พวกทวนกระแสแม้มีน้อยแต่ถูกต้องตามสิทธิ์.docx
เนื้อหาในไฟล์
พวกทวนกระแสแม้มีน้อยแต่ถูกต้องตามสิทธิ์ _สติพล จนพัฒนา : **สายนั่งหลับตากับทุนนิยมที่สุดขั้วทั้งทางโลกทางธรรม..ที่มีมานานนนนนนและจะมีต่อไปอีกนานนนนนนนไม่มีวันหมดจากโลกไปได้..แต่ดีตรงที่ว่าเป็นโจทก์หรือเป็นอุปกรณ์ในการแสดงธรรมที่มีตัวเทียบเคียงชัดเจนครับ. พ่อครูว่า...จริงด้วย ต้องอาศัยเวลา ตอนนี้เขายังไม่เชื่อชัดเจนหรอกทางโลกธรรม ทางที่เขาติดยึดแล้วก็ยังไม่มีจิตทวนกระแส ทวนกระแสคืออะไร พูดตรงนี้อีกทีนึงโลกุตรธรรมศัพท์วิชาการคือ ปฏิโสต อาตมาเคยใช้เป็นนามปากกาเขียนคอลัมน์ “ตะลุยไฟตะไลเพลิง” (ของคุณสนิท เอกชัย) หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ตามรายวัน เขาเห็นว่าคำนี้มันยาวไปก็เลยใช้แต่คำว่า “ตะลุยไฟ” เป็นคอลัมหน้าหนึ่งเลยนะ นี่เขากำลังรวมพิมพ์เป็นเล่มเลย เก็บมาได้จากที่เขียนเอาไว้ ทวนกระแสปฏิโสต กระแสโลกมันไปทางลาภ ยศสรรเสริญสุข ส่วนโลกุตระนั้นทวนเลย เขายินดีในลาภยศสรรเสริญสุขแล้วก็ ล่า กอบโกยสะสมอวดเบ่ง ยกย่องกันเลย ผู้มีลาภยศสรรเสริญมากถือว่าเป็นผู้เจริญ ส่วนโลกุตรธรรมถือว่าเป็นผู้ที่เสื่อม ยิ่งไปสะสมเยอะมากถือว่าเป็นผู้ทำลายเศรษฐกิจ เป็นพวกที่เห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ แล้วก็ทำให้มันอดอยากยากแค้น เพราะว่ารวบเอาสิ่งที่มี เศรษฐศาสตร์เขามีนิยามสั้นๆเป็นพื้นฐานของเศรษฐศาสตร์คือว่า ทรัพยากรที่มีอยู่ในโลกมันจำกัด ต้องสะพัดให้ทั่วถึงกันให้ได้เสมอสมานกัน เรียกว่าเศรษฐศาสตร์อันดี แต่พวกกบฏ ทรัพย์อันมีจำกัด กูก็จะกอบเอาไว้ที่กูเยอะๆจะสะพัดให้คนอื่นน้อย จะให้คนอื่นก็ต้องมีวิธีการเจ้าเล่ห์เอาเปรียบเอารัดเอากำไรได้เปรียบมากขึ้นมายิ่งกว่าเก่าอีก เรียกว่าบำเรอความโลภ บำเรอความได้เห็นแก่ได้ จัดจ้าน พฤติกรรมอย่างนั้นเป็นพฤติกรรมบาปเร็วซ้ำ แต่เขาก็ไม่รู้ อวิชชา เสร็จแล้วก็ยกย่องเชิดชู ให้ขึ้นทำเนียบที
อ่านต่อ
ละไตรมาส พอถึงปีก็สรุปยอด คนนี้เป็นที่ 1 2 3 4 เขาก็โฆษณายกย่องเชิดชูกันอยู่อย่างนั้น แล้วก็เป็นพวกกระแสโลกีย์ ส่วนกระแสโลกุตระนั้น ย้อนแย้งทวนกระแสกัน โลกจึงมีการถ่วงดุลกันได้ คนที่มาทวนกระแสได้จึงมีน้อยในโลก ไม่ว่าจะยุคสมัยไหนก็น้อย พวกโลกุตระเปรียบประดุจยอดพีระมิด ตั้งแต่ปลายยอดพีระมิดลงมา ข้างล่างคือฐานพีระมิดจะมีเยอะมันเป็นธรรมชาติ เมื่อใดเมื่อใดก็ไปล้มล้างความเป็นจริงอันนี้ไม่ได้หรอก เพราะฉะนั้นผู้ที่รู้จักความจริงตามความเป็นจริงก็จะธรรมดาไม่ประหลาดอะไร เขาต้องเป็นอย่างนั้นคนจำนวนมากพวกมาก จึงมีปรัชญาไว้ว่า Majority rule Minority rights ซึ่งเขาก็แปลกันแต่เพียงว่า Right คือสิทธิ ที่จริงมันคือความถูกต้องด้วย ตามกฎระเบียบวินัยหรือแบบฉบับ จารีตประเพณีของโลก Majority rule มันก็เป็นธรรมชาติธรรมดาอย่างนั้น แต่ต้องยกย่องส่วนน้อยที่ถูกต้องคือ minority rights ส่วนน้อยเป็นพวกที่ Right ทั้งแปลว่าสิทธิมนุษยชน และความถูกต้อง ตกลง ตัดสิน Right THAT Right ตัดสินเลย จบ ถูกต้องแล้ว อย่างนี้เป็นต้น ความหมายคำว่า Right ละเอียดลึกซึ้งเป็นโลกุตระเลย แต่คนเอาไปใช้แค่โลกียก็เรื่องของเขา ปรัชญาของโลกเขาก็ยังมี Majority rule กับ Minority rights เขาก็มีอยู่เหมือนกัน อย่างโลกุตระเราทวนกระแส ชัดเจนถึงเรื่องนี้ เราก็เคยเป็นอย่างนั้น เป็นพวกที่ยังไม่เจริญถือว่าพวก Majority rule เมื่อเจริญมาถึงยอดพีระมิด เราถึงรู้ชัดเจน แต่เราก็ไม่ ข่มเขา ก็รู้ว่าถ้าเขาสำนึกและเข้าใจ เขาก็จะมาเป็นอย่างนี้ แต่เขายังไม่มีปัญญาไม่รู้สึกเขาก็หลงงมงายอยู่อย่างนั้น ก็จริงอีกแหละ จะไปบังคับไปขู่เข็ญ ข่มเขาโคขืนให้กลืนหญ้า บังคับหมาให้กระดิกหาง ก็เป็นคำพังเพยที่ชัดเจน มันไม่ได้ มันก็ต้องเป็นเช่นนั้น มันเป็นของจริง ตามจริงอย่างนั้น มันเกิดเป็นอย่างนั้น ตถตา มันต้องเป็นอย่างนั้น เป็นอย่างอื่นไม่ได้ ต้องรู้ตัวจบเขามีขนาดนี้ฐานนี้ต้องเป็นอย่างนี้ จะไปบังคับให้โควิดมันไม่เอาคนให้ตาย ไปบังคับมันไม่ได้ บอกเจ้าโควิดมันไม่รู้เรื่องหรอก มันเอาเราตาย ถ้าสู้มันไม่ได้
640412_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 34 ที่บ้านราชฯ