สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน สมาธิพุทธต้องมีวิจัยรูป 24.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข5 สิงหาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน สมาธิพุทธต้องมีวิจัยรูป 24 ก็ขอเข้าไปลึกๆเรื่องของธรรมะ คำว่าสมาธิ คำว่าสมาธิ มันแปลว่าจิตตั้งมั่น จิตอะไรตั้งมั่น จิตที่ทำให้กิเลสมันหาย ลดละจางคลาย สั่งสมตั้งมั่น จนกิเลสตัวที่เรารู้แล้วเราทำให้มันหายไปได้ไม่ทำให้กิเลสเกิดในจิต สั่งสมความมั่นคงตั้งมั่นเคลื่อนได้เรื่อยๆ เรียกว่าจิตสมาธิ วิธีทำให้เกิดความตั้งมั่นเช่นนี้มีสองนัยใหญ่ๆ นัยยะหนึ่ง คุณก็หลงว่าจิตคุณสงบ แล้วก็มีวิธีทำให้สงบแบบสะกดจิต ไม่ให้จิตใจนึกคิดหรือทำงาน ให้จิตนิ่งๆๆ คุณสั่งสมเช่นนั้นก็ได้ เป็นสมาธิตั้งมั่นเรียกว่าสมถะ จิตสงบ สมถะนี่คือจิตสมถะทั่วไป ซึ่งพระพุทธเจ้าไม่เอา แต่มันใช้เป็นอุปการะธรรมดาธรรมชาติสะกดไว้ข่มไว้ ทำอยู่แล้วด้วยสัญชาตญาณ เช่นคุณมีราคะก็ไม่ปล่อยเรี่ยราด โทสะก็ข่มไว้ไม่ให้เรี่ยราด หรือถ้าใครแสดงออกราคะโทสะเต็มที่อาตมาว่าสังคมนั้นจะมั่วกันขนาดไหน (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) ก็เป็นสัญชาตญาณคนทำได้โดยธรรมชาติอยู่แล้ว ไม่ต้องไปฝึกหรอก แต่เมื่อฝึกก็ทำได้ ทำเก่ง สมณะฟ้าไทว่า...พอสะกดจิตมากๆแล้วบอกให้อ่านจิตก็ยากมากเลย พ่อครูว่า...การสะกดจิตจึงไม่ใช่ของศาสนาพุทธ เขารู้กันทั่วไปเป็นเรื่องง่ายๆพื้นๆตื้นๆ ทำกันอยู่ทั่วไป ไม่ใช่เรื่องพิเศษ แต่ของพระพุทธเจ้าเป็นเรื่องวิปัสสนา วิจัยวิจารณ์ มีธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ การสะกดจิตนั้นทำได้ทั้งแบบลืมตาและหลับตา พยายามสัมผัสแล้วหยุดคิดอย่านึกนะ แทนที่จะสัมผัสแล้วเกิดอะไรขึ้น เกิดขึ้นแล้วสังขารขึ้นมา แล้วสังขารมันมีอะไรบงการอยู่เรียกว่าวิญญาณ ในวิญญาณแยกเป็น 2 เรียกว่านามรูป แล้วนามรูปตัวนี้วิจัยรูปออกไปเป็นอุปาทายรูป 24 ก็ไม่เรียนกัน แยกไม่เป็น โดยเฉพาะเมื่อ ผัสสะ ปั๊บจะเกิดภาวะ 2 คืออิตถีภาวะกับปุริสภาวะ อิตถีภาวะคือจิตป

อ่านต่อ

รุงแต่งกับกิเลสเป็นสอง ก็ทำให้กิเลสอิตถีภาวะนี้ลดลง เป็นอินทรีย์แรงพลังของกิเลส มันมีชีวิตของกิเลสเรียกว่า ชีวิตินทรีย์ทำให้มันลดลงๆๆ มันมีอะไรเป็นอาหาร ตั้งแต่กวฬิงการาหาร ผัสสาหาร วิญญาณาหาร มโนสัญเจตนาหาร รู้แยกแยะกิเลสเป็นเหตุแห่งทุกข์ แล้วฆ่ามันลงไปเป็นธรรมะ 1 จนมันไม่มีตัวตนเหลือเพียงปุริสภาวะ เป็นธรรมะ 1 เป็นยอดวิธีการ ทำธรรมะ 2 ให้เป็น 1 โดยมีองค์ประกอบรู้เหตุปัจจัยรู้ที่เกิดหทยรูป รู้อาหารที่ทำให้เกิด ทุกองคาพยพ สัมผัสลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข จนแม้อาหารที่สัมผัสลิ้น สัมผัสแล้วเกิดเจตนาเป็นกาม เป็นภวตัณหา วิภวตัณหา ก็ล้างกิเลสกาม ตั้งแต่มีปสาทรูปโคจรรูป สัมผัสแล้วก็เกิดภาวรูป ก็ต้องมีปัญญารู้รูปนามจนอ่านตัวกิเลสได้ 1 เป็นสิ่งที่ถูกรู้ คือรูป อันที่รู้คือนาม เป็นsubject รู้ว่านี่คือสักกายะที่เราต้องลดอาการมันไม่ให้มันเกิดมาในจิตเราให้ได้ ทำไปตามปริเฉท เป็นปริเฉทรูป จนทำสำเร็จ เกิดอาการของฐานลหุตา มุทุตา กัมมัญตา อาการเคลื่อนไหวขณะนี้ เป็นพลังงานที่ควบคุมได้ เบาลหุตา มุทุตา เป็นสภาพสอง คือจิต หนึ่งปัญญา สองเจโต อยู่ในมุทุ ในเชิงปัญญาก็รู้ได้ไว ในเจโตก็ดัดได้เร็วไว ง่าย คุณสามารถทำจิตมุทุภูตธาตุให้แววไว ท่านแปลเป็นไทยว่า อ่อน แต่ที่จริงมันไหวไวมาก ทั้งลักษณะเจโต ไหวไว ทั้งปฏิภาณปัญญา ก็ไหวไว คือลักษณะของ มุทุ แต่ภาษาไทยไม่รู้จะไปอย่างไรก็แปลว่าอ่อน อาตมาก็เลยว่ามันอ่อนใจไม่ค่อยรู้เรื่อง ก็เห็นใจว่าท่านไม่รู้จะแปลว่าอย่างไร คือวิการรูป มี ลหุ มุทุ กัมมัญญา สี่ก็เอาไปผสมกับกายกรรมวจีกรรมก็เป็นกายวิญญัติ วจีวิญญัติ รวมเป็นวิการรูป 5 อาตมาเห็นพยัญชนะก็เข้าใจสภาวะธรรมว่าเป็นอย่างไร เอามาอธิบายเป็นภาษาไทยให้ฟัง อาตมาว่าอาตมามีสภาวะนี้ชัดเจนก็เอามาขยายความให้ฟัง ไม่ได้แปลแค่ตามพยัญชนะ เท่านั้น ด้วยความจริงใจไม่ต้องการไปดูแคลน แต่เห็นใจท่านที่แปลกันจริงๆ ที่พยายามรักษาพยัญชนะไม่ให้เสื่อมสูญ ก็ต้องขอบคุณท่านจริงๆ ตรงไหนที่คุณอ่านจิตออกได้ก็คือหทยรูป ไม่ได้อยู่ที่ไหนที่เป็นที่อยู่อย่างที่เขาแปลว่าอยู่ที่ห้องหัวใจห้องสี่ แบบนั้นไม่ใช่ แล้วมันมีชีวิต มีอินทรีย์ แล้วอินทรีย์ชีวะที่เราต้องรู้คือ ชีวิตของกิเลสที่ไม่ตาย เราต้องทำให้มันตาย มันเกิดจากอาหารคือมโนสัญเจตนาหาร กำจัดกิเลสกาม ภว ตัณหา เอากามตัณหาก่อนเป็นอาหารหนักของมันก่อน เมื่ออาหารคุณทำให้ว่างได้ก็จะสำเร็จไปตามลำดับ สำเร็จได้ ก็จะมีวิการรูป 5 แล้วมีลักขณรูป 4 คือ อุปจยะ สันตติ ชรตา อนิจจตา คนที่จบจริงๆจะอยู่กับ ลักขณรูป 4 คือ อุปจยะ สันตติ สองอันนี้ อุปจยะคือเกิด สันตติ คือจะต่อหรือไม่ต่อ ไม่ต่อก็ตาย ถ้าต่อยังมีชรตา และอนิจจตา แต่ถ้าคุณสามารถทำให้เกิดและประคองอยู่ได้ ให้มันเกิดอย่างดีและเป็นกุศล ให้มันเกิดอย่างมีประสิทธิภาพ เป็น Coefficient เป็นสัมประสิทธิ์เลย คุณก็ทำไปสิ มันก็ไม่ชรตา คนมีลักขณรูป 4 จะให้เกิดหรือไม่เกิดก็ได้ คืออมตบุคคล ในฐานะที่ยังไม่ตาย ยังไม่ไปนิพพาน เป็นปริโยสานก็ควบคุมที่สันตติ จะให้ต่อก็ได้ คุณคบกับคนนี้ทำงานกับคนนี้ พอเราจบแล้วไม่ทำงานกับคนนี้ต่อก็ตัดสิ ไม่สันตติ ก็ไม่คิดไม่พูดไม่ทำงานต่อ ที่อธิบายนี้เป็นสภาวะที่อาตมาเป็นอาตมามี จะพูดว่าอวดอุตริมนุสธรรมก็ใช่ มันเป็นอย่างนี้ ทำไมอาตมาต้องอวดอุตริมนุสธรรม เพราะว่า โลกยุคนี้ไม่มีคนเชื่อแล้วว่ามีคนบรรลุธรรม อาตมาก็ต้องอวด พูดอย่างสุภาพว่า อาตมานี่คือผู้บรรลุธรรม เพราะเขาไม่เชื่อเขาว่าไม่มีหรอกมันยากจะตายชัก ก็ยากแล้วพระพุทธเจ้าเอามาประกาศทำไม แถมปิดปากอีกว่า คนที่บอกว่าบรรลุคือคนไม่บรรลุ ผู้ที่ท่านพูดเช่นนี้ ก็เป็นนักศึกษาอย่างเยี่ยม อาตมาเคารพท่านว่าเป็น learned man เป็นคนที่เคารพการศึกษา ใส่ใจค้นคว้าเก็บมามากมาย เก็บรวบรวมเยอะ แทนที่จะพยายามเข้าใจเนื้อแก่นสาร แต่เอามามากก็เลยยาก ที่จะประมวลลงมาหาแก่น มันมากเกินไป ไม่รู้กรอบที่ควรทำให้เสร็จ พระพุทธเจ้าถึงกำหนดศีล 5 8 10 เบื้องต้น ท่ามกลาง บั้นปลาย กำหนดที่ธรรมสองแล้วทำให้เหลือหนึ่งให้ได้ อาตมาก็ไม่รู้จะทำอย่างไร บอกแล้วบอกอีก พูดแล้วพูดอีกว่าทำไมต้องบอกว่าตนเองบรรลุ มันน่าหมั่นไส้ คนเขาถือสานะ ว่าบรรลุแล้วไม่ให้บอก ที่จริงพระพุทธเจ้าท่านให้บอกได้ ให้ชัดเจนว่า 1 ต้องมีจริง 2 ไม่มีจิตสาเฐยะคือจิตอยากอวด 3 ต้องมีเมตตา 4 ต้องมีความปรารถนาดีให้คนอื่นได้รับประโยชน์ตรงนี้ อาตมาผิดตรงไหน ถ้าอาตมาไม่ทำก็ทำผิดนะ แล้วนานมากถึงจะบอก อาตมาพูดตั้งแต่เท้าความได้ ตั้งแต่บรรลุธรรมแล้วก็ออกมา แล้วบอกที่วัดมหาธาตุว่าจะพูดธรรมะโดยให้ตนเองตายภายใน 5 วัน 7 วันก็ได้ เขาหมั่นไส้อาตมาทำได้ แต่ว่าอาตมาไม่ได้โง่ขนาดจะไปทำอย่างนั้น กว่าจะมาประกาศว่าตนเองเป็นพระอรหันต์ต่อหน้าสาธารณะ อาตมาประกาศตนตอนปี 2558 ที่ศาลีอโศก อาตมาเคยบอกไปกับบุคคลสองคนก่อน คือ อาจารย์ขวัญดี กับ อาจารย์แสง จันทร์งาม แต่มีคนไปถามท่าน ท่านก็ว่าจำไม่ได้ อาตมาก็กึ่งเชื่อว่า เรื่องสำคัญเช่นนี้ท่านไม่น่าจะลืม กับอีกอย่างคือ ท่านก็อายุมากแล้ว 90กว่าปี ก็ความจำเสื่อมได้ ที่จริงไม่น่าลืม คืออาจารย์แสงมาถามอาตมาที่สันติอโศก ตอนกำลังฉัน อ.แสงก็มาถามว่า ท่านได้บรรลุอรหันต์หรือไม่...อาตมาก็บอกว่าบรรลุอรหันต์ ถ้าคนใด จะไปถามใครว่าเป็นพระอรหันต์ ไปถามตรงๆนี้เป็นเรื่องสำคัญไหม? จะถามใครก็แล้วแต่อยากรู้จริง ก็ต้องสำคัญไม่น้อยนะ แล้วท่านจะลืมง่ายๆหรือ แต่ท่านตอบอย่างนั้น อาตมาว่าท่านเลี่ยงๆไปไม่อยากพูดต่อ หรือท่านอาจลืมจริงๆก็ได้ เอาเถอะก็พูดด้วยจริงใจ ไม่ได้พูดเพื่อฟื้นฝอยหาตะเข็บ อวดโอ่ แต่มันเป็นความจริงก็ยืนยันกันไป 600728_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สังคมประเสริฐสุดที่มักถูกมองข้าม

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน