05.บทที่ 1(180461).docx

โฟลเดอร์word
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์29 KB
วันที่แก้ไข28 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

บทที่ 1 บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา เบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่เป็นปัญหาสำคัญทางด้านสาธารณสุขของโลก รวมทั้งประเทศไทย สถานการณ์โรคเบาหวาน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสมาพั นธ์เบาหวานนานาชาติรายงานว่า ปี 2558 ผู้ป่วยโรคเบาหวานทั่วโลกมีจำนวน 415 ล้า นคน และจะเพิ่มเป็น 642 ล้านคนใน ปี 2583 ปี 2557 มีผู้เสียชีวิตจากโรคเบาหวาน 1.5 ล้านคน สำหรับประเทศไทยจากรายงานของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข พบว่าอัตราการตายด้วยโรคเบาหวาน ต่อประชากรแสนคน ในภาพรวมของประเทศในปี 2556 - 2558 เท่ากับ 14.93 , 17.53 และ 17.83 ตามลำดับ (สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. 2558 : 81) โรคเบาหวานที่พบส่วนมากในประเทศไทยประมาณ 90-95 เปอร์เซ็นต์เกิดจากโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มีผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1เพียงประมาณ 5-10 เปอร์เซ็นต์ (กรมการแพทย์. 2553 : 19) โดยผู้หญิงมีความชุกสูงกว่าผู้ชาย และความชุกเพิ่มขึ้นตามอายุจากร้อยละ 6.9 ในกลุ่มอายุ 15 ปี ขึ้นไปเป็นร้อยละ 16.7 ในกลุ่มอาย ุ 60-69 ปี (ราม รังสินธุ์ และค นอื่น ๆ . 2554 : 3) วิธีการวินิจฉัยภาวะโรคเบาหวานสามารถประเมินจากการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดขณะงดอาหารและเครื่องดื่ม 6-8 ชั่วโมง หรือเรียกว่า Fasting Blood S ugar ( FBS ) มากกว่าหรือเท่ากับ 126 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร หรือการมีระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมหรือเรียกว่า Hemoglobin A 1 c ( HbA1c ) มากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 6.5 ขึ้นไปเบาหวานสร้างผลกระทบต่อสุขภาพในหลายด้าน ก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางหลอดเลือดทั้งขนาดเล็กและขนาดใ หญ่ อาทิ ภาวะแทรกซ้อนทางระบบไต ( Nephropathy ) ภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท ( Neuropathy ) ภาวะแทรกซ้อนทางหลอดเลือดแดงส่วนปลาย ( Peripheral Art

อ่านต่อ

erial D isease ) ภาวะแทรกซ้อนทางระบบตา ( Retinopathy ) และภาวะแทรกซ้อนทางระบบหัวใจและหลอดเลือด ( Coronary Vascular D isease ) งานวิจัยพบว่าผู้ป่วยเบาหวานมีอัตราความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงกว่าคนปรกติ 2-4 เท่า ( Tandl E . 1991 อ้างถึงใน สมลักษณ์ จึง สมาน. 2558 : 106) แม้ว่าปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์แผนปัจจุบันจะพัฒนาก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องมียาสำหรับโรคเบาหวานที่มีประสิทธิภาพ มีการรักษาที่ทันสมัย แต่โรคเบาหวานยังคงเป็นโรคเรื้อรังที่ต้องรักษาต่อเนื่องยาวนานและไม่หายขาดจึงเป็นภาระทั้งของผู้ป่วย และรัฐบาลในการจัดเตรียมค่ารักษา พยาบาลต่อเนื่องดังกล่าวสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติรายงานตัวเลขค่าใช้จ่ายผู้ป่วยนอกสำหรับการรักษาพยาบาลโรคเบาหวานเฉลี่ย 1,172 บาทต่อราย ผู้ป่วยในค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษาพยาบาลเฉลี่ย 12,017 บาทต่อราย รวมค่ารักษาพยาบาลทั้งสิ้นสูงถึง 3,984 ล้านบาทต่อปี หากคนไทยป่วยด้วยโรคเบาหวาน 3 ล้านคน จะต้องเสียค่ารักษาพยาบาลทั้งสิ้นประมาณ 47,596 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเป็นงบประมาณที่รัฐบาลต้องช่วยเหลือในการรักษาพยาบาลที่สูง อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติหรือใกล้เคียงกับปกติจะเป็นการรักษาและป้องกันโรคเบาหวานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การรับประทานอาหารเป็นปัจจัยสำคัญหนึ่งที่มีความสัมพันธ์โดยตรงกับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดจากผลการศึกษาของวัลย์ลดา เลาหกุล (วัลย์ลดา เลาหกุล. 2554 : 87) เกี่ยวกับผลลัพธ์ของ โปรแกรมการควบคุมเบาหวานที่ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 มีส่วนร่วมแบบสมัครใจพบว่าผู้ป่วยเบาหวาน กลุ่มทดลองที่เข้าร่วมโปรแกรมการควบคุมอาหารมีค่าระดับน้ำตาลในเลือดก่อนอาหาร ( FBS ) และค่าน้ำตาล เฉลี่ยสะสม ( HbA1c ) ลดลงจากก่อนเข้าร่วมโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ( p - value< 0.05) ในขณะที่กลุ่มควบคุมมีค่าระดับน้ำตาลในเลือดก่อนอาหาร ( FBS ) และค่าน้ำตาลเฉลี่ยสะสม ( HbA1c ) เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับงานวิจัยในสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับผลของการรับประทานอาหารมังสวิรัติ ( A Low - Fat Vegan Diet ) ต่อระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 พบว่าสามารถลดระดับ น้ำตาลในเลือด ( FBS ) ได้ถึง 28 เปอร์เซ็นต์ในเวลาเพียง 12 สัปดาห์ และมีจำนวนผู้ป่วยถึง2 ใน 3 ของกลุ่มทดลองสามารถลดปริมาณการกินยาเบาหวานลง ( Barnard . 2007 : 17-18) และยังคงมี งานวิจัยอีกหลายการศึกษาที่สนับสนุนถึงผลดีของการใช้โภชน า บำบัดสำหรับดูแลและรักษาผู้ป่วยเบาหวาน กล่าวคือช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีสามารถลดระดับค่าน้ำตาลเฉลี่ยสะสม ( HbA1c ) ได้ประมาณ 10-20 เปอร์เซ็นต์ (เอกราช บำรุงพืชน์. 2558 : 178) การแพทย์วิถีธรรมเป็นการแพทย์ทางเลือกหนึ่งที่ได้รับการรับรองจา กกระทรวงสาธารณสุขพัฒนาขึ้นโดย ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว) มีรูปแบบการรับประทานอาหารปรับสมดุล ที่เน้นการสร้างสมดุลให้ร่างกายไม่เย็นเกิน ไม่ร้อนเกิน มีลักษณะอาหารปรับสมดุล คือ ไร้สารพิษ ไม่มีเนื้อสัตว์ ปรุงรสเล็กน้อยเท่าที่พลังชีวิตเต็ม จัดสัดส่วนของอาหารกลุ่มเย็นและร้อนให้สมดุล เคี้ยวให้ละเอียดและรับประทานอาหารตามลำดับของการย่อยง่ายซึ่งแตกต่างจากโภชน า บำบัดสำหรับโรคเบาหวานที่แนะนำโดยทั่วไปในโรงพยาบาลกล่าวคือเน้นการคำนวณแคล อรี่ การดูค่า Glycemic Index ของอาหารแต่ละชนิด และเรียนรู้รายการอาหารแลกเปลี่ยน จากการเก็บข้อมูลของฝ่ายทะเบียนการอบรมค่ายสุขภาพแพทย์ทางเลือกวิถีธรรมเพื่อการพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง พบว่าผ ู้ป่วยกลุ่มโรคต่อมไร้ท่อ และเมตาบอลิซึ่มที่สมัครเข้ารับการอบรมมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปี ผู้ป่วยโรคเบาหวานซึ่งจัดเป็นหนึ่งในผู้ป่วยกลุ่มโรคดังกล่าวหลังจบการอบรมระยะเวลา 5-9 วัน พบว่ามีจำนวนผู้ป่วยเบาหวานบางส่วนที่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี (น้อยกว่าหรือเท่ากับ 125 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร) โดยไม่รับประทานยาเบาหวาน ผู้ป่วยที่ยังคงรับประทานยาเบาหวานปกติแต่มีความรู้สึก เบาเนื้อ เบาตัว รู้สึกสบาย มีพลัง อาการข้างเคียงจากภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูง เช่นชาที่ปลายมือปลายเท้า ใจสั่น ปัสสาวะบ่อย หงุดหงิดง่าย และนอนไม่หลับดีขึ้น เมื่อวัดระดับน้ำตาลในเลือด ( FBS ) วันสุดท้ายหลังการเข้าค่ายอบรมเทียบกับก่อนมาเข้าค่าย พบว่าผู้ป่วยหลายท่านมีระดับน้ำตาลในเลือดลดลง ประเด็นเรื่องความสำคัญของอาหารถือเป็นกุญแจสำคัญในการต่อสู้กับโรคเบาหวาน ดังการรณรงค์ขององค์การอนามัยโลกและสมาพันธ์เบาหวานนานาชาติในวันเบาหวานโลกปี 2558 ที่ใช้ ประเด็นสาร ( theme ) คือ “ Healthy E ating ” ( Diabetes Research & Wellness Foundation 20 15 : Online ) และสำหรับประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขและสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ได้กำหนดประเด็นสาร ( T heme ) ที่ ใช้ในการรณรงค์ ในปีเดียวกันว่า “ กิน อยู่ เป็ น” ผู้วิจัยในฐานะหนึ่งในทีมผู้บรรยายองค์ความรู้เรื่องอาหารปรับสมดุลตามหลักการแพทย์วิถีธรร มได้สืบค้นรูปแบบของอาหารที่มีผล ต่อระดับระดับน้ำตาลในเลือดจากงานวิจัยทั้งในและต่างประเทศ ประกอบกับได้รับ ฟังประสบการณ์จากผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่2 ที่ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารระหว่าง เข้าอบรมค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม จึงเลือกศึกษาเฉพาะยาเม็ดที่ 7 (อาหารปรับสมดุล) ซึ่งเป็น 1 ใน ยา 9 เม็ดของหลักการแพทย ์วิถีธรรมจากเหตุผล เพราะ รูปแบบการปฏิบัติการ รับประทานอาหารปรับสมดุล ฯ ที่ง่าย สามารถทำเองได้ (ไม่ต้องพึ่งนักโภชนาการ) และ ประหยัด โดยเน้นใช้สิ่งที่มีในท้องถิ่นเป็นหลักประกอบกับ ความสำคัญของการใช้อาหารและโภชนาการในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานดังกล่าวข้างต้น โดยสนใจศึกษาเปรียบเทียบระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่รับประทานอาหารปรับสมดุลตามหลักการแพทย์วิถีธรรม ก่อนและติดตามผลหลังการอบรม 12 สัปดาห์ และศึกษาพฤติกรรมการรับประทานอาหารปรับสมดุลของกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 นี้ต่อเนื่องในระยะเวลา 12 สัปดาห์หลังจากจบการอบรมเพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาหลักสูตรและติดตามผู้ป่วยหลังการอบรมให้สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ด้วยตนเองมากขึ้น คำ ถามการวิจัย ระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่รับประทานอาหารปรับสมดุ ลต าม หลัก การแพทย์วิถีธรรม เป็นอย่างไรหลังการอบรม 12 สัปดาห์ ลักษณะการรับประทานอาหารปรับสมดุ ลตามหลัก การแพทย์วิถีธรรม ของผู้ป่ วย เบาหวานชนิดที่ 2 เป็นอย่างไรหลังการอบรม 12 สัปดาห์ วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อเปรียบเทียบระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่รับประทานอาหารปรับสมดุลตามหลักการแพทย์วิถีธรรม ก่อนและติดตามผลหลังการอบรม 12 สัปดาห์ 2. เพื่อศึกษาพฤติกรรมการรับประทานอาหารป รับสมดุลตามหลักการแพทย์วิถีธรรม ของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในระยะเวลา 12 สัปดาห์หลังการอบรม สมมุติฐานของการวิจัย 1. ระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 มีแนวโน้มลดลงหลังการอบรม 2. ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 มีพฤติกรรมการรับประทานอาหารปรับสมดุลอย่างเ หมาะสม หลังการอบรม ขอบเขตของการวิจัย 1 . ขอบเขตด้านเนื้อหา ศึกษาเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่รับประทานอาหารปรับสมดุลตามหลักการแพทย์วิถีธรรม 2 . ขอบเขตด้าน ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 2.1 ประชากรในการวิจัยครั้งนี้คือ ประชาชนซึ่งมาสมัครรับการอบรมค่ายสุขภาพ แพทย์วิถีธรรมตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ในเดือนตุลาคม ณ ศูนย์เครือข่ายแพทย์วิถีธรรม สวนป่านาบุญ 1 จังหวัด มุก ดาหาร และ สวนป่านาบุญ 3 จังหวัด ปทุมธานี โดยถูกจัดเข้าอยู่ในกลุ่มผู้เข้าค่ายลักษณะ B (เบาหวาน ความดัน ไขมันสูง หัวใจ อ้วน ไตเสื่อม ไตวาย) จำนวน 140 คน 2.2 กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาคือ ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในกลุ่มลักษณะ B ที่เข้าอบรมค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม ระหว่างเดือนตุลาคม 2560 โดยใช้เกณฑ์กำหนดเป็นร้อยละ ขนาดประชากรเป็นหลักร้อยใช้เกณฑ์กำหนดตัวอย่างที่ 25% (บุญชม ศรีสะอาด. 2535 : 38) ได้กลุ่มตัวอย่างที่ 35 คน ใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง ( Purposive S ampling ) ตา ม คุณสมบัติเกณฑ์คัดเข้า ( Inclusion C riteria ) และเป็นผู้ที่ยินยอมให้ความร่วมมือ นิยามศัพท์ เฉพาะ ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 หมายถึง ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไปได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มีระดับน้ำตาลในเลือดหลังงดอาหารและเครื่องดื่มอย่างน้อย 6 ถึง 8 ชั่วโมง มากกว่า 126มก./ดล. หรือมีระดับฮีโมโกลบินเอวันซีมากกว่า 6.5 เปอร์เซ็นต์ ที่ ผ่านการ เข้าอบรมค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรมระหว่างเดือนตุลาคม 2560 ณ. สวนป่านาบุญ 1 และสวนป่านาบุญ 3 ระดับน้ำตาลในเลือด หมายถึง ค่าของระดับน้ำตาลในเลือดที่ได้มาจากการเก็บสิ่งส่งตรวจทางหลอดเลือดดำ กำหนดให้มีการวัด 2 ค่า คือ 1. ค่า ระดับน้ำตาลในเลือดก่อนอาหารเช้า ( Fasting Blood S ugar : FBS ) หมายถึง ค่าของตัวเลขที่แสดงถึงระดับน้ำตาลในเลือดหลังการงดอาหารและเครื่องดื่มอย่างน้อย 6 ถึง 8 ชั่วโมงรายงานผลเป็นมิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ค่าปกติคือน้อยกว่า 100มก./ดล. ( ADA . 2010) ในงานวิจัยนี้กำหนดให้ เจาะเลือดในวันเดียวกันในแต่ละสัปดาห์ โดยเจาะช่วงเวลาเช้าหลังจากอดอาหาร 8 ชั่วโมง เจาะ สัปดาห์ ละ 1 ครั้ง รวมทั้งสิ้น 12 ครั้งพร้อมบันทึกค่า FBS ลงในสมุดคู่มือ 2. ระดับฮีโมโกลบินเอวันซี ( Hemoglobin A 1 c : HbA1c ) หมายถึง ค่าของตัวเลข ที่แสดงถึงการรวมตัวของน้ำตาลกลูโคสกับฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงในระยะเวลา 8 ถึง 12 สัปดาห์ที่ผ่านมารายงานผลเป็นเปอร์เซ็นต์ค่าปกติคือ 4.0-6.0 เปอร์เซ็นต์ ( ADA . 2010) ในงานวิจัยนี้ ใช้ ค่า HbA1c จากการรายงานผลทางห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาล เอกชน หรือ โรงพยาบาล รัฐบาล เพื่อบันทึกเป็นค่าก่อนและหลังการวิจัย อาหารปรับสมดุล หมายถึง อาหารที่ถูกส มดุลกับภาวะร้อนเย็นของร่างกาย ณ เวลานั้น มีลักษณะคือไร้สารพิษ ไม่มีเนื้อสัตว์ ปรุงรสเล็กน้อยเท่าที่พลังชีวิตเต็ม จัดสัดส่วนของอาหารกลุ่ม ฤทธิ์ร้อนและฤทธิ์เย็นให้สมดุล รับประทานตามลำดับการย่อยง่ายและเคี้ยวละเอียดโดยมีตัวชี้วัด คือความรู้สึกที่สุข สบาย เบากาย มีพลัง การรับประทานอาหารปรับสมดุล หมายถึง การกินอาหารตามลำดับจากการย่อยง่ายไป สู่ยากและตามลำดับการคุ้มครองเซลล์เนื้อเยื่อของร่างกายดังนี้ ( 1) ดื่มน้ำสมุนไพรต่าง ๆ ตามความเหมาะสมของสภาพร่างกาย ( 2 ) กินผลไม้ ถ้ารสเปรี้ยวนั้นไม่เสียวฟันให้รับประทานก่อนผลไม้หวานแต่ถ้าเสียวฟันให้งดการกินเปรี้ยว ส่วนผลไม้ที่หวานควรรับประทานเพียงเล็กน้อยแค่พอสบายตัวและ มีกำลัง ( 3 ) ผักสด หรือผักผ่านไฟอาจกินเป็นสลัดผัก ยำ ( 4 ) รับประทานข้าวเปล่าโรยเกลือหรือรับประทานข้าวพร้อมกับข้าวต่าง ๆ ( 5 ) รับประทานถั่วเขียวต้มใส่เกลือหรือน้ำตาลเล็กน้อย (ต้มพอสุกไม่เปื่อย ใช้ไฟปานกลาง) หรือถั่วหลากพันธุ์ที่ถูกกับสภาพร่างกาย ณ เวลานั้น อาหารปรุงรสเล็กน้อยเท่าที่พลังชีวิตเต็ม หรือประมาณ 30 % หมายถึง การปรุงอาหารโดยมีปริมาณเครื่องปรุงที่พอเหมาะตามความต้องการของร่างกายดังนี้ เกลือ 1 ช้อนชา/วันน้ำตาล 5 ช้อนชา/วันไขมัน 4 ช้อนชา/สัปดาห์พริก 4 - 7 เม็ด/สัปดาห์ การอบรม หมายถึง การจัดกิจกรรมให้ความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติในหลักสูตร การแพทย์วิถีธรรมเพื่อการพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง จัดโดยมูลนิธิแพทย์วิถีธรรม แห่ ง ประเทศไทย บรรยายโดย ดร.ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว)และทีมงานจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม มีระยะเวลา 5- 9 วัน การแพทย์วิถีธรรม หมายถึง การแพทย์ที่นำเอาจุดดีของวิทยาศาสตร์การดูแลสุขภาพทั้ง 4 แผน คือ แผนปัจจุบัน แผนไทย แผนทางเลือกและแผนพื้นบ้าน รวมกับหลัก 8 อ. ของสถาบันบุญนิยม มาจัดการองค์ความรู้ ประยุกต์ผสมผสานบูรณาการด้วยหลักธรรมของแต่ละศาสนาตามความเชื่อถือของแต่ละคน และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพี ยงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพสังคมสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน เน้นการแก้ไขหรือลดปัญหาสุขภาพที่ต้น เหตุ โดยใช้สิ่งที่ประหยัดที่สุด แต่ให้เกิดประโยชน์สูงที่สุด ด้วยวิธีที่เรียบง่าย ได้ผลรวดเร็ว สามารถพึ่งพาตนเองได ้ ใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นเป็นหลัก ประยุกต์เข้ากับวิถีชีวิตได้อย่างยั่งยืน ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. ได้ทราบแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำตาลของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 หลังการอบรมหลักสูตรการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรม 2. ได้ทราบรูปแบบและลักษณะการรับประทานอาหารปรับสมดุลตามที่ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ต้องกำกับตนเอง หลังการอบรมหลักสูตรการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรม 3. ผลงานวิจัยที่ได้สามารถใช้เป็นต้นแบบของการควบคุมระดับน้ำตาลของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 และการกำกับติดตามพฤติกรรมการรับประทานอาหารปรับสมดุลตามหลักสูตรการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรม สำหรับผู้เข้ารับการอบรมในรุ่นต่อ ๆ ไป

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน

word1.ปก.docx
19 พฤษภาคม 2565
wordภาคผนวก.docx
6 กันยายน 2564
word01 ปก พริ้วลมบุญ.docx
15 พฤศจิกายน 2563