พลังแห่งความแพ้ พลังแห่งความเสียสละยิ่งใหญ่ที่สุด.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์345 KB
วันที่แก้ไข8 พฤษภาคม 2569

เนื้อหาในไฟล์

พลังแห่งความแพ้ พลังแห่งความเสียสละยิ่งใหญ่ที่สุด ก้าวไกล vs อนุรักษ์นิยม ใครชนะ ปกติผมไม่เขียนเรื่องการเมืองเลย เพราะมีพี่น้องและผู้ใหญ่ที่นับถือ อยู่ทุกพรรค แต่วันนี้จะมาพูดภาพรวมให้ฟังก็พอ ถ้ามองภาพแค่วันนี้ ดูเหมือน ฝั่งอนุรักษ์นิยม จะชนะ เพราะมีทั้ง สว. 250 ทั้งองค์กรอิสระ ช่วยทั้งคะแนนเลือกตั้ง ทั้งรอยุบพรรคด้วยข้อหาประหลาดๆ ซึ่งเอาเข้าจริง ก็ไม่ได้ประหลาดใจเท่าไหร่ เพราะคนระดับนายกสมัคร ยังตกเก้าอี้ด้วยข้อหาทำกับข้าวออกทีวี เรื่องอื่นก็คงไม่ต้องพูดถึง ข้อหาอะไรก็ยัดๆได้หมดแหละงั้น ชัยชนะของฝั่งขวานั้น คือการเป็นรัฐบาลวันนี้ให้ได้ ไม่ว่าจะต้องทำอะไร น่าเกลียดขนาดไหน นั้นคือชัยชนะของเขา ซึ่งเอาเข้าจริง กองเชียร์ขวาก็รู้ แต่ ก็กูได้เปรียบอยู่ ก็เลยลืมๆไปซะ (พ่อครูไอตัดออกด้วย) _สู่แดนธรรม... แต่ถ้ามามองภาพรวม ส่วนตัวผมว่า พวกซ้ายแบบก้าวไกล นั้นชนะทุกกระดานมาเรื่อยๆ โดยที่ฝั่งอนุรักษ์นิยมหลงกลเขาโดยไม่รู้ตัว

ผมไม่คิดว่า ฝั่งพวกซ้าย มีเป้าหมายจะเป็นรัฐบาลในวันนี้ ไม่งั้นจะขาดใจตายเหมือนพวกนักการเมืองรุ่นเก่า

แต่เป้าหมายเขาคือ การชนะใจคนรุ่นใหม่ ให้เกลียดอีกฝั่งแบบชาตินี้ไม่เผาผีกับฝั่งซ้าย อันนี้ เขาทำสำเร็จมาเรื่อยๆแบบที่มี พวกอนุรักษ์นิยม ทำตามบทของเขาแบบไม่รู้ตัว

การที่ใครจะเป็นพระเอกได้ ในบทมันต้องมีผู้ร้าย ผู้ร้ายตามบทหนัง ควรเป็นเผด็จการ บ้าอำนาจ หน้าตาแก่ๆโกงๆ สมุนก็ปากดี แต่ทำงานไม่เป็น มีกลโกงแบบโจ่งแจ้งสารพัด ถือปืน พลิกแพลงกฎเข้าข้างตัว แถกันแบบ คนดูร้องโห่ทั้งโรง อันนี้ พวกขวาทำครบ แถมตีบทแตกแบบ เทคเดียวผ่านมาตลอดหลายปี จนคนดูส่ายหัวทั้งโรง (พ่อครูไอตัดออกด้วย) _สู่แดนธรรม... ก็คอยดูกันต่อไป

_ส่วนพระเอก ต้องหน้าตาหล่อ มีฝีมือ และก

อ่านต่อ

็ต้องโดนรังแก ให้คนเห็นใจ แต่ก็ยังสู้ เพื่อกู้โลก เพื่อประชาชน ต้องโดนเหยียบย่ำในช่วงแรกให้คนดูเอาใจช่วย โดนแล้วก็ต้องลุกขึ้นมาพูดจาคมๆ กระแทกใจคนดูแล้วสู้ยิบตาต่อ คนดูก็เชียร์ สุดหัวใจ ร้องไห้ตาม

อันนี้ พวกก้าวไกล ทำครบ แถมตีบทแตกแบบเทคเดียวผ่าน แม่ยก เชียร์ช่วยทั้งโรงเหมือนกัน

ธนาธรเองก็เคยบอกไว้ว่าตามแผนเขา ใช้สี่การเลือกตั้ง หรือ 16 ปี ในการจะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ถ้าตามแผนเดิมเขา นี่เพิ่งเดินมาแค่ สี่ปี หรือยกแรก แต่ก็ดูเหมือนเขาเดินมาเร็วกว่าแผนของเขาอีก เพราะอนุรักษ์นิยมดันทำทุกอย่างไปเร่งให้เขาชนะ

คนชอบไปคิดว่า การถูกยุบพรรค ทำให้พวกเด็กๆแพ้ กลับบ้านไปเล่นเกม เลิกเล่นดีกว่าไม่สนุกแล้ว แต่ผมคิดกลับด้าน

เด็กๆ พวกนี้ ฉลาดเป็นกรด ผมว่า การรอให้โดนยุบพรรคเป็นหนึ่งในแผนของเขา โถ ประสบการณ์ในอดีต ที่เห็นไทยรักไทย พลังประชาชน นายกสมัคร และอีกมากมาย เด็กพวกนี้ เห็นมาตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่น เที่ยวผับ วันที่เขาวางแผน เขาจะไม่รู้รึ ว่าตัวเองจะโดน ถ้าเป็นผม ใน war room นี่คือ ซีนแรก ที่ต้องวางเลยว่า มันเป็นแบบนี้ 100% เดี๋ยวเราจะโดนยุบพรรค เราจะเก็บซีนอย่างไร ให้ได้ใจคนดู ให้เกลียดอีกฝั่งแบบจับใจ เขาไม่ได้หวังคนแก่ ที่ดัดนิสัยไม่ได้ เขาหวังเด็กๆ รุ่นใหม่ และก็ได้ผลเต็มๆ

วันแรกที่เขาตั้งพรรค อนาคตใหม่ ผมเชื่อว่า ในเวลาหาเสียง 60 วัน ธนาธร ไม่คิดหรอกว่าจะได้ สส. ขนาดนี้ คงกะแค่ เจ็ดแปดเสียง เข้าไปเป็นฝ่ายค้านด่าเก็บดอก ก็หรูพอแล้ว

แต่พวกคนแก่ เล่นใหญ่เกินเรื่อง แถมมีเรื่องยุบพรรคอื่น ที่ทำให้คะแนนไหลไปหา ธนาธร เลยเปิดตัวมาซะ 80 เสียง ตัวคนได้ยังงงเอง แต่ก็ต้องไหลไปตามเกม แถมยังไปตัดสิทธ์ ธนาธร ช่วยให้เขาดังระดับโลกไปอีก ด้วยข้อหาแบบ อัยการไม่ฟ้องภายหลัง

ผมว่าอยู่ในแผนของเขา เขารู้อยู่แล้วล่ะว่าเขาจะโดนไม้นี้และเตรียมไว้แล้ว แต่คงคิดในใจว่าน่าจะโดนข้อหาทำกับแกล้ม ออกยูทูป อะไรมากกว่า ข้อหา ถือหุ้นสื่อที่ปิดไปนานแล้ว

ถ้าธนาธรไม่โดนวันนั้น พิธา ก็ยังไม่ได้เกิด เพราะรัศมี ธนาธร กับ ปิยบุตร ช่อ จะบังไว้ ความดังก็อาจแค่ระดับ หมอวาโย ณ วันนี้

แต่พอพวกคนแก่ ทุบโครม ตามแผนเขา เขาก็ดัน พิธาที่เตรียมไว้ขึ้นทันที และก็ได้ผลสมใจ แถมพิธาตีบทแตกกระจุย ด้วยความหล่อบวกดีกรีมหาลัยระดับโลก แถมไม่เคยตายไมค์ กลายเป็นซุปตาร์ระดับ ยืนหนึ่งแบบไม่มีใครเทียบทันที คราวนี้ เด็กๆ ก็ได้ซุปตาร์ มาเพิ่มฟรี คือ ธนาธร อันนั้นดังติดลมบนไปแล้ว พิธามาเป็นหน้าใหม่ แถมยังมี มือรองๆระดับ โรม วิโรจน์ มาแซมเวที อีกเพียบ ยุบพรรค ตัดสิทธิ์ สส. เด็กๆ เขาไม่สนหรอก แผนเขาเกมยาว เป้าหมายเขาคือ ทำให้คนเห็นว่า พวกคนแก่นั้น น่าเกลียดเพียงใด ทำทุกอย่างได้เพื่อให้ตัวเองมีอำนาจวันนี้แบบไม่สนหน้าอินทร์ หน้าพรหม และก็สมใจ บางคนออกมาบอกว่า ตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยไปก่อน ด้วยมือ 250 สว. และใช้แม่เหล็กดึงเอาทีหลัง แฉแผนโจ๋งครึ่มเหมือนผู้ร้ายในหนังฝรั่งทุนต่ำ ที่ชอบแฉแผนตัวเองก่อนจะฆ่าพระเอกแล้วตายเองตอนจบขนาดนี้ เด็กรุ่นใหม่ 6 ล้านเสียงจะไปไหน นอกจากไปก้าวไกลหมด ไม่เหลือให้พรรคอื่นเลย

แถมตัดสิทธ์ ธนาธร แล้วธนาธรกลับบ้านเลี้ยงลูกซะเมื่อไหร่ ก็ยังเป็นกรรมธิการงบประมาณ เดินอยู่ในสภาแถวนั้นแหละ เพียงแต่ ไม่ได้ติดบัตรเขียนว่า สส. เท่านั้น แต่ความดังทะลุฟ้าไปแล้วระดับอินเตอร์ กลายเป็นตำนานเดินได้ ต้องขอบคุณพวกคนแก่ที่ดันเขามาถึงขนาดนี้

รอบนี้ไม่เข็ด จะเอาข้อหา itv ที่เด็กรุ่นใหม่เกิดไม่ทัน มายัดต่อ เด็กงง ทั้งประเทศ itv มันคืออะไรวะ กระทั่งคุณนิพิษฎ์ ปชป.เก่า ตอนนี้อยู่พลังประชารัฐ ฝั่งตรงข้าม ขนาดเป็นคู่แข่งยังทนดูไม่ได้ ต้องรีบมาปรามกรรมการ บอกไม่หวายๆ เดี๋ยวกองเชียร์หายหมด หนักกว่าซีเกมส์เขมรอีก

คู่แข่งยังทนดูไม่ได้ แล้วคนดูจะทนดูได้เรอะ แต่พระเอกรับคะแนนแม่ยกไปแล้วเต็มๆ

ตอนนี้เด็กๆ คงหัวเราะก๊าก ทำอะไรตามแผนกูหมดเลย

ซึ่งเขาก็รู้ว่า เดี๋ยวพวกคนแก่จะยุบก้าวไกล แหม คนทั้งประเทศรู้ สามล้อ แท๊กซี่รู้ ทำไมเด็กพวกนี้จะไม่รู้ เผลอๆตอนนี้ดีไซน์ โลโก้พรรคใหม่เสร็จแล้ว รอว่าเมื่อไหร่จะยุบกูซะที เร็วๆหน่อย รอไม่ไหวแล้ว จะได้เก็บคะแนนสงสาร เพิ่มอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ และตำนาน เพิ่มความแค้นให้ผู้คน แบบเดือดเกินร้อย สะสมให้รอวันระเบิด

ธนาธร กับพิธา ก็ดังค้างฟ้าไปเหมือนพี่เบิร์ด และปั้นซุปตาร์ตัวใหม่ น่าจะเป็นไอติม หรือ บ่มดีๆ อีกพักยังมี สี่จตุรเทพ มีนไชยนันท์ ที่หล่อราวกับเทพบุตร รวยหมื่นล้าน ถ้าเดินขึ้นมานำเมื่อไหร่ สาวๆตายหนักกว่าพิธา แต่บทยังไม่มา รอคนแก่ ยัดให้อยู่ แต่เดี๋ยวก็มาแน่นอน ไม่มีผิดหวัง

ตัวดีๆ หล่อๆแบบนี้ พวกเด็กๆมีอีกเพียบ แค่ยืนรอบท จากคนแก่เฉยๆ ไม่ต้องทำอะไร ดังแบบข้ามวันได้เลย นักการเมืองพรรคอื่นบ่น กูยืนมาสิบปี เหมือนพี่หนวด พยายามขี่ทั้งม้า แต่งชุดลิเก ยังไม่ดังสมใจ มีแต่คนไปถามว่ารับแก้บนมั้ย ยังไม่ดังได้เท่าเด็กๆพวกนี้ วันเดียวเลย

เอาจริงเข้าผมว่า พิธายังไม่อยากเป็นนายกหรอก แต่ก็เล่นตามบทไหลตามกระแสที่ส่งมา โย่ว นี่คือเสียงของนายก เด็กกรี้ดสนั่น สาวสลบ แต่เอาเข้าจริง เข้าไปเป็นนายกตอนนี้ รับรอง ทำอะไรไม่ได้ เพราะ ขรก. ประจำ ยืนขวางอยู่ ไอ้ที่บอกว่า นักการเมืองโกงกิน ถ้าเอาเรื่องจริง สุดท้ายคือ ขรก. ประจำนี่แหละมากที่สุด นักการเมือง ยังสอบได้มั่ง ตกมั่ง เป็นฝ่ายค้านมั่ง แต่ ขรก. ประจำนี่แหละ กินนาน กินทน กินยันเกษียณ นักการเมืองทำอะไรไม่ได้เลย ถ้า ขรก. ไม่เขียนชง ใส่พานมาประเคนแล้วแบ่งกัน จะให้ รมต. เดินไป เอาเงินสดในกระทรวงกลับบ้านยังไง ถ้าระดับตั้งแต่ ผอ. ยัน อธิบดี ไม่ชงไปให้เซ็น แต่ด่านักการเมืองมันสนุกไง ภาพชัดดี ด่าแล้วเท่ดี ก็เลยเอากันแค่นี้พอ

เกมนี้ถ้ามองกว้างๆ ผมว่า คนแก่ถูกเด็กหลอก เดินตามแผน เขาไปแล้ว เพราะชัยชนะของพวกเด็กๆ เขาไม่ได้ต้องการเป็นรัฐบาลวันนี้เดี๋ยวนี้ เป้าหมายเขาคือต้องการให้รุ่นใหม่รักเขาและเกลียด พวกคนแก่ แบบสุดหัวใจ ซึ่งเขาทำสำเร็จแล้ว โดยใช้มือของพวกคนแก่ ที่หิวโหยอำนาจ โชว์ความน่าเกลียดเอาเปรียบทุกอย่าง ให้คนรุ่นใหม่เห็น เหมือนซีเกมส์เขมร และเทใจไปให้เขา

ผมว่าก้าวไกล งวดนี้ ยังไม่ยอมร่วมรัฐบาลง่ายๆหรอก ถึงมีคนมาชวนก็จะยื่นเงื่อนไขแบบสุดโต่ง จนพรรคอันดับหนึ่งไม่ยอม และทำอะไรบ้าๆบอๆ จนคะแนนความชอบไหลมาทางพวกเด็กๆอีก สะสมพลัง บ่มศรัทธา รอเวลา

จนถึงวันนึง ที่มวลชน อยู่ในมือเขาเต็มกำลัง แบบมืดฟ้ามัวดิน ขนาดพลิกฝ่ามือ ซ้ายขวาได้เมื่อไหร่ วันนั้นแหละ

ซึ่งอีกไม่นานหรอกเพราะพวกคนแก่ เดินทุกอย่างตามแผนของเขาหมดเลย

ขงเบ้ง ของพวกเด็กๆคือใคร ขอคารวะจริงๆ พ่อครูว่า... เราก็ไม่รู้ว่า ขงเบ้ง ของเขาคือใคร นี่คือสงครามสังคมเขาก็เอาความเห็นกันมาอย่างนี้ อาตมาก็ขอวิจัยนิดหน่อยก่อน แล้วเดี๋ยวจะขออ่าน SMS บ้าง มันไม่ใช่เพิ่งเกิดสงครามชนิดนี้อย่างนี้ในโลก มันเกิดขึ้นมาไม่รู้กี่ยุคกี่สมัย เป็นแต่เพียงว่ามันมีองค์ประกอบของเครื่องมือเทคโนโลยี อาวุธยุทธภัณฑ์ อะไรต่างๆนาน แม้แต่สิ่งที่โลกไม่เคยเกิด สมัยก่อนมันก็มีมาแล้ว ยิ่งสมัยนี้มันมีอะไรเกิดขึ้นมาสารพัดซับซ้อน จนกระทั่งมีสงคราม blockchain สงครามเงินทางดิจิตอลต่างๆนานาสารพัด ซึ่งมันสุดยอด สงครามทางพวกที่จะแย่งความได้เปรียบ แย่งความชนะ แย่งจะเป็นเจ้าโลก ซึ่งเป็นเรื่องจะบำเรอกิเลสทั้งสิ้น เขาก็ทำไปสนุก สุขทุกข์ แต่เขาไม่รู้ทุกข์ เขาก็ทำไป แพ้เขาก็ทุกข์ ชนะเขาก็สุข แต่เขาก็เสี่ยงแต่เขาก็ทำ เพราะเขาไม่รู้ เขาต้องทำ มันก็ดำเนินกันไปอย่างไม่หยุดไม่หย่อน เพราะฉะนั้น ผู้ใดที่จะรู้จักความพอเหมาะพอควร ที่ในหลวง ร. 9 ใช้ศัพท์คำว่า พอเพียง ได้สัดได้ส่วนที่พอเหมาะ แล้วก็เป็นอยู่อย่างมีชีวิตที่ไม่ต้องไปรบราฆ่าฟันอะไรกับใคร ใครจะมาทำร้ายเราหรือใครจะมารังแก เราก็ยอมแพ้ได้ โดยการยอมแพ้ของเราหรือของใครก็แล้วแต่ที่แพ้อย่างมีปัญญา แพ้ก็แพ้แต่เราก็ไม่ได้ไปแก้แค้น ไม่ได้ไปทำร้ายตอบอะไร เราก็ทำดี ดีไม่ดีเราทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ช่วยเหลือเขาด้วย แต่แน่นอนเราไม่ไปเสริมพลังทำลาย เช่น ไปเสริมพลังสร้างอาวุธให้เขา ไปเสริมซื้ออาวุธเขา หรือทำอะไรซับซ้อนให้เขาเองยิ่งทำเลวหนักขึ้นซึ่งมันบาปด้วย แล้วเราก็มีปัญญาพอที่จะไม่ไปสนับสนุน เราก็ทำสิ่งที่มีประโยชน์ ทำอาหารการกิน ทำยารักษาโรค ช่วยกัน ให้เขากินเขาใช้ ให้เขาได้รับประโยชน์ ซับซ้อนขึ้นไปอีก สิ่งเหล่านี้ผู้รู้อย่างพวกเราชาวอโศก ที่อาตมาได้สรุปแล้วพาดำเนินไปอยู่ คนเขายังไม่เชื่อหรอกว่า พลังแห่งความหยุดหรือพลังแห่งความยอมแพ้ พลังแห่งการยอมเสีย คำศัพท์เต็มๆก็คือ เสียสละ ยอมเสียสละให้คนอื่นไปเรื่อยๆ มันเป็นสิ่งที่สูงสุดแล้ว มันเป็นฐานความดีเยี่ยมของคนที่ยืนอยู่ในฐานที่เจริญสุดแล้ว ที่อาตมาสรุปด้วยคำว่า อิสระ สบาย สงบ อบอุ่น อิ่มเอม เกษมใส ใจเกื้อกูล และเพิ่มพูนเสียสละ ปลายเปิดไว้ว่าเพิ่มพูนการเสียสละ นั่นแหละเป็นผู้ที่ให้เขาเท่านั้น แล้วเราก็จะได้พวก ได้หมู่ ได้มวลที่มีทิฏฐิที่สัมมาทิฏฐิตรงกัน แล้วก็มีฐานของสถานะเจริญเข้ามาร่วมได้ มีศีล สมาธิ ปัญญา ขออภัยใช้ศัพท์วิชาการไปก่อน มีหลักเกณฑ์ในการประพฤติตนแล้วมีการเจริญทางจิตเป็นศีลสมาธิปัญญา อธิศีล อธิจิต อธิปัญญา อธิมุติ ขึ้นมาเรื่อยๆ กลายเป็นคนโลกุตระ เป็นอาริยกะ เป็นผู้ที่เจริญจริงๆไม่ใช่ มิลักขชน คนเถื่อน เขาไม่รู้ว่าเขามีความเถื่อน เช่น อเมริกา เขาไม่รู้ว่าเขามีความเสื่อมความต่ำลงเป็นสภาพเชิงซ้อนที่เขาไม่รู้ตัว เช่นอเมริกาทุกวันนี้ อย่างไรอย่างไรก็แพ้จีน อาตมาที่พูดที่อธิบายอะไรพวกนี้ก็อาศัยความจริงจากโลก จากสังคมโลกเขาก็ประพฤติอยู่ อาตมาไม่ได้เป็นนักศึกษา ไม่ได้เป็นนักคิดนักเรียน ที่ไปได้รู้ข้อมูล ได้รู้วิธีการเข้าใจ ไม่ อาตมาเป็นคนทึ่มๆเป็นคนซื่อๆเซ่อๆ มีข้อมูลอะไรก็เอาที่เป็นปัจจุบันเอาไปใช้เป็นปฏิภาณปัญญา บางทีก็ไม่ค่อยทันสมัย บางทีก็สอบตกด้วยซ้ำ แต่ที่มันเป็นจริงนั้นมันอยู่ที่พวกเรา ที่อาตมาพาทำพาปฏิบัติแล้วได้มรรคได้ผลแล้ว จะเป็นคนจริง เป็นคนจริงที่มี วรรณะ 9 เป็นคนจริงที่มาอยู่ร่วมกันเป็นสาราณียธรรม 6 ได้แล้ว จนกระทั่งเป็นสังคมสาธารณโภคี เป็นอย่างนี้

เพราะฉะนั้นแก่นแท้จะเป็นหลักของทุกอย่าง ยั่งยืนนาน ทนต่อการพิสูจน์ อย่าางพวกเราที่เป็นไป อาตมาชะลออายุ พยายามที่จะไม่ตายง่ายๆเพราะว่าต้องนำพาพวกเรา เพื่อจะให้สิ่งที่กำลังนำพาอยู่นี้ที่เป็นสัจธรรม ของพระพุทธเจ้าที่ได้ตรัสรู้แล้วเอามาประกาศแก่โลกไว้ อาตมาพยายามเอามาสืบสาน มันได้ประมาณนี้ยังไม่ไปถึงไหนเท่าไร อยู่ในวงแคบ แม้แต่ในประเทศไทยเองก็ยังอยู่อย่างนี้อยู่ในวงแคบ ยังอยู่ในกลุ่มเล็กน้อย ซึ่งรักษาตัวรอด คนอื่นทำลายลงได้ยาก อสังหิรัง ใครจะมาหักล้างลงไปได้ยาก แล้วเพราะพวกเรานี้เที่ยง นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) เพราะฉะนั้นคนจะมาหักล้างมาทำลายได้ยาก สุดท้ายพวกเรา อสังกุปปัง ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่กลับกำเริบ ไม่เปลี่ยนไปแล้ว ท่านไม่ใช้คำว่า ที่มันจะค้านแย้งกันไปในตัว แต่มันก็ค้านแย้งกันไปในตัว _สู่แดนธรรม... ท่านไม่ใช้ไม่ค้านแย้งกับไตรลักษณ์ครับ พ่อครูว่า... ใช่ ทุกอย่างนอกจากจะใช้ไตรลักษณ์แล้วก็มีว่า ทุกสิ่งเสื่อมไปเป็นธรรมดา นี้เป็นปัจฉิมโอวาทของพระพุทธเจ้าด้วย ทุกอย่างเสื่อมไปเป็นธรรมดา เพราะฉะนั้นผู้ที่รู้ว่าทุกอย่างเสื่อมไปเป็นธรรมดา จะไปดึงดันเอาไว้ทำไม ถ้าจะแปลว่าเสื่อมคือความน่าเกลียด ถ้าจะแปลว่าแพ้ก็ดูดี ถ้าแปลว่า “เสื่อม” ดูน่าเกลียด แต่เสื่อมคือความจริง แพ้คือความหลอก แพ้เหมือนกับประโลมใจพูดโก้ จะเสื่อมนั่นคือความจริง ผู้ที่รู้ความจริงอันซับซ้อนลึกซึ้งว่าทุกอย่างก็เป็น 0 ผู้ไม่ยอมแพ้ ไม่ยอม 0 ก็จะวนเวียนเหมือนหนังจีนแล้วยิ่งสะสมวิบากซับซ้อน แค้นคนเดียวไม่พอ สั่งสม ให้ลูกหลานแก้แค้นให้ปู่ย่าตายายนะไปอีก นี่ เพราะความไม่รู้ มันต้องเลิกพยาบาท เลิกจองเวร อโหสิไปทั้งหมด ต้องยอมให้จบให้หยุด เสร็จแล้วเราก็เอาพลังงาน แรงงาน ความรู้ต่างๆ ทุนรอนที่มี เอามาสร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์อย่างผู้ที่เสียสละ เพิ่มพูนการเสียสละไปเรื่อยๆ อันนี้แหละจบครองโลก เราไม่ได้เป็นผู้อดอยาก เราไม่ได้เป็นคนที่ไม่ทำงาน เป็นคนยอดขยัน ทุกคนนอกจากยอดขยันแล้วมีสมรรถนะ มีความรู้ความสามารถและมีปัญญา มีปฏิภาณปัญญาความเฉลียวฉลาด รู้จักสงวนหรือประหยัด สงวนหรือประหยัดคำนี้เป็นคำใหญ่ ภาษาอังกฤษเขาก็ใช้คำว่า Economy หรือ Economic แปลว่าประหยัด แต่เขาไปแปลว่าเศรษฐศาสตร์ คนเจริญต้องเป็นคนประหยัด เป็นคนสงวน เป็นคนมีน้อยมักน้อย ไม่เอามาก ไม่สะสมมากอีกด้วย อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งสัจจะมันจะลงตัวอย่างสมบูรณ์แบบหมดเลย เพราะฉะนั้นผู้ทำหรือปฏิบัติประพฤติตนได้ตรงกับผู้รู้ที่เป็นปราชญ์เอกอย่างพระพุทธเจ้า เป็นต้น ซึ่งพวกเราคนไทยหรือชาวพุทธ เรียกว่ากุศลมาก เรียกศัพท์โลกๆว่ามีบุญมาก ที่จริงซับซ้อน บุญมันไม่ใช่มีมากหรอก บุญมันต้องน้อย แต่ผลของบุญคืออาวุธฆ่ากิเลส เพราะคุณฆ่ากิเลสได้มากคือผลบุญของคุณทำได้สำเร็จมากก็เลยเป็นคนเจริญ คำว่าบุญคำเดียวเป็นสิริมหามายา คุณจะต้องทำบุญได้ฆ่ากิเลสได้ ฆ่ากิเลสตนเองด้วย ไม่ได้เป็นภัยเป็นโทษกับใคร บุญนั้นฆ่ากิเลสตัวเอง ไม่ได้ไปฆ่ากิเลสคนอื่น ฆ่าแล้วบุญก็หายไป บุญก็ไม่มีอีก เพราะว่ากิเลสมันตายแล้วไม่ต้องใช้บุญอีกแล้ว กิเลสตัวนี้ตาย ตายอย่างสมบูรณ์แบบ ตายอย่างไม่เกิดอีกเลย แล้วก็ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือบุญนี้อีกแล้ว คนนั้นก็หมดบุญ เป็นภาวะจริงซับซ้อนเป็นสัจธรรมที่ลึกซึ้ง อาตมาบรรยายซึ่งก็เข้าใจยากอยู่ แต่คนจะค่อยๆเข้าใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะสัจธรรมสุดท้ายที่เป็นสิทธัตถะ หรือชื่อพระพุทธเจ้าก่อนจะมาเป็นพระพุทธเจ้าเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ แก่นธรรมอันนี้มันเป็นคำสิริมหามายา มันเป็นคำเหมือนที่โลกเขาทางฝรั่งเขาเรียกว่า Dialectic มันขัดแย้งกันในตัว แต่เขาจับมันไม่ได้ เขาไม่มีปัญญาพอจะจับสภาพไหนจริงๆแท้ๆว่า อันไหน มันคือด้านที่ถูกต้อง ด้านที่เป็นหนึ่งแท้ ไม่สับสนไม่สงสัย ไม่กลับกลอก ถูกต้องตรงแท้แน่นอนเป็นหนึ่งเดียว คุณฟังเข้าใจแต่ว่าเราจะเป็นคนที่ทำเช่นนั้นได้สำเร็จสูงขึ้นไป ตามกรอบองค์ความรู้ องค์ประกอบของกรอบแต่ละรอบๆ สูงขึ้นไปถึง โสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ ไปตามลำดับ คุณรู้จริงทำได้จริงมันถึงจะเกิด ได้แต่รู้ๆๆโดยเฉพาะที่พูดพาดพิงมาแล้วตั้งแต่ต้น ว่าคนเอาแต่รู้ ใช้สื่อสาร ใช้ IO ข้อมูลข่าวสารเป็นยุทธการใหญ่ รบแล้วชนะ แค่สื่อสารข่าว รบกันชนะด้วยสื่อสาร แต่ทำไม่เป็น เนื้อแท้ไม่มี แก่นไม่เกิด พวกนี้ทำได้ฉาบฉวย ประเทศไทยเดินทางมาไกล ไกลจนกระทั่งมีของจริงกับของพวกตลกพวกนี้ จนทุกวันนี้ก็ยังเกิดข้อตลกนี้อยู่ ตัวตลกนี้อยู่ ลิเกตลกนี้เกิดอยู่ เพราะฉะนั้นเรามีปัญญา ไม่มีปัญหาอะไรที่จะเห็นว่าเรื่องนี้มันเกิดมาประหลาด เราก็อุทานไปตามโลกว่ามันไม่น่าเกิด มันประหลาดอย่างนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ซึ่งที่จริงมันเกิดเพราะว่าคนมันยังไม่หยุด มันยังดิ้น (พ่อครูไอตัดออกด้วย) มันยังมีเศษ ละอองธุลีของสิ่งที่ยังบกพร่อง สิ่งที่ยังไม่สมบูรณ์แบบ มันยังเกิดอยู่ กระเด็นกระดอนอยู่ตามความเป็นจริง แต่ไม่ได้หมายความว่าเนื้อแท้ของประเทศไทย เนื้อแท้ของเศรษฐกิจก็ดี เนื้อแท้ของการเมืองหรือรัฐศาสตร์ รัฐกิจก็ตาม ความเป็นสังคมเนื้อแท้ของคนไทย อาตมาไม่ได้มองว่ามันตกต่ำ แต่มันมีตัวแสดงบทบาทออกมา คนก็เห็นตัวแสดงบทบาท ส่วนที่เป็นแกนเป็นแก่นเรียกว่าเป็น เข็มของชีวิต เสาเข็มของชีวิตคนมองไม่เห็นหรอกคน จะเห็นแต่ส่วนบนเห็นบทบาทข้างบนเท่านั้น แล้วเขาก็มองฉาบฉวยข้างบน ซึ่งถ้าความจริงมันไม่มีเข็มจริงๆมันจะไปอยู่รอดอะไร มันก็แกว่งให้ดูอย่างเดียวก็กลิ้งหลุดเป็นอุกกาบาตออกนอกโลกเท่านั้นเอง แต่ถ้าสิ่งที่มีเข็มมีแก่นแกนที่หยั่งลึกจริง ไม่มีปัญหาหรอก อาตมาเคยพูดความจริงมายืนยันประกอบให้เห็น ว่าความจริงแล้ว ประเทศไทยนี้ ฉาบพอกไปด้วย ฉากบนที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสเอาไว้พระไตรปิฎก ที่บอกว่าคนที่ไม่รู้จักแก่น แสวงหาแก่น แล้วก็ไปพยายาม แสวงหาแก่น แต่เพราะความไม่รู้เป็นอวิชชาโง่ ก็เลยไปได้แต่ใบดอกผล งดงามมีผลเต็มไปหมด ใบสวย ดอกหอมกลิ่นฉุยเลย แต่ไม่ได้แก่น ไม่ได้แม้แต่กระพี้ ไม่ได้แม้แค่เปลือก แต่ไปได้แค่สะเก็ด แต่ไปได้ใบดอกผลงามหลงอยู่อย่างนั้น เหมือนศาสนาพุทธในประเทศไทยทุกวันนี้ งดงามอยู่ด้วยใบดอกผลคือ ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข โลกียะเต็มๆ แต่โลกุตระที่เป็นแก่น ศีลเหมือนสะเก็ด สมาธิเหมือนเปลือก ปัญญาเหมือนกระพี้ วิมุติเหมือนแก่น เขาไม่ได้แม้ศีล เพราะฉะนั้นเมื่ออโศกเกิดขึ้นเขาก็บอกว่า พวกนี้มันทำเคร่งศีล มันได้แต่ศีล มันไม่ได้มีสมาธิ มันไม่ได้มีปัญญา มันไม่ได้มีวิมุตอะไรหรอก มันมีแต่ศีล เขาก็ว่าอย่างนั้น ผู้รู้ทั้งหลายก็ว่าอย่างนั้น ศีลต้องเอาที่อโศก สมาธิต้องเอาที่ธรรมกาย ปัญญาไปเอาที่สวนโมกข์ ท่านพุทธทาส ว่าอย่างนั้นเลยนะ ข้อสรุปของเขา อาตมาก็ว่า เขาว่ากันไป เพราะเขามีภูมิรู้เท่านั้นขนาดนั้น ก็ว่าไป จนมาถึงวันนี้แล้วอาตมาหยิบอันนี้มาพูดจะเห็นได้ว่า ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุติ มันเป็นองค์รวมไม่ได้หมายความว่ามันได้อย่างใดอย่างหนึ่ง มันเป็นสภาพของอภิสังขารที่ลึกซึ้ง สิ่งที่ปรุงแต่งกันอยู่อย่างลึกซึ้งมาก เพราะฉะนั้นพวกเราต้องสำคัญศีลเป็นของต้นเลย มองว่าเราบริสุทธิ์ด้วยศีล แล้วศีลนี้ขัดเกลาไปถึงจิต กิเลสออกจากจิตก็คือถูกขัดเกลากิเลสไปเรื่อยๆ จิตก็สูงขึ้นเป็นสมาธิหรือ อธิจิต จิตสะอาดขึ้น ปัญญาเราก็ยิ่งรู้ความจริงของศีลกับจิต หรือศีลกับวิธีปฏิบัติ แล้วเราก็ทำปฏิบัติตามหลักเกณฑ์แต่ละข้อๆ เกิดการขัดเกลากิเลสออกจากจิตเป็นอธิจิตจริงๆ กิเลสออกจากจิตก็เรียกว่า วิมุติหรือนิโรธ กิเลสดับหรือหลุดพ้นจากกิเลส ก็ได้เป็นวิมุติๆ ขึ้นไปเรื่อยๆเป็น อธิศีล อธิจิต อธิปัญญา อธิมุติ สูงขึ้นไปเรื่อยๆตามลำดับ ผู้ที่เห็นจิตเจตสิกรูปนิพพาน อ่าน อาการ ลิงค นิมิต อุเทส ตามที่อาตมาอธิบายนี้เอามาขยายความ คุณเข้าใจแล้วเอาไปปฏิบัติ ทำให้อาการมันเป็นจริง กำหนดหมายเครื่องหมายนิมิตว่าจิตมันเป็นอย่างนี้ เครื่องหมายมันเป็นอย่างนี้ เอาสัญญากำหนดหมายแล้ว ถูกแล้ว มีกายมีสัญญากำหนดว่ารู้องค์ประกอบ ทั้งภายนอกภายใน ทั้งรูปทั้งนาม ทั้งภาวะ 2 ไม่ได้มิจฉาทิฏฐิว่าแม้แต่กายก็มีเพียงแต่ภายนอกไม่มีข้างใน ไม่ใช่ เพราะฉะนั้นสามารถทำได้อย่างนี้จริง ผลที่เกิดจึงเป็นผลจริง ทำให้คนบรรลุ บรรลุศีล บรรลุสมาธิ บรรลุปัญญา บรรลุแก่น อย่างชาวอโศกนี้ ผลดอกใบไม่งดงามไม่พริ้งเพราอะไรเลย ไม่ได้อะร้าอร่ามด้วยใบดอกผลส่งกลิ่นหอม ดูทั้งสีสวย รสชาติโลกียะ โอ้โห!เปล่งปลั่ง เต็ม ไม่ เพราะฉะนั้นคนที่มีดวงตา มีภูมิปัญญาแท้ มองลึกเข้าไปจะเห็นด้วยซ้ำว่า พวกเรารู้สิ่งเหล่านั้นเราทิ้งมา ละมาลดมาเลิกมาจริงๆด้วย มันกลับตรงกันข้ามกับที่เขาเข้าใจ เขานึกว่าเราขาดไป หรือด้อยจากที่เขาต้องการ ซึ่งเราไม่ได้ขาดแล้ว เพราะฉะนั้นธรรมาธรรมะสงครามนี้มันจึงไม่ได้ไปขัดแย้งกัน คุณก็ไปเอาผลใบดอกของคุณ เราก็ทิ้งสิ่งเหล่านั้น มันก็เลยไม่ได้รบกันถ้าเราไม่ได้ไปรบกับเขา แต่เขาไม่รู้ว่ารบกับเราด้วยความโง่ โง่คืออะไร คือเขานึกว่าเราจะไปแย่งความเด่น จะไปแย่งความดี จะไปแย่งความถูกต้อง ซึ่งเราไม่ได้แย่งเลยเพราะเราถูกต้องอยู่เป็นแกน แต่เขาผิด แต่เขาไม่รู้เขาก็เลยทำได้แต่ความผิด เขาได้ความเด่นเราก็ไม่ได้ไปแย่งหรือจะบอกว่าความดีแบบโลกๆ ดีอย่างโลกียนิยมแบบโลกๆ ดีเพราะเด่นด้วย ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข มันย้อนแย้งกัน เราไม่ได้ไปแข่งอย่างนั้นกับเขา เพราะฉะนั้นจึงไม่มีทั้งรบ ไม่มีทั้งแย่ง ไม่มีทั้งแข่งดีแข่งเด่นกัน สงบอบอุ่นเลย เพราะพวกเราอยู่กัน ด้วยความรู้อันลึกซึ้งถึงขั้นนานาสังวาส แต่เขายังไม่เข้าใจนานาสังวาส เขาจึงเป็นผู้ทำนิกาย ธรรมะของพระพุทธเจ้านั้นลึกซึ้งสุดยอด คัมภีรา (ลึกซึ้ง) ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) . ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น) (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 34) 660515 สงครามข่าวสารกับปรากฏการณ์จริงการเมืองไทย รายการปรับทุกข์ปลุกธรรม #22 ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน