สื่อธรรมะพ่อครู(ปกิณกะ) ตอน ปริวิตกของพระโพธิสัตว์.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ปกิณกะ) ตอน ปริวิตกของพระโพธิสัตว์ ตั้งแต่อาตมาทำงานศาสนามาเกือบ 50 ปีแล้ว อาตมาได้สาธยายภาษาสัจจะมามาก ผู้ที่รู้สาระในสัจจะก็มาเอา อย่างพวกคุณ ผู้ที่ไม่เห็นจริงฟังแล้วก็คิดว่าจะจริงหรือ งงๆ สงสัย ถ้าน้ำหนักที่พอฟังขึ้นไม่มีเขาก็ผ่าน สะดุด แล้วก็ผ่านไม่เอาใจใส่ ส่วนคนฟังแล้วก็ว่าน่าจะดี แต่ไม่ใส่ใจ เพราะว่า แรงของลาภ ยศสรรเสริญ โลกียสุข ดึงเขาไว้ โดยเฉพาะบุคลากรทางด้านศาสนา ถูกลาภ ยศสรรเสริญดึงไปหมด มาฟังโพธิรักษ์ก็ว่าดี แต่ทางโน้นดึงไปหมด แบบพูดที่ฟังไม่เข้าใจก็จะบอกว่าพูดอยู่ได้อายุ 80 กว่าแล้ว ทำไมยังไม่ตาย คนอย่างนั้นก็มี ก็น่าสงสารเขา ต้องด่าต้องติเขา จะได้รู้ตัว ขืนไปชมเขาก็หลงผิดชื่นใจจมหนัก หรือปล่อยไปตามเวรตามกรรมก็ไม่ได้ อาตมาไม่ใช่คนใจจืดใจดำ เห็นคนจะตกน้ำตกนรกอยู่กับตา ก็ปล่อยไปทำมาทำไม่ได้ อาตมาทำงานมา ย่างเข้า 48 ปีมีผลอย่างที่เห็น และเท่าที่ภูมิธรรมอาตมาเป็นมิเตอร์วัดกระแสสังคม รู้สึกว่ากระแสสังคมดีขึ้นเข้าใจขึ้น ไม่มืดมัว โมหัน เหมือนในยุคต้นๆ จะเอาอาตมาตาย ต้องจัดการอาตมาให้ดับสูญให้ได้ เพราะไปขัดความรู้สึก ความรู้ย้อนแย้งอัตภาพเขา แต่เสร็จแล้วเขาทำไปสุดฤทธิ์แล้ว ได้ตัดสินว่าอาตมาดำเนินไปได้ มาถึงวันนี้ ก็ได้ผู้ที่มีดวงตามีปัญญาเข้ามา และขยายผลขึ้น ที่เพราะว่า เห็นผลว่ามีการขยายผล อาตมาจึงได้ปรารถนาอยู่ต่อไป แต่หลายปริวิตก ของอาตมาก็มีแวบๆว่า เอ้อ เราพอสักทีดีไหม เลิก หยุด สรุปคือ ตายจากโลกนี้เสียทีเถอะ หลายปริวิตกของอาตมามี รู้สึกเมื่อยจริงๆแล้วมันคงสุดที่แล้ว คงจะได้เท่านี้แหละ มันคงไม่ได้มากกว่านี้อีกแล้ว แต่เมื่อพยายามเพ่งมอง เพ่งมองผ่านเมฆเฉกใจให้ช้ำ คล้ำดำซ้ำเป็นเห็นปานขวานผ่า อาตมาแต่งกวี ไปสรรหาคำมาร้อยเรียงได้อย่างไร เขาอ่าน
อ่านต่อ
กันก็ว่าอย่างนั้น อาตมาเคยแต่งกลอนกลบท ให้นสพ.ไทยโพสต์ คุณเปลวสีเงินก็ให้คุณชัชรินทร์ ชัยวัฒน์(ท่านขุนน้อย) ไปจัดการ ก็เขียนมาว่า ไปหาคำมาร้อยเรียงได้อย่างไรนี่ กลบทนั้นก็พอจำได้ เพราะว่าไม่ได้เขียนมากมาย อันนี้เป็นกลบท นาคบริพันธุ์ ศรีสวัสดิดาษด้าว แดนสาร เด่นส่งดั่งปาฏิหาริย์ เห็จฟ้า เหินเฟื่องเผ่นผยองยาน ยาวชีพ
ภาษากวีอาตมาเป็นภาษาโบราณ อาตมามีนามปากกา โบราณ สนิมรัก ต่อมาเป็น โบราณ นวทัศน์ ต่อมาเปลี่ยนเป็น โบราณ ใหม่เสมอ อาตมาใช้คำว่าโบราณในสามนามปากกา อาตมาเป็นคนโบราณจริงๆ แต่อาตมานี้ทันสมัยนำหน้าเขาไปหลายช่วงตัว เช่น อาตมาเข้าใจคำว่าประชาธิปไตย นำหน้ากับทั่วโลก อาตมาพิพากษาเลยว่าขณะนี้ในโลกสองร้อยกว่าประเทศนี้ ประชาธิปไตยของไทยดีที่สุดเจริญที่สุด ถูกต้อง ความเป็นประชาธิปไตยดีที่สุด แล้วอาตมาก็จะเรียกว่าดัดจริต เรียบเรียบความเป็นประชาธิปไตยถึง 77 ประเด็น
อาตมาก็ทำงานมาก็ไม่ใช่ไร้ผล ไม่เป็นหมันอะไร ได้ แต่ได้แล้วก็รู้สึกว่า ที่ปริวิตก ก็รู้ว่ามันแค่นี้จริงๆ จะไม่ได้อีกแล้วหรือ มันน่าจะจบจะหยุดได้แล้ว ก็เลยมาระลึกถึงว่า มันจะมีพลังงานเหลืออยู่ อาตมามองทุกอย่าง ทั้งสสารและพลังงานตั้งแต่อุตุนิยาม อาตมาอ่านพลังงานของจริง ที่เป็น ฟีโนมีนอน เป็นของจริงที่มีอยู่เป็นปรากฏการณ์จริงมี พลังงาน Coefficient มีอยู่จริงไหม พลังงาน Coefficient ต้องเป็นจำนวนที่มีอัตราการก้าวหน้า progression ratio สภาพของพลังงานอันนี้ มันเป็นอัตราการก้าวหน้า มันยังก้าวหน้าอยู่ แล้ว Coefficient จะต้องมีอัตราการก้าวหน้า ที่มีพลังงานในระดับคูณ ไม่ใช่แค่บวก แต่ต้องมีคูณ ตอนนี้ไม่ถึงยกกำลัง มันเป็นระดับคูณอยู่ตอนนี้ แต่ถ้าอัตราการก้าวหน้าเป็นระดับต่ำกว่าคูณ เป็นระดับบวก อาตมาอาจจะถอย แต่นี่ก็ยังมีระดับคูณ Coefficient อาตมาจึงได้เอาคำว่า Coefficient มาอธิบาย ก็มีแต่อาตมานี่แหละเอาสิ่งเหล่านี้ที่เป็น อุตริมนุสธรรม มาอธิบาย ตอนนี้มี ปรากฏการณ์ จริง status quo มันมีอยู่จริงไหม อาตมาก็ตรวจอ่านจริง ไม่ได้พูดโดยโวหาร อาตมาอ่านพลังงานนี้จริง เป็นพลังงานอรูป หรือพลังงานนามธรรม ที่เกิดจริงเป็นจริงในเอกภพ อาตมาว่าอาตมามีญาณอ่านออก ที่พูดนี้อาตมาอวดอุตริมนุสธรรม แล้วอาตมาท้าด้วยว่า ใครอวดอุตริมนุสธรรมเท่าอาตมาได้ อาตมาว่าสู้อาตมาไม่ได้หรอก ที่อาตมาทำนี้อ่านปรากฏการณ์จริง status quo ที่มีอยู่จริงจึงได้จำนนว่า เราจะใจดำปล่อยปละละเลยทิ้ง มันไม่ถึงกับไม่ก้าวหน้าแล้ว แต่มีอัตราก้าวหน้าอยู่ สังขารร่างกายจะแย่อยู่บ้างแต่ก็ไม่ถึงกับทรมานทรกรรมเกินไป สมณะฟ้าไทว่า...การพอของพระโพธิสัตว์คือ 1.คนไม่ก้าวหน้าและกับ 2.มันไปไม่ได้แล้ว สรีระไม่ได้แล้ว พ่อครูว่า...ใช่ก็หนึ่งทำแล้วไม่เกิดความก้าวหน้า หรืออีกอย่างก้าวหน้าแล้วปล่อยได้แล้ว เลี้ยงลูกให้รู้จักโต คืออาตมา เป็นผู้ที่เลี้ยงลูกให้รู้จักโตเลี้ยงความแม่ให้รู้จักตาย คนไม่ได้รู้และทำอย่างนี้ก็โง่ เมื่อประเมินประมาณดูเหตุปัจจัยจริงแล้วก็ยังไม่สมควรตาย แต่อาจจะมีคนบอกว่า คนนี้สมควรตาย แต่เขายังฆ่าอาตมาไม่ได้ หนึ่งผิดกฏหมาย สองระวังบาปไม่ใช่เบา ทำร้ายฆ่าอาตมานี่บาปไม่เบา ที่ทำอยู่ทุกวันนี้ หนึ่งไม่สิ้นไร้ไม้ตอกยังดำเนินไปได้ดี สองสังขารร่างกายอาตมายังพอถูไถไม่เสื่อมโทรม เอ้า หามกูไปตีกับมันหน่อย ก็ไม่ถึงกับอย่างนั้น ยังมีเรี่ยวแรงกำลังวังชาของตัวเอง พอออกเรี่ยวแรงได้อยู่ ก็เลยต้องทำ สาม ทำไปเถอะ ที่อาตมาทำนี้เพิ่มพลังงานต่อแรงของล้อธรรมจักร ทำงานต่อแรงของล้อพระธรรมจักรให้หมุนไปถึง 5,000 ปีในอนาคต ก็เติมแรงนี้ได้อยู่ๆ แม้คนจะต้านไม่ให้อาตมาเติมไม่ให้ทำ อาตมาก็ยังสามารถเติมแรงของวงล้อพระธรรมจักรได้อยู่ ไม่ช้าหรือหมดแรง อาตมามองอย่างนั้น คนอื่นจะไม่เห็นด้วยก็แล้วแต่ อาตมาเห็นว่าก้าวหน้าได้อยู่ก็ควรจะต่อ เพื่อความมั่นใจไม่ประมาท เผื่อพอ ถึงแม้จะเกินห้าพันปีก็ไม่เป็นไร ดีกว่าไม่ถึงห้าพันปี ก็ไปใหญ่โลกพังทลาย หรือถ้าอาตมามาช่วยไม่ถึงห้าพันปี อาตมาเป็นผลเสีย มาแล้วทำไมไม่ต่ออายุศาสนาถึงห้าพันปี รีบตายไปทำไม? สหัมบดีพรหมมาอาราธนาด้วย สหัมบดี คือ สห กับ บดี คือผู้เป็นใหญ่ทั้งหมดรวมกันมา 600730_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ปริวิตกของพระโพธิสัตว์