570509_พ่อครูที่เวทีหน้าช่อง ๕ เรื่อง ประชาธิปไตยสองแบบ.doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
570509_ พ่อครู ที่เวทีหน้าช่อง 5 เรื่อง ประชาธิปไตยสอ ง แบบ
พ่อครู… วันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ.2557 ที่ เวทีหน้าช่อง 5 รูปธรรม และนามธรรม จะลงตัวกันพอดี เป็นเรื่องของดวงดาว แม้เรื่องของอนาคตก็ตาม จะลงตัว ก็เป็นเรื่องยากที่คนจะเข้าใจ ในหมอดู ดวงดาว ที่วนเวียนในจักรวาลจะลงตัว ศาสนาพระเจ้าเขาก็ว่าจะมีศาสดาพยากรณ์ มีเหตุการณ์ที่ลงตัวกัน ศาสนาพุทธจะเห็นทศนิยมที่เคลื่อนตัวไป ในมหาจักรวาลนี้ มีเรื่องที่เป็นทศนิยมทั้งสิ้น ไม่คงที่ หรือคงที่นิดนึง แล้วก็จะเคลื่อนไป ศาสนาพุทธตรัสรู้เรื่องนี้คือ ความไม่เที่ยง หรืออนิจจัง ทุกปัจจุบันจะเป็นทศนิยม จะเป็นทศนิยมที่เสื่อมไป หรือจะก้าวหน้า หรือทรงตัวอยู่กับที่ ก็ชั่วครั้งชั่วคราว แม้จะพยายามให้นานเท่าไหร่ ก็ต้องเคลื่อนที่ หลักการที่ทุกอย่างไม่เที่ยง มีทศนิยม จึงเป็นตัวเปลี่ยนแปลงได้หมด ดูก็จะดูผิดตรงนี้แหละ ขึ้นอยู่กับตัวแปร แม้วัตถุดินน้ำไฟลมก็เปลี่ยน แม้ต้นไม้ก็เจริญหรือเสื่อม สิ่งที่โตเต็มที่แล้ว ก็เสื่อมลง เราจับตัวเหตุปัจจัยที่จะเกิดหรือดับให้ได้ ถ้าจับปัจจัยตัวนี้ได้ คือตัวสำคัญ ก็จะรู้ว่ามีอะไรเกิด และจะพัฒนาหรือเสื่อมลง ถ้ายิ่งรู้เลยว่ามันมีค่าอะไร ก็จะทำนายอนาคตได้ ตัวแปรส่วนใหญ่มีมาก คนก็จะเก็บได้ไม่ครบ หากใครเก็บตัวแปรได้ครบ ก็จะทำนายได้แม่น เหตุปัจจัยที่เราต้องมาชุมนุมครั้งนี้มีเหตุปัจจัยได้มาก เรามาให้เหตุผลหลักฐานหลักการ เมื่อเราให้แล้ว คนก็จะมาร่วมแรงร่วมใจกัน แม้ตอนนี้เราจะถือว่ายังไม่จบอย่างสะเด็ดเด็ดขาด แต่ก็ก้าวหน้าชนะรายทางไปเรื่อยๆ และชนะรายทางที่สวยงามมาก อาตมาอาจพูดบ้าไปคนเดียว ที่เรียกเต็มๆว่า ปฏิวัติโดยประชาชน หรือประชาชนปฏิวัติ มันเป็นการปฏิวัติ มีลีลาปฏิวัติที่สวยสดงดงามไม่รุนแรง พวกเราที่มีอดไม่ได้ ทนไม่ได้ก็ไ
อ่านต่อ
ม่รู้ แต่มีเหตุการณ์ที่รุนแรงเกิดมาบ้าง แต่เราชุมนุมมาตั้งมากกว่าหกเดือนแล้ว เราก็รู้ได้เห็นได้ต่อเนื่อง จนศาลชี้ ว่าคนไทยที่ออกมาประท้วงครั้งนี้ ต้องได้รับการคุ้มครอง จนรัฐบาลต้องแหงไปเลย อ่อนข้อลงไป เพราะศาลท่านสั่งมา แต่เขาก็ดื้อด้านดึงดัน เป็นอกุศลจิต จิตชั่ว จากคนที่มีสิ่งจริง อาตมาพูดนี่ให้รู้ว่าทุกอย่างมาแต่เหตุ ไม่ใช่บังเอิญ แต่ได้ด้วยการพากเพียร ต้องขอขอบคุณกำนันสุเทพที่ใจเย็น ที่เหตุการณ์ยืดเยื้อยาวนาน เพราะสุเทพใจเย็น อันนี้อาตมาให้คะแนนคุณสุเทพจริงๆ มันจึงเรียบร้อย ราบรื่น งดงาม เป็นประวัติศาสตร์แห่งการปฏิวัติ ไม่ว่าทุกประเทศที่ทำมา ก็ไม่ได้สวยสดงดงามอย่างนี้ บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ไว้เลย เป็นรัฐศาสตร์ที่ต้องเก็บปรากฏการณ์ยืนยันเป็นหลักฐาน จะเกิดวิวัฒนาการ ให้ประชาชนทำในครั้งนี้ เป็นตัวอย่างไว้ในโลก ใครได้ร่วมประวัติศาสตร์ครั้งนี้ จงปรบมือให้ตัวเองเลย ไม่ใช่เรื่องแกล้งยกยอเล่น แต่เป็นเรื่องสัจธรรม อาตมาศึกษาสัจธรรม ที่มีรายละเอียดลึกซึ้งเยอะ มีทั้งรูปและนาม อย่างสมณะนักบวชนี่ พระพุทธเจ้าท่านห้ามไม่ให้พยากรณ์ แต่ที่พูดนี่ ไม่ได้ทำนาย แต่เป็นเรื่องที่บอกเหตุปัจจัย แต่ก็ไม่ได้ตรงหมดนะ จะไปเข้าใจผิดอย่างนั้นไม่ได้ พวกเราออกมาปฏิวัตินี้ เพื่อเพราะมันสุดทน อาตมาเกิดมายุคปานนี้ ปาเข้าไปเลข 80 เต็มจะขึ้น 81 แล้ว อาตมาเกิด 5 มิถุนายน นะ อีกไม่กี่วันก็ครบแล้ว ตั้งแต่ ตุลาฯ 16 , ตุลาฯ 19 , พค. 35 , ตุลาฯ 51 จนมาถึง 18 กพ. 57 เราจะเห็นได้ว่าตั้งแต่ ตค. 16 ก็เป็นประวัติศาสตร์เมืองไทย ที่แรง แต่ว่า ตุลา 19 ก็ยิ่งเละรุนแรงเลวร้าย ต่อมาก็เหลือเชื้อ ต่อมาถึง พค. 35 พอมาถึง 7 ตุลาฯ 51 ก็เบากว่า 35 พอมาถึง 18 ก.พ. 57 แม้แรง แต่ก็เบากว่าทุกครั้ง การชุมนุมประท้วงทางการเมืองที่ผ่านๆมาของเมืองไทยนี้ดีขึ้น เพราะเข้าใจกันแล้วว่าสังคมเจริญ ต้องไม่รุนแรง ลดความรุนแรง แม้ฝ่ายรัฐบาลเองก็สำนึก แม้ นปช.เองก็สำนึก แล้วเขาก็ใช้คำว่าเราต้องชุมนุมอย่างสงบ และเมื่อเขาเข้าใจเช่นนั้น ก็ต้องทำอย่างนั้นได้น้อยหรือมากก็แล้วแต่ แต่องค์รวมก็ลดความรุนแรงลง ฝ่ายเรายืนหยัดความไม่รุนแรงแน่ เหตุการณ์จึงเกิดความไม่รุนแรง ชนะได้ดังนี้ นี่คือ สัจธรรมของสัจธรรม ไทยเรามีการพัฒนาการเมืองขึ้นโดยประการฉะนี้ ลักษณะที่เกิดขึ้นชื่อว่า การเมืองมีธรรมะ เป็นความประเสริฐเจริญของสังคม เพราะมนุษย์ต่างจากเดรัจฉานที่รุนแรง ใช้ อำนาจบาตรใหญ่ ใครมีสารพิษ ก็พ่นพิษใส่กัน มีพิษร้ายอะไรในตน ก็เอาพิษร้ายใส่กัน คนที่ยังไม่เจริญ ก็ใช้อำนาจบาตรใหญ่เหมือนกัน สมัยโบราณ เวลาจะมีอำนาจบาตรใหญ่ ได้ทรัพย์สิน ได้บ้านเมือง ก็ต้องใช้ความเก่งในการทำร้ายฆ่ากัน จนคนสู้ไม่ได้ เราก็ชนะ เป็นการกดข่มบังคับทำร้าย อำนาจเช่นนั้นภาษาอังกฤษเรียกว่า Force สัตว์ก็กลัว ส่วนอำนาจที่เจริญเป็นคุณงามความดีถูกต้อง เสียสละเอื้อเฟื้อเจือจานสุจริตจริงใจ อำนาจลักษณะนี้เป็น อำนาจคุณธรรม ที่มนุษย์ควรมี ผู้ใดสามารถชนะกันด้วยอำนาจนี้้คือ Authority คนเจริญจะให้อำนาจนี้ชนะก็เป็นดัชนีชี้วัดความเจริญ ไม่ได้กดขี่บังคับใคร เป็นสังคมเจริญประเสริฐ ขณะนี้ประเทศไทยคนไทย กำลังสร้างพลังอันนี้มาในโลก แล้ว ใช้พลัง อันนี้ปฏิวัติอำนาจเลว แล้วอำนาจเลวก็แพ้ไปเรื่อยๆ อยากให้ชนะไปถึงที่สุดกันไหม?..ต้องออกมาช่วยกันให้ถึงที่สุด เพราะอำนาจอย่างนี้ จะชนะด้วยสามประการ คือ ประชาภิวัตน์ ตุลาการภิวัตน์ กัมมาภิวัตน์ ตุลาการภิวัต น์ ก็ทำหน้าที่ได้ดี แต่พอศาลตัดสินแล้วไม่เข้าข้างคนผิด เขาก็ไม่ยอมรับอำนาจศาลอีก ก็ถือว่าผู้นี้ได้ทำตัวกบฏ ถือว่าเป็นกบฏไปแล้ว มีแต่คนบ้ากับคนโง่เท่านั้น ที่อยากให้สังคมเสื่อมลง คนที่ทำให้สังคมเสื่อมลงโดยที่ตนเองฉลาดแต่โง่ที่ตนเองทำให้สังคมเสื่อม แม้เป็นคนฉลาดนะเอาเปรียบได้เก่ง คนอย่างนี้ มีไหม? เห็นไหม? ใครหว่า? เป็นความเสื่อมทรามเลวร้าย เขาก็จะหักหลังแก้แค้นกัน แต่พวกเราอย่าไปอาฆาตมาดร้าย แม้เขาจะทำร้ายเราอย่างชั่ว ก็อย่าไปอาฆาตมาดร้ายตอบ ถือว่าเป็นบาปของเขา แม้เป็นวิบากของเรา เราก็ต้องยอมรับเสียโดยดี อย่าไปแค้นเคืองยึดที่จะโต้ตอบ ให้เลิกล้มกันไป ใครเลวก็จบ ส่วนใครดีกับเราก็ไม่จบเพราะเราต้องตอบแทนบุญคุณ ส่วนเขาจะเลวเท่าไหร่กับเรา เลิกเสียให้จบ อย่าไปอาฆาต เพราะทำแล้วเป็นวิบากต่อกันไป ไม่รู้กี่กัปป์กี่กัลป์ จึงขอบอกว่าอย่าสร้างใส่ใจตน เป็นอกุศลวิบากอย่าไปทำอย่างยิ่ง ตุลาการภิวัตน์ ท่านก็ช่วยเราในวันที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมาก็แล้วก็จะมีอีก ท่านก็ตัดสินมาเรื่อยนี่คือ ได้คะแนนด้วยการดำเนินการของตุลาการ ส่วนประชาชนร่วมกันมากเท่าไหร่ มวลมากชนะมวลน้อย และคุณงามความดีก็ชนะอีก แม้มวลน้อย แต่คุณงามความดีมากว่า ก็ยิ่งมีคุณค่า แต่ยิ่งมวลมากแล้วทำด้วยคุณธรรมอีกก็ยิ่ง Excellent เราจะทำให้ดียิ่งขึ้น อย่าท้อถอย ท้อแท้ อย่าให้เหนื่อยๆไว อดทน ให้ลุล่วงด้วยดี มันดีมากแล้ว ถ้าทำดียังไม่ได้ดี เพราะทำดียังไม่มากพอ เมื่อทำดีแล้วก็ยังจบไม่ได้ ไม่ชนะ ถ้าอย่างนั้นก็คือ ทำดียังไม่ได้ดี เพราะทำดียังไม่มากพอ จงทำดีต่อให้พอ จึงจะชนะ ประชาภิวัตน์ ก็ดำเนินไปจนกว่าจะชนะ กำนันสุเทพบอกเสมอว่า ชุมนุมเอาธรรมนำหน้า สันติ ปราศจากอาวุธ ใครมีอาวุธอย่าเอามา ใครอดไม่ได้ ก็ไม่ต้องมาทำให้บริสุทธิ์ เราจะปฏิวัติให้โลกรู้ว่าประเทศไทยนี่เป็นหนึ่งในโลก ที่ปฏิวัติอย่างสันติอหิงสา ปราศจากอาวุธ ของเรานี่ประคองผู้ชุมนุม เป่านกหวีดมากี่ครั้ง ก็มากทุกครั้ง แล้วครั้งนี้ก็มากว่าทุกครั้ง ก็ช่วยกันอยู่ยงยืนเป็นครั้งสุดท้าย มันก็จะทั้งมวลมากขึ้นๆ และยาวนานๆ และรักษาคุณธรรมได้งดงาม และชนะด้วยความถูกต้อง ไม่ใช่ชนะด้วยเล่ห์กล ส ิ่ งไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นอดทน ใจเย็น ไม่ต้องใจเร็ว ยาวให้เป็น เย็นเรื่อยไป ไขความจริงออกมาให้มากๆหมดๆ กำนันสุเทพย ิ่ งให้พวกเราใจเย็น ให้ยาวก็ยิ่งดี แต่มีพวกเราอยากใช้หมัดน็อค ให้เสร็จเร็ว อาตมาก็ว่าเราใช้ศิลปะออกหมัดให้สวยงามไปเรื่อยๆ เก็บคะแนนไปเรื่อยๆ สุดยอดไม่มีอะไรเปรียบได้เลย ให้ทนอีกนิดเถอะน่า อาตมาจะเล่าให้พวกเราว่า ประชาธิปไตยนี้มีอยู่สองอย่าง คือ ประชาธิปไตยขาเดียว กับ ประชาธิปไตยสองขา ประชาธิปไตย สองขา คือ มี ทั้งกายและใจ มีทั้งวัตถุ และจิตวิญญาณ ส่วนประชาธิปไตย ขาเดียว คือ ประชาธิปไตยที่ ไม่มีวิญญาณ มีแต่วัตถุ ประชาธิปไตยขาเดียวคือ อำนาจหมู่แล้ว ใช้อำนาจหมู่เป็นพลังเด็ดขาด เราเรียกภาษารัฐศาสตร์ว่าคอมมูน เป็นสังคมนิยม จะมีทีมไม่กี่ทีมยึดอำนาจไว้ ต่างกับ สมบูรณายาสิทธิราช คือ คนเดียวเผด็จการฟาสซิสต์ เป็นเผด็จการไม่ใช่ประชาธิปไตย ส่วนเผด็จการหมู่เป็น คณาธิปไตย อย่างไทยเรานี่ เป็นคณาธิปไตย ใช้อำนาจ สส.ในรัฐสภา เป็นเผด็จการ ไม่มีคุณธรรมในจิตวิญญาณไม่มียอมแพ้ ไม่ยืดหยุ่น ไม่ยอมเสียเปรียบนี่คือ จิตวิญญาณของคนที่เห็นแก่ตัว แต่บางที่ไม่ผิดอะไรมาก เราจะชนะนิดเดียว แต่ถ้าเราดึงดันเอาชนะ จะเกิดความเสียหายมาก คนเห็นความเสียหายก็ยอมแพ้ได้ แม้เราจะชนะได้ก็ตาม แต่ถ้าเกิดว่า เสียหายมากหากปล่อยไปหนักเลย ถ้าอย่างนี้เรายอมไม่ได้ เช่นครั้งนี้เป็นต้น เพราะปล่อยไปเสียหายมาก เราก็ยอมไม่ได้ ประชาธิปไตยขาเดียว จะไม่ยืดหยุ่นไม่ยอมแพ้ทั้งที่แพ้จนหมดหน้าตักแล้ว แพ้อย่างเลวแล้วก็ยังไม่ยอม นี่คือลักษณะคนที่เลวไม่จบสิ้น นี่เกิดจากจิตวิญญาณ จิตวิญญาณคนดี จะชนะด้วยคุณงามความดี ประชาธิปไตยที่มีจิตวิญญาณแบบนี้ในประชาชนจะร่วมตัวกัน คนในประเทศให้สิทธิ์ คนมีความเข้าใจอย่าดูถูกเด็ก คนหนุ่มคนพิการคนแก่ อย่าดูถูกคนโง่ คนโง่อาจมีสิ่งที่เข้าท่าแฮะ สำหรับอันนี้ คนฉลาดจะรู้ว่าคนนี้แสดงอันนี้มาใช้ได้เลย คนโง่อาจแสดงไม่รู้ตัวเลย ถ้าเผื่อว่าองค์ประกอบมนุษยชาติมีพร้อม ทั้งจิตและกายมันสมบูรณ์ ถ้ามีแต่จิตอย่างเดียว เป็นคนหยิ่ง เช่น ฤาษีเป็นต้น มีแต่จิตอย่างเดียว เขาหยิ่งผยองในจิตเขามาไม่ยอมซูฮกให้วัตถุเลย อย่างในอินเดียไม่แม้นุ่งผ้าหรือโกนผมเลย แม้แต่คอมมิวนิสต์ ก็เป็นคณาธิปไตย ใช้อำนาจบาตรใหญ่หลงวัตถุ เป็นประชาธิปไตยขาเดียว ที่สุดแห่งที่สุดประชาธิปไตยขาเดียว คือประเทศที่มีประธานาธิบดี ไม่มีกษัตริย์ โลกจะไปสู่อย่างนั้น แล้วเขาก็นึกว่านี่คือ เสมอภาคสูงสุดทุกคนมีสิทธิ์ เป็นประชาธิปไตย ไม่เหมือนประเทศมีกษัตริย์ ที่ต้องอาศัยตระกูลจากกษัตริย์ พระเจ้าแผ่นดิน ต้องมีคุณธรรม ความดี ถ่ายทอดให้ทายาท คัดเลือกผู้ที่ดีมาเป็นกษัตริย์ นอกจากประเทศที่เลวร้ายเกิดการแย่งอำนาจ คนไม่ดีมาเป็นพระเจ้าแผ่นดิน แต่อย่างนั้นไม่มีใครเคารพ ไม่ได้คะแนนหรอก สากลเขารู้ แต่พระเจ้าแผ่นดินทุกพระองค์ ก็ต้องพยายามให้ดีที่สุด จิตวิญญาณก็ต้องรักษาความเป็นคนดีที่สุดในประเทศให้ได้ จึงเป็นการคัดเลือกสร้างผู้มาบริหารบ้านเมืองในตัว แม้ในธรรมชาติสัตว์ตัวผู้จะได้เป็นพ่อพันธ์ต้องแข็งแกร่งฉลาดชิงชนะคู่ต่อสู้ เพื่อเป็นพ่อพันธ์ คนจึงมีการคัดเลือกโดยธรรมชาติ ให้มีหัวหน้า หรือพระเจ้าแผ่นดิน หลายประเทศสืบทอดมาหลายชั่วอายุคน เป็นการผนึกจิตวิญญาณที่มีทั้งจิตวิญญาณ และสำนึก จึงต้องดีเสียส่วนใหญ่ ที่ไม่ดีก็ชั่วคราว แต่ประธานาธิบดีนี้สืบทอดกันสะเปะสะปะ สี่ปีเลือกใหม่ ๆ ใครก็ได้มาเป็นแล้วจะมีการคัดเลือกทางจิตวิญญาณกันได้อย่างไร ไม่ว่าประเทศไหนก็มีเล่เหลี่ยม นอกจากประเทศที่เจริญจริงๆ จึงมีญาณปัญญาเลือกคนมีปัญญา คุณธรรมจริง แม้ใช้เล่ห์เหลี่ยมก็รู้ทัน แต่ประเทศส่วนใหญ่ไม่เจริญอย่างนั้น ประเทศธิเบต เขาเลือก ผู้จะมาเป็นกษัตริย์ข องเขา พอองค์นี้สิ้น เขาก็ไปหาเด็กเล็กที่ว่าสืบทอดจิตวิญญาณองค์ก่อน เป็นเรื่องลึกสุดลึกเป็นอจินไตยของศาสนาพุทธ ซึ่งเป็นลักษณะของคุณธรรมแท้ แม้ดาลัยลามะองค์ปัจจุบันมีคุณธรรมทั่วโลกยอมรับ นี่ คัดมาทางจิตวิญญาณ นะ ไม่ได้คัดทางวัตถุ สรุปแล้ว ขอตัดสินว่า ประชาธิปไตยขาเดียว เป็นประชาธิปไตยไม่เต็มเต็งหนักไปด้านวัตถุและโลกียะ ถ้าคุณเข้าใจแล้ว อาตมาขอยกตัวอย่าง ประชาธิปไตยของอังกฤษ กับประชาธิปไตยของอเมริกา อเมริกา เป็นเชื้อของ อังกฤษ เทียบเคียงดูประชาธิปไตยของสองประเทศนี้ อังกฤษมีจิตวิญญาณสูงกว่า ไม่ต้องพึ่งกฎหมาย พึ่งวัฒนธรรม ส่วนประชาธิปไตยของอเมริกานั้น พึ่งพากฎหมาย กฎหมายต้องเข้มงวดมาก การทำด้วยจิตวิญญาณจะเกื้อกูลกัน ยืดหยุ่นอลุ่มอล่วยกัน แสดงออกถึงความพอ ความจน อย่างของเรามาจนไม่ได้มาแสดงความรวย แล้วมีการเกื้อกูลกันด้วยความจนนี่แหละ เป็นเศรษฐศาสตร์แบบคนจน Our loss is our gain ประชาธิปไตยที่มีวัตถุ และจิตวิญญาณประกอบนี่สุดยอดแล้ว …จบ