แก่นหัวใจประชาธิปไตยโลกุตระ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์14 KB
วันที่แก้ไข10 มีนาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

แก่นหัวใจประชาธิปไตยโลกุตระ นี่คือลักษณะสภาวธรรมจริงในคน มีภาษายืนยันหลักฐาน คำตรัสของพระพุทธเจ้าที่เรียกว่า พระอนุสาสนี อันนี้คือปาฏิหาริย์ พระพุทธเจ้าตรัสไว้อย่างไร ตรัสไว้ในเรื่องสาราณียธรรม 6 อาตมาเอามาทำได้ นี่คือปาฏิหาริย์ ตรัสเรื่องวรรณะ 9 อาตมาพามาทำได้แล้วก็ยืนยัน และอธิบายรายละเอียดไปถึงขั้นมาจน ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านก็มีบารมีของท่านรู้ แต่ท่านก็พาคนมาจนอย่างอาตมาพามาเป็นยังไม่ได้ เพราะมันไม่ง่าย แต่ท่านรู้แล้วท่านยืนยัน แต่คนเข้าใจไม่ได้ แล้วก็เลยไม่ค่อยมีใครทำตามท่าน แม้แต่ข้าราชบริพาร ข้าราชการผู้รับหน้าที่สืบช่วงต่อ ก็ขยายไม่ออก นำพาทำไม่ออก เพราะตัวเขาก็ยังทำไม่ได้ แต่ในอนาคตพวกเราจะไปเป็นข้าราชการ ยังไม่เรียกว่าข้าราชบริพารนะ เป็นข้าราชการจะเข้าไปทำในอนาคต ข้าราชการมีทั้งข้าราชการประจำ กับข้าราชการจร ข้าราชการจร คือนักการเมือง ข้าราชการประจำคือผู้ที่เข้าไปทำงานให้รัฐบาลแล้วก็รับเงินเดือนจากรัฐบาล แต่พวกเราจะไม่เข้าไปทำงานรับเงินเดือนจากรัฐบาลง่ายๆ เป็นคำปลายเปิดนะ อาจจะไปทำในอนาคต แม้แต่พวกเราขณะนี้มีข้าราชการอยู่บ้าง และรับเงินเดือนอยู่บ้าง เช่น ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านเป็นข้าราชการรับเงินเดือน แต่เงินเดือนก็เอามาเข้ากองกลาง อย่างนี้เป็นต้น นัยยะลึกๆ นัยละเอียดซับซ้อนพวกนี้แหละ นักวิจัย ผู้รู้ ในอนาคตจะมา วิจัยสอบถาม ขณะนี้พวกเราได้ตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา ชื่อว่าพรรคสัมมาธิปไตย เพื่อจะปฏิบัติค่อยๆก้าวหน้าไป ไม่ได้เป็นพรรคการเมืองไปแย่งลาภยศ ไปแย่งอำนาจ ไปแย่งตำแหน่ง แม้แต่ไปแย่งสรรเสริญ ที่เป็นโลกียะ ไม่ได้ทำทางนั้น ที่อาตมาพาทำ ตั้งเพื่อให้สอดคล้องกับทางโลกเขา เช่น อาตมาให้พวกเราไปเรียนปริญญาโท ปริญญาเอก ก็จบปริญญาโท ปริญญาเอก ออกมาเรื่อยๆ แต่จบมาแ

อ่านต่อ

ล้วไม่ได้เอาตำแหน่งยศศักดิ์นี้ไปแลกเอาเงินเดือนเงินดาวจากรัฐบาล ไปทำงานกับรัฐบาล หรือแม้แต่ไปทำงานรับใช้ที่อื่นเขาที่เป็นชาวข้างนอก ไม่ใช่ชาวอโศกเอง เพราะฉะนั้นชาวอโศกที่จบด็อกเตอร์ คุณสมบัติที่จบด็อกเตอร์เอง ก็อยู่ในชาวอโศก ไม่ได้รับเงินเดือนเงินดาว ได้ตำแหน่งเป็นด็อกเตอร์ ก็มีหลายสิบคนอยู่ แล้วเราก็ไม่ได้นิยมที่จะขานนำหน้าชื่อเป็นดอกเตอร์อะไรกันนัก แต่ก็ขานอยู่บ้าง บอกให้พอรู้บ้าง แต่ก็ไม่ได้ขานกัน บางคนก็ไม่รู้ว่าใครเป็นดอกเตอร์ แต่ก็จบด็อกเตอร์ แล้วก็ทำงาน ก็มีความรู้ได้มาเอามาประกอบเป็นองค์ประกอบที่จะใช้งานเป็นเขาเป็นเรา มันก็ทำ จุดร่วมสงวนจุดต่างอะไรไป ก็เป็นผลไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้น ก็บอกทิศทางของพรรคการเมืองสัมมาธิปไตยกันกับพวกเราได้ เช่น เขาให้สมัคร ส.ส ถ้ามีกฎหมายบังคับเราก็จะต้องเอาไปไม่ให้ผิดกฎหมาย แต่ไม่ได้คิดว่าจะต้องไปหาเสียงอย่างที่ว่า ต้องเลือกฉันนะ ต้องลงทุนลงแรงเอาเงินทองไปโฆษณาหา เราถือว่าประชาธิปไตยหาเสียงยังไม่ใช่ประชาธิปไตยแท้ การยังหาเสียงให้ตัวเองไม่ใช่ประชาธิปไตยแท้ แต่นักประชาธิปไตยแท้ คือ ทำงานกับประชาชนเลย ทำไปไม่ต้องหาเสียง ประชาชนเขาเห็นว่าเราทำงานจริง เขายอมรับนับถือ ก็บอกว่าคนนี้จริง ทำงานจริงเขาก็เลือก หรือไม่เลือกไปแพ้การหาเสียงให้การหาเสียงชนะ ก็ชนะไปสิ หาเสียงต้องลงทุนลงแรง แล้วต้องลงความคิดด้วย วิธีการอย่างไร มันจะต้องได้คะแนนเสียงมากอะไรต่ออะไร นี่ไม่เกี่ยว คะแนนเสียงไม่มากก็ไม่เป็นไร เพราะแม้เขาไม่เลือก เราสมัครเป็นข้าราชการ สมมุติว่า เราเป็นพรรคการเมืองแล้ว แล้วเราก็ไม่ได้ ส.ส สมาชิกของพรรคการเมืองเราที่เข้าไปรับหน้าที่ เราจะมีคณะกรรมการ คณะรับผิดชอบในพรรคไปทำงาน หรือแม้แต่ผู้นี้ไม่ได้รับตำแหน่งที่พรรคแต่งตั้งก็ตาม สมาชิกพรรคก็จะไปช่วยกันทำงาน ทำงานกับประชาชน ทำงานกับประชาชนคืออะไร คือเราไปช่วยเหลือเกื้อกูล ในส่วนที่เราควรจะช่วยได้ ตั้งแต่วัตถุ วัตถุเราไม่มี เราไม่รวย แน่นอนเงินทองนั้นไม่มีแน่ จน แน่นอน เพชรนิลจินดาก็ไม่มี แฝงเงินทองทรัพย์ศฤงคารไปอยู่ในลักษณะหุ้นก็ไม่มี หุ้นนั้นเป็นเรื่องของทุนนิยมซ้อนแฝง หลอก อะไรหลายอย่าง แม้ที่สุดไปเล่นอะไรที่เหมือนกับการพนัน คือการประกันภัย มันก็เป็นการพนันชนิดหนึ่ง ประกันภัยนั้นเป็นการพนันชนิดหนึ่ง หุ้นก็เป็นการพนัน เราก็ไม่เอาไม่เล่น เล่นแชร์เล่นหุ้นก็ไม่เล่นทั้งนั้น แม้แต่เราให้เขา เรายังให้ แล้วจะไปเอาแชร์ไปเล่นชนะเล่ห์เหลี่ยมอะไรต่ออะไร เสียแคลอรี่ เสียเวลา ความคิดที่จะไปเอาชนะแชร์ เอาชนะหุ้น เอาชนะประกันภัย ป่วยการ ไม่ต้องไปเสียเวลา ทีนี้ผู้ที่มีหน้าที่โดยตรงที่ไปทำงานทางการเมือง อาตมาต้องขอขอบคุณไว้ล่วงหน้าเลยว่า ผู้ที่ไปร่วมรับหน้าที่แล้วจะไปช่วยให้มันเกิดเป็นรูปเป็นร่าง ของพฤติกรรมของนักการเมือง ทำงานกับประชาชน มันมีอย่างนี้ พวกเราทำงานร่วมกันอยู่ในมวลสมาชิกเรา อย่างชาวปฐมอโศกก็ทำงานสร้างสรรค์ ปลูกผักปลูกพืชเป็นหลัก เราจะมีร่วมงานทำยาที่โรงงานทำปุ๋ยเราก็ช่วยกันทำ มีโรงงานผลิตไอ้โน่นไอ้นี่เป็นสินค้าเป็นผลผลิต เราก็ช่วยกันทำ เป็นสิ่งที่ไม่ได้มอมเมา เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์คุณค่า เป็นสาระแก่นสารให้แก่มนุษยชาติ เราทำ เสร็จแล้วทำก็ทำอย่างสาธารณโภคี คณะผู้ที่ไปรับหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ทางการเมืองของพรรคสัมมาธิปไตย เข้าไปทำร่วมกับเขา เขาจะมีอย่างไรก็ต้องสดับตรับฟัง ในเรื่องวงการการเมืองเขา หลักเกณฑ์นั้นต้องทำแน่นอน ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ แล้วก็จะต้องทำพฤติกรรมกับนักการเมืองเขา แต่ทำอย่างอุดมคติของเรา อุดมคติของเรา นักการเมืองหรือประชาธิปไตยแท้ๆ แบบของพระพุทธเจ้า 1. ไม่มีตัวตน 2. ซื่อสัตย์ 3. รับใช้ประชาชนจริงๆ 4. มีความรู้มีสมรรถภาพ มีสมรรถนะ ที่จะไปทำงานช่วยเหลือประชาชน ไม่ใช่ไม่มีฝีมือไม่มีความรู้อะไรเลย เอา 4 ข้อนี้ก็เหลือกินแล้ว ยืนยันว่ามีในเราไหม ตามที่อาตมายืนยันว่า สิ่งนั้นที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ สิ่งนั้นก็มีในเรา เราก็พูดตามที่เรามีจริง ยถาวาที ตถาการี ก็ไปทำ รายได้ก็เอาไปเข้ากองกลาง คณะพรรคการเมืองเขา เขาก็พยายาม จะเอาเงินดาวน์เงินเดือนจากพรรค ภาพ insert มีขึ้นโลโก้ของพรรคสัมมาธิปไตย พ่อครูท้วงว่า โลโก้นี้มีธงชาติอยู่ข้างบนซึ่งเขาไม่อนุมัติ เราก็อย่าไปทำผิด คือต้องไปขออนุญาตอีกสถานที่หนึ่งให้ใช้ธงชาติไทยใส่เข้าไปได้ ถ้าเราทำได้แล้วเราก็ใส่ ถ้ายังทำไม่ได้เราก็ไม่ต้องใส่ อย่าไปทำผิด มีแต่เลข 0 เลข 1 เลข 2 แล้วก็มีรูปหัวใจตั้งไว้อย่างนั้น ก็เป็นโลโก้ของสัมมาธิปไตยแล้ว มันขยายความบางทีอาตมาก็ คืออาตมาไม่เก่งในพฤติการณ์ของนักการเมืองของไทย ประชาธิปไตยของไทย พฤติการณ์ของเขาต่างๆ อาตมาไม่เก่งทีเดียว เพราะฉะนั้นอาตมาจึงพูดรายละเอียดลงไปยังไม่ค่อยได้ ก็ค่อยๆพยายามศึกษาอยู่ พยายามที่จะรู้เขาแล้วก็เห็นว่าควรจะต้องไปถึงอย่างไรก่อน ก็แนะนำ แต่พวกเรานั่นแหละจะเป็นผู้ที่รู้ เพราะเป็นผู้ไปคลุกคลีด้วยจะทำได้มากกว่าอาตมา เป็นตัวจริง อาตมาเป็นแต่เพียงตัวดูๆ จะช่วยแนะนำ จะเรียกโก้โก้ว่าเป็นที่ปรึกษา ก็เป็นที่ปรึกษาอายุมากๆแล้ว พวกเราก็อยู่ในวัยที่กำลังทำงาน 40-50-60 ก็ยังทำได้ 70 ก็อาจจะมีบ้าง ยังมี ช่วยกันไป เอาล่ะก็ขอพูดเอาไว้แค่นี้ก่อนว่า พวกเรานี้มีหลักในหัวใจแล้วว่า 1.ไม่มีตัวตน นี่เป็นภาษาพุทธศาสนาที่ยิ่งใหญ่ 2. ซื่อสัตย์ 3. รับใช้ประชาชน 4. มีความรู้ มีสมรรถนะที่จะทำงานกับประชาชน ให้เกิดประโยชน์คุณค่าแท้ 5. คิดออกตรงนี้ ก็ต้องไปรับทราบ ความจำเป็น ความสำคัญ ความต้องการของผู้ที่ควรจะต้องได้รับการช่วยเหลือ ข้อ 5 นี้ยังไม่ได้สรุปคำ พูดความหมายรายละเอียดเอาไว้แล้ว ค่อยไปสรุปคำ ชัดๆ คำที่พอจะสื่อได้ว่ามันมีความหมายอันนี้ คือผู้ควรได้รับความช่วยเหลือนี่แหละ นั่นก็เป็นหน้าที่ของเรา 5 ข้อเท่านี้แหละ ทำให้ลึก ทำให้ตรง ทำให้ละเอียด เพื่อยืนยันแก่นแกนของความเป็นประชาธิปไตยของพระพุทธเจ้า ส่วนประชาธิปไตยของโลกนั้นมันเป็นประชาธิปไตย 1. ประชาธิปไตยทุนนิยมสามานย์ 2. ประชาธิปไตยเล่ห์เหลี่ยมร้ายกาจ 3. ประชาธิปไตยเลวสุดคือมีทั้งทุนสามานย์และมีทั้งเล่ห์เหลี่ยมร้ายกาจ ขณะนี้มีอยู่ในเมืองไทย มีตัวอย่างอยู่ในเมืองไทย ไม่ออกชื่อใครไม่รู้ก็โง่เอาก็แล้วกัน นักการเมืองที่เต็มไปด้วยคุณสมบัติ ไม่ใช่คุณ แต่เป็นโทษสมบัติ เลวสมบัติ ทุนนิยมสามานย์กับเล่ห์เหลี่ยมเลวร้ายกาจ เล่ห์เหลี่ยมเลวร้ายกาจนี้มันเหมือนความฉลาด ใช่ที่มันเป็นความฉลาด แกมโกง เป็นความฉลาดทุจริตเลวร้าย ใช่ เขาใช้อย่างสำคัญเลยนะ ขณะนี้ ว่ากันจริงๆเขาใช้เล่ห์เหลี่ยมนี้สำคัญ แล้วใช้มากกว่าจ่ายทุนรอนอีกนะ ได้ข่าวว่า ขี้เหนียวน่าดูเหมือนกัน แต่เล่ห์เหลี่ยมนี้ โอ้โห.. ไอ้ลิ้น สัตว์ประเภทที่มันออกมาปั๊บ ไม่รู้กี่แฉกนั่นแหละ มันตวัดปั๊บๆๆ ตระหนี่กับประโยชน์สูงประหยัดสุด มันคนละเรื่องกันนะ ไม่ลงรายละเอียดแล้ว พอ เพราะฉะนั้นเรายังจะมีเวลาเวลาไม่มีหมด มี ตราบที่พระอาทิตย์และจักรวาล ยังคงอยู่ เราอยู่จักรวาลน้อยโดยมีนพเคราะห์ 9 ดวง มีพระอาทิตย์ 1 ดวงยังไม่แตก ยังไม่แยกส่วนของจักรวาลนี้ไป เอาแค่นี้ก็พอ ไม่ต้องไปเอาจักรวาลใหญ่ มีพระอาทิตย์ 2 ดวง มีดาวอีกมากกว่า 9 ดวง ไม่ต้องไปเอาอย่างนั้นหรอก เอาแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน ก็เหลือกินเหลือใช้แล้วในความเป็นชีวิต เราจะรู้ว่าเราทำประโยชน์อะไรได้ในความเป็นมนุษย์ และเราจะพ้นทุกข์ หรือเราจะอยู่กันอย่าง อิสระ สบาย สงบ อบอุ่น อิ่มเอม เกษมใส ใจเกื้อกูล และเพิ่มพูนเสียสละ แล้วคำเหล่านี้มันเกิดมาในยุคนี้ มีคนตู่ว่า อาตมาบัญญัติในสิ่งที่พระพุทธเจ้าไม่ได้บัญญัติ อาตมาไม่แย้ง ก็ใช่ แต่ที่อาตมาบัญญัตินี้ไม่ได้ออกนอกโครงสร้างศาสนาพระพุทธเจ้าเลย แต่มันเหมาะสมกับยุคสมัยเป็นมหาปเทส 4 อันนี้ที่อาตมาใช้คำตั้งภาษาขึ้นมาหลายภาษา เป็นภาษาไทยๆหรือภาษาบาลีบ้าง ผสมส่วนนิดๆหน่อยๆ เพื่อให้เข้าใจสื่อสารความหมายได้ว่า อิสระคืออะไร อิสระก็คือเป็นภาษาทางบาลีอยู่ แต่คนเข้าใจหมดแล้ว สบายก็มาจากบาลีคือ สัปปายะ คือสงบ สงบก็อยู่ในส่วนของบาลีเหมือนกัน อาตมายังไม่อยากอธิบายลงไปเยอะ ส ง ป ตัวบาลีไม่มีบใบไม้ สงบ อบอุ่น ภาษาไทย อิ่มเอมภาษาไทย เกษม เป็น ภาษาสันสกฤต ภาษาบาลี เขมะ เขมัง แต่คนเข้าใจดีมีความเกษมใส คือมันสบายใจรวมมาหมดเลยในนั้นมาอยู่ในมงคลสูตร ก็ไปอยู่เป็นคำสุดท้ายของมงคล 38 เขมัง เป็นคำสุดท้าย สุดยอดของมงคลหรือดีที่สุดแล้ว สุดยอดแล้ว เขมังหรือเกษม แล้วตบท้ายด้วย มีใจเกื้อกูลอีก แล้วเพิ่มพูนการเสียสละอีก เพราะฉะนั้นใครจะมาขัดแย้งว่า คนที่มีใจเกื้อกูล แล้วยังเพิ่มพูนพลังเสียสละอีก ให้มันมีจริงให้มันเกิดเพิ่มพูนการเสียสละให้ได้ ใครจะบอกว่าเลวไม่ดีก็พูดไปเถอะ แล้วก็พูดตรงความหมายอันนี้กัน จะแปลเป็นภาษาอื่นๆก็คือความหมายนี้แหละ เพิ่มพูนเสียสละคืออะไร ภาษาอะไรก็แล้วแต่ ภาษาอังกฤษ ภาษาแขกก็ว่าไป มันเลวไหมล่ะ มันไม่ใช่ทำง่ายๆ สำคัญว่า เราทำจริงไหม เราจริงไหม เพราะฉะนั้นอาตมาจึงไม่อยากตาย อยากจะนำพาพวกเรา ที่มีฐานรากของจิตเป็นประธานแล้ว เป็นผู้ที่ตัวตนไม่มีหรือน้อยแล้ว ซื่อสัตย์แล้ว และก็ช่วยผู้อื่นแล้ว รับใช้ผู้อื่นแล้ว และก็มีความรู้ความสามารถ ไม่ใช่มีความรู้ความสามารถโดยปากเปล่า มีความรู้ความสามารถจริง มีพฤติการณ์พฤติกรรม กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม มีสมรรถนะ มีความรู้ ทีนี้ความรู้จนกระทั่งว่าจะไปเปรียบเทียบกับโลกเขาว่าจะต้องมีใบรับรอง เป็นใบปริญญา เราก็เอาผู้ที่สามารถทำได้ทำมา ไม่ได้ทำมาอวดมาอ้างแต่ทำเพื่อยืนยันว่าเราก็รู้เราก็อยู่ในเกณฑ์ของพวกคุณอยู่ เพราะฉะนั้นในพรรคการเมืองของเรานี่ พรรคสัมมาธิปไตยนี้ จึงมีดอกเตอร์อยู่ไม่น้อย ที่จะร่วมทำในนั้น ไม่ใช่ต้องการอวดอ้าง แต่ก็ต้องยืนยันกับเขา เพื่อให้รู้ว่าเราเองก็พออยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ใช่ว่าเอาคนขุดมาจากไหน ไม่มีหลักมีฐานอะไรรองรับ แต่นี่หลักฐานของสากลประเทศรองรับ บ้างก็จบมาจากต่างประเทศ บ้างก็จบด็อกเตอร์อยู่ในประเทศไทย แต่พวกเราจบด็อกเตอร์อยู่ในประเทศไทยมากหน่อย เพราะเราไม่มีสตางค์ส่งไปเรียนดอกเตอร์เมืองนอก ผู้ที่จบเมืองนอกมาก็เป็นส่วนเงินทุนของเขาหรือทุนอื่นๆ เราก็ไม่ได้มีทุนไปสนับสนุนไปเมืองนอกเพราะมันแพง นอกจากไปได้ทุนส่วนตัว จากรัฐ จากโน่น จากนี่ก็ว่าไป ฉะนั้นเราก็สนับสนุนให้เรียนดอกเตอร์อยู่ ปริญญาโทเรียนไป สนับสนุน ไม่ใช่ไปได้แล้วก็เอาไปรับใช้ ไปแลก ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข ทางโลก ไม่ใช่ แต่เอามาทำงานให้กับประชาชน เพราะฉะนั้น การทำพรรคการเมือง การจะประพฤติกับสังคมประเทศ เป็นพฤติการณ์ของนักการเมืองก็จะเป็นแบบของเรา เหมือนอย่างเรานี้เป็นสังคม สังคมเราก็มีพฤติการณ์ของความเป็นสังคม แล้วก็มีเศรษฐศาสตร์หรือเศรษฐกิจ ก็เป็นอย่างของเรา เป็นเศรษฐศาสตร์เศรษฐกิจก็เป็นอย่างของเรา อธิบายยืนยันอย่างพวกเรา เราพูดอย่างไร เราก็ทำอย่างนั้น แม้แต่การเมืองก็จะเป็นอย่างของเรา ที่เรามั่นใจว่า เป็นอย่างพระพุทธเจ้าพาเป็น อาตมาเขียนปัญญา 8 ยังไม่เสร็จ พยายามอยู่นี่จะให้มันจบ แก้แล้วแก้อีก บอกตัวเองว่าให้พอแล้ว มันก็อดแก้ไม่ได้ มันขึ้นไปหน้า 700 กว่าแล้ว แต่ยังมาทวน rewrite อยู่อีก แต่ก็ได้เพียง 200 กว่าหน้าเอง ก็พยายามจะให้มันเร็ว เดี๋ยวจะได้ตัดเล่ม 3 ออกไป และมันจะเกินไปอีกเป็น 500 600 700 หรือเปล่า นี่ตัดเล่ม 3 ออกไปแล้วนะ ยังเหลือเล่ม 3 ยังไม่ออกมา จบปัญญานี้แล้ว อาตมาเขียน “ประชาธิปไตยไทย”เอาไว้ ได้ร้อยกว่าหน้า ยังไม่ได้ทวนเลย ยังไม่ได้ไปเปิดดูอีกที แต่ก่อนนี้ก็เป็นความคิดอย่างนั้น มาถึงวันนี้ต้องแก้อีกแน่นอน ต้องไปขึ้นต้นใหม่หน้า 1 ใหม่อีกแล้ว ทวน ประชาธิปไตย ขยายอีก ก็คิดว่าจะไม่ให้มันยาวนัก เพราะถ้ายาวเกินไป คนไม่ค่อยอ่านหนังสือยาวๆกันแล้วเดี๋ยวนี้ อ่านสั้นๆๆๆ ยาวๆเขาไม่ยอมอ่าน เพราะฉะนั้นก็ไม่เอายาว เอาอย่างพอสมควร อย่างสั้นนี่แหละ 660310 พ่อครูเทศนาภาคค่ำ งานพุทธาภิเษกฯครั้งที่ 47 ปฐมอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน