รีสอร์ท ที่พักที่นี่ มีที่ให้พักเลย เรือนเรือรามจักร อย่างนี้เป็นต้น เรือนเรือ เชิญพักเลย เป็นที่รับแขก เรือโคกใต้ดินเสร็จ จะอลังการ มีหนุมาน มีหางใหญ่ อาตมายังเกรงว่ามันจะกระเดื่อง มีหนุมานตัวใหญ่ ควรจะมีแท่นตั้งและเชื่อมไว้กับเรือ ซึ่งเป็นงานใหญ่ ตอนนี้ก็ให้เขาทำคานที่จะอยู่ตั้งให้ได้ที่ สูงขึ้นมาเมตรกว่าๆ ก็ประมาณพอดี เพื่อที่จะให้ปั้นเป็นพื้นรองรับ แล้วเราจะไปปั้นคลื่นครอบ ตรงนี้อีก ถ้ามีปัญญาวาสนาจะทำได้ค่อยทำ เป็นคลื่นแบบ Idealistic ครอบเป็นหล่อโลหะทองเหลือง โอ้โห ไม่ใช่งานเล็กนะ เป็นงานใหญ่มากกว่าจะได้ ก็ค่อยๆว่ากัน ถ้าไม่ได้ก็เอาแค่เห็นไปวางก็ใช้ได้แล้ว แล้วก็จะมีหนุมานมีหางเรียบร้อย กว่าจะเสร็จก็คงอีกหลายปี คงไม่ถึง 10 ปีมั้ง ก็รอดูก็แล้วกัน อย่าเพิ่งรีบตายกัน เราก็ทำไปตามประสาเรา ไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องต้องลงทุน ต้องเปลืองผลาญอะไร แต่เป็นเรื่อง Idealistic ของมนุษยชาติ เป็นเรื่องประดิดประดอย ไอเดียตามความคิดความเห็นทำไป ใครจะบอกว่าฟุ่มเฟือย ใครจะบอกว่าสร้างไปทำไม ก็ไม่มีปัญหาอะไร ก็คุณไม่สร้าง คุณก็ไม่สร้างสิ แต่เราสร้าง เรื่องของคุณก็เรื่องของคุณ เรื่องของเรา ก็เรื่องของเรา เราเข้าใจ ไอ้ที่คุณพูดเราเข้าใจทั้งนั้น แต่เราก็ทำโดยที่ เราไม่ได้เป็นหนี้ ที่อาตมาทำอยู่นี่ ไม่ได้ไปเป็นหนี้ ไม่ได้ไปขูดรีด ไม่ได้ไปเรี่ยไร ทำเท่าที่มันเป็นไปได้ มีผู้เห็นดีเห็นงามร่วมด้วยเลยทำ ทำอย่างนั้นมาตลอด ไม่ได้ไปเรี่ยไร ไม่ได้ไปขูดรีด ไม่ได้ไปหว่านล้อมอะไรมา ก็พูดให้เข้าใจ เข้าใจเห็นดีด้วยก็ช่วย ไม่เข้าใจก็ไม่มีปัญหาอะไร คุณก็อยู่เฉยๆ ได้ อยู่ทำร่วมได้ก็ร่วม อะไรคุณไม่เห็นด้วยก็ไม่ร่วม คนที่เห็นด้วยเขาก็ร่วม ก็พอเป็นไป ซึ่งมันก็เป็นไป มันก็ต้องมีที่จบของมัน รามจักรก็จบได้ เจิ้นเทิ่น ก็เสร็จ จบแล้ว อะไรต่างๆ พวกนี้ มันมีตัวไหนๆ ทำอยู่อย่างพอสมควร ก็จบของมัน เรือโคกใต้ดินจบก็จบ ไม่มีปัญหา จบแล้วก็จบ ยังไม่จบ ก็ทำไปให้มันจบ ให้เรียบร้อย อาตมาที่ยังงงๆ ตัวเองอยู่ว่า ทำไมเกิดมาชาตินี้ เราจะต้องมาสะสมเรือ ศาสนาคริสต์ เขาก็มีเรือของเขา มีเรือโนอาห์และให้สัตว์เข้าไปได้อย่างละคู่ๆ เพื่อที่จะรอด เป็นอจินไตยชนิดหนึ่ง นอกจากมีเรือแล้วเกิดนาวาบุญนิยมมาก่อนนะ เป็นนามสกุล เป็นตระกูลเลย นาวาบุญนิยม นี่มันเป็น อจินไตย ที่อาตมาจะไม่พยายามไปนึกถึงมันมากมาย มันเป็นสัจจะหนึ่งเดียวขึ้นมาในโลก ไม่ว่าจะเป็นเทวนิยม อเทวนิยมมันก็มารวมจุดที่ถ้าเข้าใจสัจจะ แล้วแต่คนจะใช้ แล้วใช้มันยังไง นาวา อย่างเรือโนอาห์เขาก็ใช้ของเขาไป ของเรานาวาบุญนิยม เราก็ใช้อย่างนาวาบุญนิยมของเรา แล้วก็เกิดนาวาบุญนิยม เรายังไงๆ ก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว สำนวน เราลงเรือลำเดียวกันแล้ว นี่ตอนนี้ก็น้ำกำลังขึ้น ก็ไม่รู้ว่าปีนี้ มันจะท่วมอะไรท่าไหร่ เราก็คอยดูกัน มันก็มีอะไรให้พวกเราทำ สนุกไปตามประสาพวกเรา ซึ่งก็ไม่ได้ไปเดือดร้อนอะไรคนอื่น ที่จริงเราช่วยคนอื่นเสียด้วยซ้ำ จะว่าไปแล้ว เราไม่ได้ไปรบกวนรัฐบาล เราไม่ได้รบกวนข้างเคียงอะไร เราก็เป็นอยู่ของเรา มีอยู่มีกิน สิ่งที่จะทำอะไรต่ออะไร แม้แต่น้ำดื่มเขาก็ยังมาเอาที่เรากันนะ นี่มีคนเอารถมารอ เอาน้ำดื่ม ที่อื่นเขาก็มีน้ำ น้ำวารินชำราบ แต่เขาก็เห็นว่าที่นี่มันดีตรงที่ว่า นอกจากจะน้ำดีมาแล้ว ต่อท่อมาตรงแล้ว จากน้ำแร่เลย เราก็ยังมีเครื่องกรองใส่แทงค์เอาไว้ให้ เขาก็มาเปิดเอาแกลลอนมาเปิดใส่สบาย ก็ดีเราไม่ได้หวงแหนอะไร เพราะว่าน้ำเราก็ได้ฟรี แล้วก็มาเข้าเครื่องกรอง ก็ได้อยู่ได้กินได้อาศัยไป ไม่ได้หวงแหน อาตมาว่าชีวิตอาตมาพาพวกเราทำอย่างไม่หวงแหน เรารู้สึกไหมว่า จิตที่ไม่หวงแหน มันเกิดจริงเป็นจริง มันไม่หวงแหน มันยินดีด้วยซ้ำไป ที่จะได้เผื่อแผ่ ใช่ไหม ยินดีที่จะได้เผื่อแผ่ เรามีอะไรเผื่อแผ่ได้ก็เผื่อแผ่ ไม่มีแล้วก็คือไม่มี มีเอาไปกินเผื่อแผ่ได้ อย่างนี้เป็นต้น 660922 สัทธรรม 7 ที่จะทำให้เกิด ฌานของพุทธ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน