210205 มันมากับความมืด-พ่อท่าน-สันติอโศก-R055.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2521 แต่นี้ไปเป็นการแสดงปาฐกถาธรรมในหัวข้อเรื่องมันมากับความมืดซึ่งบรรยายโดยท่านพระโพธิรักษ์ที่พุทธสถานสันติอโศกญาติโยมถ้าวันนี้แล้วก็มาฟังธรรมกันอีกการฟังธรรมจากญาติโยมที่อยู่ย่านปลายไม่ได้อยู่กันที่นี่ 7 วันได้มาฟังทีนึงก็ถือว่าเป็นลาภอันประเสริฐก็เป็นประโยชน์พอสมควร ชัยวัฒน์ของเราที่เราจะได้เพิ่มพูนเพิ่มฐานเส้นธรรมดาอยู่ที่นี่ของเราแล้วเรามีทำวัตรหรือว่าเรามีแสดงธรรมกันทุกวันแหละปี 4 เราก็แสดงธรรมกันแล้วทำวัดกันแล้วเป็นกิจวัตรบรรยายแสดงกันให้รู้ซ้ำทั้งซ้ำทั้งขยายมีทั้งเรื่องเก่าเรื่องใหม่กว่ากันทุกวันเพราะอยู่ที่นี่เพราะเป็นผู้ที่เข้าใกล้ชิดเป็นจุดที่ผู้ที่จะมาตั้งอกตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเป็นตรงเป็นศิษย์เอกดังนั้นก็มีกันทุกวันทุกวันซึ่งเป็นความจำเป็นสำหรับพระพุทธเจ้านั้นน่ะก็ทุกวันถ้าแสดงธรรมแก่ สาวกทุกวันโดยเฉพาะเย็นลงศาลาบรรทัดศาลาถ้าใครจะเห็นจิตจิตของพระพุทธเจ้าตั้งแต่ช่วงเวลา 24 ชั่วโมงนี่ก็แบ่งออกไปตั้งแต่เช้าออกบิณฑบาตแล้วออกมารับแขกทำอะไรก็ได้ไปจนกระทั่งถึงเย็นส่งอารมณ์ศาลาแสดงธรรมแก่พระสาวกไปจนกระทั่งช่วงดึกนอนนอนก็ทำงานสอนเทวดาตื่นเช้าแล้วก็มาตรวจสัตว์โลกก็ควรจะโกรธอะไรอะไรที่ไหนต่างๆการบรรยายธรรมะการฟังเทศนาธรรมการสอนทางด้านภาษานั่งอบรมแจกแจงบรรยาย และบางทีก็ให้ได้ซักไซ้ไล่เลียงถามการแสดงธรรมสมัยพระพุทธเจ้าก็มีลักษณะ 2 อย่างนี้แหละคือบรรยายซะเองผู้เป็นพระธรรมกถึกพระธรรมกถึกหมายคำว่าองค์แสดงธรรมพระธรรมกถึกแสดงธรรมซะเองกับฟ้าประชาธรรมให้ไทยถามมาอย่างที่เรากระทำนี่แหละบรรยายไปแล้วก็ช่วงหนึ่งก็ให้ไถ่ถามใครมีข้อสงสัยใครมีเรื่องที่ไม่เคยจางสัจจะมีอะไรต่ออะไรต่างๆนานาก็จะได้เอาออกมาซักถามซักไซ้ไล่เรียงกันภายในระยะดังนี้ทำให้เราได้รับผล
อ่านต่อ
ได้รับประโยชน์กันไปเสมอการบรรลุธรรมก็จะอยู่ที่เราเข้าใจต่อทฤษฎีต่อปริยัติต่อ สอนคำกล่าวอะไรต่างๆนานาเมื่อได้เข้าใจแล้วเราก็เอาไปพึงประพฤติให้มันตรงตามตรวจสอบไปสังเกตไฟหรือว่าหลักเกณฑ์ต่างๆที่จะเอาไปตั้งให้แก่ตัวเองหรือว่ารับฟังไปแล้วอ้ออยู่นี่เป็นอย่างนี้เราก็ต้องทำให้กับตัวเองว่าเราจะต้องคอยควบคุมตัวเองด้วยกฎระเบียบอย่างนี้หรือว่าด้วยหลักการอย่างนี้แล้วก็ไปประพฤติตัวเองตลอดเวลาเป็นการปฏิบัติและมันจึงจะถึงรอบเป็นปฏิเวธถึงรอบเป็นการบรรลุเป็นการแทงทะลุรอบแจ้งถึงสว่างการบรรลุธรรมนั้นเจ้าต้องพยายามเข้าใจให้ได้ว่ามันเป็นการรู้นะการบรรลุธรรมไม่ใช่ว่าเป็นการหลุดโดยไม่รู้หรือว่าเป็นการหลุดพ้นโดยไม่รู้หรือว่า อันดับดับที่มีรูการตายตายด้วยไม่รู้นี่เป็นการบรรลุธรรมการบรรลุธรรมไม่ใช่ว่าการดับดับจึงไม่รู้เรื่องไม่มีญาณทัศนะไม่มีสิทธิ์ไม่มีสิทธิ์ไม่มีส่วนด้านเศรษฐกิจก็ตามไม่มีจิตเข้ามารับรู้สภาพที่เราหลุดพ้นปล่อยวางว่างเบาสบายปลอดโปร่งเป็นอารมณ์นี้ผู้เสพอารมณ์นิพพานหรือมีผู้เสพอารมณ์วิมุติผู้บรรลุนั้นเป็นผู้เสพอารมณ์นิพพานนี้เป็นผู้เสพอารมณ์วิมุตเองเป็นปัจจัยวิญญูก็จะตามหมายความว่ารู้ได้ด้วยตนตนเองรู้เองสัมผัสอยู่เองบัดจะตั้ง เบียร์ทิพย์กับโทรแมวมันยอดรู้เป็นบัณฑิตเป็นผู้รู้เพราะเราเป็นผู้รู้อย่างนี้ไม่ใช่ผู้รู้เพราะไปสอบไปเรียนมาในทางโลกโลกแต่มันเป็นผู้รู้ที่เรียนรู้สิ่งที่เรียกว่ามันเป็นวิชาชั้นสูงรู้วิมุติรู้ความหลุดพ้นลูกกิเลสที่มันมีอยู่ไม่ได้หลุดออกไปอาการที่กิเลสหลุดออกไปหรือการหมดยึดถือการหมดแต่กิเลสต่างๆมันเบาสบายมันโปร่งมันโล่งมันอิสระเสรีมันไม่ทุกข์ไม่ร้อนมันเบิกบานร่าเริงเป็นผู้รู้เป็นผู้ตื่นพร้อมแจ่มใสอยู่มันเป็นอาการอย่างไรไม่ได้หมายความว่าเราบรรลุหลุดพ้นแล้วอะไรมันหลุดก็ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้เมื่อไหร่ก็ไม่รู้แล้วเราก็มาตรวจสิทธิ์ของเรา ไม่มีมันดูตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ช่างมันเถอะบางทีมันไม่รู้ก็ได้แต่ว่าเออจิตของเราเป็นสภาพอย่างนี้แหละเป็นสภาพพอดีเป็นสภาพที่โปร่งใสว่างสะอาดสะอ้านกิเลสอาการของกิเลสกิริยาของกิเลสไม่มีเราต้องรู้กิริยาของกิเลสกิริยาที่เรียกว่าโลภะโลภะอย่างหยาบอย่างกลางอย่างละเอียดกิริยาของตัณหากิเลสตัณหาอุปาทานหรือว่าโลภะหรือว่าโทสะโมหะกิริยาเหล่านี้ไม่มีไม่เหลือสรุปปฏิกิริยามันจริงๆนะไม่ใช่ว่าปากพูดจับผิดได้จับอาการของจิตและกิริยาของจิตอาการของจิตการออกแยกออกสภาวะจิตที่รู้ก็คือรู้มันรู้ข้างนอกก็รู้ข้างนอกมาดูอาการไปสัมผัสถึงจิตด้วย จิตมันรู้อากาศนานแล้วมันก็อยู่กับคนอันนี้เราเป็นความรู้ต้องมีปัญญารู้ไม่ใช่ว่าไปนั่งดับดิ่งดับหลับไม่รู้เรื่องอะไรอะไรก็ไม่รู้ใช้ยิ่งไปแข็งชื่อเดิมเป็นอสัญญีแล้วก็บอกว่าเป็นนิโรธในวันนี้รอดซะด้วยนะเขาเรียกกันอันนี้โลดมาบัดเป็นการดับใช่ดับน้ำมันขันหรือดับจิตไปเฉยๆการดับจิตนะไม่ใช่ดับกิเลสแยกให้ออกนำขี้เหล็กก็ดับจิตต่างกันเหตุการณ์ดับจิตแบบนั้นก็ดับมันไม่ได้ดื่มกิเลสเป็นตรงไหนที่ไหนอาการหลุดที่ไหนมันหลุดออกจากจิตที่เลยไม่ได้หลุดไปจากร่างกายเรามันไม่ใช่เนื้องอกมันถึงเนื้อเนื้อมันคืออาการของจิตมันไม่มีศักดิ์สิทธิ์แล้วมันหลุดออกไปมันไม่มันไม่มี แสดงที่แสดงเด็กแล้วทีนี้เรารู้ได้ด้วยตนแต่ยังมีจิตจิตมันจะปลอดโปร่งมันจะสว่างไสวมันจะมีธาตุรู้ที่รู้ยิ่งขึ้นไปอีกมันเป็นอย่างนั้นแต่ถ้าผู้ใดจับได้อ่านออกมีจริงเป็นจริงมันก็เป็นของจริงการมาฟังธรรมเป็นปริยัติเป็นการไปเทียบเคียงเป็นการที่มาทดสอบตรวจสอบอย่างที่บอกไปเนี่ยเป็นสูตรหรือว่าเป็นความหมายบอกให้รู้ความหมายต่างๆแล้วเราฟังไปแล้วเราก็ไปปฏิบัติบางทีก็บอกเชิงศีลเชิงกรรมฐานให้ไปทำอย่างนี้นะทำอย่างนี้อย่าทำอย่างนี้ปรับเปลี่ยนอย่างนี้ปรับเปลี่ยนเนี่ยจิตใจทำอย่างนี้หรือกลายเป็นมโนที่มันเป็นไปแล้วก็ทำอย่างนี้แล้วเราก็ไปปฏิบัติ ไม่ใช่ว่าพี่จะไปนั่งหลับตาหลับตาหลับตาหลับตาหลับตาก็ได้ถ้าเกิดว่าเก่งๆถ้ารู้จักว่าถ้าหลับตาแล้วจะหลับไปเพื่อยังไงพิจารณาทบทวนยังไงทำให้ตัดสินสตางค์แข็งขันยังไงจะรู้ได้อย่างไรจะตัดได้อย่างไรถ้าเผื่อว่าอย่างนั้นก็เรื่องของเราถ้าเกิดว่าเป็นจริงรู้จริงก็ทำสิไม่ว่าเป็นส่วนประกอบการพิจารณาจะได้ว่าตอนนั่งหลับตานั่นแหละเป็นการปฏิบัติจนลืมตาเดินเหินไปมาสัมผัสด้วยหูตาจมูกลิ้นกายเจอนั่นเจอนี่เจอผู้เจอคนเจอเข้าเจอของเกิดไปอีกแล้วตั้ง 100 ทีทันทีหมื่นทีไม่รู้เรื่องแต่มันไปนั่งหลับตาว่าไปตัดกิเลสไม่ทันหรอกนรกเอาไปกินหมดไม่ทันก็ไม่ทันทันไม่ทัน แฟนไม่ทันไม่ทันรับรองขอรับรองเลยไม่รู้ว่าจะเชื่อว่าอาตมารับรองมันจะมีฤทธิ์มีเดชมีน้ำหนักแค่ไหนก็ตามแต่อาตมาก็ไม่ทันไม่ทันแล้วการปฏิบัติจะต้องปฏิบัติหมดถ้าจะบอกว่านั่งหลับตาเป็นการปฏิบัติด้วยก็ปฏิบัติให้ถูกเรื่องนั่งหลับตาอาตมาก็คืออธิบายแต่มันจะพาไปทางเสียมันมากลืมตาไอ้หลับตาเนี่ยจะพาไปทานที่ออกนอกรถนอกคงเอาไปออกเคารพธงออกโรงศพออกนอกลู่นอกทางไปกันใหญ่มากหลับตาแต่ถ้าลืมตาแล้วก็พยายามฟังธรรมปริยัติสิ่งที่อธิบายที่ผู้ที่บอกว่าอะไรมันเป็นยังไงจับคำจับความไม่ชัดอ้อไปปฏิบัติให้มันเป็นสติปัฏฐานซึ่งมีสติตลอดเวลาเลยแล้วก็เปลี่ยน ฐานเราเป็นปุถุชนทานแล้วเป็นคนที่เกเรเจ๊จุงฐานที่เราเป็นคนชั่วคนเลวส่วนนั้นส่วนนี้รู้ฐานะฐานหรือฐานะรู้ฐานะของตนแล้วเพิ่มฐานเปลี่ยนฐานให้มันดีขึ้นดีขึ้นสูงขึ้นสูงขึ้นสูงขึ้นเจริญขึ้นโดยการรู้ว่าจิตของเรามันมีกิเลสแนวนั้นแนวนี้กิเลสอย่างนั้นอย่างนี้พูดอธิบายอยู่เสมอเป็นขั้นเป็นตอนเป็นระดับชั้นเชิงเพื่อที่จะให้เข้าใจและก็ไปจับสาระอะไรได้แล้วมันปฏิบัติตามถึงจะเป็นประโยชน์จริงๆมาฟังนี่เราก็จะได้ใหม่บ้างเก่าบ้างส่วนมากก็กล่าวพระศาสนานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ศาสนาเป็นเรื่องที่ให้รู้เท่าทันในความหมายที่เขาหลอกคุณทุกวันทุกวันทุกวันนี้ก็พยายามสร้างความใหม่หรอกคุณเค้าประดิษฐ์สิ่งที่เรียกว่าสังขารประดิษฐ์ปรับปรุงตกแต่ง 8 ไป 88 ชวนให้คุณติดเป็นโลกีย์เป็นโรคเป็นมายาคุณก็เจอใหม่เรื่อยไปอันเก่าก็จะเซ็งมันเรื่อยไปก็จะหาใหม่เรื่อยไปเรื่อยไปเรื่อยไปนั่นแหละนั่นน่ะลูกท่าทางทำแล้วก็ย้อนกลับเข้าไปหาของเก่าที่รู้มาแล้วนี่ว่าอันใดบกพร่องอันใดที่มันไม่ดีรถละปล่อยไปคุณจะเห็นว่ามันเบาโอ้โลกมันหลอกเรามาแต่ไหนๆแล้วหลงมันมาก็จะมีเยอะๆๆพอคนเบาบางลงคุณได้ตัดไปปล่อยลงไปเรื่อยๆๆก็จะร่อนสะอาดสะอาดเล็กลงเล็กลงเล็กลงเหลือตัวเหลือจนเหลือที่จะโลโซน้อยลงเหลือแต่ความสะอาดเหลือแต่แก่นสาระชีวิตเอ้ยไม่เห็นเลยชีวิตมันเย็ดกันนิดเดียว พี่ไม่ต้องกดนี่มันเล็กน้อยทีนี้ของคนนิดหน่อยเล็กน้อยยิ่งกว่ายอดหญ้ายิ่งก็ยอดดินทำตามเตี้ยเตี้ยเบาๆง่ายๆไม่ยากเลยแต่เราไม่รู้เราโง่เราจึงเห็นว่าแม้ชีวิตที่เกิดมาทุกข์จริงหนอบุญทิ้งน้องญาติพี่น้องอะไรต่ออะไรมากมายจริงหนอโอ๊ยไม่รู้จะอยู่ยังไงนั่นแหละคือความไม่รู้คือความไม่เข้าใจความจริงคือการหลงงมงายกับโลกที่เขาได้พรางมาที่เขาได้กระทำความไม่รู้ให้แก่เราความไม่รู้ความที่ไม่เข้าใจความไม่เห็นไม่เห็นแจ้งไม่ไม่ไม่ไม่ไม่รู้นี่แหละไม่ พูดภาษาอะไรขยายความมันมากกว่านี้ไม่รู้ไม่เห็นแจ้งสิ่งเหล่านี้แหละเราเรียกมันว่าความมืดความไม่รู้ความไม่เห็นแจ้งภาษาพระพุทธเจ้าเรียกว่าอวิชชาอธิษฐานนี่แหละคือความมืดพอเริ่มต้นคนอ้วนออกมาจากท้องพ่อท้องแม่ก็มาพร้อมกับความมืดเลยมาพร้อมกับความไม่รู้เพราะอวิชชามันไม่รู้ว่าอะไรคือสาระไม่รู้หรอกตัวเล็กๆก็นึกว่าไอ้นี่เป็นสาระคุณจะนึกว่าขนาดไหนก็ตามแต่เล็กๆทยอยย้อนการไปได้คนละลึกระลึกชาติไปตั้งแต่ละองค์ มาจากท้องพ่อท้องแม่เนี่ยเรานึกว่าอะไรเป็นของดิบของดีเราอยากได้อะไรอยากจะมีอะไรนะดิ้นรนดิ้นรนของเราถ้าเราอยากได้เรานึกดูแววออกมาเริ่มแล้วถ้าเด็กคนไหนพอพูดออกมาไม่ร้องเออสงสัยเด็กคนนี้มาพร้อมกับความสว่างจ้ามาแล้วยิ่งพอคลอดปุ๊บออกมาแทนที่จะแวะหัวเราะเลยฮ่าๆๆออกมาเลยพยายามจะเปิดฟ้าโลกออกมาเลยคนนี้ต้องมากับความสว่างแน่ๆเลยไม่ได้มากับความมืดแน่ออกมาแล้วหัวเราะร่ามาเลยเบิกบานแจ่มใสยิ้มให้ออกมาเลยถ้าใครเป็นคนทำคลอดหรือว่าใครเป็นคนรู้ข่าวเด็กคนไหนอย่างนั้นให้ข่าวอาตมาบ้างนะ เด็กที่เกิดปุ๊บออกมาแล้วมาพร้อมกับความสว่างเปิดฟ้ามาเลยสว่างล่าหัวเราะร่าเริงเบิกบานออกมาเลยหรือแม้แต่เงียบคลอดออกมาแล้วก็เงียบไม่ร้องแวะเลยบอกด้วยขนาดนั้นก็เหลืออัศจรรย์นั่นแหละเพราะฉะนั้น 99.999% ใช่ไหมก็ยังไม่รู้เหมือนกันที่นี่ให้ไว้เฉยๆนะใครไว้จุด 0 0 1 เปอร์เซ็นต์ให้ไว้ว่าจะมีไหมไม่รู้เหมือนกันเอาออกมาถ้าเผื่อว่าออกมาแวะนั่นมันการมันเป็นการร้อง เป็นทุกข์ร้องว่าอะไรกันนะโว้ยนี่มากันยังไงอะไรต่อไปพอเริ่มต้นรับรู้สึกก็ดิ้นเด็กก็เริ่มอิ่มอะไรมันไม่รู้ว่าจะไปหยุดนิ่งสบายเลิกดิ้นรนแสวงหาจุดเจาะมันไม่รู้หรอกมันก็ดิ้นดิ้นอย่างนี้แหละแสดงถึงความดิ้นรนแสดงด้วยความไม่รู้ว่าอะไรกันแน่เนี่ยอะไรกันเว้ยมีอะไรก็ไม่มีมันเหมือนมันถูกบรรยากาศนี้มาถูกถูกอะไรกันโดยรูปแต่ก่อนนี้อยู่ในมดลูกยังอยู่ในท้องมืดฟังดีๆ ไม่ได้รับแสงไม่ได้รับอะไรไม่ได้รับอะไรก็อยู่อย่างนั้นแหละทุกอย่างปิดบังพรางอยู่ไม่ได้รูปพรางแล้วก็มันยังไม่ได้รับสัมผัสอะไรในโลกบรรยากาศของโลกวิญญาณของโลกยังไม่รู้เพราะออกมาสัมผัสต่อบรรยากาศโลกครับเป็นสภาพสว่างสภาพจิตก็ตีกลับอะไรเนี่ยเขาสัมผัสแต่ยังไม่ทันลืมตาแล้วเด็กเกิดมายังไม่ลืมตาหรอกมันมีสภาพเปิดล่าสวาทสุนัยสงสัยแหละความสว่างนะแต่เด็กรู้สึกว่ามันจะต้องเอาอะไรเนี่ยมันไม่รู้อะไรเลยมากมายจังเลย จะต้องเอาอะไรควานหาเลยดินควานหาร้องร้องเพื่อที่จะให้รู้ว่าส่งเสียงสัญญาณไปว่าอยู่ไหนโว้ยอะไรกันเอาอะไรมีอะไรอยู่ที่ไหนยังไงโดนแล้วแต่เครื่องหมายคำถามทั้งนั้นเลยไม่รู้อะไรอะไรอย่างไรท่านไหนที่ไหนแกก็ไม่รู้ว่าเดี๋ยวขอร้องมากๆข่าวเขาต้องเอาน้ำมาหยอดใหม่ๆเอาน้ำมาหยอดปอสักหน่อยพอประมาณฉันก็เอานมมาให้กินแม่ก็ให้ดูดนมก็คว้าได้ดูดนมก็เกิดมาเราต้องเอาอันนี้เหรอเราจะรับวันนี้เหรอก็ดูดนมตามสัญชาตญาณตามเซลล์ตาม วิญญาณตามติดทุกอย่างมันก็จะบอกว่าเอออันนี้แหละถูกแล้วล่ะเป็นส่วนหนึ่งที่เราจะต้องแสวงหาแล้วก็นึกว่าแสวงหาที่จริงมันก็เป็นความจำเป็นของการจะยังอยู่เราจะยังชีวิตอยู่มันก็เติมสิ่งสังเคราะห์ร่างกายเป็นน้ำก็ดีเป็นนมก็ดีเป็นเนื้อเนื้อหาสาระอันนั้นก็เข้ามากับตัวเราชีวิตเราก็รับมาชีวิตเด็กได้รับมาพอรับเข้าไปก็ไปสังเคราะห์พออยู่เออก็พอแก้ไขทุกข์ทุกข์แห่งการที่จะให้ร่างกายมันสังเคราะห์สืบสำคัญกันอยู่ให้มันต่อโยงกันไปพอมันต้องลงมาก็รู้สึกแล้วเพราะดินก็รู้จุดแรกว่าเราเกิดมาเราจะต้องเอาอาหารนอกจากอาหารแล้วเดี๋ยวก็ได้ยินเสียงปลายังไม่ลืมก็ได้ยินเสียงรู้ได้เสียงรู้ได้กลิ่น รู้ได้สัมผัสสัมผัสอย่างนี้เอออย่างนี้ชอบใจอย่างนี้เย็นไปนี้แข็งไปนี้อ่อนไปอย่างนี้ร้อนไปอย่างนี้หนาวไปก็จะเลือกเลือกตามที่เชื้อเดิมที่เด็กเกิดมานั้นน่ะจะเลือกเอาเองด้วยความที่ยังไม่ตัดสินบ้างตัดสินเองบ้างถ้าเพราะว่าเกิดพ่อแม่พี่น้องหรือใครก็ตามแต่จะเปลี่ยนอย่างนู้นอย่างนี้ทำอย่างนู้นอย่างนี้ก็จะเกิดความเคยเกิดความรับรู้ว่าอ๋ออย่างนี้เป็นอย่างนี้อย่างนี้เป็นอย่างนี้ต่างกันอย่างนี้อันนี้ดีกว่าอันนี้ถ้ามีการทำบ่อยๆอย่างใดแกก็จะกินอย่างนั้นถ้ามีการทำต่างกันขึ้นมาแกเกิดผิดแปลกตามที่แกยึดแกก็จะไม่เอาแกก็จะเอาอีกอย่างนึงเปลี่ยนเป็น ก็แสวงหาก็เกาะนึกว่าโลกนี้มีมากมายจะต้องสัมผัสจะต้องรู้แล้วก็จะต้องแสวงหาจะต้องเอาไอ้นั่นก็เลยเกิดมาเพื่อแสวงหาการสัมผัสที่พอใจตั้งแต่เริ่มกินตั้งแต่เริ่มรู้รสตั้งแต่เริ่มรู้เสียงรู้กลิ่นรู้สัมผัสจนกระทั่งลืมตารู้รูปรู้ภาพที่เห็นจิตใจก็เริ่มสะสมสำนึกเอาไว้มีความรู้สึกมีความสำนึกแล้วก็จะเอาอย่างนั้นจะเอาอย่างนี้สิ่งที่จะเอาจะเอาจะเอาตามตัวเองนี่แหละถูกเข้าไว้ยึดเอาไว้แล้วก็ไม่รู้ไม่รู้ไม่เห็นความจริงไม่เข้าใจเลยว่าอะไรเป็นเนื้อแท้อะไรเป็นแก่นสารอะไรเป็นสาระไม่รู้ไม่รู้ Lucky พ่อแม่ไม่ได้ศึกษาธรรมะจะสอนเด็กก็จะตายอย่างนี้นะลูกเอางี้อย่างงี้จะเอาอย่างนี้ไม่สวยอย่างนี้ไม่มีงามอย่างนี้ไม่เพราะอย่างนี้เพราะอย่างนี้ต้องให้ชอบไปมีแนวโน้มต้องชอบอันนี้ต้องทำอันนึงมันพยายามสอนคนกลางคืนอย่างนี้ไม่ดีแล้วเอากลิ่นอย่างนี้รสอย่างนี้ไม่ดีต้องเอารถอย่างนี้ก็ผัดอย่างนี้มีตลอดสัมผัสอย่างนี้ยิ่งพ่อแม่ยิ่งติดมากเลือกมากยิ่งอะไรต่ออะไรก็ยิ่งจัดให้ลูกใหญ่เลยตามที่เราเองชอบสิ่งแวดล้อมพ่อแม่ด้วยพี่น้องด้วยใครที่อยู่ใกล้ชิดด้วยก็พยายามที่จะยัดเยียดให้ตัวเด็กเองมีเซลล์มียีนมีวิญญาณมีเชื้อ เศษส่วนที่จะคัดเลือกเหมือนกันแต่คัดเลือกเหมือนกันมีแรงดูดแรงผลักอยู่ในตัวเซลล์ในตัวยีนในตัวเชื้อต่างๆในตัววิญญาณที่เป็นรากเหง้าของตัวทั้งแท่งนี่แหละถ้ารูปขันน้ำขันก็จะผสมเปอร์เซียเป็นผู้ที่เลือกเอาด้วยคนอื่นก็พยายามยัดเยียดคนอื่นก็พยายามจะให้เคยกินคนอื่นเขาพยายามจะให้เขาจะเลือกเลือกเลือกเลือกเลือกเลือกได้ชอบใจก็ถือว่าเป็นสุขได้ไม่ชอบใจก็ถือว่าเป็นทุกข์ชีวิตก็เกิดมาเพื่อที่จะรับๆๆๆๆการที่จะรับๆๆแล้วก็รู้ว่าไอ้นี่ใหม่ไอ้นี่แตกไอ้นี่ก็จะรับได้กินมาเกิดมาจะต้องเกิดมาเพื่อที่จะเอาๆๆๆหรือเพื่อที่จะรับๆๆๆความรู้สึกเกิดจากนี้แหละ ด้วยความรู้สึกที่เป็นความไม่รู้จริงตัวไม่รู้นี่บอกแล้วว่าเป็นตัวความมืดหรือเป็นตัวความใหม่ไม่สว่างไม่เห็นแจ้งในสัจธรรมก็จะเอาๆจะเอาหมดเลยยิ่งถูกเทียบถูกสอนว่าลูกเอยมีเงินเยอะๆนี่คนนับหน้าถือตานะหรือไม่ต้องบอกแกใครๆใครๆก็ผัดมันรู้ได้ลักษณะสามัญสำนึกมันรู้ได้แต่คำมั่นใจทั่วไปทุกคนเห็นเห็นทุกคนเขาก็หลงก็อย่างมากอย่างมีอย่างเป็นอย่างได้ไอ้ที่เขายกสมมุติกันอันนี้เขาสมมุติว่าควรได้ควรได้ตอนแรกๆก็รู้เดี๋ยวนี้เด็กรู้ธนบัตรเหรียญไอ้สตางค์นี่นะโอ๊ยตัวมันยังไม่ทันขวบนึงเลย 2 ขวบมันรู้แล้ว ตั้งเอามือถือแต่เลยซื้อก็ยังไม่เป็นใครไม่เป็นก็รู้แล้วว่าเขามีค่าตั้งไอ้ตังค์ชอบใจแล้วก็ไปสร้างความมืดให้แก่เด็กอย่างนี้เด็กก็บูชาเป็นพระเจ้าไปหมดไอ้โน่นบ้างไอ้นี่บ้างก็สอนแล้วก็เด็กก็บูชาแทนที่จะสอนให้รู้ว่าเด็กเนี่ยใครรู้จักการงานบอกการงานไม่มีค่ายิ่งกว่าเงินไม่ใช่ว่าทำงานนี่แล้วจะได้เงินเด็กมันก็ไปรับมันจะได้เพราะว่าบอกแล้วว่าเกิดมาเด็กมันก็จะได้จะแสวงหาจะเอาไว้ออกมาบอกแล้วว่าวิชามันบอกแต่เด็กหรือความมืดมันบอกกับเด็กเลยตั้งแต่ต้นเลยว่ามันจะเอาเพราะฉะนั้นแม่ทำงานนี่เป็นการให้เหตุการณ์สร้างสรรค์เป็นการเสียสละ มันก็ไม่รู้ว่านี่แหละเป็นของที่ดีแล้วกลับไปบอกว่าทำงานไปเห็นแล้วเดี๋ยวเขาจะให้เงินมันแรงต้องเอาอันนู้นเดี๋ยวมันก็เป็นเพลงเป้าหมายที่จะเอาเงินเอาของแลกเปลี่ยนมานอกจากเงินแล้วเราจะต้องมียศชั้นสรรเสริญได้ฉันเขินได้ยศได้อะไรแลกเปลี่ยนมาการที่มีอะไรออกไปจากเราแล้วก็มีอะไรแลกเปลี่ยนกลับมาในการแลกได้แลกเปลี่ยนสิ่งที่ได้แลกเปลี่ยนอย่างนี้ท่านเรียกว่าอามิตรพาณิชย์เขาพูดได้ที่จะได้รับซื้อสิ่งตอบแทนนี้มาสมใจหรือเกินกว่าที่จ่ายตั้งได้มากกว่ายิ่งดีแต่เกินกว่าที่เรากะไว้ได้ยิ่งบอกว่าเป็น ฉันดีใจสมสุขสมใจสมศักดิ์สมความโลกนี่เป็นสิ่งที่สำนึกเป็นแบบนี้ความเห็นอย่างนี้เป็นความเห็นผิดเป็นอวิชชาเป็นอวิชชาบอกว่าอวิชชาคือความไม่รู้ความจริงไม่รู้สัจธรรมนี่แหละคือความมืดฟังดีๆอาตมาไล่ไล่ไล่ไล่ไล่ไล่ถึงชีวิตที่เป็นเรื่องขายชีวะขายชีวิตมนุษย์ให้ฟังทุกคนเจอสภาพอย่างนี้อาตมาได้แน่ใจที่นั่งอยู่นี่ทุกคนหรือยังไม่มานั่งนับมาเลยทั้งโลกจะเป็นอย่างนี้จะเป็นอย่างนี้แล้วก็จะแสวงหาเอาสิ่งที่แรกเรียกว่าอามิสที่มาเสมอๆ 80 อะไรก็ตาม จะเอาคันนั้นเพราะฉะนั้นแม่ไม่มีแลกเลยจะได้มาฟรีๆยิ่งชอบใจใหญ่พอบอกแล้วเริ่มต้นมีอวิชชาหรือความมืดที่มันพรางไว้แต่ต้นว่าเราจะต้องรับเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาเอาก็จะเอาถ้าเป็นส่วนใหญ่นอกจากนอกจากรู้ว่าสิ่งใดที่ถ้าเรารับมาเอามาแล้วสิ่งนี้มันจะเป็นพิษสิ่งนี้มันสัมผัสแล้วไม่ชอบสิ่งนี้ร้อนสิ่งนี้ผมสิ่งนี้ดังไปเบาไปถึงนี่เหม็นไปสิ่งนี้กลับไปสิ่งนี้อะไรแล้วแต่ที่เราเองเราไปสมมติกับตัวเราแต่บางคนก็ไม่เที่ยงบางคนก็ไม่เหมือนกันอาจจะชอบสิ่งนี้ร้อนไป ชอบเย็นไปหน่อยก็ชอบแล้วแต่คนจะไปติดเอาอะไรสวนไม่ติดนั้นก็อาศัยผลักไม่ชอบอันนี้ไม่ชอบเลยมันมีสิ่งให้เลือกแล้วอันนี้ไม่ชอบฟังเรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้เพื่อที่จะแสวงหาตามความสนใจคือมีผลประกอบก็จะทำตามที่เราเองสมมุติกับตัวเองอย่างนี้แม้เกิดกับพ่อแม่สิ่งแวดล้อมพี่น้องลูกหลานใครก็ตามแต่ซึ่งแนะอย่างนี้พยายามสอนพยายามปลอบพยายามรวมพยายามที่จะให้เราเข้าใจแบบนี้บางคนอยู่กับกลุ่มพี่น้องญาติใครก็ตามมีเชื้อของตัวเองแรงถึงอย่างนั้นพ่อแม่พี่น้องจะเป็นอย่างนั้นแต่คนนี้ก็ไม่เป็นด้วยชอบ ตัวเองชอบทำตามตัวเองชังไม่เหมือนกันก็ได้ก็ได้อย่างนี้คนที่ประสบมามากๆแล้วหรือโตๆอายุมากแล้วก็จะนึกออกจะเห็นได้ว่ายิ่งคนที่แม้จะเกิดมากับพ่อกับแม่กับลูกกับหลานสิ่งแวดล้อมก็คล้ายๆกับใครอยู่ตรงนี้เขาเป็นกันอย่างนี้แหละเพราะคนนี้ไม่เหมือนใครเลยในกลุ่มนั้นไม่เหมือนน่ะจะชอบจะชังก็ตามเรื่องของตัวเองไปต่อแสวงหาโน่นไกลๆนู่นข้างนอกนู้นตั้งแต่ที่ไม่เคยมีที่นี่ให้ประสบความสำเร็จหรือไม่ที่ลึกกิเลสไปไหนก็ไม่รู้ไปเอาอะไรมาก็ไม่รู้แต่รวมความแล้วมันก็อยู่ที่ว่าจะเอามาให้สมใจแลกเปลี่ยนมากได้มากๆก็จะชอบใจหรือได้ไม่ สปอร์ตไลท์แล้วก็จะต้องทำลายไปให้ได้สมใจเรื่องผลักออกให้ได้สมใจเรียกว่าโทรศัพท์มูลนิธิสิ่งที่เรียกเป็นมลพิษเป็นโลภะโมเลกุลหรือแม้แต่ไปส่งไปไม่รู้สัจธรรมเข้าใจสัจธรรมกลับกันไอ้นี่เป็นสัจธรรมแต่กลับไปหลงว่าเป็นถ้าจะทำอันนี้เป็นสัจธรรมกลับไปหลงว่าเป็นสัจธรรมอย่างนี้เรียกว่าโมหะหลงผิดอย่าหลงผิดคนไปส่งเสาะแสวงหาลาภยศสรรเสริญสุขอยู่ทุกวันนี้ต่างคนต่างๆเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้ายังไงก็พยายามปลดสู้อดทนเอาต้องการได้ราบแลกเปลี่ยนมาเยอะๆมาได้สูงๆอำนาจมาทั้งโลกมากๆเขาว่าดี ดีมาอย่างนี้ชอบใจอย่างนี้ชื่นชมยินดีใช่ไหมใช่ไหมคนส่วนใหญ่ๆเค้าเห็นว่าอย่างนี้ใช่ไหมคนส่วนใหญ่ๆน่ะเขาก็จะทำคนแรกลาภยศสรรเสริญอะไรนี่เขาว่าดีเขาเห็นอย่างนั้นว่าดีใช่ไหมเขาว่าถูกแล้วใช่ไหมดีถ้าได้ว่ามาเยอะแยะยศไปสูงๆได้กำไรมากๆดีถูกแล้วแต่อาตมาเห็นว่าชั่วโมงอ่ะหลงถูกหลงดีอันนั้นเป็นที่พิมพ์ผิดที่จริงไม่ดีฟังดีๆนะแยกให้ออกนะอาตมาเห็นว่ากลับกันไม่ดีอ่ะหลงผิดและเห็นว่าดี อาตมาว่าไม่ดีไอ้การที่ไม่จำเป็นจะต้องไปหวังว่าได้ลาภมาได้ยศมาได้สรรเสริญอะไรมาให้แก่ตนมากๆและเป็นกำไรเป็นสิ่งที่น่ายินดีปรีดาเป็นความสุขในชีวิตสมใจสุขแม้อยู่ทำอะไรไปมีอะไรมีชีวิตอยู่ไม่ทำอะไรเลยเขาก็เอาเงินเอาทองมารับเอายศอะไรมาประเคนให้เรียกว่าอะไรล่ะราชรถมาเกยบ้างอะไรต่างๆนานาพรุ่งนี้ได้มาอู้ดีๆอาตมามองไม่เห็นว่าดีตรงไหนเห็นว่ามันเป็นมันเป็นสิ่งที่เราหวังเอาสิ่งนั้นมาตอบแทนเปล่าๆที่จริงความดีมันอยู่ที่ถ้าตัวเราเองมีชีวิตอยู่แล้วก็สามารถที่จะมี อาชีพมีอาชีวะอาชีวะประกอบไปด้วย 1 ชีวิตเรายังตั้งอยู่ 2 เรามีแรงงานมีความสามารถทำการงาน 3 เมื่อเราทำการงานนั้นแล้วเราก็จะต้องเติมน้ำมันสังเคราะห์ด้วยอาหารหรือว่าด้วยความเป็นอยู่มีผ้านุ่มมีอะไรพอเป็นกิจวัตรประจำกายประจำตัวซึ่งไม่มากเลยแล้วเราก็ตั้งอยู่ได้สุขภาพก็แข็งแรงดีนี่สุขภาพแข็งแรงดีสมส่วนแล้ววันหนึ่งคืนหนึ่งวันรุ่งขึ้นก็มีอย่างนี้วันรุ่งขึ้นก็มีอย่างนี้สมส่วนร่างกายดีจิตใจเรารู้อย่างนี้และจิตใจของเราก็ไม่ยิ่งไม่แสวงหาอยากได้อามิตรอะไรไม่ต้องว่าเห็นว่าลาภได้มากๆ เป็นดีได้ยศสูงๆมีอำนาจเยอะๆสั่งฆ่าคนเหนือชั้นอะไรก็ได้ไปได้เลยดีหรือได้รับแต่คำสรรเสริญเยินยอติเตียนไม่เอานินทาไม่เอาเอาแต่สรรเสริญธาตุเดียวดีหรือได้ไปทำอะไรก็ตามแต่ไปได้รูปในรถในสิ่งที่เสียงได้แสดงอาการเสียดสีอย่างไรก็ตามแล้วเราก็รู้สึกว่าเป็นสุขอร่อยเพลิดเพลินยินดีปรีดามากอย่างมากเรื่องจะต้องคอยเสาะแสวงหาโลกีย์รถอย่างนั้นเสร็จทุกอย่างที่จะสุขอย่างนั้นแต่เป็นเส้นบางแหมเขาห้ามไม่ให้จัดบางแสนปั๊มแล้วร้อนใจทุกข์เขาไม่ให้ไปเต้นไม่เป็นดีดไม่ให้ไปเพลิดเพลินโรงงานนครไม่ให้ไปเที่ยวไม่ให้ไปกิน ไม่ไปแสดงอะไรต่ออะไรต่างๆที่เราเองเรานึกว่าถ้าเราได้ไปสัมผัสได้ไปแสดงคำกิริยาอย่างนั้นได้ไปมีอย่างนั้นได้งั้นเป็นอย่างนั้นมาสัมผัสใจหูจมูกลิ้นกายสัมผัสส่วนไหนก็ตามแล้วเราจะสุขเหลือเกินถ้าได้สัมผัสถ้าไม่ได้สำคัญแล้วไม่สุขเป็นโลกียจะสุขที่เขาจะแสวงหาอยู่ถ้าผู้นั้นเป็นอย่างนั้นเขาก็จะต้องเกิดมาดิ้นรนแล้วก็เอาเวลาเอาทุนรอนเอาแรงกายแรงปัญญาเข้ามาทำอะไรก็ตามก็จะทำเพื่อที่จะมาม้วนลงไปตัวที่เป็นสุขที่บ้านเพราะฉะนั้นเริ่มต้นได้เงินมาก่อนที่เป็นสิ่งแลกเปลี่ยนเป็นตัวแก้สารพัดนึกได้มามากๆก็สุขก่อนแล้วเพราะมันพร้อมที่จะไปแลกอะไรตอนนี้ งานปั๊มเหมือนเป็นบ้าเหรอจ่ายค่าบัตรใบละ 500 บาทใบละ 1,000 บาทก็มีเยอะจ่ายไปต้องไปเต้นปั๊มให้มันหัวใจอร่อยหัวใจแล้วก็เป็นดิ้นจะให้สมอยากไปกินนะกินอร่อยเหรอพอกินเหรอหัวใจหัวใจหัวใจหัวใจสดๆเหรอหัวใจชุบแป้งทอดเหรออะไรแล้วแต่บอกว่ายอดเลยเซลล์ก็ชวนกินนะบอกว่านี่รถก็เลยต้องไปกินให้ได้เราก็จะสอบๆๆไปคุณมีเท่าไหร่แรงมีเท่าไหร่เวลามีเท่าไหร่ก็หามาที่ท่านได้ถ้าไม่ได้ก็หายได้ๆมาแล้วก็เอาไปเธอก็ชวนมากินแพงก็ช่างต้องพิมพ์ให้ได้ไม่อย่างนั้นไม่สุดมันพวกหัวใจเกิดมา [ไม่สามารถถอดข้อความได้] เข้ามากับอากาศกลางวันมากับอากาศดึกจะรับฟังรับจะดับรู้อยู่ในบรรยากาศโลกแล้วจะเลือกเป็นไปแสวงหาไปเอาไปอยากไปเป็นไปมีแล้วก็มาสัมผัสเป็นสุขความสุขดังกล่าวนี้เป็นโลกียรสที่ได้สมสุขสมที่เราไปยึดไปอยากได้เพราะทุกอย่างนี้คือความสุขที่ถูกต้มจนสุกอยู่ในมนุษย์โลกเป็นอวิชชาเป็นสิ่งที่ไม่มีที่จบเป็นสิ่งที่ไม่มีที่สิ้นเป็นสิ่งที่จะต้องมีเวลาเท่าไหร่มีทุนเท่าไหร่มีแรงเท่าไหร่จะต้องเอามาเสียให้แก่อันนี้แลกเปลี่ยนอันนี้เป็นอามิตรเนี่ยเป็นอามิสสูงอยู่ตลอดนานนับกับการเกิดกี่ชาติ ขับขี่กันเป็นอยู่อย่างนี้ตายแล้วเกิดเกิดแล้วตายคุณก็วนเวียนพอเด็กๆก็มีตามีหูมีโลกกระทัดกว้างแค่นี้ก็จะเอาอันนี้แค่นี้แค่นี้พอโลกกระทัดกว้างขึ้นมาอีกหน่อยเซลล์ประสาทรับรู้อะไรได้มากขึ้นมีเชื้อข้างในมีข้างนอกก็สมกันมีฮอร์โมนมีเซลล์มีไอ้นั่นไอ้นี่แตกที่ออกมาก็จะเอาอันนี้จะเอาอันนี้มากขึ้นมากขึ้นก็แสวงหาหนักขึ้นหนักขึ้นไปตามระยะการและก็หมุนเวียนวนเวียนวนเวียนไปอย่างนี้แหละอันนี้แหมถ้าซ้ำๆซากๆก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนไปลืมแล้วก็จะกลับมาใหม่วนเวียนอย่างนี้แต่ตายคุณรับใช้ตัวเองตลอดชีวิตเป็นขี้ข้าตัวเองตลอดชีวิตสิ่งที่เป็นงาน การที่บอกว่าเราจะไปทำเพื่อแลกเปลี่ยนให้แก่คนอื่นนั้นไม่ใช่หลักเลยทำก็ทำตามสไตล์ไปเป็นข้าราชการเงินเดือนก็ผูกไว้แล้วเป็นเงินเดือนเพราะฉะนั้นเช้าไปหลบๆเลี่ยงๆได้เดี๋ยวก็หมดวันเดี๋ยวก็ถึงเดือนเดือนก็ได้มาอัตรานี้จึงเรียกไปไม่ได้
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive