สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน มหาจัตตารีสกสูตร มรรค 7 องค์สู่สัมมาสมาธิ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.20 KB
วันที่แก้ไข28 มีนาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน มหาจัตตารีสกสูตร มรรค 7 องค์สู่สัมมาสมาธิ มหาจัตตารีสกสูตรเป็นสูตรที่สั้น ไม่ยาวเท่าไหร่หรอก เคหสิตะ 10 เป็นมิจฉัตตะ ทวนไปทวนมาเป็น 20 กับ เนกขัมสิตะ 10 ที่เป็นสัมมัตตะ ทวนไปมาเป็น 20 [280] ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาองค์ทั้ง 7 นั้น สัมมาทิฐิย่อมเป็นประธาน ก็ สัมมาทิฐิย่อมเป็นประธานอย่างไร คือผู้มีสัมมาทิฐิ ย่อมเป็นอันสลัดมิจฉาทิฐิได้ ทั้งอกุศลธรรมลามกเป็นอเนกบรรดามี เพราะมิจฉาทิฐิเป็นปัจจัยนั้น ก็เป็นอันผู้มีสัมมาทิฐิสลัดได้แล้วและกุศลธรรมเป็นอเนก ย่อมถึงความเจริญบริบูรณ์ เพราะสัมมาทิฐิเป็นปัจจัย ฯ ผู้มีสัมมาสังกัปปะ ย่อมเป็นอันสลัดมิจฉาสังกัปปะได้... ผู้มีสัมมาวาจา ย่อมเป็นอันสลัดมิจฉาวาจาได้... ผู้มีสัมมากัมมันตะ ย่อมเป็นอันสลัดมิจฉากัมมันตะได้... ผู้มีสัมมาอาชีวะ ย่อมเป็นอันสลัดมิจฉาอาชีวะได้... ผู้มีสัมมาวายามะ ย่อมเป็นอันสลัดมิจฉาวายามะได้... ผู้มีสัมมาสติ ย่อมเป็นอันสลัดมิจฉาสติได้... ผู้มีสัมมาสมาธิ ย่อมเป็นอันสลัดมิจฉาสมาธิได้... ผู้มีสัมมาญาณะ ย่อมเป็นอันสลัดมิจฉาญาณะได้... ผู้มีสัมมาวิมุตติ ย่อมเป็นอันสลัดมิจฉาวิมุตติได้ ทั้งอกุศลธรรมลามกเป็นอเนกบรรดามี เพราะมิจฉาวิมุตติเป็นปัจจัยนั้น ก็เป็นอันผู้มีสัมมาวิมุตติสลัดได้แล้ว และกุศลธรรมเป็นอเนกย่อมถึงความเจริญบริบูรณ์ เพราะสัมมาวิมุตติเป็นปัจจัย ดูกรภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการนี้แล จึงเป็นธรรมฝ่ายกุศล 20 ฝ่ายอกุศล 20 ชื่อ ธรรมบรรยายมหาจัตตารีสกะ อันเราให้เป็นไปแล้ว สมณะ หรือ พราหมณ์ หรือเทวดา หรือมารหรือพรหม หรือใครๆ ในโลก จะให้เป็นไปไม่ได้ ฯ พ่อครูว่า...ท่านสอนสมาธิในศาสนาพุทธเป็นอย่างไร พระพุทธเจ้าว่าสมาธิในศาสนาพุทธเรียกว่าสัมมาสมาธิ ปฏิบัติได้เป็นพระอาริยะ เร

อ่านต่อ

ียกว่าอริโยสัมมาสมาธิ แล้วมีอะไรเป็นเหตุเป็นองค์ประกอบ ถ้าไปนั่งหลับตาปฏิบัตินั้นไม่ใช่ ถ้าไปนั่งหลับตาดำรงสติคงมั่นแล้วเพ่งไม่รับรู้ภายนอกเลย รู้แต่ลมหายใจ ลมหายใจเป็นหนึ่งในมหาภูตรูปก็เป็นกายอยู่ ยังดีที่มีลมหายใจร่วมรับรู้อยู่ อันนั้นก็ถือว่ายังมีกาย กาย เข้าใจไม่ได้กันว่าต้องมีสัมผัสภายนอก ปฏิบัติธรรมต้องสัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกาย แล้วปฏิบัติตามวิโมกข์ 8 รูปี รูปานิ ปัสสติ อัชฌัตตังอรูปสัญญีเอโก พหิทารูปานิปัสสติ และสุภันเตวอธิมุตโตโหติ ต้องมีรูป ปฏิบัติทั้งภายนอกภายใน แล้วทำให้จิตเจริญสุภันเตวอธิมุตโตโหติ ไปหาปลาย ไปหาข้างหาทางน่าได้น่ามีน่าเป็น ให้จิตเกิดอธิมุติ จิตโน้มไปเจริญสู่วิโมกข์วิมุติธรรม เจริญ ถ้าเข้าใจอย่างนี้มีวิโมกข์ 8 อย่างนี้ท่านกำชับว่าต้องสัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกาย ต้องมีนอกและใน จะบรรลุอรหันต์ได้ หากไม่มีสัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกาย แม้มีกายสักขี อย่างเก่งหลับตาทำ อาสวะบางอย่างดับได้สิ้นได้แต่ไม่ครบไม่ได้เป็นอรหันต์ ต้องสัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกาย ลืมตาปฏิบัติอย่างน้อยก็หมดอาสวะได้เป็นปัญญาวิมุติได้ ผู้ที่ได้ปัญญาวิมุติเป็นอรหันต์แล้วหรืออนาคามี จิตไม่เวียนกลับแล้ว ได้อาสวะสิ้นแล้ว มีแต่จะหมดไปเองในภพชาติหากไม่ตั้งภพชาติอีก เป็นอนาคามีก็มีแต่จิตกิเลสที่เหลือจะเสื่อมไปในอนาคามี 5 1. อันตราปรินิพพายี (ผู้เพียรทำปรินิพพานในระหว่างภพ) 2. อุปหัจจปรินิพพายี (ผู้ทำปรินิพพานด้วยสามารถ) 3. สสังขารปรินิพพายี (ผู้ทำปรินิพพานโดยต้องใช้ความเพียรมาก ประกอบปุญญาภิสังขารในภพตนให้มากๆ) 4. อสังขารปรินิพพายี (ผู้ปรินิพพานโดยไม่ต้องใช้การปรุงแต่งอภิสังขารให้มากนัก) 5. อุทธังโสโตอกนิฏฐคามี (สภาวธรรมไม่เป็นสองรองใคร หรือไม่เป็นน้องใครอีก แล้วปรินิพพานไว)

แม้แต่พระพุทธเจ้าก็ไม่เกิดในสุทธาวาส อาตมาเองก็เช่นกัน ถ้าจะเรียนรู้สมาธิต้องลืมตาปฏิบัติมรรค 7 องค์ สั่งสมเป็นสัมมาสมาธิ แต่เขาไปปฏิบัติผิด ไปหลับตาปฏิบัติก็ไม่เรียนรู้แม้แต่มิจฉาอาชีวะ 5 กุหนา โกงหยาบ แม้ทำทอดกฐินทอดผ้าป่าหาเงินสอนให้คนขี้โลภจัดขึ้นเหมือนธรรมกายก็ไม่รู้ ไม่สุจริตเลย มีแต่ทุจริตก็ไม่ทราบ แม้แต่ลปนา คำพูดก็ภาษาหลอกให้สมได้สมอยาก อาชีพอย่างนี้เป็นมิจฉาชีพขั้นที่ 1 2 ไม่รู้ ….เนมิตกตา... ก็มาปฏิบัติธรรมตามลำดับศีล 5 เกิดสมาธิตามศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 ศีล 26 ก็เกิดสมาธิตาม เขาไม่รู้จักแม้ศีล 5 พระบอกว่าตนศีล 227 แม้ศีล 5 ก็ไม่รู้จัก ฉันบอกว่าฉันศีล 227 ข้อแล้ว ก็เลยไม่รู้ศีลแท้จริง เป็นพระก็ต้องเริ่มที่ศีลข้อ 1 คือไม่ฆ่า ละอาวุธ และทำจิตให้เอ็นดู กรุณา หวังประโยชน์เพื่อสัตว์ทั้งปวงอยู่ ได้ปฏิบัติอย่างนี้ไหม ในศีลข้อ 1 ก็ไม่ได้ทำ อย่างนี้เป็นต้น คือไม่รู้รายละเอียด แม้แต่ศีลข้อ 2 สรุปแล้ว 1. ปฏิบัติมรรค 7 องค์จะเกิดสัมมาสมาธิ ไม่ใช่ไปนั่งหลับตาจะได้สมาธินอกรีต เดียรถีย์ หากปฏิบัติมรรค 7 องค์ในขณะลืมตา ทำงานอาชีพปกติสามัญให้มีจิต ตักกะ วิตักกะ สังกัปปะ อัปปนา พยัปปนา เจตโสอภินิโรปนา ทำวจีสังขารได้ เป็นจิต dynamic กับ static ผู้ที่มีสภาวะจริงจะขยายความได้อย่างพิสดาร

610326_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาพาเบื่อราคะโทสะโมหะ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน