ประชาธิปไตยไม่ควรมีพรรรค แต่ทำไมอโศกมีพรรคการเมือง.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.90 KB
วันที่แก้ไข25 พฤศจิกายน 2565

เนื้อหาในไฟล์

ประชาธิปไตยไม่ควรมีพรรรค แต่ทำไมอโศกมีพรรคการเมือง _ตุ๊ก อัศวิน : ขออนุโมทนา..สาาาธุ กับ คณะสัมมาบัณฑิต ที่มากราบ พ่อครู ผู้เป็น 'สยังอภิญญา' ณ กาละอันเป็น มงคล นี้..เจ้าค่ะ พ่อครูว่า...ดี สึกออกไปแล้วไม่ได้ไปนอกรีต ก็รวมตัวกันอยู่ รวมตัวจนกระทั่งตั้งเป็นพรรคการเมืองเลย อาตมาก็ส่งเสริม ทำขึ้นได้แค่ไหนก็ไม่มีปัญหาหรอก เราไม่ได้ไปทำมาเพื่ออยากใหญ่โตอยากเด่นอยากดัง แต่เพื่อที่จะฝึกตน จะเกิดขึ้นในสังคมด้วย ว่าธรรมะอีกแบบนึงมีที่ไม่เหมือนกับที่เขามีในสังคมโลกีย์ ธรรมะอย่างนี้ก็มีด้วยหรือแม้จะมีน้อยไม่มีผลอะไรมากก็ไม่มีปัญหา มันต้องใช้เวลา พวกบุกเบิกพวก Pioneer หนักพวกหัวเจาะหนักก็ต้องทำ มันก็เป็นธรรมดา _สู่แดนธรรม... เรื่องนี้เคยมีคนถาม ข้อสังเกตพ่อท่านบอกว่าประชาธิปไตยที่ดีที่สุดคือไม่ต้องมีพรรคการเมือง แต่เขาก็บอกว่า พ่อท่านส่งเสริมให้ตั้งพรรคสัมมาบัณฑิตขึ้นมาทำไม พ่อครูว่า…อันนี้เราต้องรู้จัก กาละ เทศะ กาละนี้ในองค์ประกอบของยุคนี้ขณะนี้ เรียกว่า เทศะ มันจะต้องเป็นอย่างนี้กับเขาก่อน เราจะเป็นอย่างที่เราเป็นไปเลย ไม่ได้หรอก ต้องเป็นอย่างนี้ก่อน การจะมีพรรคนั้น ทั่วโลกเขามีพรรคกันทั้งนั้น การเมืองหรือรัฐศาสตร์ทางโลกเขา มีพรรคการเมืองทั้งนั้น แม้แต่เผด็จการอย่างคอมมิวนิสต์เขาก็ยังเป็นพรรค เพราะฉะนั้นแม้เมืองไทย โลกุตระ มีประชาธิปไตยโลกุตระนำหน้าประเทศต่างๆ ก็ยังมีพรรค แต่มันซ้อนตรงท่ีว่า นายกรัฐมนตรีคนที่นำประชาธิปไตยมาในยุค….พอดีตอนนี้มันเริ่มเกิดแล้ว นำขึ้นมาโดยที่ ไม่มีใครเข้าใจได้ง่ายๆหรอก นายกตู่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคใดเลย เขาเข้าใจว่าจะต้องเป็นพรรค การเมืองถ้าไม่มีพรรคดำเนินไปไม่ได้ แต่ด้วยสัจจะของประชาธิปไตยที่ดีที่สุดนั้นยอดที่สุดนั้น มันไม่ใช่คนที่จะต้องไปเป็นค

อ่านต่อ

นอยู่ในพรรคไหน คิดง่ายๆ ถ้าคุณอยู่ในพรรค คุณก็จะต้องเอาความเห็นของคนในพรรคเป็นมวลไม่ใช่ประชาชนทั้งหมด แต่ถ้าคุณอิสระเสรีเหมือนพลเอกประยุทธ์เป็นอยู่ ประชาชนทั้งหมดคือพรรคของนายกตู่ โดยไม่ต้องมาตั้งพรรคโดยไม่ต้องไปเป็นพรรคแต่เป็นพรรคโดยนามธรรม เป็นพรรคโดยสัจจะ อันนี้แหละเป็นประชาธิปไตยที่ลึกซึ้งซับซ้อน ศึกษาไปเถอะ ตัวอย่างที่ยากจะเข้าใจก็คือ ในยุคพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้านี้ประชาธิปไตย 1,000% แต่มันอยู่ในยุคทาสเป็นยุคที่อยู่ในข้อจำกัด เป็นยุคเผด็จการสมบูรณาญาสิทธิราชย์ 100% เป็นยุคทาส เป็นยุคที่มนุษย์ยังไม่รู้จักสิทธิมนุษยชนของตัวเองเลย เพราะว่ายังเป็นทาสอยู่ และพระพุทธเจ้าก็ตั้งประชาธิปไตยของพระองค์ขึ้นมาเอง เมื่อตั้งขึ้นมาและดำเนินโดยธรรมนูญของท่าน พระเจ้าแผ่นดินใหญ่ พระเจ้าปเสนทิโกศล พระเจ้าพิมพิสารซึ่งเป็นแคว้นใหญ่ 2 แคว้นในทวีปอินเดีย แต่ก่อนนี้การคมนาคมยังไม่เปิดเป็น globalization เหมือนอย่างทุกวันนี้ มันก็อยู่ในกรอบของทวีปอินเดีย และก็มีประเทศไทยซ่อนอยู่ ทุกวันนี้ก็มีอินเดียกับจีนใหญ่ สมัยพระพุทธเจ้าอยู่ในทวีปอินเดีย ก็มีแคว้นมคธและแคว้นโกศล 2 แคว้นใหญ่ยังไม่เป็นต้น ซึ่งมันเป็นสภาพคู่สภาพซ้อนสภาพ อจินไตย สภาพเทวดาที่ยิ่งใหญ่มาตลอด กาลนานเลย พระเจ้าปเสนทิโกศลเป็นเชิงปัญญา พระเจ้าพิมพิสารเป็นเชิงเจโต เพราะฉะนั้นสรุปแล้ว อดีตหรืออนาคตก็ตาม และ ในปัจจุบันนี้จะไปหาอนาคต ก็เกิดจากปัจจุบันนี่แหละเดินทางไปสู่อนาคตเรื่อยๆ อดีตก็เป็นตัวอย่าง ที่เราจะใช้เรียนรู้เทียบเคียง ปัจจุบันก็เป็นตัวที่จะเปลี่ยนไปอย่างไรจะมาอย่างไรก็อยู่ที่ปัจจุบันของแต่ละคนแต่ละประเทศแต่ละชุมชนแต่ละแนวคิด แต่ละอำนาจพลังงานหรือฤทธิ์เดช ที่มีกันจริง แล้วมันก็จะเป็นไป โลกุตระ ใหญ่หรือเล็ก ... ขณะนี้ในโลก โลกุตระนั้นเล็ก ตอบได้กันทุกคน เล็ก แต่ล้มไม่ได้หรอก เพราะ ประชาชนประชากรของโลก แสวงหา สิ่งที่สูงที่สุด ขณะนี้ อย่างน้อยประเทศจีน เป็นมวลใหญ่คู่หนึ่งกับประเทศอินเดียใช่ไหม มี อัญญธาตุ ขึ้นมาแล้ว แม้จะยังไม่มาก อัญญธาตุยังไม่มากเท่าประเทศไทย แต่ มันเป็นทางด้าน Quantity เป็นทางด้านปริมาณ ของไทยนี้เป็น Quality เป็นทางด้านคุณภาพ คุณภาพของโลกุตระ แม้จะน้อยแต่แข็งหนักและสูงกว่าปริมาณ เถียงกันอยู่ว่าปริมาณกับคุณภาพอะไรจะเป็นเอก มันอยู่ที่เหตุปัจจัย เจ้าของมันก็คือคุณภาพนั้นมันมีน้ำหนักแน่น มีฤทธิ์ ส่วนปริมาณนั้นมันไม่แน่น มันไม่หนัก แต่มันใหญ่และกว้าง มันก็คลานกันไป มันก็ถ่วงไปถ่วงมา ถ้าเผื่อว่าเมืองไทยไม่ตื่นตัว ประเทศจีนจะฉวยเอาโลกุตระธรรมไปไว้ที่ประเทศเขา ถ้าเมืองไทยไม่ตื่นตัว เตือนไว้นะ ถ้าเมืองไทยไม่ตื่นตัว โลกุตระของตามรอยพระราชา ในหลวงร. 9 จะโดนประเทศจีนฉวยเอาไปเลย รู้ไว้ซะด้วย ถ้าประเทศไทยยังรักที่จะเป็นประเทศหนึ่งที่จะเจริญ เจริญในที่นี้ไม่ได้เป็นการเจริญซ้อน ไม่ใช่ไปเจริญแบบแข่งดีแข่งเด่น แต่ว่าเจริญเพื่อยืนยันสัจธรรมให้ปรากฏขึ้นในโลก เหมือนพระพุทธเจ้าท่านก็ทำของท่านให้ปรากฏขึ้นในโลก ท่านไม่ได้ต้องการอยากดีอยากเด่นอยากดังอยากอวดอยากโชว์ แต่มันเกิดขึ้นในโลกในความเป็นมนุษย์ชาติ พวกเราก็ดำเนินรอยตามพระพุทธเจ้า ให้ดำเนินไปอย่างไม่ใช่อยากดีอยากเด่น แต่อันนี้เป็นลักษณะที่อาตมาเห็น รับได้ รู้ได้ ว่า พลเอกประยุทธ์ มี จะมีมากมีน้อยก็แล้วแต่ อาตมาถึงเชียร์ หรือว่า พยายามให้สัญญาณไป ตามประสาอาตมา อาตมาไม่เคยพบกันเลยกับพลเอกประยุทธ ทักษิณยังเจอกันมาที่นี่ก็ยังมาเลยทักษิณ อาตมามอบเรือให้ กว่าแกจะล่องลอยไปแกคงทิ้งเรือไปแล้ว เรือไม่พอ อาตมาก็ยังมอบกลดเข้าไปอีก มันเหมือนนิมิตเหมือนสัญญาณ เหมือนรางชนิดหนึ่ง แต่แก่ก็ไม่รู้เรื่องอะไรหรอก เรือให้ที่นี่ เรือสลักอันหนึ่ง สล่าปั๋นทำให้ เหมือนเรือกระแชง หลังคาครอบ สลักว่า คุณนิยม แต่แกก็ไม่รู้เรื่องอะไรหรอก เสร็จแล้วไปที่ศีรษะอโศกก็ได้มอบ กลดคือ Moving House ไปกางที่ไหนก็ไปกางได้เป็นบ้านเร่ร่อน ก็เหมือนอย่างที่แกเป็น ตอนนี้ก็ลอยเท้งเต้งไป สิ่งนี้มันเป็นนิมิตที่อาตมาอธิบายให้ฟัง ใครจะเข้าใจ ใครจะเห็นด้วยไม่เชื่อหรือเชื่อก็ไม่มีปัญหา 651125 นวนิยายโลกุตระที่เราอย่ารีบตายก่อนได้ดู พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราช

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน