สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน จุลศีลให้เว้นขาดเรื่องของสัตว์อย่างไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.72 KB
วันที่แก้ไข11 กรกฎาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน จุลศีลให้เว้นขาดเรื่องของสัตว์อย่างไร _นันท์มนัส · ตั้งเป้าหมายในชีวิตได้อย่างไร ทำอย่างไร จะสำเร็จ ถึงเป้าหมาย พ่อครูว่า…เริ่มต้นจุดที่จะเริ่มต้นให้ได้ก่อน อย่าไปมองถึงเป้าหมายที่มันไกล เอาเป้าหมายถึงจุดหนึ่งเริ่ม 1 แล้วปฏิบัติให้ได้เป้าหมาย 1 เรื่อง จะได้เป็นฐานแห่งชีวิต 2 เรื่อง 3 เรื่อง อย่าไปคิดไกลจนกระทั่งโอ้โหไปถึงเป้าหมายสูงสุด เอาเป้าหมายที่เป็นจุดหมายของเรื่อง เช่น ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ

ศีลข้อ 1 ก็ทำให้เกิดวิมุติให้ได้ก็แล้วกัน ศีลข้อ 2 ก็ทำให้เกิดวิมุติให้ได้ก็แล้วกัน ศีลข้อที่ 1 เกี่ยวกับสัตว์ศีลข้อที่ 2 เกี่ยวข้องกับของและพืชซึ่งอย่าไปทุจริต สร้างสรรค์ของสร้างสรรค์พืช เรื่องสัตว์อย่าไปยุ่งกับมันเลย ให้มันไปตามวิบาก โดยเฉพาะสัตว์มนุษย์เราต้องเกี่ยวข้องอยู่ แต่สัตว์เดรัจฉานทั้งหลายอย่าไปเกี่ยวข้องกันเลย แม้จะต้องเอามากินมาใช้ก็ไม่ต้อง มีศีลจุลศีล ท่านห้ามไว้หมด อย่าเอาสัตว์มาใช้มากิน มาเกี่ยวข้อง ในจุลศีล ท่านห้ามไว้ชัดเจน พระสมณโคดม เว้นขาดจากการรับแพะและแกะ. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการรับไก่และสุกร. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการรับช้าง โค ม้า และลา

ท่านแบ่งสามข้อใหญ่ พูดถึงฝ่ายโน้นเขา เมืองไทยไม่ค่อยมีแพะหรือแกะ แต่ทางโน้นเขาเยอะ แพะแกะ คือสัตว์ที่เอามาเลี้ยงเพื่อกินนมหรือเอาขนของมัน ส่วนรับไก่ สุกร คือกินไข่ไก่ ส่วนอันที่สามรับช้างโค ม้า ลา เอามาใช้แรงงานเป็น 3 หมวดหมู่ใหญ่ นอกนั้นสัตว์อื่นไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่ แต่ 3 อย่างนี้คนเอามาใช้ประโยชน์กันมาก มีนัยสำคัญตามที่อาตมาหมาย สิ่งที่มีประโยชน์คุณค่ายังไม่ให้เกี่ยวข้องเลย แต่เรื่องที่สัตว์อื่นมันไม่ได้มีประโยชน์คุณค่าอะไรอย่ามาเกี่ยวข้องกับเราเลย ดีก็ไปเอาหนูม

อ่านต่อ

าเลี้ยง ไปเอาสัตว์ประหลาดมาเลี้ยง ซื้อสัตว์ที่แพงมาเลี้ยงสร้างวิบากผูกพันทางจิตวิญญาณ ในคนด้วยกันก็มีวิบากด้วยกันกว่าจะพ้นกันได้ก็ต้องเรียนรู้อย่างมาก ยังไม่พอหรือต้องไปสร้างวิบากจากสัตว์ วิบากที่เกี่ยวกับคนเกี่ยวกับสังคมตัวเองก็ยังไม่เรียนยังไม่มีธรรมะแล้วแถมอันนี้อีกก็จะจมไปหนักอีกเท่าไหร่ หากฟังธรรมะที่อาตมาพูดนี้รู้ คุณอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับสัตว์ใดๆเลย สัตว์ทุกตัวเกิดมาตามวิบากก็ปล่อยไปตามวิบาก แม้แต่จะอ้างมาใช้เพื่อกินเพื่อใช้ จะกินเนื้อกินไข่กินตัวของมันหรือจะเอามาใช้แรงงานเอามา ทำอะไรก็แล้วแต่ ยิ่งไม่มีประโยชน์แล้วอย่าไปยุ่งกับมัน ควรจะปลดปล่อยตัวเอง คุณจะได้ไม่มีวิบากความผูกพันเกี่ยวข้องซึ่งไม่รู้กี่ชาติต่อกี่ชาติที่มันมีวิบากเกี่ยวพันเกี่ยวข้องกันมา สัตว์ทุกตัว ในมหายาน เขามีพระสูตรลังกาวตารสูตร บอกไว้ว่าไม่มีสัตว์ตัวใดไม่เคยเกิดเป็นพ่อเป็นแม่เป็นลูก โดยที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลยทั้งนั้นเลย มันเกิดมานานนับชาติไม่ถ้วน พระพุทธเจ้าท่านไม่ได้ตัดเกินไป เพราะฉะนั้นตัดสิ่งที่จะต้องมีวิบากแก่กันและกัน ที่มีอยู่นั้นก็หนักหนาสาหัสอยู่แล้ว เริ่มต้นก็ยังไม่ได้เลยแล้วจะเติมเข้าไปอีก มันน่าสงสารไหมคน นี่มันไม่ฉลาดอะไรเลย ขออภัยที่พูดว่านี้มันโง่จริงๆ มีหมามีแมวเอาไปปล่อยเสีย คนที่เขาหลงใหลติดยึดก็เรื่องของเขา เราต้องรู้จักตัดวางปลงภาระสิ่งที่เราติด ไม่เช่นนั้นเราจะมาเรียนรู้อะไรในสัจธรรม นี่คือสัจจะที่พระพุทธเจ้าตรัสเอาไว้ แค่นี้ก็ไม่เข้าใจแค่นี้ก็ไม่ทำ ไม่พยายามปฏิบัติศีลข้อที่ 1 เท่านี้แต่เขาไม่ได้ศึกษาอย่างลึกซึ้งที่เกี่ยวกับศีลข้อที่ 1 นะ ถ้าคุณเข้าใจในศีลข้อที่ 1 อย่างที่อาตมาว่า ชาตินี้พวกคุณมาปฏิบัติตามที่อาตมาพาปฏิบัติ คุณได้ไปเยอะขอยืนยัน ตัดวิบากตัดภาระสิ่งที่มันพัวพันคุณได้ไปเยอะเลย คุณมาปลดปล่อยในชาตินี้ต่างคนก็ต่างไป จิตใจคุณก็ละวางสัตว์นั้น มันก็ไม่มีวิบากกับเราอีกไม่มาเป็นหนี้บุญคุณไม่มีหนี้ทางจิตวิญญาณผูกพัน แล้วมันผูกพันเป็น 2 อย่าง อาฆาตก็ผูกพัน รักก็ผูกพัน ผูกพันทั้งสองด้าน จะทำอย่างไรให้สำเร็จก็ปฏิบัติศีล สมาธิ ปัญญานี้เป็นการอธิบายศีลข้อที่ 1 ให้เป็นตัวอย่าง 620522_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เศรษฐกิจที่ดีที่สุดคือเศรษฐกิจคนจนแบบอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน