210305 เดี๋ยวนี้คนเราฉลาดจริงหรือ-พ่อท่าน-สันติอโศก-R057.txt
เนื้อหาในไฟล์
อาทิตย์ที่ 5 มีนาคมพุทธศักราช 2521 ชนิดไปเป็นการแสดงประกาศิตคนเราฉลาดจริงหรือซึ่งบรรยายโดยท่านพระโพธิรักษ์ที่พุทธสถานสันติอโศกญาติโยมทั้งหลายถ้าเรามานั่งฟังธรรมกันเสมอการฟังธรรมเป็นการบำรุงหรือว่าเป็นการทำความเจริญให้แก่ตนรัฐบาลพระพุทธเจ้าแสดงธรรมตลอดเวลา ไม่ใช่ตลอดเวลาหรอกตลอดเพราะอายุถ้าอายุการที่ได้สำเร็จบรรลุเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วไม่มีงานอะไรอื่นอีกแล้วจะมาถึงพระพุทธเจ้าไม่มีงานอะไรอื่นอีกนอกจากงานที่จะแสดงธรรมยิ่งทำไมพระพุทธเจ้าแล้วมีแต่พูดธรรมะมีแต่พูดธรรมะพระสาวกต่างๆเนี่ยเมื่อมาเจอกันทักทายกันคุยกันคุยแต่เรื่องธรรมะคุยกันคืนยังรุ่งเจอกันแล้วคุยกันคืนยังรุ่งแรกเปลี่ยนธรรมะกันแสดงความคิดเห็นอะไรต่ออะไรเกี่ยวกับธรรมะกันแท้ๆ เลยโดยตรงในเรื่องของธรรมะแท้ๆนั่นน่ะสมัยพระพุทธเจ้าเป็นอย่างนั้นเพราะว่าการที่จะสื่อความหมายมาให้แก่บุคคลเนี่ยมันมีสื่อความหมายน้อยหนังสือนั้นหาก็ยังไม่มีเทพก็ยังไม่มีวิทยุก็ยังไม่มีอย่าไปพูดถึงโทรทัศน์อะไรต่ออะไรเอาอื่นอีกเลยมันยังไม่มีมันมีแต่บอกว่านี่แหละพอเจอหน้ากันก็บันทึกกันในภาษาเนี่ยจำได้แค่ไหนบันทึกไปจะได้คะแนนบันทึกไปนอกนั้นถ่ายทอดก็ได้แค่นี้นะเพราะว่าเป็นวิทยุก็ไม่มีจะพูดแล้วอัดใส่แผ่นอัดใส่เส้นลวดอัดใส่เช็คอัดใส่ได้ไปก็ไม่มีเราลองหลับตานึกดูซิว่าพระพุทธเจ้าจะทำงานหนักแค่ไหน ไม่ต้องพูดมากขนาดไหนสำหรับตานึกดูซิพูดมากพระพุทธเจ้าพูดจนก็ใครๆศึกษามาก็จะรู้พระพุทธเจ้าตายเพราะอะไรนี่เราใช้ศัพท์เราใช้ศัพท์ดุ้นๆนะเราใช้สักพระพุทธเจ้าได้จริงก็ควรจะเป็นราชาศัพท์ที่ยกย่องสูงส่งแล้วพระพุทธเจ้าเนี่ยท่านดับขันธ์ด้วยโรคอะไรอาเจียนออกมาเป็นพระโลหิตประกันภัยเรียกว่ารองหัวหน้าแม่ทัพเป็นผู้ร้อง ก็เหมือนกันแสดงธรรมแสดงธรรมจริงๆแสดงจนตายไปโรงเดียวกันสมัยนี้
อ่านต่อ
มีเครื่องช่วยเยอะมีเครื่องช่วยเยอะแต่มีผู้พูดน้อยไปพูดแต่เรื่องจะเอาเงินซะเยอะเอาเพราะว่าขึ้นก็ว่าเลยถ้าไปพูดเอาเรื่องแต่เรื่องเอาเงินซะเยอะเป็นพระก็ตามแทนที่จะเทศนาทำให้ดินดีมากๆนะไอ้พวกที่จะรู้ใจเชิงอะไรก็จะเอาเงินเอาทองเขาอยู่กับพุทธะคือพูดเป็นเชิงหาแม่หาเลขหาเลขอะไรสร้างภาพยศสรรเสริญให้แก่ตนเองอยู่ทั้งนั้นซึ่งมันไม่ค่อยเข้าทีพึ่งได้ยาก โรงงานผ้าไทยสนใจธรรมะแล้วจริงๆแล้วก็ลองไปสังเกตดูนี่ไม่ใช่ว่านะไม่ใช่เปรียบเทียบไม่ใช่ยกตนข่มใครแต่ว่าพูดความจริงที่เป็นให้สังเกตเท่าที่พูดนี้ไม่จริงก็อย่าไปเอาอย่าเชื่อถ้าที่พูดนี้จริงก็เอาเท่านั้นแหละอาตมาน่ะมันพูดบอกว่าจริงหรือบอกว่าอาตมาพูดจริงใจเท่านั้นเองบอกไปตรงๆมันไปสังเกตดูก็พูดกันทุกวันนี้เขาเทศนาขึ้นธรรมาสน์เทศน์หรือว่าแสดงธรรมตอนไหนอะไรต่ออะไรก็ตามหาได้ยากที่จะพูดถึงกรรมฐานของคุณนั้นคนนี้ถ้าแม้จะคุยส่วนตัวนี่พูดอะไรก็ไม่รู้ไม่รู้ไม่เห็นจะเป็นกรรมฐานอะไรวิเคราะห์ลงไปเพื่อที่จะรู้อ๋ออันนี้คนนี้ติดอย่างนี้คนนี้มีเรื่องนี้ควรจะทำเรื่องนี้ให้มันเรียบร้อยให้มัน พูดอะไรก็ไม่รู้ลมฟ้าลมแสงลมสายลมแสงแดดเป็นยังไงค้าขายยังไงเป็นไงร่ำรวยไม่เป็นไม่เห็นจะต้องไปพูดเลยนะเขาถามกันเองชาวบ้านเออเป็นไงร่ำรวยไหมค้าดีขายดีไหมเป็นไงไอ้โน่นไอ้นี่เป็นยังไงขึ้นลงยังไงอะไรก็ได้ต่างๆนานาเป็นเงินขึ้นกี่ชั้นแล้วไม่ขึ้นกี่ชั้นแล้วพาไปยุ่งเกี่ยวกับเขาทำไมบอกเขาสิบอกเขาบอกว่าทำอย่างนี้สิแม่จะทำงานมีแต่ทำงานอย่างนี้จิตใจอย่างนี้กับการงานส่วนทางด้านเทคโนโลยีทางด้านฝีมือที่จะผลิตเขาให้ทุนไปเรียนเมืองนอกไงถ้าคุณไปเรียนเอาแต่ว่าจิตใจจะทำงานเนี่ยจะทำงานกับที่เราจะทำให้เราจะทำอย่างไรด้านจิตใจมีทางด้านศาสนาหรือพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี่ขอมา Take care Take care ด้านจิตใจส่วนทางด้านฝีไม้ลายมือความสามารถในทางโลกคุณไปเถอะคุณจะเอาทุนไปเรียนกันคุณจะสนับสนุนกันคุณจะได้พยายามปลีกเวลาไปส่งเสริมกันยังไงให้มันสามารถให้มันเก่งในการผลิตทางโลกอะไรต่ออะไรนั่นน่ะก็ไม่ว่าอะไรพระพุทธเจ้าก็ไม่ได้ส่งไม่ได้ไม่ได้ไปไม่ได้ไปขัดข้องอะไรก็สนับสนุนด้วยซ้ำไปนะก็เอาสิไม่ว่าอะไรหรอกเป็นสัมมาอาชีวะเป็นสัมมากัมมัน สมาคมที่จะต้องประสบแล้วจะทำยังไงเอออย่างนี้แล้วก็มาถ้าไม่ได้ไปต้านทานความสามารถทางโลกแต่ถ้าจะให้ปรับปรุงตัวเองว่าเราจะปรับปรุงตนเองให้มีนิสัยใจคอให้มีกายกรรมวจีกรรมที่อยู่กับสังคมยังไงยิ่งเป็นผู้นำเป็นผู้บริหารงานเป็นหัวหน้าตำแหน่งเป็นหัวหน้าหมวดหัวหน้าหมู่อะไรสำคัญมากเลยจะมีลูกน้องเยอะจะมีเรื่องอะไรต่ออะไรมากมายจะทำยังไงก็ลูกน้องตัวเองจะทำตนยังไงตัวเองเย็นก็กินเหล้าเช้ากินเหล้าบ่ายก็กินเหล้าแล้วจะไปปกครองลูกน้องยังไงอย่างนี้เป็นต้นยกตัวอย่างง่ายๆสั้นๆอาตมาว่าตัวอย่างขี้หมาเต็มทีตัวอย่างเนี่ยแล้ว เจริญอะไรคุณให้เถ้าแก่ไงคุณให้เก่งด้วยความสามารถทางที่คุณไปเรียนมามากเท่าใดก็ตามคุณก็ไม่สามารถที่จะปกครองลูกน้องได้ก่อเจ้านายมากินเหล้าลูกน้องมันก็กินเหล้าด้วยเพราะมันกินเหล้าแล้วพูดกันไม่รู้เรื่องอะไรผมก็ไม่รู้เรื่องแล้วกูจะไปปกครองมันยังไงแต่ปกครองบางทีมันก็มองรอบมันไปก่อนแล้วถึงจะค่อยค่อยว่ากันเท่านั้นรุ่งเรืองอะไรกันอย่างนี้ยกตัวอย่างง่ายๆนะอาทิตย์นี้อาตมาพูดเกริ่นอะไรต่ออะไรมาเนี่ยเพื่อที่จะให้รู้ว่าศาสนานี้เป็นศาสนาหรือว่าเป็นเป็นงานของบุคคลส่วนหนึ่งจริงๆซึ่งคนเดี๋ยวนี้ทอดทิ้งแล้วไม่เห็นความสำคัญพระเองนั่นแหละอาตมาพูดเมื่อกี้เกิดมาแล้วพระเองไม่รู้ความสำคัญของงานว่างานของตัวเองนี่คืออะไร ไปพูดเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องพระพุทธเจ้าท่านก็ตรัสเอาไว้พูดเรื่องน้ำเรื่องดินเรื่องข้าวเรื่องน้ำเรื่องเรือรบเรื่องเรือกลเรื่องพื้นเรื่องไฟเรื่องฟ้าเรื่องดินอะไรควรพูดมันก็ทำไมอันนั้นของเขาว่าของเขาเรื่อยไปแต่ของเรานี่พูดว่าเราจะทำจิตใจอย่างไรจะมีกายกรรมเป็นสุจริตอย่างไรจะมีวจีกรรมเป็นสุจริตอย่างไรจะมีมโนกรรมเป็นสุจริตอย่างไรควรจะอยู่ในหลักเกณฑ์มีศีลมีธรรมและมีวินัยหรือมีระเบียบในการที่จะกระทำให้ตนอยู่ในขอบเขตอย่างนี้แล้วเราก็จะเจริญเจริญอาตมาขอรับรองว่าปฏิบัติธรรมนี้เจริญทั้งทางโลกทั้งทางธรรมตกสู่กันไม่ได้ถ้าโลกนี้ มีความเข้าใจศาสนาอย่างถ่องแท้แล้วคุณจะทำงานอยู่ทางโลกอย่างไรอย่างไรอย่างไรคุณก็ทำกันได้อย่างแน่นอนพูดได้ยังรักอาชีพที่จะเป็นทั้งโลกอยู่ได้แน่นอนคุณจะสบายคุณจะพ้นทุกข์แล้วคุณจะไม่เป็นคนเอารักเอาเปรียบและคุณก็จะอยู่ในฐานะที่สบายจะเรียกว่าร่ำรวยและวัตถุประสงค์ก็จะร่ำรวยแต่ไม่สะสมทีเดียวจะเป็นคนใจดีเกื้อกูลแจกจ่ายเอื้อเฟื้อจะไม่มีกองกอบหอบไว้เป็นเศรษฐีเอาเงินใส่เซฟเอาไว้แล้วก็ไปจดบัญชีไว้เป็นของเราเองเป็นเท่านั้นร้านแถวนี้ร้านซึ่งบางคนมีไว้นี่ให้กินจนตายอีก 3 ตายยังไม่หมดเลยนะมีอยู่ในแบงค์ให้กิน 3 ตายตายอีก 3 ตายเกิดมาตายอีก 3 ชาติ ยังกินไม่หมดใช้ไม่หมดเลยแล้วไปกักเก็บไว้ทำไมถ้าเราเชื่อในฝีมือความสามารถของเราเราไม่ต้องเก็บเงินสักบาทนึงก็ได้อันนี้เป็นแนวโน้มที่พระพุทธเจ้าทำไว้ก่อนพระพุทธเจ้าเองสละหมดตัวไม่มีเงินสักบาทแล้วถ้าเกิดอยู่ทำงานทำการด้วยฝีมือไม่ดีพรุ่งนี้เดินไปบิณฑบาตเขาไม่ให้กินเขาไล่หนีไปเลยไปซื้อจะอยู่ก็แล้วแต่จะไปสู่ความดีก็เชิญถ้าดีเดินไปเช้าถึงบ่ายต้องให้ท่านกินไม่ทันกินไม่ได้เขาจะให้กินเหลือเฟือเลยคนนั้นก็อยากให้กินคนนี้ก็อยากให้กินได้มากแต่บาทเอง มีปัญหาไม่มีปัญหากินแล้วก็คว่ำบาตรพิสูจน์ให้เห็นว่าเราเองเราไม่สะสมแสดงลักษณะของความไม่สะสมเหลือเอาไปแจกจ่ายแจกจ่ายไปใครต่อใครแบ่งกันไปกินไปอยู่ไปไม่สะสมไว้หยิ่งในตัวเองที่ถือว่าเรามีความสามารถแล้วคิดเชื่อมตัวเองอย่างมากจนกระทั่งว่าแม้เราจะล้มป่วยพรุ่งนี้ถ้าคนยังเห็นว่าเราเองเป็นคนไม่มีค่าเขาก็จะปล่อยให้เราป่วยและตายแต่ถ้าเราเป็นคนที่มีค่าเขาเชื่อในฝีมือของเราเขาเชื่อว่าเราควรจะอยู่เพื่อที่จะสร้างสิ่งที่รังสรรค์ให้แก่สังคมให้แก่มนุษย์ชาติเขาจะรีบเอายามารักษาไว้จริงๆ อาตมาต้องการพิสูจน์ด้วยต้องการพิสูจน์เด็กและอาตมาก็พิสูจน์มาจนป่านนี้จะว่าแน่ใจกันแน่ใจแล้วแล้วอาตมาก็ขอยืนยันว่าเป็นไปได้เราไม่จำเป็นจะต้องห่วงว่าโอ๊ยฉันล้มป่วยพรุ่งนี้ทำไงจะตายถ้าลงมาเป็นรุ่นนี้แล้วนะเป็นรุ่นบอกว่าเนี่ยฉันเป็นพระอยู่ในวินัยกฎระเบียบอย่างนี้ไม่สะสมยาถ้าจะมียารักษาตนอย่างมีวินัยเลยนะเอาเก็บไว้ได้ 7 วันนะเกิน 7 วันต้องกลับนะก็ 7 วันต้องเอาออกนะอย่าขนาดยารักษาโรคนะคุณไม่ให้เจ็บเกิน 7 วันนะถึงขนาดนั้นแหละว่าพุทธเจ้าไม่ประมาทมันกลับกันเลยเพราะว่าที่ไม่มีเงินไว้สำหรับซื้อยาทำไงแน่ในโลกนะแต่พระพุทธเจ้าว่าแม่อย่านี่ ทั้งหลายมียาไว้ที่จะรักษาตัวอีกอย่างมีไว้เกิน 7 วันนะถ้าเกิน 7 วันแล้วออกจะมานั่งอ้างจะเอาไว้เกิดจากการไม่ได้กูคิดดูซิมันกลับกันกับโลกเขาเท่าไหร่กลับกันขนาดหนักเลยนอกจากว่าไม่ต้องกลัวตายแล้วยังบอกว่าพ่อขอยาไว้รักษาไว้หน่อยก็ไม่ได้เลยเอาไว้เกิด 7 วันใหม่ก็ไม่ได้เลยไม่ใช่ตามที่ไหนพระพุทธเจ้าไม่ได้เป็นพระแล้วเอาอยู่ยาวไปส่วนตัวนี่ถ้าอยู่กองกลางอยู่ไปถ้าไม่มีกะที่กะอะไรเนี่ยไม่ได้เน้นอะไรถ้าอยู่ใกล้ตัวเอาของตัวเองเก็บไว้ของตัวเองในขอบเขตของตัวเองได้คุณของตัวเองส่วนตัวเลยนะไม่ได้ไม่ได้ถือว่าผิดวินัยต้องเอาออกพี่กลับเกิน 7 วันไม่ได้ถึงปานนี้นะศาสนาพุทธ ทีนี้พอเกิดมาขนาดนี้แล้วก็ลองคิดดูสิว่าทุกวันนี้เดี๋ยวนี้คนเรายังฉลาดอยู่จริงหรือพูดเกิดมานั่นล่ะครับแล้วเราก็กลับมาก็เข้าหัวเรื่องเลยเดี๋ยวนี้คนเรายังฉลาดอยู่จริงอยู่ถ้าเราเป็นพุทธศาสนิกชนเรานับถือว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นยอดปราบเป็นยอดฉลาดพระพุทธเจ้าทำไมพาคนเป็นอย่างนั้นพระพุทธเจ้าจะให้คนพยายามปรับปรุงตนเองให้มีสภาวะอย่างนี้แล้วอยู่อย่างมีให้ได้อยู่อย่างลักษณะอย่างนี้อยู่ให้ได้สอนให้อย่างเงี้ย แล้วพระพุทธเจ้าก็คำนำคำนำก่อนทำเป็นแบบทำเป็นอย่างก่อนพุทธสาวกหรือพูดพุทธศาสนิกชนต่างๆก็มาฝึกหัดทำตามตามตามตามตามตามจนได้ทำตามจนได้อย่างนี้ตามได้มาแล้วก็สอนคนอื่นให้มันเป็นอย่างนี้อีกไล่มาตามลำดับใครสามารถมีอินทรีย์พระมีความเก่งมีความสามารถทำไร่มาไล่มาอีกตามมาเรื่อยๆผู้ที่ทำตามพระพุทธเจ้าผู้ที่เอาอย่างพระพุทธเจ้าท่านเป็นยังไงท่านทำอย่างฉลาดหรือทำอย่างโง่ถ้าเราเชื่อว่าพระพุทธเจ้าคือยอดปราบยอดฉลาดคนที่ทำตามก็ต้องทำตามอย่างฉลาด ทีนี้ถ้าพ่อพูดได้ทำกลับกันไม่ตรงกันไม่เป็นไปอย่างเดียวกันไม่เป็นไปในรูปลักษณะอย่างที่พระพุทธเจ้าพาทำมันก็ต้องตรงกันข้ามกันแล้วก็มานึกเห็นด้วยว่ายาที่เขาทำกันนั้นเป็นความถูกต้องเป็นความดีไม่เห็นอย่างหนึ่งหลงสะสมงบเอาเปรียบเอารัดเป็นของดีแต่พระเจ้าเสียสละไม่สะสมเป็นของดีกลับกันอย่างนี้ถ้านับเขาดีเขาถูกพระพุทธเจ้าก็นับผิดเอาอย่างผิดแม้แต่เป็นฆราวาสท่านก็ไม่ได้บอกว่าฆราวาสจงสะสมถ้าไม่ได้บอกแต่ท่านเองท่านก็ให้รู้จักมัชฌิมาของตนถ้าเราจะเป็นฆราวาส เราก็ต้องรู้ฐานะให้สมฐานะแล้วก็พยายามรู้กำลังใจของตนรู้ความสามารถของตนว่าเราเองเราจะสละให้หมดตัวเนี่ยใจดีไม่สะสมล่ะใครๆๆเราจะอยู่ได้ไหมสามารถไหมถ้าสามารถเอาสิเอาสิถ้าสามารถแต่ถ้าไม่สามารถก็ประมาณตนอย่าทำอย่างประมาทจนตัวเราเองไม่มีทางพอเราเองอาจทำเหมือนอย่างพระพุทธเจ้าพระธรรมไม่เจ็บไม่สะสมไม่อะไรเลยนะหมดตัวให้หมดตัวมีวันนี้กินวันนี้คว่ำบาตรเหมือนอย่างกับพระเลยนะแต่เสร็จแล้วรุ่งเช้าขึ้นมาหรือว่าตัวเองไม่มีความดี จนกระทั่งคนอื่นก็สามารถที่จะช่วยไม่ได้เพราะว่าคนเราจะช่วยคนก็คนนี้มีความดีพอเพียงเขาจึงจะช่วยนี่ในเมื่อตัวเองยังไม่มีความดีถึงขั้นนั้นก็เขาไม่ช่วยหรอกเมื่อไม่ช่วยก็เลยเห็นว่าศาสนาพุทธที่สอนให้คนบกพร่องสอนให้คนเป็นไปไม่ได้แล้วก็ก็เป็นใช่ๆเป็นยังไงก็เป็นจริงเหมือนกันแต่นะอาตมาว่าอาตมาว่าคนเราถ้าเกิดว่าเป็นคนที่ทำให้จิตใจเป็นคนเกื้อกูลเอื้อเฟื้ออย่างจริงช่วยเหลือโปรไฟล์คนได้ไม่เห็นแก่ตัวอย่างจริงแล้วล่ะก็อาตมาว่ามันไม่จำเป็นที่ดีสะสมอะไรหรอกมีพอใช้วันนี้พรุ่งนี้อะไรก็ได้เบิกไปใช้ไปอะไรต่ออะไรและ ปรับปรุงตนให้เป็นคนอย่างทางธรรมเลยยังที่มากันเนี่ยเป็นคนประหยัดเป็นคนรู้จริงในการใช้การจ่ายเป็นรูปการเป็นผู้ที่รู้ชีวะชีวิตรู้จักชีวิตชีวิตไม่ถูกหลอกหัดๆทนมาจนกระทั่งได้เป็นปกติสบายกินน้อยใช้น้อยไม่วุ่นวายไม่ได้โอ้ยยิ่งทุกวันนี้ตัวเงินสูงๆเงินเดือนเป็นคนละไม่มีอะไรเลยตัวเล็กๆน้อยๆอะไรก็ได้เงินเดือนแล้ว 3,000 บาทแล้ว 4,000 บาทแล้วก็คิดถึงรุ่นเรากว่าจะสตาร์ทมากกว่าจะได้มาตั้งแต่ขนาด 750 บาทสตาร์ททำงานครั้งแรก กว่าจะขึ้น 50 บาท 100 บาทแทบตายเลยตัวเงินมันน้อยตัวเลขมันน้อยเดี๋ยวนี้บางคนเนี่ยเด็กมันซื้อนี่นะเนี่ยเงินเดือน 3,000 บาทแล้วโหตั้ง 3,000 แล้วบางคน 5,000 บาทให้รอเลยกว่าจะกลับก็กลับขึ้นมาได้ทีละ 50 บาททีละ 100 บาทแทบตายแทบตายก่อนเพราะเรามาฟังสมัยนี้แล้วตัวเงินมันยิ่งมากมีมันก็ยิ่งน่าจะเหลือเผื่อเยอะแยะเพราะว่าถ้าเราเองเรารู้ค่าของมันจริงแล้วมันไม่เท่าไหร่เลยมันไม่เท่าไหร่แล้วชีวิตที่แท้จริงไม่รู้ชีวิตแล้วเราจ่ายออกไป ตอนนี้มันจะเหลือบานเบอะเลยแม้แต่เราจะจ่ายไม่ขี้เหนียวแล้วไม่สะสมแล้วมันก็ยังจะเหลือทันที่คุณจะชนรายได้ที่จะเวียนมาให้อีกเพราะคุณทำงานอยู่ทุกวันคนจริงๆอาตมาเชื่อมั่นอาตมาว่าอาตมาไปตอนที่อาตมาเป็นฆราวาสปฏิบัติธรรมอยู่นั้นอาตมาก็ว่าอาตมาเป็นฆราวาสที่ใจเป็นพระหลักใจดีแจกพวกคุณไม่ขี้เหนียวไว้ว่าให้จริงๆมันก็ยังเงินหมุนรายได้เข้ามาชนเดือนนี้พอๆๆทั้งๆที่บ้านนี่มันสร้างรากฐานมาเปลืองมาแต่ต้นแล้วค่าใช้จ่ายในบ้านมันทำฟุ่มเฟือยมาแต่เดิม ขนาดนั้นแล้วมันก็ยังเหลือรถพังบ้างเพราะว่าแต่ละคนไอ้น้องนุ่งใครต่อใครที่มันอยู่ในบ้านมึงอยู่อย่างราชาน่ะมันมันเปลืองมาแต่ต้นแล้วไปรถเขาลดยากแต่เราลดตัวเราเองลงก่อนถ้าอยู่ไปอีกนานปีพวกนี้ก็ต้องลดตามแล้วเราก็จะเอาอันนี้ยืนยันพวกเราเป็นคนหาเงินนะเรายังใช้น้อยอย่างนี้แล้วเราอะไรเราไม่ได้ค้นหาเงินไม่รู้จักประหยัดลงต่อไปมันก็ต้องได้แต่ว่าอาตมาเองอาตมายังไม่ได้ถึงขั้นนั้นที่อยู่ตามนั้นเพราะงั้นแหละที่บ้านเนี่ยนะค่าใช้จ่ายไม่ได้ลดเท่าไหร่แต่ส่วนตัวอาตมาโอ้โหรถพวกภาพเลยรถเหลือเฟือ เหลือเฟือเลยที่บ้านเขาลดลงน้อยก็แล้วแต่ยังจะต้องจ่ายค่ากับข้าวกันวันนึงเท่านั้นเท่านี้ตกเดือนนึงเท่านั้นเท่านี้อะไรอยู่ก็แล้วแต่มันจะเปลืองจะอะไรอยู่ก็เรื่องของเรื่องของเขาเรื่องของทางบ้านอาตมารถอะไรได้ก็ลดไม่ห่มผ้าถึงขนาดนั้นยังเหลือถ้าจะมาอยู่ที่นั่นอาตมาปฏิบัติธรรมปีกว่าอาตมาเป็นฆราวาสปฏิบัติธรรมอยู่ปีกว่าๆก็ตั้งใจปฏิบัติธรรมแต่ก่อนนี้ก็ไม่เข้าเรื่องล้อแต่ก่อนนี้เขาเล่นอะไรก็ได้อยู่ไปตามเรื่องตามราวจะบอกว่านั่งธรรมะที่จริงไม่รู้เรื่องไปก่อนเองก็ไปเล่นไสยศาสตร์ เพราะว่าทำไมไม่สนใจธรรมะอาตมาไม่มีจุดมุ่งหมายเรื่องธรรมะอาตมาไม่เกี่ยวไม่เคยสนใจธรรมะมาจากไหนเพราะฉะนั้นพอจะตอบมาจะปฏิบัติธรรมะเนี่ยเพราะอะไรๆมันก็ไม่เข้าท่าแล้วพอหันหน้ามาจากปฏิบัติธรรมะพระพุทธธรรมเป็นยังไงศึกษาซิเริ่มต้นศึกษาพุทธธรรมแล้วก็ปฏิบัติจริงไม่ถึง 2 ปีไม่ถึง 2 ปีอ่ะอาตมาก็บ๊ายบายเพราะปฏิบัติไปหน่อยนึงก็รู้แล้วว่าโอ้ยอยู่โลกไม่ได้ถึงได้อย่างที่เคยเล่าให้ฟังอาตมาถ้าจะนับปฏิบัติธรรมมันก็ในลาวอายุ 34 มั้งปฏิบัติ 34 35 35 ไม่ใช่ 34 ปฏิบัติธรรม 35 เพราะปฏิบัติธรรมไปหน่อยนึงอาตมาอยู่ไม่ได้แล้ว มันไม่ไม่น่าอยู่แล้วโลกนี้ก็นึกว่าอายุ 45 จะออกอย่างที่เคยเล่าสู่ฟังเพราะว่าถ้าอย่างนี้อายุ 45 อยู่ตั้ง 10 ปีก็อยู่ไม่ไหวแล้วออกมาบวชเนี่ยถึงได้กะอะไรไปแล้วออกมาปฏิบัติไปปฏิบัติไปได้บอกว่า 45 ก็ไม่ไหวอ่ะอยู่กับเขาไม่หนุกแล้วถึงได้พยายามหาทางกะว่าจะส่งน้องจบก็กล่าวว่า 39 นับรายเดือนอาตมาเหล้าย้อนนะใครเคยฟังแล้วก็ฟังซ้ำซากก็กล่าวว่าอายุ 39 จะออกบวชน่ะเพราะกะว่า 39 คืนไล่เอาที่น้องคนที่ส่งไปเรียนเมืองนอก 59 บอกว่าไม่ไหวอยู่ไปก็ไร้ประโยชน์เราเห็นว่าประโยชน์อันนี้ก็เป็นแต่เพียงมาหาเงินให้คนใช้ มาหาเงินให้คนคนต่างๆนานาใช้แล้วเราเองเราก็รู้แล้วล่ะเราก็ขยันหมั่นเพียรดีเท่าไหร่มันก็ได้มากเท่านั้นถ้าจะมานั่งหาเงินให้คนใช้อยู่อย่างนี้มันก็หาเงินให้คนใช้เดี๋ยวนี้ตลอดตายอ่ะสิมันเห็นเองอ่ะอาตมาถึงบอกว่าถ้าคุณเองยังรักอาชีพนะคุณจะทำอาชีพได้อยู่คุณก็ทำได้คุณก็จะมีเงินหมุนเวียนใช้ช่วยเหลือตัวคนถ้าคุณจะสะสมเล็กน้อยคุณก็ไปเศรษฐีอาตมารู้แล้วว่ายังไงยังไงก็เป็นเศรษฐีถ้าเก็บเงินหน่อยไม่ต้องจ่ายอะไรนะมันก็เป็นเศรษฐีแน่ๆไม่มีปัญหาอื่นเลยไม่สงสัยเลยแล้วก็โลกนี้ก็จะไปอยู่อะไรก็อยู่หาเงินมาให้คนแต่เราก็ทำไปเราก็สบายใจอย่างนั้นก็สบายใจนะแต่ว่ามันไม่เห็นค่าเห็นค่าของเราเหมือนกันว่าจะข้ามมาหาเงินให้คนใช้มันไม่เห็น ดีกว่านี้เพราะฉะนั้นอาตมามีเวลาเขียนหนังสือธรรมะมากกว่าเพราะอาตมาปฏิบัติธรรมะได้น้อยเนื้ออาตมาก็เริ่มต้นตอบปัญหาธรรมะแล้วลงในหนังสือดาราภาพโรงเรียนชื่อดาราภาพตอบปัญหาอยู่ได้ไม่ถึงปีก็รวมเล่มรวมเล่มของแจกเป็นหนังสือธรรมะเล่มหนึ่งชีวิตนี้มีปัญหาแจกแจกแล้วก็มันก็ดีและเขียนเล่มนั้นก็ดีทีนี้หนังสือพิมพ์ของโทรทัศน์เองก็บอกเขียนบางทีเราก็เขียนก็เขียนตั้งคารามเคลื่อนที่ให้ซื้อพิมพ์ของโทรทัศน์ด้วยก็เขียนธรรมะอีกแล้วก็เขียนธรรมะอีกต่างหากคนคืออะไรก็เขียนเขียนหนังสือธรรมะแต่ก่อนเขียนหนังสือหากินก็เขียนสั่งเหมือนกันอาตมามัน เขียนหนังสือหากินมันจะไปเข้าท่าอะไรมาเขียนหนังสือไม่ต้องเอาเงินดีกว่าเมื่อกี้ธรรมะแจกดีกว่าแต่ก่อนนี้ก็เขียนหนังสือแล้วโอ้โหกว่าจะตั้งราคากว่าจะขายหากินอะไรของเขาแบบโล่งๆพอมาเขียนหนังสือธรรมะแล้วพิมพ์แจกมันไม่ได้ขายอะไรแล้วค่าคืออย่าว่าแต่ข้าพเจ้าจ่ายสตางค์เองจ่ายค่าพิมพ์แล้วก็เอาไปแจกคนมันดีกว่าอย่างนี้เป็นต้นมันความรู้สึกมันเห็นกลับๆๆเปลี่ยนๆๆมาหมดแล้วมันจึงไม่อยู่หรอกไม่อยู่หรอกมนุษย์คือหาทางออกมาจนกระทั่งหาทางออกได้จริงๆอายุ 36 ก็ออกเลยตกลงไม่ถึง 39 กันหรอกปฏิบัติถามอายุ 35 36 ก็ออกบวชเลยเลิกแล้วไม่ใช่ออกเล่นๆด้วยนะออกจากร้านเลยหมดสมบัติก็จะทาน อย่างละไม่เคยสงสัยเลยว่าอาตมาจะต้องหันหลังกลับมาทำอะไรอาตมาไม่ได้เคยสงสัยเซ็นชื่อทิ้งไว้อีกถ้าเผื่อว่ามีอะไรอีกที่จะตกเหลือค้างที่จะต้องเป็นหนี้เป็นสินกันหรือว่าเป็นเรื่องที่จะต้องไปทวงเอาเป็นอะไรนะเซ็นไว้ให้น้องหมดเลยเซ็นชื่อไว้ต่างหากไปเขียนเอามันมีตอนนั้นมันมีหนี้สินที่คนอื่นเขาทำอาตมาเองเป็นเจ้าหนี้นะไม่ใช่อาตมาเป็นลูกหนี้อาตมาเองเป็นเจ้าหนี้เขาน่ะยังมีถ้ายังไม่ให้อะไรต่างๆก็เซ็นชื่อใส่กระดาษนี้ไปแล้วก็คุณไปจัดการในการเอาเองได้ก็ช่างไม่ได้ก็แล้วแต่สงสัยจะไม่ได้มากกว่าการทำถึงอย่างนั้นเทกระบะเลยไม่ได้เคยสงสัยว่าเราจะต้องเวียนกลับไปสู่โลกอีกไม่เคยเลยไม่เคยวัดในหัวใจแล้วก็ไม่เคยคิดอ่านไม่เคยแลกทุกวันนี้อาตมาแม้ว่าอาตมานี่ ต้องถูกบังคับด้วยกรณีใดๆหรือว่าจะต้องออกไปไม่ได้อยู่ในบรรพชิตเพศไม่ได้อยู่ในฐานะนี้นี่นะอาตมาก็ไม่เวียนกลับไปสู่ความเป็นอย่างที่เคยเป็นฆราวาสแต่ก่อนนี้ไม่บอกได้เลยว่าบ้านก็จะไม่เข้าบ้านที่ว่าให้เขาไปแล้วนะที่จริงก็น้องให้น้องไปอะไรอย่างนี้นะไม่ไปกวนให้เขาว่าผู้ชายที่จะมาเอาของเราคืนหรือไม่ใครเด็ดขาดถ้าอาตมาไปคุณคิดดูซิถ้าจะเป็นยังไงตายนะครับถ้าสมมุติว่าอาตมาต้องไปเป็นฆราวาสเทพนะแล้วอาตมาก็เดินเข้าบ้านไปในฆราวาสคุณคิดดูสิน้องเขาจะว่าไงไปพี่จะมาบ้านคืนนั้นเลยนี่ตายเลยนะใช่ไหมใจหวังตายเลย อาตมาว่านะแต่ก็อาจจะใจมั่นคงอาจจะไม่เสียดายอาจจะไม่หวงไม่เห็นอาจจะบอกเออของพี่ไม่เป็นไรหรอกก็เป็นได้นะนี่อาตมาสมมุติว่าจิตของคนที่มีกิเลสมันเป็นอย่างนั้นนะอาตมาก็ไม่เข้าใจว่าดูถูกน้องก็เกินไปเขาอาจจะบอกว่าเออไม่เป็นไรมาที่พี่มาเอาบ้านคืนไปก็ได้เขาไม่ว่าอะไรหรอกอาจจะเป็นได้แล้วแต่แต่อาตมาว่าทั่วไปเนี่ยมันจะเป็นยังไงมันจะเป็นอย่างที่อาตมาว่านะผู้ที่จะกลับมาเอาบ้านคืนนั้นเหรอตายว่ะอาตมาจะไม่ยากใครก็ไปเลยให้เขาเป็นอย่างนี้เป็นอันขาดเลยเบียดเบียนหัวใจเขาและอาตมาแน่ใจด้วยว่าอาตมาจะอยู่ได้โดยเดินออกไปสองมือแบไม่มีอะไรเลยเนี่ยอาตมาจะอยู่ในโลกนี้ได้อย่างยิ้มสบายใจจะอยู่กับโลกเพราะอาตมาเชื่อแน่ว่าอาตมาฉลาดซะแล้ว พูดอย่างนี้แล้วแหมมันน่าหมั่นไส้จริงๆพระโพธิรักษ์นิเทศที่ไหนเขาก็ว่าที่นั่นมิน่าเขาถึงให้ตำแหน่งมีศาสดาใครไม่ได้อ่านข่าวก็บอกกันเกริ่นให้ด้วยให้ทราบว่าเดี๋ยวนี้เขาซัดกับสมาเข้าไปเนี่ยศาสดาโพธิรักษ์นี่ขอบอกกล่าวเถรสมาคมปราบลงเสร็จเดี๋ยวนะเดี๋ยวนี้นะเนี่ยตัดไปฉันจะต้องลมนี่มาประกาศตนเป็นศาสดาแล้วเออใครมั่งได้ยินว่าอาตมาอุปสรรคมันเป็นศาสดาก็อาตมาก็บอกว่าจะมาถ้าพระพุทธเจ้าน่ะเทิดทูนพระพุทธเจ้าสุดเศียรอาตมาปฏิบัติธรรมและได้มาเป็นคนที่สบายทุกวันนี้ก็เพราะว่าธรรมะพระพุทธเจ้าแท้ๆมีเอาออกมาสอนกันพูดกันอยู่ตลอดเวลามาฟังดูมั่งสิทุกวันทุกคืน อาตมาบอกว่าทุกวันทุกคืนนะกลางวันก็พูดกันว่างๆก็ติวกันกลางวันเป็นกิจจะลักษณะเป็นตารางสอนเลย 4:00 น ก็ถ้าอาตมาไม่ลงก็ไอ้เทพอาตมาอีกแหละไม่เทปอาตมาก็พวกเราบ้างอะไรนิเทศกลางวันก็ติวกันไปเทศน์กันไปเทศน์สอนเล่นตอบน้อยจนพี่ก็เป็นการๆเลยบางทีกลางวันนี่หลายชั่วโมงนะบางทีนั่งกลุ่มกันอยู่เนี่ยเอ้าซัดกันเข้าไปขากลับช้าบ้างไม่ใช่อาตมาสัตว์คนเดียวอะไรเงี้ยก็ว่ากันอยู่อย่างนี้แหละสงสัยบางทียังต้องไปเอาพระไตรปิฎกบาลีบ้างไอ้นี่มาเปิดตรวจการเช็คแล้วบอกว่าอาตมาจะตั้งตนเป็นศาสดาอ้าวก็เอาล่ะแต่พูดว่านี่น่าเห็นใจเพราะว่าเขารักศาสนาเขาเจตนาดี พระเจตนาดีที่เขากลัวว่าอาตมานี้จะไม่ชอบมาพากลแล้วจะพาศาสนาจะมาทำร้ายศาสนาที่เขาแสนหวงศาสนาพุทธซึ่งจริงๆคนที่รักก็รักแหละใครจะไม่รักและศาสนาศาสนาที่ตนเองได้รับประโยชน์จากมันมันก็ต้องรับสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราได้ประโยชน์จากเราก็ต้องรักสุดรักอ่ะพอจะมีใครก็ตามที่จะมาทำให้ศาสนาตกต่ำหรือเสื่อมเสียจะมาทำลายก็ต้องหวงแหนไว้อาตมาเห็นใจเห็นใจคนที่เขาว่าอาตมาว่าเนี่ยจะปราบเพราะศาสนานี่จะมาทำลายศาสนาพุทธแล้วเนี่ยไม่ชอบมาพาคนแล้วเขาก็ว่าเป็นคอลัมน์และเนื้อหาของเนี่ยโดยที่นี่มาจะมาสร้างลัทธิใหม่แบบใหม่อย่างโน้นอย่างนี้เขาก็ว่าไปตามข้อมูลให้อ่านก็อ่านไม่ได้ถ่ายฉบับ วันที่ 1 เนี่ย 1 มีนาคมก็ว่าไปอาตมาก็บอกว่าเออก็ก็ต้องว่าแหละแล้วเราก็จะต้องฟังเขาที่จะนินทาเราได้เขาต้องว่าเราได้เราว่าเขาก็ต้องเราก็รู้ว่าเรายังว่าเขาได้เขาว่าเราก็ว่าได้และเขาจะว่าเราแรงกว่าเราว่าเขาด้วยเขาจะว่าเราแรงกว่าที่เขาว่าเราด้วยจงรู้เสียด้วยอันนี้เป็นเรื่องจริงเขาจะต้องว่าเราแรงด้วยแล้วว่าได้แล้วเราก็ต้องรู้ว่าเออก็ว่าสิถ้าเขาไม่รักศาสนาเขาจะมาว่าให้เสียทำไมถ้าเขาว่ากษัตริย์เขาสร้างศัตรูเหมือนกันเพราะเขาจะลงทุนมาว่าเราไม่ได้จะสร้างศัตรูก็เสี่ยงทำไมเนื้อไม่ได้กินหนัง เรื่องอะไรเขาจะมาทำแต่เพราะเขาหวงแหนมันเป็นอุปสรรคและเจตนาแต่เป็นความความดีของเขานะที่จริงแม้เขาจะว่าผิดบ้างถูกบ้างก็เขายังไม่ได้ข้อมูลเขายังไม่ได้รายละเอียดเราว่าเขาว่าเราผิดนะไม่ถูกหรอกแต่ถึงกระนั้นก็ตามเราก็ไม่ต้องไปเถียงอะไรเขาหรอกธรรมดานะเนี่ยอาตมาก็อย่างนี้แหละพอพูดขึ้นมาก็คล้ายๆกับมันยกตัวยกตนอาตมาก็เคยบอกว่าอาตมาไม่ได้ยกตัวยกตนใครจะเชื่อว่าอาตมาเองไม่ได้หลงสรรเสริญไม่ได้ยกตัวยกตนข่มใครใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ไปตัดสินเอาเองตามปัญญาของแต่ละบุคคลอาตมามีสิทธิ์ที่จะพูดความจริงว่าอาตมาไม่ได้หลงอาตมาไม่ได้ลบยกตัวยกตนแต่อาตมาทำอย่างหนึ่งที่เรียกว่าเอหิปัสสิโก อาตมาในขันติโกสาธิตนิโกรหมายความว่าอาตมาเองปฏิบัติเองสติกเกอร์เห็นเองปฏิบัติเองเห็นเห็นตรงที่ว่าอาตมาปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้าแล้วได้มักได้ผลเห็นเองได้จนได้จริงๆเองอาตมาไม่ได้ไปบอกว่าไปเชื่ออาจารย์องค์นี้ท่านได้แล้วท่านก็เล่าให้ฟังแล้วอาตมาก็เอาธรรมะของท่านเนี่ยที่ฟังท่านเล่ามานี่มาเผยแพร่ไม่ใช่อาตมาเอาธรรมะที่อาตมาได้ผลเองของอาตมาเห็นเนี่ยอาตมาออกมาเล่าเป็นสันฐิติโกทีนี้ในขณะที่อาตมาเห็นเองเป็นสันฐิติโกอาตมาออกมาเล่าให้คนอื่นฟังเอามาอ้างอิงท้าให้มาพิสูจน์เรียกร้องให้มาดูกันแปลว่าอย่างนั้น เอาสิ่งนี้มาท้าทายให้มาพิสูจน์เรียกร้องให้มาดูกันทีนี้อาตมาเองอาตมาไม่มีของคนอื่นถ้าอาตมามีอาจารย์หรืออาตมามีผู้ที่อาตมาเชื่อมั่นว่าคนนี้แหละดีแล้วตรงกันเป็นอย่างนี้อาตมาเห็นแจ้งว่าอันนี้ใช่อาตมาก็จะยกเช่นอาตมายกบ้างว่ายกโดยภาษาอาตมายกว่าอาจารย์มั่นเป็นอริยะท่านพุทธทาสเป็นอริยะหรือแม้แต่จะคุณนอเป็นอริยะอาตมายกจนกระทั่งใช้ภาษาเขียนลงในหนังสือนะอย่างหนังสืออโศกเนี่ยถ้าใครมีหน้าปลาในอริยธรรมของอาตมาใส่เองนะไม่มีใครมาตั้งอาตมาตั้งแล้วอาตมาพูดอาตมารับรองใครว่าไม่ใช่ก็ช่างเขาแต่อาตมาว่าใช่นะแล้วอาตมารู้ด้วยว่าคุณ อริยกุลของท่านคืออะไรไม่ใช่อาตมารู้ว่าเป็นอริยะแล้วไม่รู้ว่
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive