210212 ชีวิตต้องการอะไร-พ่อท่าน-สันติอโศก-R056.txt
เนื้อหาในไฟล์
อาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2521 แต่นี้ไปเป็นการรัฐสภาธรรมในหัวข้อเรื่องชีวิตต้องการอะไรบรรยายโดยท่านพระโพธิรักษ์ที่พุทธสถานสันติอโศกให้เจริญธรรมญาติโยมทั้งหลายเอาวันนี้สายไปนิดนึงพอดีโอภาปราศรัยกับทางด้านหมอกุศลทางโน้นอยู่คู่ใหญ่นานๆคุยกันทีครับอะไรสำหรับวันนี้เพราะว่ามันสายไปแล้วก็ขอดำเนินรายการที่จะบรรยายหรือเปล่าคาถาธรรมด้วยหัวข้อที่ว่าชีวิตนี้ การอะไรถ้าคำว่าชีวิตก็หมายถึงตัวคนแต่ละคนชีวิตนี้ชีวิตต้องการอะไรอาตมาเองอาตมาจะไปรู้ว่าชีวิตคุณคุณคุณคุณคุณคุณคุณคุณต้องการอะไรไม่ได้อาตมารู้ไม่ได้เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่นั่งอยู่หน้าที่นี้ต้องการอะไรบอกมาวันนี้จะเนรมิตไทยน่าจะแจกกระดาษไปเดี๋ยวใครต้องการอะไรเขียนเลยจะได้ไม่อายบางคนอาจจะต้องการสิ่งนั้นสิ่งนี้อายแล้วก็ไม่ต้องลงชื่อนี้เอาออกมาอาตมาอ่านขึ้นมาว่าชีวิตคนนี้ต้องการอันนี้เราก็รู้แล้วว่านี่พูดถึงเราแล้วเดี๋ยวอาตมาก็จะเนรมิตไทยจะบอกใครว่าจะทำยังไงจะได้ยังไงอะไร ข่าวมันก็ได้เองอ่ะนะเดี๋ยวอาตมาจะจะตอบว่าเดี๋ยวรวบรวมมาเดี๋ยวจะตอบใครต้องการอะไรชีวิตต้องการอะไรก็บอกมาแต่ก่อนที่จะได้ตอบก่อนที่จะได้ตอบหรือเก็บก่อนที่จะได้อธิบายว่าใครต้องการอะไรแล้วทำอย่างไรจึงจะได้ก่อนจะตอบใครต้องการอะไรแล้วจะทำอย่างไรจึงจะได้ก็จะอธิบายถึงชีวิตของอาตมาอาตมาต้องการอะไรเป็นคร่าวๆไว้ก่อนก็คงไม่ยาวนะไม่อธิบายซ้ำแซะเหมือนกับที่เคยพูดมาแล้วเพราะว่าเกี่ยวกับชีวิตตัวเองยกขึ้นมาประกอบเสมอก็ได้พูดเสมอสำหรับผู้ที่ติดตามฟังมาก็ได้ยินส่วนนานๆผู้ที่นานๆมาทีก็ยิ่งมา ตอนนี้เป็นครั้งที่ 1 เป็นครั้งแรกเพิ่งเคยมาก็ยังไม่รู้จักด้วยซ้ำไปว่าอาตมาคือใครอย่างไรไม่รู้ทั้งโฟกราว background ไม่รู้เลยเบื้องหน้าเบื้องหลังไม่รู้ว่าอาตมาคือใครยังไงก็แล้วก็ค่อยๆศึกษาจากอาจา
อ่านต่อ
รย์จะอธิบายให้ฟังคร่าวๆสำหรับดวงอาตมาเองชีวิตเหมือนกันกับทุกๆคนส่วนใหญ่อาตมาว่าเหมือนนะคือเกิดมาก็พ่อแม่สอนตั้งแต่เด็กๆอ่าชีวิตตอนแรกต้องการนมเป็นเอกกินนมพ่อกินนมแม่ไม่ได้กินนมพอกินนมแม่ต้องการนม ซื้อขนมเป็นอาหารเอกของชีวิตก็จริงอยู่นอกจากนมมันไม่เท่านั้นหรอกความต้องการของชีวิตมันต้องการบรรยากาศต้องการความสัมผัสนอกจากต้องการความสัมผัสทางกายที่สัมผัสได้เย็นร้อนอ่อนแข็งสัมผัสทางตาสัมผัสทางตายังไม่ลืมมีซ้ำไปเด็กๆชอบผัดทางหูทางกินทางเสียงทางรถพอลืมตามันก็จะสัมผัสทางรูปก็จะสัมผัสแล้วก็จะมีสมมติตามที่เราต้องการตั้งแต่เด็กๆเด็กก็ต้องการอย่างหนึ่งเสียงต้องการเสียงอย่างนั้นรูปเป็นรถตามที่เขาจะสมมติทำเอาไว้ซับเอาไว้ทรัพย์เอาไว้ซับเอาไว้ในจิตทรัพย์เอาไว้ในสำนึกเสร็จแล้วมาถึงวาระใดวาระหนึ่งมันก็จะครบเต็มครบ แล้วก็ไม่ต้องการอันนั้นอีกแล้วเปลี่ยนก็จะไม่ต้องการอันอื่นชีวิตร่างกายก็จะเปลี่ยนไปเซลล์ต่างๆที่มันเกิดเจริญอยู่ในตัวร่างกายเนี่ยเป็นเชื้อทางด้านรูปประธรรมประกอบด้วยกับนามธรรมมันจะสังเคราะห์ทำงานร่วมกันด้วยมาเรื่อยมาคลี่คลายมาพอโตขึ้นมาในระยะหนึ่งอีกมันก็จะต้องการปรับเปลี่ยนไปเพราะเป็นหนุ่มเป็นสาวขึ้นมามันก็มีอะไรอื่นแต่เปลี่ยนขึ้นมาก็ไม่ต้องการอย่างเด็กๆเที่ยวจะได้เล่นลูกหินลูกหมากลูกไม้เล่นไอ้บัตรเล่นกระดาษเล่นอะไรโอ้โหแบงค์นี่เยอะนะแต่เป็นกระดาษเงินเงินซื้อขายของเก็บแต่เม็ดมะขามเม็ดสีลูกสะบ้ามันจะได้หอมๆ อาตมาเด็กๆนี่ชอบเจ็บแต่มันมีหัวประยุกต์เล่นมะขามกันทอดหม้อทอดหยอดหลุมเขี่ยหลุมอะไรเม็ดมะขามเม็ดข้าวแต่มีเยอะนะใส่เป็นลังลังใส่เป็นกระบุงทีนี้อยู่ในทางอีสานเขารู้ไอ้เม็ดมะขามนี่เขาเอาไปคั่วแล้วกินคั่วคั่วเม็ดมะขามแล้วก็มากินกินเม็ดมะขามกันเป็นก็เป็น Order เห็นออนเดิมเป็นอาหารว่างๆพอเวลานั่งคุยกันไปก็มีอาจารย์มาถามกูว่าคุยกันไปกับเพชรมาถามเรามีมากๆเขาก็กลัวแล้วก็มีกรรม ทีละอย่างพวกกรอบๆเคี้ยวแข็งโป๊กเลยนะมันก็อร่อยอย่างนึงอีกอย่างนึงก็ไม่เคี้ยวกรอบๆแข็งๆอ่ะเขาเอาไปแช่น้ำเกลือแล้วมันก็จะพองๆบวมๆนุ่มๆใส่เกลือมีรสเค็มๆปะแล่มๆกินกันอีกเป็นหลายอย่างอาตมามีมากๆเข้าก็เลยเอาไปคั่วแต่แทนที่จะเอาไปแจกกินเอาไปขายแต่กระทงไปขายคนเขาก็มองหน้าออเด็กคนนี้ไม่เกิดมาในตลาดที่ไหนก็เพราะในจังหวัดทางโน้นทางโน้นเขาอีสานเขาไม่ขายก็ลอยคอนี้ก็ถือว่ามันของชั้นต่ำแม่ย่าเอามาขึ้นราคาขายยังไงเราก็ไม่ว่าเราขายไปกระทงสตางค์แล้วแต่นี่แต่ก่อนมันจะสั่งสอนสตางค์พวกคุณอย่างตัวเล็กๆก็คงจะตกใจ มีแต่ก่อนนั้นมีก็ไปวางขายขายเขาก็ซื้อกันขายได้แรกๆก็ขายยากพอนานๆก็ขายได้ขายได้ก็ยิ่งทำมากเพราะว่าอย่างนี้เราทำก็เลยได้มาขาดแต่หมาขายทำอย่างนี้เป็นต้นหรืออื่นๆไอ้เครื่องเล่นเครื่องอะไรต่างๆกว่านี้เอามาแอบถ่ายทำเป็นรายได้เป็นการขายเป็นการค้ามาประยุกต์เป็นการค้าขายไปได้อาตมาทำมาแต่เด็กๆมันมีหัวของมันเองก็ต้องการอย่างนั้นแหละมีชีวิตก็มันรู้แล้วว่าโลกเราเกิดมานี่ต้องการเงินไอ้เด็กๆก็เห็นว่าเงินพอในรุ่นนึงยังไม่ได้ดีใจด้วยเงินนะเพราะต่อมาหาเงินได้ทำอย่างนี้มันได้เงินหาเงินก็ชอบเงินชอบเงินชอบมากอยาก อะไรก็มีเงินก็ซื้อเองได้ก็รู้ว่าออกแบบอิสระของเราเองนี่เองนี่เป็นความสามารถเป็นของเราส่วนตัวดีเก่งเพราะฉะนั้นไอ้พวกนี้มันเป็นหลักจิตวิทยาอย่างหนึ่งว่าเมื่อเราทำเองได้และมีสิทธิแม้จะเป็นเด็กก็ตามมันก็รู้รู้ว่าเราไปเราทำเงินได้เองนี่นะแล้วเราเอาไปซื้ออะไรอะไรได้เองดีกว่าเราไปขอเงินแม่มาแล้วมาซื้อก็เราซื้อมาแล้วอวดแม่นี่แม่ดีใจด้วยแต่เราไปขอเงินแม่มาซื้อแม่ดูตั้งแต่ตอนขอเงินแล้วมันต่างกันต่างกันแต่มันต่างกันเพราะไปขอเงินแม่แล้วเอาไปซื้อของที่เราอยากได้ถูกดูไม่โก้ไม่แจ๋วแต่ถ้าเราหาเงินได้เองจะเป็นเบี้ยใบ้รายทางหาได้โดยวิธีใดก็ตามแต่แล้วเอาเงินนี้ไปซื้อน่ะแม่รู้นี่ว่าเราหาเงินได้เราเก็บแล้วก็ไปซื้อมาอวดแม่แม่ แม่เราทำเป็นอาตมาทำแต่เด็กๆนี่ไม่ๆๆเคยเล่าบ่อยไปไม่ถือตัวเป็นกุลีก็เป็นแจ๋วเรือก็แจวแบกของตามสถานีรถไฟแล้วก็แบกของเอาสตางค์ได้ดอกจากแบกของเข้ามาแล้วมันมีหลายอย่างที่นี่พาคนที่แบกของเข้ามาแล้วก็พาไปพักโรงแรมแต่เขาไม่ใช่ได้ค่าคอมมิชชั่นด้วยเพราะว่าเจ้าร้านเจ้าของโรงแรมก็ให้ก็ให้ค่าพาคนมาพักโรงแรมให้อีกก็ทำทุกอย่างนอกจากนอกจากนั้นก็ขายของขายเข้าไปโรงเรียนกลับจากโรงเรียนมาก็ที่บ้านครับค้าขายขายทุกอย่างพอมาถึงบ้านก็แม่ก็จัดของให้แล้วเราจะเอาอะไรไปขายก็เชิญบางทีก็ขายขาดแคลนรถผ่าน เยี่ยมเพื่อนผมมันกำลังกลับจากโรงเรียนบ้านเรากลับมาก่อนเนี่ยเพื่อนก็เห็นเขาก็ว่ากันว่าก็ว่าไปเราไม่ได้น่าอายอาตมา a8 ตรงที่เรียกว่าเอ๊มันน่าภูมิใจมันทำไมอายเราขายของที่โก้จะตายไอ้คนมันไม่ทำงานมันน่าอายนะแล้วขายของนี่เราไม่ได้เป็นรัฐมนตรีอะไรอ่ะเราทำดี๊ดีทำงานแล้วได้เงินได้เงินอาตมายังจำได้จำได้ว่ามันได้เงินนะอยู่ๆอีสานเนี่ยพวกญวนเข้ามาเยอะตอนนั้นล้วนอพยพมาฉันก็มาทั้งมาทำไอศกรีมเขาเรียกน้ำแข็งน้ำแข็งหลอดหลอดเนี่ยเขาเรียกไอศกรีมแท่งเนี่ยแต่ก็ทางโน้นทางอีสานเขาเรียกน้ำแข็งหลอดเขาเรียกแข็งหลอดเรียกสั้นๆแข็งหลอดไอติมแท่งเนี่ยใส่เป็นหลอดกลมกลมเป็นไม้ขายก็แข็งหลอดเขาก็มีแต่ลูก ขายพวกญวนเขาก็ขายกันลูกโยนก็แบกขายไอ้เราก็เห็นมันก็ขายได้นี่หว่าก็ไปบอกไอ้เจ้าที่เขาทำขายบอกเรารับไปขายบ้างได้ไหมไอ้เราก็เด็กๆบอกได้แล้วก็หิวแล้วก็ติดขายคนไทยไปขายทีนี้เด็กคนไทยไปขายโว้ยคนซื้อดีไม่ขายได้แรกๆใหม่ๆนี่ขายเอากำไรเยอะเลยเพราะธรรมดามีแต่เด็กญวนขายใช่มะมันก็มีค่านิยมมันมีเหมือนกันในมนุษย์น่ะทีนี้เราเป็นคนไทยว่าขายของอย่างนี้มันชาตินิยมมันก็ซื้อของคนไทยมากกว่าเด็กญวนขายดีกำไรวันหนึ่งตั้งหลายๆตังค์อย่างนี้เป็นต้นทำแล้วเขาก็น่าอายกันพวกเด็กคนไทยพวกใครๆใครๆก็ไปแย่งอาชีพเขาไปทำอะไรของฉันนั้นฉันนี้ฉันน่ะอย่างนี้เป็นต้น อาตมาเรานี่เพื่อที่จะไม่ใช่มาอวดตัวนะให้เห็นว่าไอ้ค่าของความเป็นจริงของชีวิตมนุษย์เมียมันอยู่ที่การงานการงานสิ่งอย่างนี้มันไม่ใช่ทุจริตนี่มันไม่ใช่งานทุจริตมันเป็นงานสุจริตเราทำหน้าพอถึงฤดูเอ้ยพูดถึงไอ้สงครามอินโดจีนเนี่ยหลบภัยแม่ส่งไปอยู่ต่างจังหวัดไปอยู่กับยายหนีถ้าอยู่ในกลุ่มระเบิดมันมาบ่อยอยู่ในบ้านในจังหวัดไปอยู่ต่างอำเภออาตมาก็ออกไปเช้าตื่นแต่เช้าตี 3 ตี 4 ออกไปดักต้นทางพวกชาวต่างจังหวัดขายบ้านชายเมืองนั่นน่ะเขาจะเข้ามาขายของมีของเขาก็เอามาขายตลาดมาก็จะดึกเลยหาบเราก็ไปจาก ซื้อซื้อต้นทางไม่รู้ว่าอะไรราคาถูกซื้อทั้งนั้นซื้อผักซื้อปูซื้อปลาซื้อมาหมักอะไรก็แล้วแต่กบเขียดอะไรก็ตามแต่ใครเคยที่ชอบซื้ออย่างมากก็คือไข่ไข่ไก่ไข่เป็ดประมาณนี้เราซื้อซื้อแล้วมันเก็บไว้ได้นานซื้อมาขายตลาดต่อเข้ามาขายให้ลูกนึงเท่านั้นเท่านั้นแต่ลูกนึง 3 ตังค์เราก็ซื้อมาแล้วเอามาขาย 5 สตางค์ราคาตลาดเรารู้นี่ราคาตลาดแล้วดักซื้อก่อนมาทั้งนั้นเราก็มาซื้อแล้วก็มาขายขายของเสร็จแล้วสายหน่อยก็ไปโรงเรียนเช้าวันนั้นก็มาขายของเสร็จแล้วก็ไปโรงเรียนของเหลือบางอย่างเนี่ยมันของขายแล้วมันเอาไว้พรุ่งนี้ไม่ได้หรือเอาไว้ 2 วันนี้มันเน่ามันเสียก็เป็นอาหารการกินกินอยู่ในบ้านไอ้ที่ได้กำไรก็ได้กำไรกำไรทุกวัน ได้กำไรทุกทีแต่ก็มีค้าขายบอกว่ามันขาดทุนก็มีอย่างนี้ก็ไม่ต้องเล่าละเอียดหรอกแต่ว่ามันก็ได้ส่วนมากมันก็ได้เนี่ยเป็นเรื่องที่เรียกว่ามันก็ของดีทำอาตมาในอุตรดิตถ์ทำอะไรๆทำสารพัดสารเพไปต่างๆนานาพรุ่งนี้ซึ่งเป็นเรื่องของเด็กๆอาตมาจำได้ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 10 ขวบจนกระทั่ง 10 ขวบขวบอาตมาเรียนม 4 ม 5 ม 5 ม 6 นี่ยังขายม 5 ยังขายผ่านขายอะไรอยู่ขายอ้อยขายขาดขนมถ้วยขนมขายห่อหมกขายอะไรอย่างเงี้ยขายแล้วแต่แม่ทำอะไรก็ขายอันนั้นน่ะแม่ทำอะไรขายถ้าแม่ไม่ทำก็หาเองอย่างที่ว่าเนี่ยขายทำอยู่จนกระทั่ง เข้ากรุงเทพฯแล้วเข้ากรุงเทพฯนี่ขายเก่งขายหนังสือหนังหาว่าทำไปขายแล้วแต่ยิ่งเข้ากรุงเทพฯยิ่งฐานะทางบ้านจนคือมันมันที่จริงฐานะทางบ้านของอาตมานี่ฐานะดีแม่หาเงินเก่งค้าขายเก่งแต่พอตอนหลังมาแม่ป่วยเป็น TB ทรุดแล้วก็มันเป็นจังหวะชีวิตยังไงไม่รู้ถูกโกงมีร้านมีดวงมีบ้านมีร้านค้าร้านขายร้านตัดผมร้านค้าอะไรให้เขาเช่าให้เขาอะไรโกงมันไปทำงานเป็นล้านๆเลยนะถูกโกงแล้วแพ้ทางด้วยแล้วแม่งเป็นของเราจริงๆนะอาตมาก็แสนรู้ว่าของแม่เองจริงๆด้วยถ้ามาหากินมันก็ซื้อได้เช่าได้ก็เซ็งไว้เป็นของตัวอะไรต่ออะไรอย่างเงี้ยเป็นกิจกรรมเสร็จแล้วก็ถูกโกงไปถูกโกงไปเออมันตลกดีเหมือนกันโกงไปเรื่อยไอ้นอก คงไม่พอว่าก็ว่าเธอเล่าต่อก็เล่าไม่ใช่เปิดโปงพ่อมาจากสนามไปเป็นทหารกลับมาจากสนามไปได้ของดีมาขี้เหล้าโอ้ย้ำเป้ที่สุดเลยกินเหล้ามีแต่กินเหล้าแล้วก็ผ่านเกณฑ์มาก็ทะเลาะกันทะเลาะกันเสร็จแบ่งสมบัติสุรพลสมบัติเจริญแบ่งสมบัติไปคนละครึ่งแบ่งสมบัติไปไปผลาญเกลี้ยงกลับมาหาแม่ใหม่เมื่อคืนดีกันอีกถ้าแม่ก็ไม่ว่าก็คืนดีไปคืนดีไปก็อีกอย่างเก่าอีกทะเลาะกันอีกทะเลาะกันอีกแบ่งสมบัติแบ่งไปครึ่งอีกไปก็ไปอีกก็หายไปพัก เท่านี้ก็ก่อร่างสร้างตัวก็หากินไปเรื่อยๆแม่ก็เลี้ยงลูกลูกไม่เคยไปอยู่กับพ่อสักทีอยู่กับแม่หมดทุกทีกี่คนๆแม่อาตมามีลูก 10 คนแต่ตาย 3 เดือน 7 ก็เลี้ยงลูกอยู่เนี่ยเพราะพ่อหายไปพักใหญ่หมดตุ๊บมาอีกแล้วกลับมาอีกเมื่อคืนดีกับแม่อีกคืนอีกทะเลาะกันอีกแบ่งกันทุกวันอีกแล้วไปอีกเท่าไหร่ก็หมดแล้วก็หมดจริงๆด้วยมันตลกที่สุดและถูกโกงถูกอะไรต่ออะไรเนี่ยอาตมารอบๆนะแต่ว่าเปิดโปงก็ไม่ใช่มันเป็นอย่างนั้นจริงๆนี่ก็ตายหมดแล้วก็ไม่ใช่วันนี้คุณพ่อแม่นะไม่ใช่พ่อก็ดีพ่อสุดท้ายก็ไม่มีอะไรก็มาตายรังแหละพอสุดท้ายแม่ป่วยเป็นวัณโรคก็มีพ่อนั่นแหละเป็นคนดูแลลูกๆสาวๆเขาไปเรียนหนังสือไปอะไรต่ออะไรต่างๆนานๆนะแล้วก็ไม่ให้อยู่ด้วยพ่อแม่เป็นทีวีเป็นทีวี เรื้อรังตั้ง 2-3 ปีกว่าจะตายพี่อ๊อดแอดมาก่อนอ๊อดแอดมาจนกระทั่งสุดท้ายก็มาเป็นทีวีหนัก 2-3 ปีพ่อเนี่ยเป็นคนสุดท้ายก็ง้อเธอก็ทนทำอะไรก็ยังนึกว่าพ่อจะติดทีวีด้วยนะไม่ติดนะไม่ติดน่ะรักษาตัวดีก็พ่อเป็นคนดูแลแม่จนตายคามือแม่ก็ตายคามือพ่อได้ก็เป็นคนประสบอุบัติเหตุสุดท้ายเรื่องแบบนี้ดิที่เล่าประกอบก็เพื่อให้เห็นว่าแล้วฐานะพวกอาตมาฐานะแม่ผจญจริงๆฐานะดีฐานะร่ำรวยฐานะอาตมาจบม 6 แล้วมาเรียนต่อที่กรุงเทพฯเนี่ยมาตอนแรกนี่มาอย่างผู้มีสตางค์อ้าวอยู่หอพัก เราอยู่บ้านยัดเข้าวัดไปเรียนหนังสือหรือไม่ก็มีญาติหรือมีใครจะขายฝากหรือไม่มีญาติอะไรอยู่ทางนี้ก็เลยเช่าหอพักอยู่หอพักไปเป็นเด็กหอพักถือว่าเป็นเด็กดีเป็นเด็กชั้น 1 แล้วมาเรียนกรุงเทพฯแล้วอยู่หอพักนี่ถือว่าชั้น 1 ปีแรกอยู่หอพักปีที่ 2 ก็อยู่หอพักอย่างเซซังหน่อยพอปีที่ 3 ต้องออกจากหอพักไปอยู่วัดก็อยู่วัดแล้วมันหมดทุนแพงก็บอกอยู่ไม่ได้แล้วต้องออกเคยสั่งไปตามเรื่องตามราวอยู่วัดก็อยู่ไม่ได้อยู่วัดก็ทนความบีบคั้นทางใจไม่ได้ตอนนั้นทนไม่ได้เพราะว่าอาจารย์พูดไปเดี๋ยวนี้ก็อาจารย์พูดไม่ได้เพราะอาจารย์เดี๋ยวนี้ยังมีชีวิตอยู่แล้วใหญ่ด้วยอาจารย์วัดนั้น ออกมาจากวัดนี้ไม่ได้ลาเลยสักคำไอ้ตอนไปอยู่วัดนานาคุณลุงไปฝากคุณลุงเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ที่วัดนั้นเก่าแต่ว่าพระองค์นี้ที่อยู่ด้วยนี่ก็ไม่ใช่ตอนนั้นยังไม่ใช่พระใหญ่อะไรตอนนี้ท่านก็ขึ้นมาเป็นเจ้าคุณตอนที่อาตมาไปอยู่เธอก็เป็นเจ้าคุณแล้วก็เลยอาจจะมาไปฝากป้าอยู่แต่ลำเอียงแค่อาตมาอยู่ด้วยไม่ได้ไม่ใช่คนอื่นไม่ใช่คนงานไม่ได้ไม่ใช่แต่ทนไม่ได้จริงๆไอ้งานการอาตมาไม่เกี่ยวเพราะว่ามันฝึกปรือมามันไม่กลัวหรอกงานทำงานได้แต่ว่าไอ้ลำเอียงนี่ทนไม่ได้ไม่ชอบจ่ายก็ไม่ยอมอยู่แม้คุณลุงจะฝากยังไงก็ไม่ยอมอยู่นี้ขนของออกจากนั้นออกไปเซาแล้วตอนนี้เซลล์ทางใหญ่เลย ตอนนี้ออกจากวัดแล้วที่นี่เซซังใหญ่ไปตะพึดตะพือเลยทีนี้ไปอาศัยอยู่กับร่วมผ่อนทำเลยขนของออกไปตอนนั้นมันชอบดนตรีชอบเพลงแหมอยากเป็นนักร้องอยากเป็นนักแต่งเพลงก็แต่งนะแต่งเพลงอาตมาแต่งเพลงมาตั้งแต่อยู่ม 6 หัดแต่งมาเพลงแรกชื่อผู้หลอกลวงอาตมาอายุ 14-15 นะอยู่ม 6 มันนี่อ่านแต่งเพลงตั้งแต่ตัวเล็กทั้งนั้นน่ะแต่งอยู่ม 5 ม 6 นี่มีหนังสือเพลงอยู่ต่างจังหวัดนี่เพลงไหนใหม่ต้องได้ก่อนเข้าแล้วโอ้โหร้องก่อนนำคาเฟ่แล้วต้องร้องได้ทุกเพลงอะไรเนี่ยแล้วก็รู้มีปัญหามีปัญญาดูแล้วก็แต่งเองแต่งไปให้เพื่อนร้องเพลงแรกคุยใหญ่เลยอ้วนแต่งนะเว้ยให้เพื่อนร้องเพื่อนมันร้องเสร็จแล้วมันบอกว่าทีหลัง ชุดแต่งเดี๋ยวเอามาให้อ้วนร้องนะไม่ได้เรื่องเลยไม่เพราะเลยแหมเสียใจเสียใจมากอุตส่าห์คุยแทบตายเอาไปแต่งแล้วไปให้เพื่อนร้องแหมนึกว่าจะภาคภูมิเพื่อนจะตื่นเต้นเปล่าเพื่อนมันดันบอกชื่อตรงมันก็บอกตรงๆนะบอกเพลงนี้แตกทีหลังอย่ามาให้วัวร้องอีกเลยมันไม่เพราะเลยเสียใจมากก็เลยตั้งแต่วันตั้งแต่บัดนั้นเป็นปมด้อยเลยตอนนี้เพลงหลังหลังแตกอีกเยอะแยะหลายเพลงไม่บอกเพื่อนด้วยปิดบังหมดเลยใช้นามปากกาแล้วก็ไม่บอกด้วยว่าเป็นของเราเพื่อนก็ลองเด๋อๆแอบภูมิใจร้องเพลงชาติเองก็ไม่รู้ว่าเพลงข้ารองแล้วเราก็แต่งให้มันร้องกันไปมันไม่รู้อ่ะแล้วเราก็ภูมิใจมันเป็นปมด้อยไม่ยอมให้ใครรู้มาอยู่หอพักอยากจะแต่งเพลงนี้ตี 1 2 ยามตื่นขึ้นมาแล้วเข้าห้อง แขกเปิดไฟเพื่อนนอนๆอยู่หอพักก็นอนเราก็เขียนเพลงแต่งพอดี 2 ตี 3 เราก็กลับเข้ามุ้งนอนตื่นขึ้นมาพร้อมกันกับเพื่อนเพื่อนไม่รู้ว่าเราขึ้นมาทำงานอะไรแอบแม่เขียนหนังสือหนังหาประพันธ์เรื่องประพันธ์อะไรปิดบังหน้าปากกา 108 ไม่ให้ใครรู้ติดเป็นนิสัยนามปากกาแตกเมื่อไหร่หัวแตกหมดเลยอะไรอย่างนึงอย่างนึงใช้นามปากกาน้ำปากกานี้ปิดไม่ให้ดูเป็นปมด้อยมาตั้งแต่นู่นๆไม่เปิดเผยแต่ก็ชอบพอออกจากวัดนี่เล่าต่อตอนออกจากบ้านต้องมาอยู่กับคุณตำรวจไปสมัครเป็นนักร้องเก่าแก่ก่อนแกก็มีพวกไปสมัครร้องเพลงแกก็ร้องไห้ทุกวันทุกวันร้องเพลงแล้วก็สนุกพาแกก็พาเป็นหมูเป็นฝูงออกไปร้องหน้าเวทีบ้างอะไรบ้าง ไอ้เราเก่งที่บ้านแกแล้วก็เข้านอกออกในหมดเลยทำกับข้าวกับน้ำกวาดปัดกวาดเช็ดถูบ้านซักผ้าอะไรเก่งแกชอบใจอยู่มาวันหนึ่งแกก็ทะเลาะกับเมียเมียหนีไม่มีใครอยู่บ้านแกก็ชวนใหญ่แต่ก่อนอาจจะมาปิดแม้แต่ชื่อไม่บอกชื่อจริงหรอกเอาชื่อเล่นแป๊กรักพงษ์ไม่มีไม่บอกชื่อจริงชื่อแป๊กรักคงยันเดเระมาร้องเพลงก็ใช้ชื่อแป๊กครับผมแล้วก็เรียกตั๊กมาอยู่ด้วยกันอยู่ก็อยู่แล้วทางวัดเราอึดอัดใจอยู่แล้วด้วยขนของออกจากวัดก็มาอยู่บ้านรวมคนทำก็อยู่ในฐานะทุกอย่างเลยแม่บ้านไม่ทำหน้าที่เป็นเมียเท่านั้นเองเป็นหน้าที่แม่บ้านหมดเลยทุกอย่างเลย ไปตลาดทำกับข้าวกับน้ำพาลูกชายแกในแหลมกับนายลิ้มคล้ายๆขนมจีนไก่เต่าอะไรมีแต่ใครอ่านหนังสือแกไปก่อนเฮียได้แล้วเนื้อดินตัวน้อยนี่ก็หนีสนใจไม่ได้ก็หนีไปเราก็มาอยู่หน้าที่ช่วยงานบ้านแทนตัดผมซักผ้าทำกับข้าวไปตลาดถูบ้านถูกหรือทำอะไรผ่านในแหลมแม่ริมส่งโรงเรียนแล้วก็ค่อยไปโรงเรียนเราก็มาทำจะทำได้เราทำได้เพราะว่าเราเองเราไม่มีปัญหาทำกับข้าวนี่ไม่ต้องห่วงเลยคุณรวนได้กินอ้วนคุยเลยพุงน่ะไม่ต้องกลัวก็อยู่ได้อยู่มาแล้วก็อยู่ไปงั้นแหละแล้วก็มาอยู่ทางด้านทางเพลงทางการชอบชอบฟังเพลงอะไรทำขายทำอะไรก็ได้ไปขายหนังสือเพลงขายอะไรขายได้หนังสือเพลงที่แกแต่งสำหรับขายให้เด็กๆเนี่ยแล้วก็ไป ตอนนี้ตลาดนัดมันไม่ได้อยู่ในถ้ำแต่ก่อนเนี่ยตลาดนัดมันอยู่สราญรมย์เราก็ไปแล้วเพราะตลาดนัดทีก็บาทเดียวครับบาทเดียวบาทเดียวตลอดเลยหรอตอนนั้นเรียนโรงเรียนเตรียมแล้วเรียนชั้นเตรียมมันต่อม 6 ก็เรียนแป๊บเดียวหลายปีปีต่อมาแล้วมันอยู่มอ 8 ไม่ใช่ไม่ใช่นั่นนะคืออาตมาเรียนม 7 นี่เรียนปีเดียวขึ้นม 8 เลยเพราะอยู่ม 8 ตกตกไปตกมาสนุกนะเรียกตกแล้วตกอีกอยู่ม 8 นั่นน่ะท้ายอะไรพวกนี้เพราะมันมีนิสัยอยู่แล้วแล้วเราก็เห็นว่าชีวิตนี้มันสบายตรงที่มันก็ได้ทำงานก็ได้เงินได้ทองได้ลาภเราไม่เคยห่วงเรื่องยศไอ้เรื่องยศชั้นใครจะว่ายังไงเอ๊ะนี่เป็นคนต่ำขายหนังสือหนังหาไปขายหน้าโรงหนังโรงหนังไปหมดงาน งานปีใหม่งานอะไรเขาได้เดินเที่ยวกันเรายิ่งดีใจคนที่ออกเที่ยวเยอะๆเรายิ่งดีเราไปทำงานขายของอินเดียมันต่างกันนะเขาเองบอกว่าเออดีหน้างานเขาออกเที่ยวเราบอกมางานเราก็ดีเราออกขายของมันก็ยิ่งดีที่มันมาเจอกันเราก็ได้ประโยชน์เขาเองเขาบอกว่าเขาจะได้ประโยชน์ตรงเที่ยวเราได้ประโยชน์จากการทำงานมันมันมันมันรู้สึกยังไงมันดีชีวิตก็ต้องการอย่างนั้นมาตลอดเวลาได้ทำการงานมันเน้นที่ตรงเงินหน่อยนึงคือลาภติดชอบแต่ก็ไม่ๆไม่หลงเลอะอะไรมากมายนี่อาตมาก็เราก็กล่าวถึงชีวิตเด็กๆประกอบให้ดูว่าสนุกๆไม่ใช่เรื่องโกหกอะไรเป็นเรื่องชาดกชาดกเป็นชาดกของไทยรัฐของเขาเป็นชาดกก็ต้องการจะเป็นอย่างนั้นก็เล่า อาตมาเองไม่อยากเล่าละเอียดแหมมากถ้าจะว่ากันเป็นเรื่องแล้วก็เป็นชีวประวัติที่สนุกเพราะว่าคนผิดจนกระทั่งออกย้ายจากทนอยู่บ้านคุณหลวงพ่อก็อยู่ไม่ได้เพราะว่าหมายแกปากร้ายแกร้ายอ่ะร้ายที่สุดขนาดที่บอกว่าพอมาอยู่กับคุณล้วนไม่นานแกก็พาไปตามเมียแกปักใต้ไปตามคืนมาได้พอมาถึงเมียแกยังถามว่ามีมาอยู่กับรวยก็ตั้งแต่ที่รู้ก็เขาเมื่อไหร่มันก็มาอยู่กันไม่กี่เดือนเนี่ยเราจะอยู่ได้หรือว่าก็ไม่รู้ก็จะอยู่ให้ได้ตอนนั้นเรารักนี่เรารักดนตรีรักเพลงการมากๆแล้วก็บอกจะอยู่ให้ได้อยู่ได้อย่างเก่งก็ 24 ฉันกะให้ 2 ปีก็เก่งเขาก็ว่านะ อาตมาก็บอกผมจะอยู่ให้ได้นานที่สุดที่จริง 2 ปีจริงๆ 2 ปีเปรี้ยวอยู่ไม่ได้อาตมาออกหนีไม่เอาแล้วหนีเขาก็ไปตามนะหนีตอนแรกเขาก็ไปตามพอตอนหลังอย่ามาตามเลยบอกตามก็ไม่ไปแล้วตังค์ก็ไม่กลับก็เลยไม่กลับก็ 600 ของเราไปตามเรื่องตามราวอยู่บ้านเพื่อนบ้างอยู่คนนั้นคนนี้ไปมั่งทุกคนนอนไปเรียนหนังสือเนื้อหาไปตามเรื่องตามราวทำงานทำการรับใช้ก็ไปพอไปเรียนชีวิตมันไปเข้าต้องไปเข้าทางด้านศิลปะก็มีฝีมือทางด้านศิลปะเขียนรูประบายรูปทำโน่นทำนี่ได้รับจ้างเขาระบายรูปร่างรูปนั้นทำให้โน่นนี่ไปตามเรื่องแล้วก็เรียนหนังสือไปช่วงละครึ่งปีนี้ไปอยู่บ้านนี้ครึ่ง ไปอยู่บ้านนี้บางทีอยู่บ้านนี้เดือนเดียวที่อยู่นี่ต้องมีเร่ร่อนสุดท้ายคุณลุงมารู้เข้าไอ้เจ้านี่มันจะเป็นตอนนั้นอาตมามันชักจะเป็นฮิปปี้อ่ะแต่เขายังไม่มีฮิปปี้หรอกมันไม่มีฮิปปี้ 28 อะไรแต่อาตมาผมฟูแล้วเป็นมีลูกมีใครเห็นรูปก็มีผมผมตัดมันฟูคือมันเป็นรุ่นหนวดเคราไว้ยาวทั้งหัวมันใส่รองเท้าผ้าใบคู่นึงลูกกุญแจสบายๆขาสั้นเสื้อยืดสบายไปไหนก็สบายให้มันความที่เราไม่ค่อยมีสตางค์ด้วยกันและใส่อย่างนี้มันก็ถูกอย่างนึงแต่มันไม่มันจนมันคนจนน่ะแล้วอีกอย่างนึงมันก็สบายดีไปไหนไปไหนคนเขาก็เขาก็มองอ่ะแต่เราก็เห็นไม่ได้อะไร ปล่อยมันฟูไปตามเรื่องมันเพราะมันจะมาแข็งตั้งแต่ก่อนที่ผมหนาหนาแน่นเปรี๊ยะเลยหัวไม่ล้านอย่างนี้หรอกแต่ก่อนอาตมายังนึกไม่ออกว่าจะมาจะหัวล้านป่านนี้ถ้าใครดูรูปตั้งแต่เด็กๆเห็นหน้าผากแคบนะผมแน่นแน่นแข็งเพราะงั้นถ้าเผื่อว่าไม่ปล่อยยาวๆแล้วขอให้ไม่หวีหรอกมันพุ่งเลยมันเป็นหัวมันเหมือนพวกผมแข็งอ่ะนั่นน่ะแล้วก็ปล่อยมันแล้วหนวดอาตมาไม่ดกแปลกที่ผมนั้นหนาแน่นก็ปล่อยมันยาวๆแหลมออกมาตามเรื่องมันดูแล้วมันก็ตลกตลกก็ไปตามเรื่องตาม ของเราทำมาหากินของเราไปเรียนหนังสือไปก็ซอกแซกๆของเราตัวเองไปตามเรื่องตามราวอาตมาเรียกตัวเองเดี๋ยวนี้ในนามของสมัยนี้มันเรียกว่าอาตมาเป็นฮิปปี้รุ่นแรกแต่ไม่มีใครตามมันอาจจะออก Advance ไปหน่อยคือมันล้ำสมัยมันล้ำยุคกับแต่ก่อนก็ยังไม่มีก็ไปตามเรื่องคุณลุงมารู้เขาเอ้ไอ้หลานคนนี้มันชักจะไม่ไหวแล้วตามประสาผู้ใหญ่มองมันก็จะไปกันใหญ่แล้วเขาก็มารู้ไอ้สัตว์ซึ่งทั้งบ้านเขาก็ยังงั้นน่ะทั้งบ้านคือน้องหนุ่มเขาก็ยังเรียนอยู่น้องนุ่งคนอื่นยังไม่มีใครมาเรียนกรุงเทพฯอาตมาพอดีกรุงเทพฯอยู่คนเดียวน้องรุ่งอยู่ในภาวะพักคุณลุงเป็นคนดูแลเลี้ยงอยู่ทุกคนอาจจะมามาเรียนอยู่คนเดียวเสร็จแล้วก็มาได้ข่าวได้ข่าว มาเองไม่เป็นหลักเป็นแหล่งชักไม่เข้าเรื่องก็เลยจับยัดเข้าหอพักบุษบาในฐานะที่พ่อเป็นทหารเก่าก็มีสิทธิ์ที่จะอยู่หอพักได้ก็จับอาตมาไปอยู่หอพักอยู่เดือนละบาทค่าไฟฟรีที่จริงอยู่ฟรีเขาเก็บค่าไฟเดือนละบาทก็อยู่เขาพระพุทธบาทไอ้ตอนไปก็ไปในชุดนั้นน่ะให้ผมฟูๆแล้วก็นวดใส่เสื้อยืดไอ้นี่ไปคุณลุงก็พาไปในชุดนั้นไอ้เราก็อยู่จุดนั้นน่ะเขาก็พาไปแม่บ้านเขาเจอหน้าเขาตกใจเขาก็ไม่คงจะส่งไอ้นี่มันจะรับดีไม่ดีเขาก็คงแต่ทีนี้ลุงไปผมก็คงเป็นหมอเป็นแต่ถ้าเราเป็นผู้อำนวยการและผู้อำนวยการโรงพยาบาลโรคจิตภาคอีสาน ก็มีตำแหน่งมีอะไรพอสมควรนะมันพอคบกันได้เขาเป็นคนรับรองทางนี้ก็ไม่ใช่ใครหรอกแม่บ้านกับพ่อบ้านนั่นน่ะพ่อบ้านตอนนั้นก็คือพันตรีปิ่นมุทุกันต์พ่อบ้านคือพ่อบ้านของหอพักบุษบานี่พันปีปิ่นมุทุกันต์แม่บ้านก็คุณจรัสศรีนี่แหละมุทุกันต์เดี๋ยวนี้ตายไปทั้งคู่แล้วแม่บ้านพ่อบ้านไงแต่ตอนแรกอาตมาจำได้สัมผัสแรกที่แม่บ้านเห็นอาตมาตกใจอาตมาเห็นรอยสะดุ้งเห็นรอยสะดุ้งที่เห็นอาตมาแต่ก็ต้องรับก็รับอาตมาอาตมาก็อยู่อาตมาอยู่ไปแล้วที่นี่อาตมาไม่ใช่คนมีมีรากฐานเกเรอะไรไม่ใช่สภาพเกเรหรอก อยู่ก็เขาก็บอกว่าโกนหนวดโกนเคราตัดผมตัดเข้าอะไรก็ตัดตัดแล้วก็ไปโรงเรียนไปธรรมดาอาตมาตอนก่อนที่จะมาอยู่ที่นี่นั่นน่ะก่อนที่จะเข้ามาหอพักมาอยู่หอพักนี่ก็ส่งหนังสือพิมพ์ส่งแล้วส่งหนังสือพิมพ์คุณลุงพอดีคุณลุงเขามาจับเข้ามานี่ก็เลยขอจักรยานคุณลุงเพื่อมาส่งหนังสือพิมพ์คุณลุงเขาก็ให้จักรยานเขานี่เขาใช้ตั้งแต่เขาเป็นนายแพทย์ใหม่ๆเป็นชั้นปีจนเป็นชั้นโทชั้นเอกจักรยานคันนี้เขารักมากจักรยานราเล่ย์ขอมาแล้วพี่ชายยากพี่ชายญาติอีกคนก็ยังบอกว่าโอ้โหเก่งๆนี่คงจักรยานคุณลุงให้ได้เพราะคุณลุงนี่ถ้าบอกว่าไอ้เรื่องขี้เหนียวแล้วก็ ที่ 1 ที่ 1 คณะอาตมามาเรียนกรุงเทพฯหรือยังบอกว่านี่สีฟันน่ะแกไม่ต้องไปซื้อยาสีฟันนะเครือใช้เกลือสีคุณลุงคนนี้ยอดขี้เหนียวที่สุดประหยัดเก่งที่สุดเลยยอดประหยัดเลยหาอาตมาขอจักรยานมาแล้วมาใช้หนี้นะขอเลยนะอาตมาขอมาใช้ส่งหนังสือพิมพ์คุณลุงให้มานี่เขาออกแบบใจก็คิดวิเคราะห์จักรยานคุณลุงได้สักคันนึงนะเก่งมากแล้วเราก็ใช้กันจักรยานนั่นแหละที่ส่งหนังสือพิมพ์ไปถ้าหาเงินหาทองเรียนหนังสือไปตามเรื่องตามราวทำทุกอย่างตอนนั้นแต่งเพลงแต่งกายแต่งอะไรต่ออะไรทำในภาวะที่ ก็แหมอยากจะเป็นนักประพันธ์ที่ดังแต่งเพลงดังแต่งหนังสือดังอายุยังไม่ถึง 20 แหมโอ้โหเรามีอายุจะถึง 20 แล้วนี่ยังไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นผลเลยยังไม่มี Masterpiece เลยว่างั้นเถอะยังไม่มีอะไรที่มันไอ้นี่เลยยังนึกน้อยใจอยู่ไหมทำไมเราไม่เก่งนะไม่เก่งมันเป็นอย่างนี้นะพยายามทั้งๆที่อาตมาตอนนั้นนี่ถ้าจะว่าไปเดินแบบกระแสโลกอาตมาเรียนอยู่ตอนนั้นอยู่ปี 3 ที่เพาะชำหรือไงพี่สาวหรือปี 2 ปี 2 ไม่ใช่ปี 3 หรอกปี 2 อาตมาแต่งเพลงไปหลายๆเพลงนั่นแหละมันก็ไม่หลายเพลงนั้นหรอกแต่ว่าเพลงนี้มันเกิดคิดขึ้นมาเป็นผู้แพ้ผู้แพ้ข้อสอบ 9 8 97 พ.ศ 2497 98 ในตอนนั้นอาตมาก็ยังเรียนอยู่ปี 2 หรือปี 3 เนี่ยถีบจักรยานนี้ยังส่งหนังสือพิมพ์อยู่เลยเพลงดังเราเป็นนักประพั
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive