สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน วิธีลดความโกรธและการถือสา.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์767 KB
วันที่แก้ไข8 มิถุนายน 2569

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน วิธีลดความโกรธและการถือสา _หนูอยากถามว่าเราจะลดความโกรธได้อย่างไรคะ เมื่อเราเราโมโห เอาแต่ใจตัวเองค่ะ พ่อครูว่า..พระพุทธเจ้าสอนว่า เอาแต่ใจตัวเองมันบำเรออัตตา เรามีอัตตาใหญ่อัตตาโตดีไหม ก็ไม่ดี เพราะฉะนั้นอย่าไปบำเรอ ให้อาหารมัน มันต้องการอย่างไรก็ให้อาหารมัน มันก็โตขึ้นๆ เอาแต่ใจ มันไปอยากได้อะไร ชอบใจอะไรก็ให้มัน มันอยากได้อารมณ์โกรธก็ให้โกรธมัน มันอยากได้โมโหก็โมโหให้ มันก็อัตตาโตขึ้น เราก็ไปทำอย่างไม่ดี อัตตาก็โตขึ้น มันไม่ดี เพราะฉะนั้นเราก็พยายาม 1.บังคับมันเลย ไม่เอา อย่าไปตามใจมันสิ 2.โกรธนี้ ร้อนนะ แล้วเราชอบร้อนหรือ ไม่ชอบเย็นหรือ 3.โกรธนี้สร้างสรรหรือทำลาย ก็ทำลาย หาเหตุผลให้มันที่มันไม่ดี อารมณ์โกรธมันไม่ดี รุนแรงทำร้ายก็ได้ อะไรต่างๆนานาสารพัดที่จะเกิดจากความโกรธ ให้เกิดความบรรลัยจักรเลย ก็ยิ่งแย่ใหญ่ เพราะฉะนั้นเราจะต้องหยุดมัน สรุปง่ายๆว่าความโกรธไม่ดี ไม่ต้องพิจารณาอะไรอีกก็ยังได้เลย มันเกิดมาเมื่อไหร่ก็ 1. กดข่มด้วยเรี่ยวแรง อย่าให้มันเกิด 2. รู้ให้ได้ว่ามันดีหรือไม่ดี เราจะเอาดีหรือไม่ดี หากจะเอาไม่ดีก็โกรธเข้าไปโกรธเข้าไป อัตตาโกรธจะได้ใหญ่ เราจะเอาดี เราต้องทำตรงกันข้าม อย่าให้มันเกิด อาการโกรธมันเป็นอย่างไร อ่านอาการ ลิงค นิมิต อุเทศ ดีๆ อาการความโกรธเป็นอย่างนี้เอง อย่าทำอาการนั้น รู้ตั้งแต่อาการนั้นหยาบ อย่างนี้โกรธแท้ๆชัดๆ ก็เลิก เบาลงมาก็น้อยลงเบาลง กลางๆก็เลิกอีก มันเหลือนิดน้อยก็ยังเป็นอาการก่อน ก็ต้องเลิกมันให้ได้อีก อย่างนี้แหละให้มันเบาบางเศษธุลีละอองอย่าให้มันมี เราก็หยุดโกรธได้ เข้าใจชัดเจนไหม ต้องทำ จิตใจเราจะหมดความโกรธ ต้องทำต้องฝึกต้องพยายามต้องอ่านใจเรา ความรู้อย่างนี้ที่หลวงปู่ว่าต้องพยายามทำใ

อ่านต่อ

ห้จริง ปัญญานั้นเป็นตัวสำคัญ หากรู้ด้วยปัญญาว่าเรามีความโง่ พลังงานปัญญาจะมีประสิทธิภาพสูงสุด ไปลดความโกรธ อาการโกรธจะฝ่อลงไปเลย พลังปัญญาเรามีประสิทธิภาพมีความสูงแรง เรียกว่าทำฌาน หรือพลังไฟฌาน พลังงานในระดับที่ลดไฟแห่งความโกรธ ไฟราคะโทสะโมหะ มันลดได้จริงๆ มันเป็นพลังงานทางจิต เราเป็นผู้สร้างพลังงาน เราต้องทำเองเราต้องสร้างพลังงานนี้ให้แก่ตัวเอง สร้างจิตของเราสร้างพลังงานจิต ใครสร้างให้เราไม่ได้ พระเจ้าก็สร้างให้เราไม่ได้ พระพุทธเจ้าก็สร้างให้เราไม่ได้หรอก ก็ต้องสร้างเอง อย่างไรก็คนอื่นสร้างให้ไม่ได้ พระเจ้าก็สร้างให้ไม่ได้ พระพุทธเจ้าก็สร้างให้ไม่ได้ หลวงปู่จะสร้างให้ได้ไหม อย่าไปฝันว่าจะสร้างให้ได้ ไม่มีหวัง ต้องทำเองต้องฝึกเองสร้างเองจนสร้างเป็น แล้วก็สร้างให้ชำนาญ สร้างเก่งทำได้เร็ว ทำได้เด็ดขาดทำได้ทันที เรียกว่า มุทุ เร็วได้จริง ปัญญารู้เร็ว ตัวจิตก็ทำได้ อย่าให้มีอาการโกรธได้อย่างเร็ว จนเป็นอัตโนมัติมันไม่มีอาการโกรธเกิดเลย กระทบกระแทกด้วยเหตุที่มันเคยโกรธ เหตุมันก็แรงขึ้นสูงขึ้น เหตุมันกระทบยิ่งแรงยิ่งสูงเท่าไหร่มันก็ไม่เกิดความโกรธนั่นจึงชนะ ชนะๆ เพิ่มขึ้นด้วยเรื่อยๆ ฟังเข้าใจไหม เข้าใจได้ไม่ยากแต่ก็ต้องทำ อย่าไปนึกว่าเราไม่เก่งทำไม่ได้ เราไม่เก่งเราก็ต้องยิ่งพากเพียร เราไม่มีพื้นมาเลย เรายิ่งต้องขวนขวายพากเพียรขยันทำไป ไม่เช่นนั้นก็ไม่ได้ฝึกจนเป็นคนประเสริฐคือไม่มีความโกรธ คนยังมีความโกรธก็ยังไม่ประเสริฐ _การทำดีทำชั่ว จะปรากฏจริงหรือเปล่าคะ พ่อครูว่า...ก็จริงสิ การทำดีทำชั่วไม่ปรากฏได้อย่างไร หากเราไปทำชั่วมีกายกรรม วจีกรรม มโนกรรมเป็นความชั่ว เราเคยทำไหม บางทีเราก็รู้ว่ามันไม่ดีมันก็ยังบังคับไม่ได้ เราก็ยังไปทำไม่ดีทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่ดีเราก็ยังทำเลย เห็นไหมว่ามันปรากฏจริงหรือเปล่า ก็จริง ทุกคนเคยมีทั้งนั้น ต้องเรียนรู้และฝึกเลิก ทำจนกระทั่งหยุด หลวงปู่นี้ฝึกมาจนกระทั่งทุกวันนี้ก็แน่นอน หลวงปู่ไม่ได้โกรธอะไรเลย อาการเศร้าในจิต อาการแค้นเคือง มันไม่เคยเป็น ไม่เคยมี ไม่เคยไปแค้นใคร ไม่เคยเคืองใคร ไม่เคยพยาบาทถือดีจองเวรใคร คนนี้ทำกับเราไม่ดีมาก่อนเราก็จะไปแก้แค้นอย่างนี้ ไม่เคยมี ในชีวิตหลวงปู่ตั้งแต่เป็นฆราวาสมาจนถึงปัจจุบันนี้ก็ตาม ก็ไม่เคย มีแต่พยายาม คนอื่นมาเคืองเรา เราก็มีแต่พยายามจะไปคุยกัน มีเรื่องอะไรที่จะถือสาเราว่าเราไม่ดีอย่างไร จึงมาคิดไม่ดีทำไม่ดี เพื่อนหลายคน เราก็ไม่เคยโกรธใคร ใครจะมาโกรธมาแกล้งเรา เราก็คิดว่ามาแกล้งว่าทำไม มีอะไรก็พูดกันดีๆได้ หลวงปู่ก็ใช้วิธีไปพูดกันดีๆ จนสุดท้ายเพื่อนที่เคยมีอาการอย่างนี้ก็หยุดเลย เขาก็ไม่ทำอะไรต่อร้ายแรงอะไร จนมาถึงชอบพอกันด้วย ตอนแรกก็มาโกรธเคืองถือสา หลวงปู่ก็พยายามประสาน พยายามแก้ไขให้เขาเข้าใจ จนเขาเลิก _ทำอย่างไรจะไม่ถือสากับเรื่องเล็กๆน้อยๆ กับเรื่องนั้นเรื่องนี้จนมันปวดหัว ต้องมีอิทธิพลอำนาจในชีวิตเรา พ่อครูว่า...รู้ว่า เขาก็ไม่มีอำนาจอิทธิพลในชีวิตเรา แต่เราก็เอาสิ่งนั้นมาเก็บมาคิดจนปวดหัว ทำอย่างไรจึงไม่ถือสาเรื่องเล็กๆน้อยๆ แล้วเอามาเก็บไว้อีก เอามาคิดมากอีก แสดงว่าโง่ซ้ำซ้อน โง่ซ้อนซ้ำหลายชั้น นี่รู้ทุกอย่างแต่ไม่ทำ ถือสาทำไมเรื่องเล็กๆน้อยๆ พอเอามายึดไว้มันก็ไม่น้อย มาติดยึดที่เราก็ไม่น้อยแล้ว เรื่องนั้นเรื่องนี้เอามาคิดมาก ปวดหัวอีก จะโง่ไปถึงไหน ทำเองทั้งนั้นเลย ก็เขาไม่ได้มีอิทธิพลอำนาจในชีวิตเรา แต่เราเองไปหลงตัวเอง ทั้งที่ไม่มีอะไร เป็นอวิชชาความโง่ของตัวเอง ก็รู้ให้ได้ว่าเราโง่ แล้วเอาเก็บไว้ทำไม เอาเก็บไว้ให้ปวดหัว เขาก็ไม่มีอะไร ไม่มีอิทธิพลอำนาจเหนืออะไรเรา ก็เห็นว่าเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ สมณะเดินดินว่า..คงเป็นเพราะว่าคิดบ่อยๆในเรื่องเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ พ่อครูว่า...ที่ถามมาก็รู้ตัวดีมีปฏิภาณปัญญา แล้วมันก็ไม่มีอิทธิพลอะไรกับเรามากแล้วเราก็สะสมความคิดอย่างนั้นบ่อยๆ ก็ต้องปล่อยวางเลิกสิ่งที่ไม่ดี สรุปแล้วรู้ให้ได้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี อย่าให้มีในความคิดในสมองเรา อย่าให้มีในอารมณ์ของเรา

610601_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบคำถามให้รู้แจ้งว่าชีวิตเกิดมาเพื่ออะไร

610601_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบคำถามให้รู้แจ้งว่าชีวิตเกิดมาเพื่ออะไร อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://drive.google.com/open?id=1bG13zhFlyVR3H69vCHVGpBoYgrbvIz5lqj4Me9gY27w

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน