พระพุทธเจ้าไม่ได้นั่งสมาธิบรรลุธรรมวันวิสาขบูชา.docx
เนื้อหาในไฟล์
พระพุทธเจ้าไม่ได้นั่งสมาธิบรรลุธรรมวันวิสาขบูชา อีกอันหนึ่ง พระพุทธเจ้าไม่ใช่นั่งสมาธิบรรลุธรรม ไม่ใช่ได้ปฏิบัติธรรมด้วยการนั่งสมาธิ แต่ท่านนั่งอยู่ใต้ต้นโพธิ์ในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 ท่านทำเตวิชโช ใช้การทบทวนระลึกของเก่ามาเห็นมารู้ เตวิชโช ท่านถึงระลึกรู้ว่าท่านได้ผ่านมาแล้วบุพเพนิวาสานุสติญาณ เป็นพระโพธิสัตว์ผ่านมามากมายจนเต็มระดับ 9 แล้ว เกิดมาในชาตินี้ต้องมาประกาศศาสนา ลงมาปางนี้เป็นพระสมณโคดมจากเจ้าชายสิทธัตถะ เพราะฉะนั้นท่านเลยรู้ตัวเองว่าเราจะต้องมาทำงานนี้ แต่กระนั้นก็ดี จะต้องทบทวนอีก 49 วัน เรียกว่าเสวยวิมุติอีก 49 วัน ทบทวน ระลึกเอา สิ่งที่เป็นของเก่าของท่าน ถึง 49 วัน เลข 7 กับ 7 เป็น 49 เสร็จแล้วถึงได้เริ่ม เอาล่ะ มีความรู้สัมมาสัมโพธิญาณขึ้นมาพอสมควร แล้วก็เอามาประกาศศาสนา ตอนแรกก็จะไม่สอนเพราะคิดว่าไม่คุ้ม แต่มีสหัมบดีพรหมมาอาราธนาให้พระพุทธศาสนา สรุปคือ โอวาทปาติโมกข์ 3 เป็นของโลกุตระเป็นของพระอรหันต์ พระพุทธเจ้า ก็อย่าไปเข้าใจผิดว่าท่านนั่งหลับตาสมาธินั้นเป็นปฏิบัติธรรม นั่งหลับตาสมาธิไม่มีทางบรรลุธรรมของพระพุทธเจ้า พวกที่ยึดมั่นถือมั่นในการนั่งหลับตาปฏิบัติ หากอาตมาทำให้พวกนั่งหลับตาตื่นรู้ขึ้นมา คนนั่งหลับตาจะเข้ามาปฏิบัติในนี้เยอะถ้าตื่นรู้ ทางโน้นก็จะพร่องเขาก็จะเสียกำลัง เสียมวล สองมันยังโง่ไม่เสร็จ ขออภัยไม่ได้ด่า มันยังไม่เกิดวิชชาไม่เกิด อัญญธาตุ ไม่เกิดอัญญา ไม่เกิดปัญญา ก็เลยยังไม่ตื่นยังไม่ฟื้น ก็ไม่ท้อ เพราะว่าคนที่แสวงหามีคนที่ไม่มีอคติมีคนที่เคารพด้วยความเต็มใจยินดี มีอยู่ มีความยินดีเต็มใจอย่างแรงกล้าเคารพอย่างแรงกล้า ละอายอย่างแรงกล้า ที่ตนเอง รู้ตัว เรานี้หลง ดีไม่ดีเคยดูถูกพระโพธิรักษ์ ก็จะเกิดความละอายซึ่งไม่ต้องเกิดความละอายหรอก ละอาย
อ่านต่อ
ก็ดีแล้ว หิริดีแล้ว โอตตัปปะดีแล้ว เข้ามาเถอะ แต่อาตมาไม่ได้ไปถือสาว่า คุณได้ด่าอาตมาจัดการอาตมาอย่างไร อาตมาจะไม่ถือสาเลย ขอยืนยัน อาตมาจะยินดีด้วยซ้ำไป ดีแล้วหนอ สาธุๆ อนุโมทนาที่คุณได้เข้าใจและรู้สึกจริงๆได้เข้าใจจริงๆ ตื่นขึ้นมาจริงๆชาคริยา ชาคระ ตื่นขึ้นมาจริงๆ ดีๆๆ แล้วจงตั้งใจเถิด แสวงหาทางนี้ ขอยืนยันว่าอาตมาไม่ใช่ของปลอมหรอกแต่เป็นของจริง ยืนยันอย่างนี้เขาก็อาจจะหมั่นไส้สำหรับผู้ที่ไม่เข้าใจศรัทธา เดี๋ยวจะมีอย่างคุณเดชา อัมพร ที่จริงไม่ได้โกรธไม่ได้จองเวร แต่ชมเชย อาตมาชอบผู้แสวงหาอย่างนี้ แย้งมา สักวันหนึ่งอาตมาเป็นของจริงก็จะเป็นของจริง กาลเวลาจะพิสูจน์ อาตมาไม่กลัว ของจริงต้องจริง กาลเวลาพิสูจน์ คุณตามไปเถอะสักวันจะรู้ ของจริงจะเที่ยงแท้มั่นคงไม่ต้องห่วงหรอก กาลเวลาจะยืนยัน สรุปโอวาทปาฏิโมกข์พระพุทธเจ้านั่งสมาธิหลับตาบรรลุธรรมนั้น อย่าไปคิด แบบนั้นไม่ใช่ ท่านปฏิบัติลืมตา ท่านนั่งนึกทบทวนของเก่าเอามาใช้ แม้แต่อาตมาทุกวันนี้ก็ทำ ยังไม่หมดนะ การระลึกยังระลึกได้อยู่ แม้แต่ของพระพุทธเจ้าท่านก็ได้อยู่เสมอ ที่ท่านใช้สำนวนว่าคุยกับเทวดา เทวดามีรัศมีสว่างจ้าไปทั่ววิหารเชตวัน ท่านคุยกับจิตสูงจิตเจริญของท่านเองไม่ใช่เทวดาที่ไหนหรอก ของท่านเองแล้วก็เอามาเพิ่มขึ้น ท่านคุยกับเทวดาในตอนที่อยู่ในภวังค์ คือตัวเราเอง คนไม่มีเทวดามาคุย มีเทวดาปลอมปรุงแต่งเองใหม่ เดี๋ยวจะไปกันใหญ่ กลายเป็นนิรมาณกาย
640117_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ทำไมพ่อครูพาชาวอโศกลงสู่สนามการเมือง