สื่อธรรมะพ่อครู(ปกิณกะ) ตอน ทำไมชาวอโศกมีลักษณะแข็งทั้งท่าทางและคำพูด.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข31 มีนาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ปกิณกะ) ตอน ทำไมชาวอโศกมีลักษณะแข็งทั้งท่าทางและคำพูด _2166พวกท่านดูมีลักษณะแข็งๆนะ ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือท่าทาง! พ่อครูว่า..รู้สึกว่าแข็งๆนะ ก็ตั้งใจฟังให้ดี จริง บอกคำนี้เสียก่อน พวกเรานี้แข็งๆ ไม่ว่าจะเป็นท่าทาง ยิ่งใจนี้แข็งใหญ่เลย จริงน่ะ คือ คนส่วนใหญ่ มีความรู้สึกว่า ความสุภาพ จริงๆสุภาพไม่ได้แปลว่าอ่อน สุภาพแปลว่าภาวะที่ดี และสภาวะที่ดีนั้น อ่อนนี่มีลักษณะ ลึกซึ้งมากเลยที่ดี คุณจะต้องฝึกเลย อ่อนเกินการณ์ไร้ค่าไร้สาระ อ่อนจึงไม่ใช่ลักษณะที่ คนแข็งแรงหรือคนบริบูรณ์จะเป็น คนบริบูรณ์จะเป็น จะต้องแข็ง เป็น ท ทหาร เป็นทห ห คือความเป็นความมี ไม่ใช่เรื่องของ ลหุ ซึ่ง ลหุนี้อ่อนหรือมุทุ นี้อ่อน คนที่รู้จักลักษณะ อ่อนอย่างดีมากจะเป็นผู้ที่สามารถจัดสรรความพอเหมาะพอดี ความอ่อนได้ดีสุด ลหุนี้ดีแต่เบา ส่วนมุทุ แปลว่าอ่อนที่ ลหุเป็นความอ่อนเบาที่ static ส่วนมุทุเป็นความอ่อนเบาที่เป็น Dynamic อาการลหุตานี้เป็นอาการในวิการูป 5 ลหุตา มุทุตา กัมมัญญตา กายวิญญัติ วจีวิญญัติ จัดสัดส่วนได้พอเหมาะ คือวิการ วิการ แปลว่าสิ่งที่ดีที่สุดพิเศษที่สุดในสิ่งที่ทำออกมา กับการะ คือการกระทำ การกระทำที่วิเศษดีที่สุด ซึ่งผู้จัดสรรรูป จะสร้างรูปอย่างได้สัดส่วนพอเหมาะ เป็นอภิสังขารปรุงแต่งได้อย่างชัดเจน คนที่เข้าใจว่าความอ่อน ความเบา เกินไป ส่วนมากคนที่รู้สึกว่าหยาบคายแรงไม่ดี ก็เลยสนใจเรื่องอ่อนเบา เลยเถิดทางอ่อนเบามากเกินก็เลยกลายเป็นอ่อนแอ อ่อนปวกเปียกทำอะไรไม่ได้ ไม่เกิดกำลังไม่เกิดเพียงพอที่จะใช้ประโยชน์ คนก็เลยโต่งไปโต่งมาก็เลยไปชิน เพราะส่วนมากจะหยาบก่อนเบื้องต้น ถ้าอ่อนไม่ทำร้ายอะไรแต่ไปใช้ประโยชน์ไม่ได้ มีแต่ภาระ เป็นสิ่งที่ถ่วง คนก็เลยต้องการ ตอนแรกเบื้องต้นคือหยาบ แข็ง

อ่านต่อ

หนัก แรง ต่อมาถึงค่อยๆเบาขึ้นๆ ละเอียดขึ้นเบาขึ้น ทีนี้คนรู้สึกว่า พอเริ่มต้นจะไม่เอาหยาบแล้วก็ต้องมาเอาละเอียด เลยสุดโต่งไปทางละเอียด นานมาก ทีนี้คนที่ยังไม่ได้ศึกษาฝึกฝน จะหยาบ อยู่กับสังคมก็เลยต้องถ่วงไว้ คนที่ถ่วงแล้วรู้สึกว่าตัวเองดีละเอียดเบาจะได้ถ่วงความหยาบ โดยสามัญสำนึกเบื้องต้น จะรู้สึกว่าอันนี้ดี แล้วก็จะจมที่อ่อนเบานี้เสียเยอะจนเลยเถิดจนชินชา คนเคยตัวในความอ่อน ชินกับความเบาอ่อนนิ่มก็เลยจมก็เลยยึดที่ได้มา พอมาได้กระทบความแข็งความแรง จริงๆอาตมาแสดงความแข็งนี้ไม่ใช่หยาบเลย แต่กำลังดึงสภาวะจากความอ่อนแอ โดยเฉพาะความอ่อนแอในธรรมะ ทุกวันนี้คนอ่อนแอในธรรมะมากจึงต้องดึงคนขึ้นมาให้แข็งแรง ถึงต้องใช้ลักษณะแรงและหนักขึ้นมา รู้สึกว่าแข็งและแรง อย่างคนท้วงมาทำไมอาตมาจะไม่รู้ จริงๆแล้วถ้าคนเราสามารถทำแรงก็ได้หรือเบาก็ได้ ถามหน่อย การทำเบาหรือทำแรงอะไรทำได้ง่ายกว่ากัน….ก็ทำเบา คนที่ประมาณแล้วปรุงแรงหรือเบาได้ทั้งสองอย่าง การปรุงเบาก็ง่ายกว่า อาตมาเคยพูดนะที่ทำนี่มันเมื่อย ต้องเสียพลังงานแคลอรี่ อีกอย่างคือ คนที่ติดยึด เขาจะติดที่ว่า ส่วนใหญ่ ว่าสุภาพคือต้องอ่อน พอพูดถึงตรงนี้ก็ขอเท้าความประวัติศาสตร์ของอาตมา อาตมาเข้าใจในภาวะทางนี้มาทีเดียว ตั้งแต่อาตมาถูกตี ท่านประยุทธ์ ปยุตโต ตีอาตมา ออกหนังสือมาสามเล่ม ทางเถรสมาคมรุมอาตมาเลย อาตมาจดหมายมาบอกท่าน ที่ท่านเพิ่มมาอีก คืออาตมาจดหมายไปบอกท่าน ว่าขอบคุณท่านไป ในเนื้อหาจดหมายอาตมาติงท่านไป ว่าคนนับถือท่านในทางศาสนา ว่าท่านเป็นตัวหลักของศาสนา ทุกคนนับถือ เพราะฉะนั้นท่านเองท่านแข็งกว่านี้แรงกว่านี้หน่อยได้ไหม ท่านเบาไป นี่คือคำติของอาตมา มันก็เลยไม่ได้ผลอย่างที่เป็น มันเบาไม่เกิดสัดส่วนที่พอเหมาะ เท่านั้นแหละท่านก็ซัดมาอีกสองเล่มสามเล่ม อาตมาก็เลยไม่ได้ล่ะ ก็ทำอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน ท่านเป็นภันเต บวชก่อน มีศักดิ์ฐานะทางศาสนาสูงกว่า อาตมาอายุมากกว่าท่านเท่านั้น อาตมาว่าท่านเป็นผู้นำ แต่ทำอ่อนประมาณนี้ไม่มีทางกู้ศาสนาขึ้น เพราะคนมันหยาบเกินมันไม่เกรง กิเลสมันสู้ เมื่อกระทบสัมผัสที่อาตมาแสดงออกไป จึงรู้สึกไม่ปกติ รู้สึกไม่ชิน ธรรมะอย่างนี้มันไม่ใช่ เขาชินกับธรรมะอ่อนปวกเปียก พอเจอธรรมะแข็งก็บอกว่าไม่ใช่ โดยยึดถือว่าต้องอ่อนถึงดี ต้องไปยึดถือผู้อ่อนเบาอย่างที่ท่านนับถือ เดี๋ยวนี้ในประเทศไทยก็ยังนับถือแบบนี้อีกเยอะ คือสุภาพคือเบา อ่อน ซึ่งความจริงแล้วเพิ่มน้ำหนักมากกว่านั้นได้ อาตมาไม่ได้พูดให้หยาบ แม้แต่วาจาก็ไม่หยาบ ยิ่งกายกรรมอาตมาไม่เคยไปทำร้ายใคร นอกจากภาษาคำพูดที่แรง นัจจะ(ท่าทางลีลา) คีตะ(สุ้มเสียง) วาทิตะ(ภาษา) อาตมาจัดการเอามาใช้ ทั้ง 3 อย่างพร้อมกัน ขณะที่ทำนี้สามอย่างพร้อมแสดงออกให้คนรับได้ สื่อสัมผัสได้ ยิ่งเห็นท่าทางได้ยินด้วยเสียง ได้เห็นด้วยตา ได้สัมผัสในพยัญชนะ ทางใจก็อีกเรื่องหนึ่ง ใครรู้สึกว่าได้ประโยชน์ก็เอา เมื่อชินชามีน้ำหนัก โต่งไปในทางเบาทางอ่อน พอมาได้เห็นอาตมาแสดงธรรม เกินกว่าสิ่งที่คุณประมาณหรือยึดไว้ ว่าแรงอย่างนี้ไม่ใช่ ตีทิ้ง ส่วนคนที่ไม่ได้ยึดถือว่าเบาหรือแรง บอกว่าอันนี้ใช่ถึงมา อาตมาไม่ต้องห่วงหรอก อาตมาต่อไปจะเบาลงแน่ อายุมากขึ้นจะเบาอ่อนช้า มันต้องเป็น แต่ตอนนี้อาตมายังแข็งแรงอยู่ ไม่เชื่อหรือ? เอาน่าพิสูจน์กันไป อาตมาว่าถึงร้อยกว่าแน่ๆ จะรู้เองว่า ตอนอาตมาอายุ 100 คนจะเห็นแปลกว่าคนอายุ 100 เป็นอย่างนี้หรือ อีกสิบกว่าปีเอง บางคนบอกว่ารีบตายจะได้รีบเกิด อย่าไปคิดอย่างนั้นเลย ถ้าคุณอายุ 80 แล้วก็ค่อยว่า แต่นี่ 59 เอง (ไปเกิดใหม่ก็เสี่ยง) รอสัก 20 ปีดูก่อนอย่าเพิ่งรีบ คิดเก่งจังเลย คิดมากไป เมื่อไปยึดติดเอาความอ่อนภาวะนิ่มเบา มันโต่งไป ก็เลยกลายเป็นอ่อน ก็เลยไม่มีพลัง ทั้งภายนอกและภายใน ก็เป็นความรู้สึก รวมๆแล้ว ก็เลยไม่ยอมรับ เพราะว่าอาตมาเองมัน อีกอย่างหนึ่งอาตมามันแข็งอย่างที่คุณไม่คิดว่าจะเป็น ก็เลยไม่รับ ผู้ที่ไม่ติดใจในความแข็งความอ่อน เอาที่สาระ ยกให้ถือว่าเป็นวาสนาเป็นนิสัยเป็นเรื่องของท่าน แต่เนื้อหาสาระ ก็ข้ามสิ่งนี้ก็เอา แต่อาตมาใช้มหาปเทส 4 สัปปุริสธรรม 7 อาตมาใช้อยู่ พวกเราที่ ไม่ได้ติดใจเรื่องแข็งเรื่องแรงมา ก็จึงได้มา มารับมาเข้าใจ และก้าวข้ามผ่านอันนี้ ถือว่าอย่างนี้ใช้ได้ ผู้ที่มีความยึดถือ ก็เลยอ่อนไปหมด โดยเฉพาะคนที่สุดโต่ง ในทุกวันนี้ กายก็อ่อน ใจก็อ่อน ธรรมะยิ่งอ่อนไม่แข็งแรง จึงเรียกเต็มๆว่าอ่อนแอ คือจะเป็นสามัญโลกีย์ กายใจ ก็อ่อนหมดแล้ว ยิ่งธรรมะอ่อนก็เลยยิ่ง แอ อ่อนแอ แอ้นี้หนักนะแบกไว้ นี่อ่อนแอ คำพูดหรือท่าทาง เมื่ออ่อนแอแล้วทุกอย่างก็เลยไม่เข้าไป ไม่ค่อยแม่นตรงแรงที่ได้สัดส่วนก็ไถลไปไถลมา ดีไม่ดีแกว่งไปแกว่งมา ล่อกแล่ก กลับไปกลอกมา หนักล่ะทีนี้ เพราะฉะนั้นก็เลยใช้ไม่ได้ มันอ่อนไป ให้เป็นประโยชน์ ท่าทางก็อ่อนคำพูดก็อ่อน เพราะฉะนั้นสัดส่วนที่พูดอยู่แค่นี้ ความอ่อนกับความแข็ง เราจะต้องพยายามตั้งใจฟัง ตั้งใจให้ดีๆ จริงๆแล้ว ความพอเหมาะพอดีนี้ มันคือ 1 มันจะไม่มีอันตา ไม่มีส่วนออกไปข้างนี้ข้างไหน ความแข็งแรงเหมาะที่สุดคือ 1 ฟังคำนี้ นึกสภาวะออกไหม? สูงสุดนี่ 1 แข็งแรงที่สุด 1 ถ้า 2 นี้จะถ่วงแล้ว สภาพของสิ่งที่กลางที่สุดตรงที่สุด ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ใน สูตรต้นเลย ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร อันตา ไม่กลาง กลางนี่แหละตรงที่สุด 1 ไม่มีเศษ(อันตา=เศษ ข้าง) ไม่มีเศษไม่มีฝ่ายไม่มีปลาย ไม่เหลื่อมไปข้างไหนเลย แข็งแรงที่สุด เป็นสภาพที่รวมลงมาเป็น 1 เต็มรูปที่สุด ไม่มีเศษใดๆเลย ไม่มีสองเลยนี่ 1 เหมาะที่สุด แข็งแรงที่สุด หรือจะบอกว่า สุภาพที่สุด สุภาวะที่สุด (โยมว่ามีสโลแกนของหนังสือพิมพ์เราคิดอะไร จากหนึ่งจึงเป็นเรา รวมเราเขาเข้าเป็นหนึ่ง) One For All All for one หรือ เอโกปิ หุตฺวา พหุธา โหติ, พหุธาปิ หุตฺวา เอโก โหติ หนึ่งเป็นเราหรือหลายอันมาเป็นหนึ่ง

610330_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ กรรมอันสัมประสิทธิ์ที่ทำให้จิตแข็งแรง

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน