570426_พ่อครู ที่ ป้อมมหากาฬ เรื่อง ปากหอกและความเสื่อมของชาวพุทธ.doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
570426 พ่อครู ที่ ป้อมมหากาฬ เรื่อง ปากหอกและความเสื่อมของชาวพุทธ
วันนี้วันเสาร์ที่ 26 เมษายน 2557 ที่ ณ ป้อมมหากาฬ พ่อครูว่า...เรื่องการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญของมนุษยชาติ เดี๋ยวนี้เข้าใจเรื่องการศึกษากลายเป็นพิษแล้ว แต่การศึกษาจะเป็นตัวทำให้คนพัฒนาขึ้น หากเป็นการศึกษาที่สัมมาทิฏฐิ ที่เข้าใจจุดมุ่งหมายการศึกษาให้เจริญอะไรเป็นหลัก ความเจริญที่ผิดคือเจริญทางเทคนิค ความสามารถในกลวิธีในการสร้างสรรค์ แต่จิตใจไม่เจริญ จิตใจไม่ลดกิเลส ยิ่งมีความรู้สามารถ เทคนิคสูง ก็ได้เปรียบสังคม ก็เอาเปรียบสังคมหนัก ต่อรองสูงขึ้น สังคมต้องการสูง ก็ยิ่งโก่งค่าตัวมากขึ้น คนก็เลยหลงใหล โลกธรรม ยิ่งเงินมากยิ่งไม่รู้ธรรมะ ไม่รู้เรื่องกาม ต้องไปหลงเสพสุข มักมากไปใหญ่เลย พูดชัดๆเลยว่าทั้งโลก มหาวิทยาลัยไหนๆทั้งโลกไม่เน้นเรื่องคุณธรรม ศีลธรรม หรือธรรมะเป็นหลัก แต่เน้นเรื่องความรู้ความสามารถทางเทคนิคเพ ิ่ ม แต่จิตใจไม่ได้ลดกิเลส ลดความเห็นแก่ตัวแท้จริง ศาสนาที่จะลดความเห็นแก่ตัวลดกิเลสที่แท้จริงนั้น ก็แต่ละศาสนาแต่ละศาสดาท่านก็หาวิธีให้คนลดความเห็นแก่ตัว ก็เต็มที่ของแต่ละศาสดา เราชาวพุทธก็มาพูดของพระพุทธเจ้า ท่านศาสดาอื่นก็เป็นธรรมะช่วยสังคมเหมือนกัน พอเวลานานเข้าศาสนาที่เคยมีธรรมะก็กลายเป็นมีผู้ไม่มีคุณอันสมควรก่อนแล้วไปสอนผู้อื่นจึงมัวหมอง ต้องมีคุณอันสมควรก่อน สอนผู้อื่นจึงไม่มัวหมอง แต่เมื่อไม่มีความรู้จริง ได้แต่ตรรกะ ได้แต่รู้จำได้ นึกคิดเอา ก็เลย ไม่จริง เมื่อไม่จริงก็ใช้เหตุผลส่วนตัว แต่มีกิเลสก็หยุดไม่ได้ ก็จนแต้มก็ดำน้ำไป มีปฏิภาณปัญญาของตนก็ใส่ไปเรื่อย ก็ไม่ตรงกับความจริง ศาสนามัวหมองมากเลย พระศาสดาสิ้นไปแล้ว สาวกก็มีการสืบทอด มีทั้งผู้จริงและไม่จริง และผู้ไม่รู้จริงนี่แหละทำให้เสื
อ่านต่อ
่อม จนบัดนี้ 2557 ปีแล้ว ที่พระพุทธเจ้าตายไป ศาสนาก็เสื่อมไป เกือบจะหมดเลย เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ แต่คนเสื่อมทำให้ศาสนาเสื่อม สังคมก็เสื่อม ผู้ที่เรียนรู้ก็เรียนรู้มาผิดๆ ก็ไม่เจริญ นอกจากไม่เจริญแล้วก็ยังเลวร้ายด้วย อย่างไทยนี่คนนับถือพุทธ 95 % ผู้ศึกษาพุทธมาก็เผยแพร่กันไม่เพียงในเมืองไทยยังมีต่างประเทศอีก แต่คนเสื่อม แม้ผู้ตามศึกษาศาสนาที่เป็นฆราวาส ก็ได้รับการศึกษามาผิดๆ ยิ่งผู้ไม่ไปศึกษา ตามหลักที่ถูกต้องก็ยิ่งแย่ ตาม ความเสื่อม 7 ประการของชาวพุทธ 1 . ขาดการเยี่ยมเยียนภิกษุ (ภิกขุทัสสนัง หาเปติ) 2 . ละเลยการฟังธรรม (สัทธัมมัสสวนัง ปมัชชติ) 3 . ไม่ศึกษาในอธิศีล (อธิสีเล น สิกขติ) และเขาสอนว่า การสอนศีลคือการขัดเกลาแค่กาย วาจาเท่านั้น ส่วนจิตจะได้สมาธิต้องไปนั่งสมาธิ สอนแยกส่วนเลย เพราะฉะนั้นสอนอย่างนี้ก็เจ๊งเลย มีหลักฐานในพระไตรปิฎก ในกิมัตถิยสูตร ล. 24 ข. 1 , 208 ซึ่งสอนกันว่า ศีลปฏิบัติแต่กายกับวาจานั้นก็ได้ผลแต่ ในการสำรวมเบื้องต้น จิตก็ได้กดข่ม แต่ไม่ได้ละกิเลสไม่รู้จิต เพราะอย่างนั้นถ้าสอนศีลแล้วไม่ลดกิเลสในจิตก็ไม่ได้ผลตามที่พระพุทธเจ้าสอน ตาม กิมัตถิยสูตร อวิปฏิสาร (ความไม่เดือดร้อนใจ) ปามุชชะ - ปราโมทย์ (มีความยินดี) ปีติ (ความอิ่มเอมใจ) ปัสสัทธิ (สงบระงับจากกิเลส) สุข (แบบไม่บำเรอตน คือ วูปสมสุข) สมาธิ (จิตมั่นคง) ยถาภูตญาณทัสสนะ (ความรู้ยิ่งในความจริง) นิพพิทา (เบื่อหน่าย) วิราคะ (คลายกิเลส) วิมุติญาณทัสสนะ (ปัญญารู้แจ้งเห็นจริงในนิพพาน) (กิมัตถิยสูตร พตฎ. เล่ม 24 ข้อ 1 , 208 )
4 .ไม่มากด้วยความเลื่อมใสในภิกษุ ทั้งที่เป็นเถระ ผู้ใหม่และปานกลาง 5 . เพ่งโทษฟังธรรม (ธัมมัง สุณาติรันธคเวสี) 6 . แสวงบุญนอกเขตศาสนานี้ (พหิทธา ทักขิเณยยัง คเวสติ) 7 .ทำสักการะก่อนในเขตบุญนอกศาสนานี้ (ตัตถะ จ ปุพพการัง กโรติ) (พตปฎ. เล่ม 23 ข้อ 27 ) แม้แต่ภิกษุเอง ก็กลับไปนับถือนอกคำสอนของพระพุทธเจ้าไปแล้ว นี่คือความเสื่อมแท้ๆ ที่พูดนี้พูดสัจธรรมนะ เมื่อผู้ที่อยู่ระดับสูงระดับบนของสังคม เสื่อมจากคุณธรรม มันจะเหลืออะไรก็เป็นอย่างนี้ บ้านเมืองบริหารด้วยคนไม่มีคุณธรรม นับถือพุทธก็ทำตามจารีตประเพณีขนบธรรมเนียมไป ในสังคมที่ขาดธรรมะขาดคุณธรรมแท้จริง ขาดจิตที่ลดกิเลส ไม่รู้จักการลดกิเลส กิเลสก็โต จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ก็น่ากลัว ขออภัยที่ต้องพูด ที่อาจต้องเสี่ยงข้อหาผิดกฎหมาย แต่เจตนาไม่ได้ลบหลู่ดูถูก แต่พูดตามหลักวิชาการ ได้ข่าวมาว่า แม้แต่ผู้ที่เป็นหลักของประเทศที่ดูแลความถูกความผิด พยายามเป็นหลักในการตัดสินความผิดถูกของประเทศแต่จิตเต็มไปด้วยกิเลส ทีนี้ก็มีคนประมูลซื้อไปได้ คนมีหน้าที่ดูแลตัดสินชั่วดี ถูกผิด ของประเทศชาติ มีผลต่อสังคมมาก โดยเฉพาะคนที่จะซื้อบ้านเมือง มีเกมการเมือง พวกเราคงได้ข่าวคราว ว่าเขาใช้เงินซื้อ ใช้อำนาจประเคนลาภยศ ซื้อ ร้อยล้านไม่ได้ก็ห้าร้อยล้าน พันล้าน คนมีกิเลสจะอดใจไหวอย่างไร ประเทศไทยก็เสร็จสิ เขาว่าเงินซื้อได้หมด ที่เขาว่าจ้างผีโม่แป้ง แต่อาตมาว่า เอาเงินจ้างเทวดาล้างส้วม ผีเป็นสัตว์ชั้นต่ำก็หลงเงิน แต่เทวดาชั้นสูงมาล้างส้วมยังเอาเลย มันร้ายแรงน่ากลัวมากเลย ก็เหลือแต่คนหวังดีต่อชาติ รักศักดิ์ศรี รักความเป็นคน ชีวิตนี้ไม่กระไร เงินทองจะมีมากอย่างไรก็กินแค่อิ่ม บำเรอ กามคุณ ด้วยข้าวของด้วยคน บำเรออัตตาเป็นสุขขัลลิกะ เป็นสุขเท็จ สมใจในกามในอัตตา พระพุทธเจ้าสอนไว้ แต่ไม่ศึกษาไม่ทำตาม ก็เป็นทาส ก็เลยเป็นโทษภัยต่อชาติ ที่บ้านเมืองเดือดร้อนเพราะคนเสื่อมจากธรรมะ ไม่มีอื่นเลย ถูกเงินลาภยศฟาดหัวเอา แล้วก็ไปเป็นพวกของคนใช้อำนาจบาตรใหญ่ เอาเรื่องโลกีย์มาประมูลมาซื้อใช้เป็นอำนาจ น่าสงสารประเทศไทย ตอนนี้สู้กันด้วยธรรมะกับอธรรม แต่ก็สู้ได้นะ เราสู้ได้ด้วยธรรมะ ขอยืนยัน น่าชื่นใจนะกำนันสุเทพนี่ พูดอย่างเด็ดขาด มีการจะประนีประนอม เรื่องที่ดีก็คือ หัวหน้าพรรค ปชป. ออกมาบอกว่า จะพยายามเจรจากัน เป็นคนกลาง พอกำนัน สุเทพได้ยินข่าวก็ตัดพั๊วเลย ว่า...อย่ามาสะเออะ เมืองไทยนี่ คนไทยออกมาแสดงพฤติภาพของประชาธิปไตยได้อย่าง วิเศษ วิสุทธิ์ วิศิฏฐ์ อย่างยิ่งเลย ประชาชนออกมาต่อต้านประท้วงล้มล้าง ตามรธน.เลย คนไทยนี่ปฏิวัติโดยประชาชน ปฏิวัติคือเปลี่ยนฉับพลัน จากการเมืองเลวร้ายมาเป็นการเมืองแบบใหม่ ไม่เอาแบบเลวร้ายแล้ว จะปรับเลย มั่นใจว่าพวกเรามีเยอะที่เตรียมจะมาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงประเทศ คัดเลือกกันเข้ามาให้ดี ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่าสภาก็ผิดพลาดไปหมด แม้แต่รัฐบาลก็ยุบสภาไปแล้ว มีอยู่แค่ว่ารักษาการ แต่ว่าตอนนี้เขาทำละเมิดเยอะเลย ตั้งตัวเองเป็นศอ.รส. ผิดไปหมดเลย โดยพฤตินัยทางโน้นผิดจนไม่เหลืออะไรแล้ว แต่ดึงดันอยู่ เพราะเราไม่ได้ไปดึงดันข่มขี่อะไร การยึดอำนาจนั้นเป็นประเพณี ทหารทำโดยอาวุธยังยอมให้ทำได้เลย แต่ว่านี่ทำโดยประชาชน รัฐบาลเป็นเพียงรัฐบาลาธิปัตย์ ไม่ใช่รัฏฐาธิปัตย์ เมื่อประชาชนเจ้าของรัฏฐาธิปัตย์มาขออำนาจคืน ยันยันออกมาล้มล้าง และล้มล้างอย่างถูกต้องตามรธน.ด้วย จึงไม่มีอะไรผิด วิเศษ วิสุทธิ์ วิศิฏฐ์ ไม่เคยมีมาในโลก แต่ก็ต้องทำให้เป็นประเพณี เป็นขนบที่ดีงามสุดยอด ทำไมประชาชนไม่มาช่วยกันทำ แม้แต่ข้าราชการ ทำไม่ไม่มากันให้มาก ตอนนี้นายกฯเป็นเพียงรักษาการ กฎหมายไม่ได้ให้สังการย้ายหรือปลดใครได้ จะไปเห็นแก่ลาภยศสรรเสริญสุขไปมากมายทำไมกัน อาตมาไปบ้านราชฯมา ที่บ้านราชฯจัดตลาดอาริยะ ตอนแรกจะจัดวันที่ 13 แต่ว่าคนมาขอร้องให้จัดวันที่ 12 เพราะว่าคนจะได้เอาเงินมาซื้อของซื้อปุ๋ย จะได้ไม่เอาเงินไปซื้อเหล้าหรือเที่ยวสงกรานต์ นี่คือเหตุผล...คนกำเงินมามือเปียกๆเหงื่อเลยมาซื้อของ นำเงินมาซื้อส ิ่ งของจำเป็น เห็นความยากจนของประชาชนน่าสงสารจริงๆ ชาวนาถูกเอาข้าวไปแล้วไม่ได้เงินนี่เรื่องจริงนะ ฆ่าตัวตายไปตั้งเท่าไหร่ เอาข้าวให้รัฐบาล แล้วรัฐให้ใบประทวนมา เสร็จแล้วเขาก็ต้องกินต้องใช้ คนเราถ้าไม่จนทางจริงๆก็ไม่ฆ่าตัวตายหรอก แต่รัฐบาลนี่ไม่รู้สึกเลยว่า คนฆ่าตัวตายเพราะฝีมือการบริหารของตน แล้วดันทุรังว่าตนไม่ผิดๆ แล้วหาว่ากปปส.ทำให้ยืมเงินไม่ได้ แล้วคุณจะยืมทำไม คุณเอาข้าวเขาไปก็ต้องเอาไปขายเอาเงินมาคืนเขาสิทำไมต้องไปกู้ยืม แล้วก็ยังมีคนงมงายเชื่อถือรัฐบาลอีก มันหมดทางแล้วเขาก็ต้องใช้ปากทิ่มแทงด้วยปากหอก เขาไม่ไปทำร้ายร่างกายหรอก คนในระดับปุถุชนห้ามปากหอกไม่ได้หรอก แม้พระอาริยะโสดาบันก็มี หอกปาก ในญาณ 7 ของพระโสดาบันข้อแรกเลย 1 .รู้จักปริยุฏฐานกิเลส (ได้แก่ นิวรณ์ 5 , การวิวาทกันด้วย .หอกคือปาก ฯลฯ) แม้ละปริยุฏฯยังไม่ได้ ก็รู้ ไม่มีที่จะไม่รู้ และมีทิฐิตั้งปณิธานจิตไว้เพื่อไปสู่การตรัสรู้สัจจะทั้งหลาย ถ้าไม่ดื้อด้านอย่างนี้เขาก็ไม่ด่าหรอก เป็นสัจธรรม ของจิตและกิเลส ไม่ได้พูดเพราะอยากให้ด่าหรอกนะ แต่เป็นเรื่องสุดวิสัย ไม่มีทางเป็นอื่น ยังไงก็ต้องเปลี่ยนแปลง ขืนปล่อยไปอย่างนี้คณะนี้ทำต่อไปอีกเชื ่ อโรคชั่วจะทับทวี หนา ไม่อยากคิดต่อเลย เพราะฉะนั้นหยุดไม่ได้นะ ประชาชน ต้องพยายามอดทน ต้องล้มล้างให้ได้ หากล้มล้างไม่ได้คุณเอ๊ย ไม่อยากคิดต่อ เพราะตั้งแต่เราได้ผิดพลาด ก็ขอปลงอาบัติ ช่วยทักษิณตั้งแต่คดีซุกหุ้นเราก็นึกว่าเขาเป็นคนดี เราก็ไปช่วยเขาจนเขาหลุดพ้นได้ก็ผยองสิ เป็นเสือติดปีก เลวไม่ไว้หน้าอินทร์หน้าพรหมเลย สะกดคำว่าแพ้ไม่เป็น [ 244 ] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็วิญญาณาหารจะพึงเห็นได้อย่างไร เหมือนอย่างว่า พวก เจ้าหน้าที่จับโจรผู้กระทำผิดได้แล้วแสดงแก่พระราชาว่า ขอเดชะด้วยโจรผู้นี้กระทำผิด ใต้ ฝ่าละอองธุลีพระบาทจงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ลงโทษโจรผู้นี้ตามที่ทรงเห็นสมควรเถิด จึงมี พระกระแสรับสั่งอย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญไปเถอะพ่อ จงประหารมันเสียด้วยหอกร้อยเล่มใน เวลาเช้านี้ เจ้าหน้าที่เหล่านั้นก็ช่วยประหารนักโทษคนนั้นด้วยหอกร้อยเล่มในเวลาเช้า ต่อมาเป็น เวลาเที่ยงวันพระราชาทรงซักถามเจ้าหน้าที่เหล่านั้นอย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญ เจ้านักโทษคนนั้น เป็นอย่างไรบ้าง เขาพากันกราบทูลว่า ขอเดชะ เขายังมีชีวิตอยู่ตามเดิม จึงมีพระกระแส รับสั่งอย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญ ไปเถอะพ่อ จงช่วยกันประหารมันเสียด้วยหอกร้อยเล่มในเวลาเที่ยงวัน เจ้าหน้าที่เหล่านั้นก็ประหารนักโทษคนนั้นเสียด้วยหอกร้อยเล่มในเวลาเที่ยงวัน ต่อมาเป็นเวลาเย็น พระราชาทรงซักถามเจ้าหน้าที่เหล่านั้นอีกอย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญ เจ้านักโทษ คนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง เขาพากันกราบทูลว่า ขอเดชะ เขายังมีชีวิตอยู่ตามเดิม จึงมี พระกระแสรับสั่งอย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญ ไปเถอะพ่อ จงประหารมันเสียด้วยหอกร้อยเล่ม ในเวลาเย็นเจ้าหน้าที่คนนั้นก็ประหารนักโทษคนนั้นด้วยหอกร้อยเล่มในเวลาเย็น ภิกษุทั้งหลายเธอทั้งหลายยังเข้าใจความข้อนั้นเป็นไฉน คือว่าเมื่อเขากำลังถูกประหารด้วยหอกร้อยเล่มตลอดวันอยู่นั้น จะพึงได้เสวยแต่ทุกข์โทมนัสซึ่งมีการประหาร นั้นเป็นเหตุเท่านั้นมิใช่หรือ ภิกษุทั้งหลายเมื่อเขากำลังถูกประหารอยู่ด้วยหอกแม้เล่มเดียว ก็พึงเสวยความทุกข์โทมนัสซึ่งมีการประหารนั้นเป็นเหตุ แต่จะกล่าวไปไยถึงเมื่อเขากำลังถูกประหาร อยู่ด้วยหอกสามร้อยเล่มเล่า ข้อนี้ฉันใด เรากล่าวว่า จะพึงเห็นวิญญาณาหารฉันนั้นเหมือนกัน เมื่ออริยสาวกกำหนดรู้วิญญาณาหารได้แล้วก็เป็นอันกำหนดรู้นามรูปได้แล้ว เมื่ออริยสาวกมา กำหนดรู้นามรูปได้แล้ว เรากล่าวว่า ไม่มีสิ่งใดที่อริยสาวกจะพึงทำให้ยิ่งขึ้นไปกว่านี้อีกแล้ว ฯ เพราะฆ่าไม่ถูกตัว จะฆ่ากิเลสได้ต้องรู้นามรูปในตัวเองได้ เราต้องรู้เหตุปัจจัย รู้ผิดถูก ดีชั่ว เราจะชนะความชั่วด้วยความดี ชนะความผิดด้วยความถูกมายืนยัน ประชาชน องค์กรอิสระ ตุลาการมายืนยันช่วยกัน ออกมากันให้มาก ดูสิว่าจะยอมรับไหม แต่นี่ออกมายังไม่มากพอ ต้องออกมามากมายจริงๆ เขาหน้าด้านเราก็ทนทานก็แล้วกัน ในการสู้กันด้วยธรรมะนี่ ธรรมมีประสิทธิภาพ มีธรรมฤทธิ์ เป็นความสงบ สยบความรุนแรง มหัศจรรย์ มีเหตุ ทุกอย่างมาแต่เหตุ จากพวกเรานี่แหละ ทำให้พวกตำรวจที่มากันในวันที่ 18 แล้วเป็นตำรวจผู้เล็กผู้น้อยเขาก็มีจิตดี จะทำร้ายคนดีเขาก็ทำไม่ได้ ถ้าให้ไปฆ่าคนร้ายเขาก็ทำได้ แต่จิตที่รู้ดีรู้ชั่ว แต่ก่อนได้ยินว่าพวกนี้เขาเป็นคนดีด้วย แล้วมาเห็นกับตาเลยว่า พวกนี้ทำดี เราไปทำร้ายเขาเขาไม่ทำร้ายตอบด้วยเขายังดีกับเราด้วย แล้วความรู้สึกดีช ั่ ว ปัญญาเหล่านี้ ตำรวจผู้น้อยผู้เล็กเขาก็เห็น พอถึงเวลาจริงๆ มันก็ตัดสินเอง ทำไม่ไหว ทำไม่ลง ไปเถอะเรา น ้ำ หนักของคนรู้ดีชั่วผิดถูก คนก็สัมผัสได้ ต่างคนต่างตัดสิน ตำรวจก็ว่าไปแล้วโว้ย แพ้ยะย่าย พ่ายจะแจ ไปเลย จนกระทั่งบางคนมีอุปาทาน เห็นแสงจากสมเด็จปู่วิชิตอวิชชา มันก็เป็นอุปาทานได้ เราเอาชนะความชั่วด้วยความดี ไม่ต้องไปข่มเหง ทำดีให้มากเข้าไป เราทำดีไม่ได้ดีเพราะทำดียังไม่มากพอ ทำชั่วนี่มันยากจะตาย ทำอยู่ได้ ทำดีมันไม่ได้ยากกว่าทำชั่วเลย ทำชั่วนี่ยากจะตาย คนที่ยังทำดีได้ยากก็มี คนทำชั่วง่ายก็มี ส่วนคนทำดีได้ง่ายก็ทำชั่วได้ยากเป็นอย่างนั้นเอง ที่เราทำกันอยู่นี่เกิดจากสัจธรรม พวกเพียรทำจนทำได้ง่าย ทำได้โดยไม่ยากไม่ลำบากในฌานทั้ง 4 กิเลสพาเราทำชั่ว แต่เรามีฌานเป็นไฟเผากิเลสให้หมดไปได้ เราก็ชนะได้ เราทำอย่างนี้ได้ก็ง่าย ได้โดยไม่ยากไม่ลำบากในการทำดี เผาผลาญกิเลสไป มันก็ไม่มีพลังมาบังคับเรา เราก็ทำดีได้ง่ายขึ้น กิเลสออกก็ไม่มีฤทธิ์แรงพาเราทำชั่ว ได้โดยไม่ยากไม่ลำบากในฌานทั้ง 4 เป็นจิตปราศจากนิวรณ์...