สื่อธรรมะพ่อครู(สัมประสิทธิ์) ตอน สัมประสิทธิ์มีแต่เจริญไม่มีเสื่อม.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.37 KB
วันที่แก้ไข8 สิงหาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สัมประสิทธิ์) ตอน สัมประสิทธิ์มีแต่เจริญไม่มีเสื่อม _จากไลน์ สม.พุทธพอนวล ท่านคะมีคนถามดิฉ้นว่าสัมประสิทธิ์ ใช้ได้ทั้งเชิงบวกและเชิงลบหรือ เมื่อกี้ได้ยินท่านจันทร์บอกว่า ใช้ได้ทั้งเชิงลบและบวก ดิฉันคิดว่า ถ้าเชิงลบน่าจะเป็นอสัมประสิทธิ์ไหม แต่พวกบอกว่า คำว่าอสัมประสิทธิ์ไม่มี ให้เรียนถามพ่อครู พ่อครูว่า... สัมประสิทธิ์หมายถึงความเจริญก้าวหน้าแล้วมีเงื่อนไขเป็นความเจริญก้าวหน้าระดับคูณ เป็นความก้าวหน้าที่มีโพชฌงค์ 7 พลังสัมประสิทธิ์โดยเฉพาะของพุทธมีโพชฌงค์ 7 แต่อกุศลไม่มี เพราะฉะนั้นจะไปเป็นลบได้ไหม ไม่ได้ อกุศลไม่มี โพชฌงค์จะมี สติ ธัมมวิจัย วิริยะ ถามว่าคนมีความรู้ระดับสัมประสิทธิ์จะมีธรรมวิจัยไหม ก็มี วิริยะก็มี แน่นอนสติก็ต้องมี มีโพชฌงค์ 3 แต่ต้นแน่นอน แต่ถ้าสัมประสิทธิ์ ของโลกียะก็ไม่มี อาจมีสติ ธัมมวิจัย วิริยะ แต่ไม่เกิดปัสสัทธิ ปีติ มันจึงไม่เป็นสัมมาสมาธิ ไง ไม่ได้เป็นลำดับอย่างน่าอัศจรรย์ ยิ่งเป็นเนกขัมสิตอุเบกขาเวทนาเลยก็ไม่มีหวัง ไอ้หวังตายแน่ เพราะสายที่เขาไม่รู้พวกนี้แม้ปัสสัทธิเขาก็ระเริงใจกับสมถะสงบ จะผยองใจตื่นเต้นฟูใจกับปัสสัทธิ(โลกีย์) พวกสายหลับตาสมถะไม่สัมมาทิฏฐิ เขาจะไม่เกิดสัมมาสมาธิ โพชฌงค์ 7 จะมี ปีติ ปัสสัทธิ เขาจะดีใจอย่างโลกียะที่ได้ ปัสสัทธิเป็นแบบโลกียะได้ แต่ปัสสัทธิโลกุตระก็แน่นอน เขาจะไม่มี เขาจะได้ความสงบสมถะแบบโลกีย ปัสสัทธิแบบนิโรธดับ เขาถึงไม่มีทางจะได้สัมมาสมาธิ อุเบกขาเนกขัมสิตะนั้นเมินเสียเถิดอย่าคิดถึง

ที่อาตมาตอบได้นี่ก็ถ้าอาตมาไม่มีสภาวะ เป็นลำดับ ตามคำสอนพระพุทธเจ้า อธิบายไม่ได้หรอก แต่อาตมามีสภาวะ และมีคำสอนพระพุทธเจ้าด้วย จึงได้เอาคำสอนพระพุทธเจ้าเป็นหลักและยืนยันด้วยสภาวะจึงตอบได้ เพราะอย่างนั้

อ่านต่อ

น สัมประสิทธิ์คือความคิด ก็เข้าใจว่าเป็นลบก็เก่ง แต่ความเสื่อมมันไม่ก้าวหน้า เพราะฉะนั้น สัมประสิทธิ์ ไม่ใช่ความถอยหลังไปทางเสื่อมไม่ใช้อย่างนั้น เขาจึงมีภาษาทางฟิสิกส์ใช้งานแต่มันก็ก้าวหน้าอย่างเดียว สัมประสิทธิ์ทางฟิสิกส์ แต่ถ้าพลังงานที่เกิดจากอกุศลเหตุ หรือเกิดจากมิจฉาทิฏฐิ ก็จะไม่มีระบบระเบียบ จะไม่เป็นลำดับ ราบเรียบดังฝั่งทะเล เป็นที่น่าอัศจรรย์อย่างของพระพุทธเจ้า พลังงานที่จะได้ถึง C(mc 2 +A) ตัว C คือ Coefficient คนที่จะรู้จักพลังงานถึงขั้นเป็น Coefficient จะมีครบพร้อมที่ได้สะสม พลังงานทางบวกทั้งลบ ทั้งตัวแปร อันเป็นสัมประสิทธิ์ ที่มีประสิทธิภาพ ก็ต้องมีทฤษฎีที่เป็นระบบ อย่างรู้จัก รู้แจ้ง รู้จริง ไม่ใช่พลังงานที่เกิดจากลึกลับ ใช้ได้แต่ดึงมาจากไหนไม่รู้เป็นพวก magic เป็นนักมายากล พวกไสยศาสตร์หรือเกิดอย่างฟลุคๆ บังเอิญ มีอะไรมาเสริมให้ก็เลยได้มา หรือเป็นพลังงานของตน แต่แฝงเป็น potential ในตัวเองก็ไม่รู้ แต่ถ้ารู้ก็เอามาใช้ได้ เป็นพลังงานที่คุณเองมีแต่ยังไม่ได้เอามาใช้ คนที่รู้จักรู้แจ้งรู้จริงต่างๆนี้ จึงเป็นคนที่มีพลังงานระดับพิเศษ ทำปาฏิหาริย์ได้ ส่วนคนทำปาฏิหาริย์แบบไสยศาสตร์ เทศนาปาฏิหาริย์ อิทธิปาฏิหาริย์ จึงไม่มีสัมประสิทธิ์ ความรู้ของศาสนาพุทธจึงรู้จักรู้แจ้งรู้จริงรู้เหตุผลประกอบพร้อมครบ สฟ.ว่า..ที่พ่อครูใช้ สัมประสิทธิ์ กับคุณยิ่งลักษณ์ นี้ใช้ได้ไหม คือยิ่งโง่… พค.ว่า...ก็เลยว่า เอาสัมประสิทธิ์นี้ไปใช้กับคุณยิ่งลักษณ์ ถือว่าให้เกียรติ 600807_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ คนปกติคือคนมีศีลมั่นคงยั่งยืน

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน