09-บทที่ 5 6.docx

โฟลเดอร์word
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์33 KB
วันที่แก้ไข28 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

บทที่ 5 สรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ การวิจัย เรื่อง การประยุกต์ใช้เทคนิคการกดจุดเส้นลมปราณที่แขนเพื่อลดอาการปวดคอ บ่าไหล่ของผู้เข้าค่ายแพทย์วิถีธรรม สวนป่านาบุญ 2 อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบระดับความปวดคอ บ่าไหล่ ก่อนและหลังการทดลอง และเพื่อเปรียบเทียบความรู้ก่อนและหลังการแนะนำเกี่ยวกับอาการปวดคอ บ่าไหล่ จุดเส้นลมปราณ และเทคนิคการกดจุดเส้นลมปราณ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยได้จากการเลือกแบบเจาะจง ( Purposive Sampling ) จากผู้เข้าค่ายแพทย์วิถีธรรม สวนป่านาบุญ 2 อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีอาการปวดบริเวณคอ บ่าไหล่ จำนวน 45 คน และเป็นผู้สมัครใจเข้าร่วมการบำ บัดโดยวิธีกดจุดเส้นลมปราณที่แขน เพื่อลดอาการปวดคอ บ่าไหล่ การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยการวิจัยเชิงทดลองเบื้องต้น ( Pre - E xperimental Research ) แบบกลุ่มเดียววัดก่อน-หลังการทดลอง ( One group pretest posttest design ) โดยเครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ โปรแกรมการประยุกต์ใช้เทคนิคการกดจุดเส้นลมปราณที่แขนต่ออาการปวดคอ บ่าไหล่ และเครื่องมือที่ใช้ ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบ บประเมินความปวด และแบบทดสอบความรู้ ที่ผู้วิจัยได้สร้างและพัฒนาขึ้น สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าความถี่ ( Frequency ) ร้อยละ ( Percentage ) ค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ( S . D . ) และการทดสอบ Paired - Samples t - test สรุปผลการวิจัย 1 . ก่อนได้รับการกดจุดเส้นลมปราณ ที่แขน กลุ่มตัวอย่างมีระดับความปวดคอ บ่าไหล่เฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง ( = 5 . 31 , S . D . = 1 . 84 ) และหลัง ได้รับการกดจุดเส้นลมปราณ ที่แขน พบว่า ระดับความปวดคอ บ่าไหล่เฉลี่ยลดลงอยู่ในระดับน้อย ( = 1.73 , S . D . =

อ่านต่อ

1 .16 ) 2 . ผลการเปรียบเทียบ ระดับความปวดคอ บ่าไหล่ของกลุ่มตัวอย่าง หลังการกดจุดเส้นลมปราณที่แขนน้อยกว่าก่อน การกดจุดเส้นลมปราณที่แขน อย่างมีนัยสำคัญที่สถิติที่ระดับ .05 ( t = 14 . 13 , p < 0 . 001 ) 3 . ผลการเปรียบเทียบ ระดับ ความรู้ เกี่ยวกับ อาการปวดคอ บ่าไหล่ จุดเส้นลมปราณ เทคนิค การกดจุดเส้นลมปราณ หลังการแนะนำสูงกว่าก่อนการแนะนำ อย่างมีนัยสำคัญที่สถิติที่ระดับ . 05 ( t = 30 . 49 , p < 0 . 001 ) อภิปรายผล จากการศึกษาผลของการประยุกต์ใช้เทคนิคการ กดจุดเส้นลมปราณที่แขนต่ออาการปวดคอ บ่า ไหล่ ของผู้เข้าค่ายแพทย์วิถีธรรม สวนป่านาบุญ 2 อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้วิจัยขออภิปรายผล ตามวัตถุประสงค์ การวิจัยดังนี้ 1 . จากผลการวิจัย พบว่า หลังได้รับการกดจุดเส้นลมปราณที่แขน ระดับความปวดคอ บ่าไหล่จากระดับความปวดเฉลี่ยปานกลาง ลดลงอยู่ในระดับน้อย ทั้งนี้เนื่องจาก การกดจุดเส้นลมปราณเป็นการกระตุ้นหรือฟื้นฟูสมรรถภาพของร่างกายด้วยวิธีทางอย่างธรรมชาติ และสรรพคุณ ของการกดจุดสามารถระงับโรคต่าง ๆ ได้ดี จนร่างกายแข็งแรงและสุขภาพทางจิตใจก็แจ่มใสขึ้นไปด้วย การกดและกระตุ้นอย่างถูกต้อง ยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของระบบต่างๆ ภายในร่างกายให้บรรดาเหล่าอวัยวะทุกส่วนทำงานกันได้อย่างสมบูรณ์ ไม่สะดุดติดขัดหรือเสื่อมสภาพไป ช่วยเสริมความต้านทานโรคและสร้างความสมบูรณ์แข็งแรงให้แก่เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย ดังเช่น ใจเพชร กล้าจน. ( 2553 : 291 - 386 ) ที่กล่าวถึง วิธีการระบายสิ่งที่พิษร้อนหรือเย็นเกินนั้นออก เมื่อมีสิ่งที่เป็นพิษหรืออันตรายมาสัมผัสกับเนื้อเยื่อของร่างกาย จะทำให้เกิดการเกร็งแข็งค้างของกล้ามเนื้ออย่างอัตโนมัติเพื่อหนีหรือขับพิษหรืออันตรายนั้นออก จึงทำให้เกิดอาการตึง แข็ง เจ็บ ปวด มึน ชาตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย อันเกิดจากเลือดลมไหลเวียนไม่ดี เทคนิคข้อที่ 6 คือ การออกกำลังกาย กดจุดเส้นลมปราณ โยคะ กายบริหาร เป็นอีกหนึ่งวิธีการที่ช่วยลดอาการตึง แข็ง เจ็บ ปวด มึน ชา เกร็งแข็งค้างตามส่วนต่าง ๆ ของกล้ามเนื้อได้ และเมื่อผู้ได้รับการ กดจุดเส้นลมปราณเพื่อลดอาการปวดคอ บ่าไหล่ มีอาการปวดลดลงอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาสั้น สอดคล้องกับ ธัฏษิณา กาแพง ( 2557 ) ที่ได้ศึกษาพบว่า ระดับอาการปวดคอและไหล่ และระดับความดันโลหิตในผู้ที่มีอาการปวดคอและไหล่ มีความสัมพันธ์กัน และสอดคล้องกับ วู๊ดและเบคเกอร์ ( Wood and Becker . 1981 : 25) ที่ ศึกษาการนวดกดจุดเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ผลการศึกษาพบว่า การนวดกดจุดกร ะตุ้นการไหลเวียนของเลือดดำได้ดี เท่า ๆ กับการไหลเวียนของเลือดแดง ทำให้การไหลกลับของเลือดดำเข้าสู่หัวใจมีปริมาณเพิ่มขึ้น การสูบฉีดเลือดจากหัวใจไปเลี้ยงเนื้อเยื่อเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลทางเมแคนิกส์ของเส้นเลือดของเส้นเลือดแดง ( Arterioles ) 2 . จากผลการวิจัย พบว่า ระดับความปวดคอ บ่าไหล่ของกลุ่มตัวอย่าง หลังการกดจุดเส้นลมปราณที่แขนน้อยกว่าก่อนการทดลอง นั่นคือ การประยุกต์ใช้เทคนิคการกดจุดเส้นลมปราณที่แขนต่ออาการปวดคอ บ่าไหล่ มีประสิทธิภาพทำให้อาการปวดลดลง ทั้งนี้เนื่องจาก เส้นลมปราณจะเป็นสิ่งเชื่อมโยงอวัยวะภายในทั้งห้า อวัยวะกลวงทั้งหก แขนขาและทุกส่วนของร่างกายเข้าด้วยกัน เป็นเส้น ลำเลียง พลังเลือดและของเหลวไปสู่ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เส้นลมปราณ ทำหน้าที่ ควบคุมการไหลเวียนและสมดุลของพลัง รวมทั้งควบคุมการไหลเวียนของเลือด บำรุง รักษากระดูก หล่อลื่นเอ็น และไขข้อต่างๆ ทั่วร่างกายให้สามารถเคลื่อนไหวได้คล่องและเป็นปกติเนื่องจากเส้นลมปราณต่างๆ ของร่างกายต่อเนื่องเชื่อมโ ยงและมีความสัมพันธ์กันอยู่ จึงท ำ ให้อวัยวะต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกเชื่อมโยงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ( โครงการพัฒนาเทคนิคการทายาสมุนไพร โครงการศึกษาการแพทย์ตะวันออก และมูลนิธิสาธารณสุขกับการพัฒนา . 2551 : 49 - 50) และ ภาสกิจ (วิทวัส) วัณนาวิบูล ( 2551 ) กล่าวว่า เส้นลมปราณ ทอดยาวไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เป็นเส้นทางลำเลียงพลังลมปราณ เลือด ของเหลวไปสู่ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ทำให้การทำงานของอวัยวะทุกส่วนอยู่ในภาวะสมดุล เส้นลมปราณที่ผ่านบริเวณแขนไปยังบ่าไหล่และคอ เมื่อใดก็ตามที่เกิดการติดขัดในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งทำให้พลังลมปราณ เลือด ของเหลวต้องคั่งค้าง หยุดชะงัก ก็จะทำให้เกิดอาการเจ็บหรือปวดบริเวณคอ บ่าไหล่ได้ การกดจุดเส้นลมปราณบริเวณแขนทั้ง สองข้าง จำนวนข้างละ 6 เส้น เส้นละ 2 นาที ซึ่งผลการกด จุดเส้นลมปราณ แต่ละเส้นส่งผลต่ออาการปวดคอ บ่าไหล่ ดังนี้ เส้นลมปราณเยื่อหุ้มหัวใจ เป็นเส้นลมปราณที่ทอดยาวตามแนวร่องกล้ามเนื้อร่องกระดูกกึ่งกลางเยื้องมาทางนิ้วนางของแขนด้านหน้า การกดจุดเส้นลมปราณนี้จะกดต่อเนื่อง พื้นที่ต่อพื้นที่ ตาม ร่องกล้ามเนื้อมัดหน้าด้านในจนถึง จุดกลาง รักแร้ ซึ่งมักเป็นจุดที่ทำให้เกิดอาการปวดตึงไปยังบ่าไหล่ ดังนั้นการกดจุด เส้นลมปราณ นี้เป็นการเปิดทาง เดินของเส้นลมปราณ ให้ส่ง พลังลมปราณ เลือด ของเหลวไปสู่เยื่อหุ้มหัวใจ ซึ่งส่งผลให้อาการปวด ตึง บริเวณบ่าไหล่ลดลงได้ เส้นลมปราณหัวใจ เป็นเส้นลมปราณที่ทอดยาวตามแนวร่องกล้ามเนื้อร่องกระดูกของแขนด้านหน้า ที่ตรงกับด้านหน้าของนิ้วก้อย การกดจุดเส้นลมปราณนี้จะกดต่อเนื่อง พื้นที่ต่อพื้นที่ ตาม ร่องกล้ามเนื้อมัดหน้าด้านในจนถึงรักแร้ ค่อนไปทางปีกสะบัก ซึ่งผู้ที่มีอาการปวดตึงไปยังบ่าไหล่ จะมีอาการเจ็บตามจุดเส้นลมปราณนี้ ดังนั้นการกดจุด เส้นลมปราณ นี้เป็นการเปิดทาง เดินของเส้นลมปราณ ไม่ให้ติดขัดทำ ให้อาการปวด ตึง บริเวณบ่าไหล่ลดลงได้ เส้นลมปราณปอด เป็นเส้นลมปราณที่ทอดยาวตามแนวร่องกล้ามเนื้อร่องกระดูกของแขนด้านหน้า บริเวณกึ่งกลางระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ ตรงร่องที่ชิดกับเส้นเอ็นกลางแขนด้านในมาทางนิ้วโป้ง การกดจุดเส้นลมปราณนี้จะกดต่อเนื่อง พื้นที่ต่อพื้นที่ ตาม ร่องกล้ามเนื้อมัดหน้าด้านในจนถึง สุดกระดูกหัวไหล่ แล้วกดเลาะอ้อมข้างกระดูกหัวไหล่ลงมากดเขี่ยตรงจุดรอยต่อระหว่างกระดูกไหปลาร้ากับรักแร้ ซึ่งผู้ที่มีอาการปวดคอ บ่าไหล่ มักจะมีอาการปวดตึงบริเวณหน้าอกด้านบน รอยต่อระหว่างกระดูกไหปลาร้ากับรักแร้ บางรายมีอาการไหล่ติด หายใจไม่สะดวก ดังนั้นการกดจุด เส้นลมปราณ นี้เป็นการเปิดทาง เดินของเส้นลมปราณ ที่ติดขัดตลอดแนวเส้น โดยเฉพาะบริเวณหัวไหล่เพื่อให้ส่ง พลังลมปราณ เลือด ของเหลวไปสู่ ปอด ได้สะดวกขึ้น จึงส่งผลให้อาการปวด ตึง บริเวณบ่าไหล่ลดลงได้ เส้นลมปราณลำไส้ใหญ่ เป็นเส้นลมปราณที่ทอดยาวตามแนวร่องกล้ามเนื้อร่องกระดูกของแขนด้านหลัง เริ่มจาก ร่องบุ๋มใต้กระดูกหัวไหล่ตรงกลางแขนด้านนอก กด ตามร่อง กลางแขนด้านนอกออกมาเรื่อยๆ จนถึงข้อมือ แล้วเลื่อนมากดที่จุด เหอกู่ ซึ่งอยู่ระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ ซึ่งเป็นจุดระบายพิษที่สำคัญจุดหนึ่ง การกดจุด เส้นลมปราณ นี้เป็นการเปิดทาง เดินของเส้นลมปราณ ที่ติดขัดตลอดแนวเส้น โดยเฉพาะบริเวณบ่าและหัวไหล่ เพื่อให้ส่ง พลังลมปราณ เลือด ของเหลว ไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้สะดวกขึ้น จึงส่งผลให้อาการปวด ตึง บริเวณบ่าไหล่ลดลงได้ เส้นลมปราณซานเจียว เป็นเส้นลมปราณที่ เป็นเส้นชุมทางของพลังงานสามส่วน ได้แก่ ช่องท้อง ช่องอกและช่องเชิงกราน เริ่มต้นจากบริเวณต้นคอตรง ชายผม ลงมาข้างคอ ร่องกลางบ่า เรื่อยมา หัวไหล่ ซึ่งการกดจุด เส้นลมปราณ นี้จะส่งผลโดยตรงต่ออาการปวดคอ บ่าไหล่ การกดด้วยน้ำหนักที่พอเหมาะและถูกจุด ถูกวิธี จะช่วยกระจายลมปราณที่เสียที่อั้นอยู่ บริเวณ คอ บ่าไหล่ ให้กระจายและไหลเวียนออกไป ส่งผลให้อาการปวด ตึง บริเวณบ่าไหล่ลดลงได้ เส้นลมปราณลำไส้เล็ก เป็นเส้นลมปราณที่ เริ่มจาก ปลายสะบักด้านหลังมาหากลางสะบัก กดตามร่องกล้ามเนื้อ ข้างกระดูก แขนด้านนอก ด้านนิ้วก้อย จนถึงโคนนิ้วก้อย การกดจุด เส้นลมปราณ นี้เป็นการเปิดทาง เดินของเส้นลมปราณ ที่ติดขัดตลอดแนวเส้น โดยเฉพาะบริเวณหัวไหล่ เพื่อให้ส่ง พลังลมปราณ เลือด ของเหลว ไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายได้สะดวกขึ้น ทำให้อาการปวด ตึง บริเวณบ่าไหล่ลดลงได้ ดังนั้นสามารถสรุปได้ว่า การกดจุดเส้นลมปราณบริเวณแขน ทั้ง 6 เส้น เป็นการ เปิดทางเดินของเส้นลมปราณ ให้สามารถทำงานได้เป็นปกติไม่ติดขัดหรือเกิดความสมดุล อวัยวะที่เส้นลมปราณวิ่งผ่านได้รับพลังลมปราณ สารอาหาร สามารถขับของเสียได้ดี จึงทำให้อาการปวดบริเวณ คอ บ่าไหล่ หายหรือทุเลาลงได้รวดเร็ว สอดคล้องกับ สมเกียรติ ศรไพศาล (2552 : 11 - 13 ) ได้ศึกษาประสิทธิผล การกดจุด โดยศึกษาเบื้องต้นถึงประสิทธิผลการใช้การกดจุดบำบัดในการรักษาผู้ป่วยกลุ่มอาการต่าง ๆ 7 กลุ่มอาการ พบว่า กลุ่มอาการที่มีประสิทธิผลค่อนข้างสูง คือ ดีขึ้นร้อยละ 96.92 ได้แก่ กลุ่มอาการป วดศีรษะ ไมเกรน และกลุ่มอาการปวดคอ บ่า ดีขึ้นร้อยละ 92.52 สอดคล้องกับ ไฮส์ และคณะ ( Hsieh et al . 2010 : 1 - 2 ) ได้ศึกษา และ เปรียบเทียบผล การบำบัด เพื่อลดอาการปวดศีรษะ ด้วยวิธี นวด กดจุด และการรักษาโดยใช้ยาคลายกล้ามเนื้อ ผลการวิจัยพบว่า การบำบัด อาการปวดศีรษะเรื้อรัง ด้วยวิธีกดจุด ช่วยลดอาการปวดศีรษะลดลงมากกว่าการรักษาด้วยการกินยา คลายกล้ามเนื้อ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ( p = 0.047) และ ฟลอร์และเติร์ก ( Flor and Turk . 1984 : 105 ) ได้ศึกษาพบว่าอาการปวดหลัง คอ บ่าไหล่ ทำให้จำกัดการเคลื่อนไหวของร่างกายและก่อให้เกิดความอ่อนแอของกล้ามเนื้อตามมา การกดจุดและนวดทำให้ลดอาการปวดได้ 3 . จากผลการวิจัย พบว่า ระดับความรู้เกี่ยวกับอาการปวดคอ บ่าไหล่ จุดเส้นลมปราณ เทคนิค การกดจุดเส้นลมปราณ หลังการแนะนำสูงกว่าก่อนการแนะนำ อย่างมีนัยสำคัญที่สถิติที่ระดับ . 05 ทั้งนี้เนื่องจาก การรักษาอาการปวดบริเวณ คอ บ่าไหล่ด้วยเทคนิคการกดจุดเส้นลมปราณที่แขน นั้น ผู้วิจัยได้จัดโปรแกรมการให้ความรู้ร่วมด้วยกับการรักษา ซึ่งเป็นความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมที่อาจเป็นสาเหตุของอาการปวดคอ บ่าไหล่ ลักษณะ อาการปวดคอ บ่าไหล่ จุดเส้นลมปราณ ต่าง ๆ และเทคนิค การกดจุดเส้นลมปราณ ซึ่งกลุ่มตัวอย่าง สามารถเข้าใจถึงสาเหตุ อาการ วิธีการรักษาอาการปวดคอ บ่าไหล่ด้วย เทคนิคการกดจุดเส้นลมปราณที่แขน โดยการศึกษาจากคู่มือ ได้ด้วยตนเอง ดังนั้นจึงส่งผลให้กลุ่มตัวอย่างเกิดความรู้ความเข้าใจมากขึ้น ดังเช่น สแปร์โร ( Sparrow . 1985 : 43 ) ที่ศึกษา พบว่า การกดจุดและการนวด เป็นการพยาบาลโดยการสัมผัสอย่างใกล้ชิด ทำให้ผู้ป่วยอบอุ่น สบายใจ และพึงพอใจ เช่นเดียวกันกับ แบย์ส ( Byass ( 1988 : 40 ) ที่กล่าวว่า การนวดและกดจุดทำให้ลดความตึงเครียดทางอารมณ์ ลดความซึมเศร้าและความเจ็บปวดมีความสัมพันธ์กันในทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ . 05 ดังนั้นเมื่อกลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจ รู้สึกสบาย เบากาย มีกำลัง ได้รับรู้น้ำหนักจากการสาธิตและทดลองกดจุดด้วนตนเอง จึงทำให้กลุ่มตัวอย่างมีความรู้มากขึ้น ข้อเสนอแนะ ข้อเสนอแนะ การนำผลการวิจัยไปใช้ 1. ควรนำผลการศึกษาของการประยุกต์ใช้เทคนิค การกดจุดเส้นลมปราณ ที่แขนในการดูแลตนเองเพื่อลดอาการปวดคอ บ่าไหล่ ไปใช้และเผยแพร่ในพื้นที่อื่น ๆ และบุคคลที่มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อให้มีความรู้พื้นฐานในการดูแลตนเองทางเลือกและนำไปประยุกต์ต่อได้ 2. ควรมีการจัดอบรม ให้ความรู้ ความเข้าใจ และนำข่าวสารใหม่ ๆ เกี่ยวกับอาการปวดคอและปวดศีรษะ มาเผยแพร่แก่บุคคลทั่วไปที่เป็นกลุ่มเสี่ยงและผู้ป่วย เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดการปฏิบัติในการดูแลตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและลดภาวะกลับเป็นซ้ำของอาการปวดคอ บ่าไหล่ 3. ควรมีการทำหนังสือหรือบทความหรือโปสเตอร์ที่สามารถทำความเข้าใจง่าย เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถนำความรู้ไปศึกษาและลองปฏิบัติตามเองได้ที่บ้านและควรมีการทำสื่อลงอินเทอร์เน็ต เพื่อการเข้าถึงข้อมูลที่ง่ายขึ้น ข้อเสนอแนะการทำวิจัยครั้งต่อไป 1. งานวิจัยครั้งนี้ศึกษาเพียงการลดอาการปวดเฉพาะบริเวณคอ บ่าไหล่เท่านั้น ดังนั้น ควรศึกษาเทคนิค การกดจุดเส้นลมปราณ อื่น ๆ เพื่อลดอาการปวด หรือบาดเจ็บบริเวณอวัยวะอื่น ๆ ต่อไป 2. งานวิจัยครั้งนี้ศึกษาผลการกดจุดเส้นลมปราณเพียงครั้งเดียว ดังนั้นในการศึกษาครั้งต่อไปจึง ควรศึกษาความคงทนของอาการปวดคอ บ่าไหล่ที่ลดลง เปรียบเทียบกับวิธีการบำบัดรักษาอื่น ๆ เช่น การนวด การกัวซา การฝังเข็ม เป็นต้น 3. ในการวิจัยครั้งต่อไปควรศึกษากับกลุ่มตัวอย่างอื่น ๆ เช่น กลุ่มผู้ใช้แรงงงาน พนักงานในสำนักงาน นักกีฬา ผู้สูงอายุ เป็นต้น เพื่อนำโปรแกรมไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาสุขภาพเฉพาะกลุ่มอาชีพต่อไป 4. ในการวิจัยครั้งต่อไปควรนำโปรแกรมประยุกต์ใช้เทคนิค การกดจุดเส้นลมปราณ ที่แขนในการดูแลตนเองเพื่อลดอาการปวดคอ บ่าไหล่ ใช้กับผู้ป่วยกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังในส่วนอื่น เช่น ผู้ป่วยปวดหลังส่วนล่าง โรคข้อเข่าเสื่อม ผู้ป่วยไหล่ติดเรื้อรัง เป็นต้น

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน

word1.ปก.docx
19 พฤษภาคม 2565
wordภาคผนวก.docx
6 กันยายน 2564
word01 ปก พริ้วลมบุญ.docx
15 พฤศจิกายน 2563