ธรรมะ 2 ของความรวยความจน ในโลกและในประเทศไทย.docx
เนื้อหาในไฟล์
ธรรมะ 2 ของความรวยความจน ในโลกและในประเทศไทย พ่อครูว่า... เป็นเรื่องอจินไตย คนที่มาจนกันได้นี้เป็นเรื่องโลกุตระขั้น อจินไตย จริงๆ ให้คิดนะ ถ้าคนไม่มีคุณธรรมของจิตจริงๆ มันทำไม่ได้ คนมันต้องมีความโลภน้อยหรือไม่มีความโลภ แล้วก็เป็นคนเข้าใจจริงๆ เลยว่า ชีวิต เราอยู่เพื่อให้ อยู่เพื่อเสียสละ อยู่เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น แล้วเราก็อยู่ด้วยความสูญให้ได้ด้วย พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ก็รู้อันนี้มาหมดแล้ว ขนาดอาตมาเป็นโพธิสัตว์ที่รู้ชัดเจนขึ้นมา ระดับ 5 6 7 ขึ้นมาก็จะรู้ความจริงพวกนี้ อย่างอาตมาก็รู้เพราะเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 จริงๆขึ้นไป จึงนำความจริงนี้ขึ้นมาสร้างให้คนมีคุณธรรมอันนี้ แล้วก็เกิดพฤติการณ์อันนี้ ในชุมชนของเรา ทำกันได้มา นี่เราทำตลาดอาริยะมาไม่ใช่ปีเดียว ผ่านมา 40 กว่าครั้งแล้ว 40 กว่าปีมาแล้ว ยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องเล่น ไม่ใช่เรื่องทำได้ชั่วคราวแล้วหายจ้อย ไม่ใช่ ไม่ใช่การทำผักชีโรยหน้า มันทำด้วยรากเหง้าของจิตวิญญาณ แม้ชีวิตประจำวันไปเลย คนเหล่านี่ก็เป็นคนขาดทุนให้แก่สังคมคน คนโลกุตระเป็นคนขาดทุนให้แก่สังคมไปตลอดเวลา การคิดทุนของเศรษฐศาสตร์โลกีย เศรษฐศาสตร์ทุนนิยม เขาคิดทุนเขาจะต้องคิดค่าตัวของตัวเองใส่เข้าไปใช่ไหม เขาต้องบอก เสร็จแล้วเขาไม่ได้เอาทั้งค่าวัสดุ ค่าองค์ประกอบค่าโสหุ้ยอะไรครบหมดแล้ว บวกค่าแรงงานตัวเองเข้าไป ค่าตัวของตัวเอง โลกียะนี้รู้สึกว่าเขาเป็นคนมีราคาแพง งานของเขา ผลงานของเขาหรือตัวเขา ฐานะของเขาราคาต้องแพง ใช่ไหม เขานึกว่าสูงเท่าไหร่ก็ยิ่งตั้งราคากันแพง แล้วเขาก็ตั้งกันเอง แล้วเขาก็บวกเข้าไปในก้อนที่เรียกว่า ต้นทุน แล้วค่านิยมเขามี ขายต้องได้เกินทุนกลับมาอีก แล้วค่านิยมที่โหดเลวมากกว่านั้นอีกคือถ้าได้กำไรเกินทุนเข้าไปอีกมากเท่าไหร่ ถือว่าเป็นผลสำเร
อ่านต่อ
็จ ใช่ไหม นี่คือความโลภไม่มีที่สิ้นสุด ในความโลภของคนที่สร้างความคิดให้ตัวเองที่จะเอาเปรียบได้เปรียบอย่างไม่มีขีดคั่นเห็นกันได้ มันอย่างนั้นจริงๆ กลับกันมาเป็นคนโลกุตระนั้นจะเสียสละให้ได้หมดเนื้อหมดตัว ไม่เอามีแต่เป็นผู้ให้ ผู้เสียสละ ให้ถึงที่สุดจิตวิญญาณเป็นได้จริง จนกระทั่งมาเป็นหมู่เป็นกลุ่มเป็นชุมชนมีพฤติการณ์มีวัฒนธรรมของโลกุตระบุญนิยม ชัดเจนอย่างที่ชาวอโศกเรามีแล้ว คนเขายังไม่ค่อยเชื่อน้ำหน้าพวกคุณหรอก ว่าคุณทำอย่างนี้เป็นของจริงที่ออกมาจากจิตใจจริงๆ เขาก็บอกว่าเป็นดรามาติคชนิดหนึ่ง ทำโชว์ ทำแอ๊ค ทำอวดอ้างว่าให้มันดูดี เขาก็บอกว่ามันจะไปได้สักกี่น้ำ มันก็อดทนเอา สมณะฟ้าไท... ปีนี้ 41 น้ำแล้ว พ่อครูว่า... 41 ปี 41 ปีนี้น้ำฝนตกแล้ว 41 พรรษา ย่าง 41 ปี ซึ่งพวกเราทำแล้ว เราถึงพยายามจะเพิ่มเงินมาทำตลาดอาริยะมากขึ้น มากขึ้น ปีนี้ก็ได้ข่าวว่าตุนไว้เพราะ ไม่ได้ทำมาหลายปี ก็จะมีถึง 10 ล้านเป็นต้นไป มันเป็นเรื่องจริง แล้วเราได้ทำแล้วมันไม่ตาย พวกเราไม่ตาย สาธารณโภคีหรือว่าโลกุตรธรรมขั้นนี้ มีวรรณะ 9 จริงๆกันนี้ เป็นสังคมสาราณียธรรม 6 เป็นจริงอย่างเรา มันพิสูจน์ยืนยันไปอีกในโลก พยายามพัฒนาตัวเองให้ดีๆ รักษาร่างกายอย่าให้ไปรับเอาเชื้อโรค รับเอาพิษภัยใส่ตัวเองให้ตายไวก็แล้วกัน ไปเรื่อยๆ ถ้าชาวอโศกเราอายุยืนกัน อายุ 100 ปีขึ้นไป ชาวอโศกบ้านราชนี่ต่อไปจะมีคนอายุ 100 ปีเป็น 10 คนเลย 10 คนเป็น 20 คน ให้มาดูที่ชุมชนชาวอโศกในประเทศไทย ส่วนที่อื่นเขา ที่หรรษาจะมีเกินร้อยไปเยอะก็เรื่องของเขา แต่ในประเทศไทย ประเทศอื่นๆใดๆก็ไม่ได้มีกันได้ง่ายๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ลึกซึ้งซับซ้อน แล้วก็เป็นเรื่องจริงที่พิสูจน์ได้ พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้ เราจึงนำเอาธรรมะที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้มาเรียนจริง รู้จริง ประพฤติจริง เป็นจริง เกิดจริง ยืนยันกับโลกลงไป ซึ่งอาตมาเชื่อมั่นว่า พวกเราไม่ใช่เป็นพวกไม่จริง เพราะอาตมาเชื่อในตัวเองแล้วว่าอาตมาเป็นคนจริง นักบวชหญิง นักบวชชาย อยู่ไปจนแก่ตายไปหลายรูปแล้ว ไล่ก็ไม่ไป บอกว่าไปที่อื่นซะ ก็ไม่ไป มันชัดเจน มันยืนยัน มันไม่มีปัญหาอะไร มีแต่ปัญญา มันชัด ฉะนั้นพวกนี้จึงเป็นเรื่องที่ถาวร ยั่งยืน มั่นคง แน่นอน เป็นลักษณะของความมั่นคง ยั่งยืน ถาวร นี่แหละ มันเป็นการพิสูจน์ความมั่นคงที่นายกตู่พูดอยู่ ความมั่นคงของสิ่งที่ดี ในความหมาย ใน Concept ของพลเอกประยุทธ์ก็ตาม มั่นคงของสามัญสำนึกของคนทั่วไปว่าต้องให้สิ่งที่ดีงามจึงจะเป็นความมั่นคงยั่งยืน ใช่มั้ย จะไปให้สิ่งที่ไม่ดี มันจะมั่นคงได้อย่างไร มันไม่เที่ยง มันไม่มั่นคงได้ง่ายๆ ถ้าคุณธรรมอย่างพระพุทธเจ้านี้จริงเลยนะ ลดละกิเลสความมีตัวตนเห็นแก่ตัวอะไรพวกนี้ลงไปจริงๆแล้ว ได้จริงมันมั่นคงจริงๆ โดยไม่ต้องไปพูดมันเลย ไม่ต้องไปกำหนดมันก็เป็นเช่นนั้นเอง ตถตา มันจะมั่นคงของมันแน่นอนเอง นี่เป็นเครื่องที่จะพิสูจน์ได้มาก แกนของประเทศไทยเป็นแกนโลกุตระ ขณะนี้ตัวอย่างในโลก ประเทศจีน ขณะนี้นะ ใน status quo ขณะนี้ ที่สีจิ้นผิงบริหารอยู่และประชาชนจีนศรัทธาเลื่อมใสสีจิ้นผิงถึงขั้นจะยกให้สีจิ้นผิงเป็นประธานาธิบดีเบอร์ 1 ของประเทศ โดยไม่มีลิมิต นั่นแสดงถึงอะไร แสดงถึงว่าประชาชนคนจีนเขาเข้าใจว่า ถ้าคุณธรรมชนิดนี้ ชนิดที่สี่จิ้นผิงนำพาแล้วก็ทำได้นี้ รากฐานเก่าของจีน ก็เป็นคอมมิวนิสต์มาก่อน เหมาเจ๋อตุงทำได้ แต่คอมมิวนิสต์มีเชิงบังคับ กดข่มไม่อิสระเสรีแท้ ถ้าประชาธิปไตยนั้นเป็นอิสรเสรี แต่ประชาธิปไตยของสหรัฐ มันเป็นประชาธิปไตยที่เสรีสุดโต่ง กลายเป็นพวก Hippy เป็นประชาธิปไตย Hippy Hippy เป็นแสลงของคำว่า happy มันเอาแต่ความสุขส่วนตัว กูอยากจะสุขอย่างไรก็ได้กูอยากจะสมสู่ต่อหน้าต่อตาใครก็ทำ กูอยากจะบ้าบอจะทำยังไงก็ทำไปตามนั้น จะสนุกอย่างนั้นอย่างนี้ จะสูบกัญชาจะสูบฝิ่น จะสูบยาเสพติดอะไร มันทำตามสบาย มันไม่อยู่กับกฎหลักเกณฑ์อะไรเลย มันเป็นเรื่องของพวกสุดโต่งเกินขอบเขตไป มันกลายเป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นไม่บังคับก็เลยเถิด ไม่มีกฎเกณฑ์อะไรเลย มันก็เป็นอัตตาตัวตนออกมาพุ่งออกมานอกโลก ออกไปบ้าบอๆไปมันก็เป็นลักษณะอย่างนั้น สัจจะความจริงอย่างสหรัฐอเมริกา เขาจึงเป็นตัวอย่างที่ทำมาได้ประมาณ 200-300 ปี มันเสื่อมแล้ว แรกๆมันก็พอดี แต่ตอนนี้มันเลยเถิดสุดโต่ง อัตตาของแต่ละคนมันไปใหญ่เลยแล้วมันก็ผยอง ก็ยังหลงตัวเองว่าจะต้องครอบงำโลกให้เป็นเจ้าโลก ตามที่เขาเคยยกใครเป็นเจ้าโลก โดยสร้างรูปประชาธิปไตยที่ดูดี ว่าเป็นประชาธิปไตยขาเดียวเท่านั้น ซึ่งมันเลยเถิด เลยความจริง เลยความรู้ไปเป็นธรรมชาติ เป็นลักษณะ 1 ซึ่ง ภาวะของเทวะจะต้องมี 2 มีกายภายนอกกับภายในไปเสมอๆๆ เป็นคู่เอก เทวะกับกาย เป็นคู่เอกของพยัญชนะและสภาวะสัจจะของมนุษย์ ทั้งมนุษย์ทั้งสังคมไปตลอด อาตมาก็ยังอธิบายธรรมะไม่เก่งเท่าไร แต่ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นพวกเราตั้งใจดีๆ เถอะ 1. อยู่อย่างสุขสำราญเบิกบานใจ ไม่ตายง่าย สุขภาพร่างกายไม่ทรุดโทรม เหลวไหลอะไรจนเกินการ ไม่ตายง่ายๆ จะได้บำเพ็ญต่อไปด้วย เพื่อยืนยันพิสูจน์สัจธรรมของพระพุทธเจ้าด้วยว่ามนุษย์โลกสุดยอดที่จะค้นพบ มนุษย์กับสังคมจะเป็นสังคมที่ดีที่สุด ประเสริฐที่สุด มีวัฒนธรรมมีแบบอย่างมีทฤษฎี ท่านตรัสรู้สุดยอดมาหมดแล้ว พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ถ่ายทอดกันมาจนเป็นพระสมณโคดมองค์สุดท้าย อาตมาก็เป็นโพธิสัตว์ที่รับสืบทอดถ่ายทอดมาด้วย มีพระเจ้าแผ่นดินรัชกาลที่ 9 ด้วย ซึ่งท่านก็ดำเนินทางรูป อาตมาดำเนินทางนาม ทางปัญญา ท่านทำทางเจโต ก็เป็นคู่กันมาทำ ที่พูดนี้ไม่ได้ยกตนข่มท่าน ไม่ได้ตีตัวเสมอ แต่พูดตามสัจจะความจริง เป็นวิชาการ ไม่ใช่อาตมาอยากจะใหญ่ อยากจะโต อยากจะอวด อยากจะยกตนเสมอท่านอะไร ไม่ใช่ ใครฟังแล้วฟังขึ้นก็ว่าไป ใครฟังไม่ขึ้นก็จะว่าแก้ตัวก็แล้วแต่ คนไม่ศรัทธาไม่เชื่อถือ คนเชื่อถือศรัทธาก็ตามแสวงหา ตามหาความจริง ก็ค่อยๆรู้ความจริง แล้วพวกเราก็จะช่วยอาตมา เพราะอาตมานั้น ผู้ที่อายุสั้นก็คือพวกปัญญา พวกอายุยาวคือพวกเจโต มันเป็นธรรมดาธรรมชาติ แต่ที่นี้มายุคนี้ อาตมามาทางปัญญา อาตมาจะต้องอายุให้ยาว ในหลวง ร.9 เจโต ท่าน 89 ปีก็สิ้นไปแล้ว จะมา 89 แล้ว ปีที่ 89 เดือนที่ 5 แล้ว จากวันที่ 5 มา เดี๋ยวถึงธันวาก็ย่างขึ้นเดือนที่ 6 อาตมาจะมาพิสูจน์ซึ่งมันผิดนะ เจโตจะยาวปัญญาจะสั้น แต่อาตมาปัญญาจะต้องให้เกิน 89 ไปได้มากเท่าไหร่ก็มาก มันก็จะสลับพวกนี้ซึ่งเป็นความซับซ้อนที่ลึกซึ้ง คัมภีราที่เป็นเรื่องของสัจธรรม ทั้งๆที่ขันธ์ร่างกายอาตมาก็ไม่ได้ดีกว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 เท่าไหร่หรอก ตาข้างเดียวเหมือนกัน อะไรอย่างนี้ หลายอย่างคล้ายๆกัน แต่มันก็ต้องพิสูจน์ สัจธรรมพวกนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องพูดเล่น ไม่ใช่เป็นเรื่องสมมุติ กำหนดลิเกละครอะไร แต่มันคือสัจจะที่บอนทูบี เป็นสัจจะที่ตถตา เกิดอย่างนั้นต้องเป็นอย่างนั้นเป็นอื่นไปไม่ได้ ตัวบุคคลก็ต้องเป็นบุคคลจริง พฤติกรรมที่จะต้องมาต่อภพภูมิของตัวเอง ผู้ที่เข้าถึงขีดหนึ่งแล้วมันไม่แปรเปลี่ยน มันต้องเป็นอย่างนี้ ไม่เป็นอย่างนี้มันไม่ใช่ เพราะท่านกำหนดมาแล้วบอนทูบี จะต้องเกิดอย่างนี้จะต้องเป็นอย่างนี้ ไม่เช่นนั้นมันไม่ใช่หรอก อย่างอาตมารู้ตัวเกิดมาปางนี้จะต้องมีอุปสรรค จะต้องต่อสู้อะไรต่ออะไร เพราะความรู้โลกุตระมันได้เสื่อมไปหมดแล้ว ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านไม่ได้อธิบายแต่ท่านลุยทำรูปธรรมอย่างเดียว จนกระทั่งทำมา 70 กว่าปีก็ได้ผล คนก็มีธาตุรู้ มีปฏิภาณปัญญา ก็พอจะรู้พอจะเข้าใจไปทั่วโลก จนกระทั่งได้รางวัล เขาก็ไม่รู้เขาให้รางวัลอะไร แต่รู้สึกว่ามันจะดีแน่นอน รางวัลที่ในหลวงได้ “พอเพียง” ทางตะวันตกเขาก็เป็นเทวนิยม ทฤษฎีโลกุตระเขายังไม่ได้ แต่เขาก็เริ่มรู้แล้วมันมี อัญญธาตุ กระจายออกไปเรื่อยๆ อย่างจีนมี อัญญธาตุ แพร่เข้าไป เป็นมวลใหญ่ แล้วก็ทำกันเป็นหมู่ แม้จะเป็นสภาพ สัมโภคกาย เป็นหมู่รวมทำเป็นอุปาทานหมู่ คือ มันยังไม่เกิดปัญญาแท้ แต่มันเริ่มมี อัญญธาตุ ที่เป็นโลกุตระ เข้าไปเป็นตัวปฏิกิริยาอยู่ในประธานคือจิตวิญญาณที่เป็นประธานสิ่งทั้งปวง มันก็เลยรู้ว่า มาลักษณะนี้แหละ เป็นลักษณะที่เขารู้ลึกๆแล้วว่า 1.มารวมตัวกัน ผนึกรวมตัวกัน เสมอสมานกัน คำนี้ก็ยาก สมานัตตตา ปรองดองหรือเสมอสมานกัน มันก็ไม่ง่าย เพราะฉะนั้น สัพเพสัง สังฆภูตานัง สามัคคี วุฑฒิสาธิกา ความพร้อมเพียงด้วยชนที่เป็นหมู่ ย่อมยังผลสำเร็จ นี่เป็นความรู้เกิดปฏิภาณปัญญารู้ จีนรู้ดีแล้ว จีนเป็นมวลชนหรือประชากรของประเทศที่เป็นปัญญา เพราะฉะนั้นจะรู้ว่าอะไรเจริญ อะไรที่จะต้องเร่งรัดพัฒนามันจะรู้ได้ง่าย แล้วก็จะเจริญก้าวหน้าไปอีก ปรุงแต่งกันขึ้นไป เป็นสายปรุงแต่งเป็นสาย อุปจยะ แต่อินเดียเป็นสายที่เสื่อมเป็นสาย ชรตา เพราะฉะนั้น สันตติ แบ่งกัน ระหว่างจีนกับอินเดีย สันตติคือตัวกลาง สันตะ สันติ คือตัวกลาง แล้วก็แบ่ง เกิดปฏิภาณปัญญา ปฏิภาณปัญญาของอินเดียเป็นในเชิงสมถะ ปฏิภาณปัญญาของจีนไปในทางพุทธิปัญญา อันโน้นเป็นศรัทธาจริต อันนี้เป็นพุทธิจริต จีนเป็นพุทธิจริตคือ จริตมาทางปัญญา ท่านไม่เรียกว่าปัญญาทีเดียว เรียกว่า ธัมมานุสารี แล้วค่อยมาเรียกว่าเป็นปัญญา สรุปแล้วไม่ต้องแข่งกันรวยเท่าไหร่ แต่จีนเขายังอยากรวยกันอยู่ เขายังจะรวย เพราะเป็นธรรมชาติของโลกีย์โลกธรรม เขายังสูงอยู่ ไทยเรานี่แหละจะเข้าใจว่าจะต้องมาจน แม้แต่สีจิ้นผิงเขาก็ยังไม่กล้าที่จะพูดว่า ให้ประชาชนเขามาดำเนินแบบคนจน สีจิ้นผิงก็ยังไม่กล้า ยังไม่เจริญ หรือว่า แต่เริ่มมีแล้วล่ะ แต่ยังไม่ออกมา ภูมิธรรมยังไม่ออกมาจนกระทั่งเป็นภายนอก หรือออกมาอย่างชัดเจน จนกระทั่งเขาเป็นผู้นำประเทศนะ ถ้าเขากล่าวนี้คำไหนคำนั้นนะ อย่างในหลวง ท่านกล่าวให้เอาแบบคนจน แล้วไม่ได้กล่าวกับคนทั่วไป มีรัฐมนตรีเกาหลีมาถาม บอกว่า นายกของเขาที่เป็นเพื่อนกันฝากมาถามว่าจะบริหารประเทศแบบไหน เขาอยากจะรู้ว่าประเทศไทยบริหารแบบไหน ทางเกาหลีนี้รู้ก่อน อย่างอาตมานี่ได้รางวัลจากเกาหลี เขาจะรู้แล้ว โลกุตระ สันติแบบอาริยะ สังคมแบบอาริยะ เขาเริ่มรู้แล้ว เพราะฉะนั้นเมื่อฝากมาถาม ในหลวงก็บอกว่า บริหารแบบคนจน แต่ท่านเป็นสาย เจโต ท่านก็อธิบายไม่ค่อยมากเท่าไหร่ แต่ถ้าอาตมาสาธยายคนนั้นหูหักแน่นอนรัฐมนตรีคนนั้น อาตมาสาธยายได้มากกว่าเพราะเป็นสายปัญญา ไม่ใช่สายเจโต อันนี้ไป อาตมาว่าเขาก็ฟังรับไปเขาก็ไม่กล้าที่จะพูดว่า มาเอาแบบคนจน ไม่กล้าหรอก ก็เลยได้พูดแต่ปาก ความลึกซึ้งซับซ้อน ที่ยัง ignore แล้วมันหนักไปทาง ignorance คือไปข้างที่ไม่รู้ปฏิเสธ แต่ ignore ยังเป็นภาวะปัจจุบัน เป็น continue ยังเป็น เนวสัญญานาสัญญายตนะ จะรู้ก็ไม่ใช่ จะว่าไม่รู้มันก็รู้นะ มันยัง ignore อยู่ แต่ไปเข้าใจเป็น คำนาม ignorance ไป 651125 นวนิยายโลกุตระที่เราอย่ารีบตายก่อนได้ดู พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราช