การเกิด 5 อย่างตามมหาปเทส.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.17 KB
วันที่แก้ไข22 มกราคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

การเกิด 5 อย่างตามมหาปเทส ทีนี้ชาติ อาตมาก็มาขยาย ชาติ 5 ที่ไม่ใช่อาตมาบัญญัติ แต่ขยายความตามมหาปเทส 1.การเกิดมีร่างกายเป็นคนเป็นสัตว์ ถ้าตายก็คือชีวะที่เป็นคนเป็นสัตว์ คือ ชาติที่เกิดทางร่างกายกับจิตวิญญาณตายไปก็เป็นชาติๆหนึ่ง 2.การเกิดใจ เรียกว่าโอปปาติกโยนิ ถ้าเผื่อว่าวิญญาณที่ตายจากข้างใน แยกกันระหว่างร่างกายกับจิตวิญญาณ ตายจากชาตินี้แล้ว ถ้าคนธรรมดาสามัญปุถุชน จิตก็ออกไปเป็นสัมภเวสี กายก็ทิ้งให้เขาเผาหรือเน่าไป ส่วนจิตวิญญาณถ้าเป็นของปุถุชนก็เป็นสัมภเวสีไปหาที่เกิดใหม่ไปตามวิบาก กับผู้ที่มีวิบากลงนรก ก็ต้องไปลงนรก ถ้ามีสวรรค์ก็ไปเกิดในสวรรค์ สวรรค์ก็คืออารมณ์ยินดีอารมณ์สุขอารมณ์สบายใจ ถ้าสร้างอารมณ์นิสัยจิตแม้แต่กดข่ม เหมือนสายท่านติช นัท ฮันห์ สบายๆท่านก็จะสร้างอันนี้ไว้จนชินสั่งสมลงไปตกผลึก ตายแล้วตอนที่จะหมดแรงของการพยายามสั่งสมความเป็นเช่นนี้ เป็นภพเป็นชาติที่ไม่ใช่โลกุตระนะ ท่านติช นัท ฮันห์ก็เป็นการติดภพสบายสวรรค์ ส่วนพวกนั่งหลับตาดับก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง ส่วนของติช นัท ฮันห์ท่านก็พยายามให้มีสติตื่นสบาย หลับก็ให้มีสติตามสบาย นี่คือของท่านติชนัทฮันห์ หมดฤทธิ์แรงของการพยายามสร้างอย่างนั้นที่เนรมิตเอาไว้ หมดแรงเมื่อไหร่ก็กลับคืนสู่วิบาก สุขทุกข์หรือโลกียะดังเดิม เพราะไม่ได้เรียนรู้หรอก รู้ตลอดเลยตั้งแต่ศีลข้อ 1 ข้อ 2 แม้แต่ศีลข้อ 1 ท่านติชนัทฮันห์ท่านก็มี แต่ไม่ได้เรียนรายละเอียดของศีลมันจะเกี่ยวข้องกับจิตอย่างไรเกี่ยวข้องกับปัญญาและอย่างไรเกี่ยวข้องกับวิมุติอย่างไร เรียนรู้ตามจรณะ 15 วิชชา 8 ตั้งแต่ศีลข้อที่ 1 ไปไม่รู้เลย ไม่มีรายละเอียดอย่างนี้เป็นต้น ขออภัยที่วิจัยวิจารณ์ท่านติชนัทฮันห์ ลูกศิษย์ลูกหาอาจจะได้ฟังบ้าง ขออภัยอันนี้พูดถึงวิชาการ ท่านก็มีคุณงามความดี

อ่านต่อ

อย่างน้อยก็ มีโลกียที่น่านับถือ ทางโลกต้องให้รางวัลนะคนอย่างนี้ อรหันต์ที่ตั้งจิตไม่ปรินิพพานเป็นปริโยสานก็จะต่อภพภูมิไป เป็นโพธิสัตว์ระดับ 5 6 7 8 ส่วนพระอรหันต์ที่เป็นโพธิสัตว์ระดับ 1 2 3 4 นั้นก็เป็นโพธิสัตว์ตั้งจิตต่อจะให้สร้างภพภูมิต่อไปเรื่อยๆ ก็จะไปเป็นพระพุทธเจ้า เขาเป็นตั้งแต่พระโสดาบันสกิทาคามีอนาคามีอรหันต์ ก็จะต่างกับคนที่ตั้งจิตไม่เป็นโพธิสัตว์คนนี้เอาแต่อรหันต์ก็จะจบเร็วกว่า ตายไปแล้วก็ปรินิพพานเป็นปริโยสาน สูญ ไปเลยอย่างนี้เป็นต้น 3. เกิดอย่างลิงลมอมข้าวพอง เกิดอย่างไม่เจตนา แม้แต่พระพุทธเจ้าก็ตาม พระโพธิสัตว์ก็ตาม ส่วนปุถุชนไม่ต้องพูดเลย ลิงลมอมข้าวพองก็คือสิ่งที่ไม่ถาวรหรอก ถูกกระแสโลกปัจจุบันครอบงำ อย่างเช่นพระพุทธเจ้าถูกกระแสโลกีย์ของโลกเขาครอบงำ เมื่อท่านอุบัติเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ ก่อนจะตรัสรู้ ท่านเป็นพระพุทธเจ้าแล้วมีสัมมาสัมโพธิญาณตั้งแต่ชาติก่อน ในตอนเกิดเป็นเจ้าชายสิทธัตถะไม่มีเวลามาปฏิบัติธรรมหรอก ไม่ต้องปฏิบัติธรรมหรอกเพราะบรรลุสัมมาสัมโพธิญาณมาแล้ว บริบูรณ์แล้ว เพราะฉะนั้นมาเกิดก็จะมาเปิดธรรมะ มาสร้างธรรมะ มาเอาธรรมะ กระจายธรรมะไม่ต้องไปเสียเวลาสร้างอีก มีของเดิมเต็ม เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าก็ตามแม้แต่พระสมณโคดมก็ถูกพระราชบิดาครอบงำ ไม่รู้อะไรเลยมีแต่สุขโลกีย์เต็มที่ ทุกข์ที่เป็นโลกุตระความเกิดแก่เจ็บตายไม่รู้เรื่อง คนแก่ก็ยังไม่รู้จัก คนเจ็บคนป่วยไม่รู้จักคนตายยังไม่รู้จัก ฟังแล้วเหมือนโง่เต็มที่เลย ไม่รู้จักคนแก่คนเจ็บคนตาย เป็นพระพุทธเจ้าได้อย่างไร เพราะว่าถูกครอบงำจริงๆเลย นึกว่าโลกนี้มีอยู่แค่นั้น จนกระทั่งท่านเล็ดลอดออกไปนอกวังได้ ไปกับนายฉันนะถึงไปเจอคนป่วยคนแก่คนตายแล้วไปเจอสมณะคือเทวทูตทั้ง 4 ท่านก็ถามว่าคืออะไรหรือ คนเจ็บคนป่วยทรมานคนต้องเป็นอย่างนี้ด้วยหรือ นายฉันนะก็บอกว่าเป็นพระองค์ก็ไม่พ้นไปได้ ท่านก็ตกใจว่า เราจะต้องเป็นอย่างนี้ด้วยหรือ ก็เริ่มเข้าใจทุกข์อริยสัจ ท่านก็บอกว่าอย่างนี้ไม่เอา แต่จะไม่เอาได้อย่างไรเกิดเป็นคนแล้ว ไปเจอคนแก่หง่อม ท่านก็ถามว่าอะไร เขาก็บอกว่าคนแก่ มีความเสื่อมของร่างกายไม่เต็มบริบูรณ์ ท่านก็ตกใจว่าคนต้องเป็นอย่างนี้ด้วยเหรอ เขาก็บอกว่าพระองค์ก็ไม่พ้นไปจากนี้ ท่านก็บอกว่าไม่เอาหรอก กลัวความแก่ ไปเจอคนตายนอนนิ่ง ก็ถามว่าอะไร ไม่หายใจเลย เขาก็บอกว่าคนตาย ไม่ฟื้นแล้ว ยิ่งกว่านอนหลับไปเลย ท่านก็ตกใจว่าคนจะต้องตายด้วยเหรอ เขาก็บอกว่าพระองค์ก็ไม่พ้นความตาย ท่านก็กลัวแก่เจ็บตาย ครั้นไปเจอสมณะ ก็ถามว่าอะไร เขาก็บอกว่าคือ ผู้แสวงหาทางออกไม่เกิดไม่แก่ไม่เจ็บไม่ตาย ท่านก็ว่า อ๋อ.. คนอย่างนี้ เขาก็บอกว่าพ้นได้ถ้าเป็นพระอรหันต์ ท่านก็ว่า อ๋อ ท่านรู้ว่าการเกิดมีแล้วคือ ตอนลูกท่านเกิด ท่านก็อุทานว่า เกิดแล้วหรือ ห่วง ภาษาบาลีว่า ราหุลังพันธนังชาตัง ห่วงเกิดมาแล้วหรือ...ท่านก็ชวนนายฉันนะออกบวช จากนั้นถูกนักบวชครอบงำให้ไปทรมานตน ทุกรกิริยาอีก 6 ปีก็ไม่บรรลุ เพราะภูมิเดิมไม่เกิด อยู่ในภาวะของลิงลม อมข้าวพอง ถูกนักบวชในยุคนั้นครอบงำเหมือนในยุคนี้ ไปนั่งหลับหูหลับตาแบบเดียถีย์ อาตมาพูดจนเหนื่อย แต่ก็ต้องพูด เตือนว่าอย่าออกป่าเขาถ้ำ ของพระพุทธเจ้าเป็นแบบตื่น จรณะ 15 วิชชา 8 สรุป ลิงลมอมข้าวพอง การเกิดชนิดหนึ่ง แม้แต่พระพุทธเจ้าก็ต้องเกิด อาตมาก็ไม่พ้นก็ต้องเสียเวลาไปตั้ง 36 ปี 4. การเกิด…

640122_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ การเกิดคือชาติ 5 ในปฏิจจสมุปบาท

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน