สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน คนปกติคือคนมีศีลมั่นคงยั่งยืน.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน คนปกติคือคนมีศีลมั่นคงยั่งยืน _สมณะพอจริง.....คน มี 2 ประเภท คือ 1.คนทั่วไป อยู่ที่ โลกียะ(โลกอบายภูมิ6 โลกกามคุณ5 โลกธรรม8 โลกอัตตา3) เดินทางสาย อปรโคยานทวีป(เคหสิตเวทนา) สะสมกรรม ไว้ที่ ปุพพวิเทหทวีป(อกุศลวิบาก) จุดหมายปลายทางอยู่ที่ ดาวดึงส์(อมนุษย์ สมมุติเทพ 6 อบายภูมิ 4) 2.คนปกติ อยู่ที่ โลกุตระ(เหนือโลกทั้ง4 ทั้งเสขะและอเสขะ) หรือ ชมพูทวีป(สุรภาโว คือสุขภาพแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ สติมันโต คือ รู้ตัวในขณะสัมผัสนอกที่เป็นสมมุติสัจจะ และ สัมผัสในที่เป็นปรมัตถสัจจะตั้งแต่วิญญาณ เป็นต้นไป อิธพรหมจริโยวาโส คือ สามารถพัฒนาตนเองให้อยู่ในพรหมระดับต่างๆได้) เดินทาง อมรโคยานทวีป(เนกขัมมสิตเวทนา) สะสมกรรม ไว้ที่ ปุพพวิเทหทวีป(กุศลวิบาก) จุดหมายปลายทางอยู่ที่ อุตรกุรุทวีป(มนุษย์ อุบัติเทพ วิสุทธิเทพ) สะสมกรรมไว้ที่ ปุพพวิเทหทวีป ใช่ไหม เรียงลำดับอย่างนี้ถูกไหม คนทั่วไป คือ คนไม่มีศีล ได้แก่ ปุถุชนและกัลยาณชน คนปกติ คือ คนมีศีล ได้แก่ อาริยะชนนับจากเสขะไปจนถึงอเสขะ
พ่อครูว่า...ไม่ปกติคืออะไร บางทีก็มีศีล บางทีก็ไม่มีศีล แล้วเวลาที่ไม่มีศีลมากกว่านะ มีแต่ผีเข้าผีออก…. เข้าไปเป็นผี ออกไปเป็นเทวดาก็พอทำเนา แต่ถ้าเข้าเป็นเทวดา ออกมาเป็นผีก็ไม่ดีแน่ ยิ่งซวยหนักเข้าไป
ต้องเริ่มตั้งแต่มีมิตรดี พาให้มีศีล อาตมาภูมิใจที่ทำให้คนมีศีลมารวมกันเป็นหมู่บ้าน ต่อมามีหลายหมู่บ้านจะเป็นเครือแห ถ้าเครือแหนี้อยู่ในตำบลเดียวกัน จะมีความชัดเจนเป็นรูปธรรม ที่สวยงามมาก จะทำให้เกิด มีพลังฤทธิ์มีผลต่อระดับอำเภอ อาตมาถึงสาธุ อยู่ต่อไปอย่างแย่ 125 อย่างดีเอา 151 ปี อาตมาทุกวันนี้รู้สึกว่า ถ้ากระเสือกกระสนไปถึงอายุ 96 ต้องฉลองแน่เลย ตอนนี้กำ
อ่านต่อ
ลัง 83 84 ครบนักษัตร ถ้าไปอีก 12 ปี 96 ปี ก็ฉลองแน่ แม้แค่ 90 นี้ก็คงฉลองชัยกันแล้ว ถ้ายิ่งไปถึง 108 ไปอีกนักษัตร ก็ต้องเข็นต้องฝืนกัน เพราะว่าอาตมาพากเพียรพิสูจน์ โพชฌงค์ของพระพุทธเจ้าต่ออายุ ด้วยความพากเพียรใช้ธรรมะพระพุทธเจ้า อธิบายได้ยากมากว่าเดินโพชฌงค์อย่างไรให้อายุยืนยาว ไม่ป่วยเจ็บหรือป่วยเจ็บก็รอด แต่จะมีอีกอย่างหนึ่งคืออุปัทวเหตุ อันนี้ยากกว่า พยายามพากเพียรที่จะแก้อายุขัย เสริมสร้างอายุขัย ถ้าเป็นอุบัติเหตุเขาเรียกว่ากรรมตัดรอน ภาษาบาลีว่าอุปฆาตกรรม ถ้าคุณไม่มีญาณข้ามโคตร หรือญาณครอบโคตร ไม่มีอัญญา ไม่สามารถข้ามเขตโลกียะมาได้ ไม่ปกติของปุถุชนคือคนบ้าแต่ไม่ปกติของอาริยชน คนปกติคือคนมีศีลมั่นคงยั่งยืน คนไม่ปกติ คือไม่มีศีลหรือมีบ้างไม่มีบ้างไม่แน่นอนยั่งยืน แต่ถ้ามีเที่ยงแท้ แล้วแวบวาบน้อยก็ยังดี แต่นี่แวบวาบมาก มีศีลน้อย คนที่จะอุตสาหะวิริยะ ทำให้ตนเจริญ ยิ่งรู้จักลำดับ เอาตั้งแต่ศีลข้อ 1 ก่อนจะศีลข้อ 1 เอา สี่หน้านี้ก่อน…. ดีขึ้นนะ เดี๋ยวนี้มีคนฟัง มีหน้าเก่าบ้าง แต่ก็แน่นอนทุกวันนี้สอนกันยาก คนมาเข้าห้องเรียนนี้ได้ไม่ใช่คนธรรมดานะ พูดไปแล้วอย่าหลงตัวเองนะ ท่านพอจริงนี้ก็เรียงลำดับไว้ถูกต้อง ท่านละเอียดลออดี อมรโคยานคือเนกขัมสิตเวทนา ถ้าอปรโคยานคือเคหสิตเวทนา ทั้งสองสั่งสม ที่ปุพวิเทหทวีปเหมือนกัน แต่อันหนึ่งสั่งสมกุศล อีกอันสั่งสมอกุศล ซึ่งกุศล เป็นสมบัติผลัดกันชม แต่บุญเป็นโลกุตระไม่วนเวียน จบแล้วไม่วนเวียน โลกียะเท่านั้นที่วนเวียนเป็นโลก วนไปวนมาไม่จบ แต่โลกุตระไม่วน สมมุติเทพจะวนไปวนมาระหว่างเทพกับนรก แต่อุปปัตติเทพนี้จะไม่วนเวียน ทำให้จิตวิญญาณเกิดได้ด้วยโลกุตรธรรมอาริยธรรมของพระพุทธเจ้า เมื่อรู้จักเส้นทางกระแสของโลกุตระ โสตาปันนะ จะรู้จักเวทนาสอง ทำตั้งแต่พ้นสีลลัพพตปรามาส พ้นสังโยชน์3 ได้เป็นส่วนบุญ รู้สัจญาณ ทำกิจญาณ จนทำได้เป็นกตญาณ วิเทหะคือเป็นแท่งทึบเพราะคนอวิชชา อยู่ในอวกาศมันมีสารพัด คนไม่มีปัญญารู้ในอวกาศก็ไม่รู้เรื่องว่ามีอะไร เพราะไม่มีแสงให้มองเห็น แม้มีแสงก็พร่ามัว ต้องหยิบมาแต่น้อย ตั้งแต่จักรวาลน้อย ต้องมีดาว 9 ดวงเป็นต้นไป ทุกวันนี้เขาว่าจักรวาลที่โลกเราอยู่นี้ มันหายไปดวงหนึ่งแล้ว เก้าดวงนี้คือสามเส้า จะเรียกว่า หมู่ของดาวเคราะห์ ต้อง 9 ดวง จึงเรียกว่าจักรวาล 1 ถ้าไม่สามเส้าจะไม่ครบ ถ้าเหลือ 8 จะเป๋ ยิ่งเหลือ 7 เหลือ 6 ก็แย่แล้ว เพราะฉะนั้น 9 ดวงเป็นสามสังขยาเลขนะ เรานับ 3 ก็เป็นหนึ่งจักรวาล หนึ่งเอกภพ หนึ่งวงวน แม้แต่พีชธาตุก็มีสาม จะออกมาเป็นจิตนิยามก็มี 5 6 ก็ต้องพยายาม มีพลังงาน Coefficient ของตัวเองเพิ่มขึ้นจนกระทั่งเป็น 7 ก็นิยตะ อย่างนี้เป็นต้น
แก้ของท่านพอจริง คนทั่วไปคือคนไม่มีศีล เรียกว่าปุถุชน และก็กัลยาณชน แต่กัลยาณชนมีรายละเอียดลงไปอีก แต่ปุถุชนนี้ไม่แน่นอนแน่ ไม่ได้มีศีลมั่นคงอะไร กัลยาณชนสามารถมีศีลได้บ้างแล้ว สามารถตั้งใจปฏิบัติ ให้ศีลสั่งสมลงไปแข็งแรงมั่นคงได้เหมือนกัน ได้ยาวนานเหมือนกัน แต่ไม่มีปัญญา อัญญา ไม่มีบุญ ไม่สามารถชำระกิเลส ไม่รู้จักกิเลสอย่างเป็นลำดับ เหมือนศาสนาพุทธ ต่อให้กดข่มเก่ง สามารถ แต่ไม่เที่ยงแท้ ไม่สามารถทำเป็นเบื้องต้นท่ามกลาง บั้นปลาย เป็น สัจญาณ กิจญาณ กตญาณ ไม่สามารถจบได้เป็นลำดับอย่างน่าอัศจรรย์ คนทั่วไปคือคนไม่มีศีล หรือมีศีลบ้างเป็นกัลยาณชน แต่มีได้แค่กุศล ไม่ถึงบุญ กุศลที่สูงสุด ศีลที่เป็นกุศลย่อมยังให้ถึงความเป็นอรหัตผลไปโดยลำดับ เพราะถ้าศีลที่ไม่เป็นกุศลเลยก็ยังไม่เป็นลำดับอะไรได้ แม้เป็นกุศลที่ค่อยๆเจริญไปจนสุด ปลายกุศลคือการรู้จบ รู้จักกิเลสตัดกิเลสได้ ถ้าเริ่มรู้จักกิเลส ก็ทำลายกิเลสได้ เป็นบุญไปตามลำดับ กุศลเจริญเริ่มต้นเป็นพระโสดาบัน เริ่มต้นมีส่วนบุญนิด เช่นพ้นสักกายทิฏฐิ พ้นวิจิกิจฉา พ้นสีลพตปรามาส ได้ พ้นจักรวาลน้อย 3 องค์ได้รอบหนึ่งแล้ว เป็น cyclic order เริ่มต้น โสตาปันนะ เข้ากระแส ไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา อวินิปาตธรรม แต่ยึกยักแช่ ดีไม่ดีโสดาบัน ลงไปเละกับโลก ถึง 7 ชาติ 7 รอบ ไม่ใช่เกิดจากท้องแม่ 7 รอบนะ แต่เป็น 7 วัฏฏะ เพราะฉะนั้น เที่ยวไปเละเทะ โสดาบัน วัฏฏภิรตโสดาบัน อย่างเช่นนางวิสาขาไม่ลงไปหาอบายมุข มีโสดาบันบางอย่างไปเปื้อนกับโลกียะแล้วก็วนไปได้ แต่พวกนี้ถ้าไปวนสู่โลกียะ วนไปได้ 7 รอบเท่านั้นแหละ เรียก สัตตักขัตตุปรมโสดาบัน ถ้าเกิน 7 รอบนี้ ไม่ใช่โสดาบันแล้ว เป็นโซดาไปเติมอะไรแล้ว ถ้าใครกิเลสตกเกิน 7 รอบไม่ใช่โสดาบันแล้ว ระวังคนมาอโศกเข้ามาเกิน 7 ครั้งก็ยังมาไม่ได้ มันไม่ใช่โสดาบันแล้ว ที่อาตมาว่ามาศึกษา 7 ครั้งถึงบริจาคได้ก็เอาหลักนี้มาใช้ คนทั่วไปไม่มีศีลหรือมีศีลไม่เที่ยงแท้เป็นกัลยาณชน เพราะไม่มีอำนาจพลังงานระดับบุญ ไม่มีญาณปัญญาที่เกิดอัญญธาตุ จิตยังไม่เข้ากระแส ดีได้ถึงเป็นศาสดาเทวนิยมได้ยิ่งใหญ่แต่วน ไม่รู้จั ก จิตเจตสิกรูปนิพพาน ไม่รู้รายละเอียดของปรมัตถธรรม อาจรู้แต่สับสน เรียงลำดับไม่ได้ เป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ไม่ได้ อาจดีได้จนหลงเป็นนิรันดร หลงสูงสุดคือได้ถาวรนิรันดรแล้วเป็นศาสดานะ แต่ของพุทธไม่มีนิรันดร มีอนัตตา อัตตานิรันดรไม่มี เพราะศาสนาพุทธอนัตตาไม่นิรันดร์มีที่สุด ของโลกียะเทวนิยมมีแต่ดีกับชั่วไม่รู้จักตัวตัดขาดหลุดพ้น ไม่รู้จักสุญญตา อนัตตา ศาสนาพุทธนี้ดีได้ด้วย อย่างเที่ยงแท้ ไม่วนเดี๋ยวต่ำเดี๋ยวสูง ดีๆชั่วๆ สมบัติผลัดกันชม แต่ของพุทธโลกุตระดีได้เที่ยง ไม่วนต่ำอีก เป็นขั้นๆไป เหมือนในจอกน้ำมีฝุ่น จับตัวฝุ่นได้ก็เอาออกทีละฝุ่น จนฝุ่นไม่เหลือเลย จะกวนน้ำอีกเท่าไหร่ก็ใสไม่ขุ่น แต่ของทางนั้นไม่ได้เรียนเม็ดของฝุ่นของกิเลส แต่กดข่มได้แน่นแข็ง สึนามิมาไม่เคลื่อนเลย แผ่นดินไหวก็ไม่แตกเลยนอนก้นแก้ว ต้องมหาสึนามิถึงแตกมีฝุ่นมาบ้าง เรื่องของเวลานี้ยาวนานอย่าไปพูดถึงเลย เทียบกัปป์แต่ละกัปป์ยาวนานมากเลย ช่องนี้ถึงได้เปิดเพลงก่อนสิ้นแสงตะวันบ่อย ระวังวัยและวันจะผ่าน คนปกติเป็นกัลยาณชนได้ แต่ไม่เที่ยง ของพุทธโสดาบันนี้เที่ยงไประดับหนึ่งแล้ว สกิทาฯนี้ยาว กรอบยาว จนกว่าจะหมดกามภูมิ ก็เป็นรูปภูมิ อรูปภูมิ เป็นอนาคามี แต่เสร็จแล้วมีสัจญาณ กิจญาณ กตญาณ ของพุทธจึงมีที่จบ คนปกติของพุทธคือคนมีศีลได้แต่กัลยาณชน แต่ท่านพอจริงว่านับคนปกติ นับตั้งแต่เสข ไปถึงอเสข ถ้านับอย่างนี้จะไปตัดของเขาไป อาริยชนคือผู้มีกุศลระดับบุญไปจนหมดบุญ นับแต่เสขบุคคล โสดาฯ สกิทาฯ อนาคาฯ จนถึงอรหันต์เป็นอเสขบุคคล ผู้ที่จบแต่ละบุญๆ จึงเป็นคนที่อยู่กับกุศลเป็นเครื่องอาศัย โสดาฯก็มีกุศล สกิทาฯก็มีกุศลแน่นอน อนาคาฯก็เช่นกัน ได้กตญาณตามแต่ละที่ได้ มีกุศลเป็นเครื่องอาศัย บุญไม่ใช่เครื่องอาศัย บุญเป็นอาวุธ เหมือนเขี้ยวเล็บ พิษ หรือระเบิดปรมาณู ใช้ปั๊บก็หมดไป แม้เล็บก็สึกไป 600807_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ คนปกติคือคนมีศีลมั่นคงยั่งยืน