ดับ ชาติ 5 ด้วยวิชชา 8.docx
เนื้อหาในไฟล์
ดับ ชาติ 5 ด้วยวิชชา 8 อันที่ 5 ยึด “ทิฏฐิ” กับยึด “อัตตา” “ทิฏฐิ” คือความเห็นความรู้ความเข้าใจ ยึดในอุปาทานนี้ยึด “ทิฏฐุปาทาน” คือยึดทิฏฐิ ยึดศีลยึดพรต คือยึดถือในสิ่งที่เรารู้ ยึดถือในสิ่งที่เราปฏิบัติข้อปฏิบัติอย่างนี้ไป ก็ได้มรรคผลเอาจริงเอาจังถ้าเป็นสัมมาทิฏฐิเป็นศีลพรตที่สัมมาทิฏฐิ แต่ศีลพรตที่ไม่สัมมาทิฏฐิ ยิ่งมิจฉาทิฏฐิก็ยิ่งเลอะเทอะกันไปใหญ่ ทุกวันนี้น่าสงสารก็ได้แต่เตือนกัน ผู้ที่ฟังมี ปรโตโฆษะ แล้วปฏิบัติให้มีโยนิโสมนสิการก็จะเจริญ ผู้ยึดทิฏฐิ ศีลพรตที่ถูกต้องนี่แหละแม้ยึดถืออย่างนั้นก็ต้องมีลำดับ “อัตตา 3” มี โอฬาริกอัตตา, รูปอัตตา(มโนมยอัตตา), อรูปอัตตา อันนี้ไม่ได้ตรัสไว้มาก ตรัสไว้ที่เดียว ใน 1. การยึดครองหรือได้ตัวตนวัตถุภายนอก (โอฬาริกอัตตา ฯ) 2. การยึดครองหรือได้อัตตาที่สำเร็จด้วยใจ ปั้นรูปสัญญา ไม่อาศัยวัตถุภายนอกหยาบๆ แล้ว (มโนมยอัตตา ฯ) 3. การยึดครองหรือได้อัตตาที่หารูปมิได้ หรือรูปละเอียดที่ปั้นสำเร็จขึ้นด้วยสัญญา (อรูปอัตตา ปฏิลาโภ) . (โปฏฐปาทสูตร พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 302)
มีอยู่ที่เดียวในพระไตรปิฎก 45 เล่ม คนไม่รู้ไม่ละเอียดพอก็ไม่เอามาใช้ แต่อาตมาเห็นความสำคัญก็เลยเอามาใช้ “โอฬาริกอัตตา” ก็คือกาม จะเรียกซ้ำว่า กามอัตตาก็ได้ กามภพก็ได้ โอฬาริกภพ ภพยิ่งใหญ่โอฬารใหญ่หยาบเบื้องต้น ก็ต้องรู้จัก ภพ รู้จัก อัตตาตัวนี้ ล้างอัตตา ล้างภพมา “มโนมยอัตตา” ก็คือความสำเร็จด้วยจิต มโนมยะ มยัง มยะ คือความสำเร็จ มโน ด้วยจิต สำเร็จด้วยจิต คุณสามารถที่จะทำให้เกิดผลสำเร็จ ในคำว่า “สำเร็จ” ในวิชชา 8 หรือเรียก “วิปัสสนาญาณ” แล้วก็ “มโนมยิทธิ” “มโนมยิทธิ” อิทธิทางมโน อิทธิคือ ความเก่งความสามารถของความสำเร็จทางใจ แล้วเขาไปแปลเป็นอาเทสนาปาฏิหาริย์อิทธ
อ่านต่อ
ิปาฏิหาริย์ซึ่งมันผิด แต่อันนี้เป็นอนุสาสนีปาฏิหาริย์มีฤทธิ์ทางคำสอนให้ลดกิเลส สรุปง่ายๆ ลดกิเลสสำเร็จตามคำสอนของพระพุทธเจ้า “วิปัสสนาญาณ” คือญาณวิชชาอันต้น ที่ทั้งรู้ทั้งเห็นทั้งสัมผัส ปัสสะ “ปัสสติ” แปลว่าเห็น, “ปัสสนะ” แปลว่าเห็น รู้เห็นอย่างยิ่งด้วยญาณ ต้องดูต้องเห็นต้องสัมผัสอยู่อย่าง หลัดๆ ต้นๆ มีรูปมีนามแล้วทำเป็นผลสำเร็จก็คือมี มโนมยิทธิ ไม่ใช่เก่งอิทธิปาฏิหาริย์แต่เก่งทางทำให้ลดกิเลสได้ อิทธิวิธญาณ ก็ไปเข้าใจว่าเป็นอิทธิวิธีที่เป็นวิธีการปาฏิหารย์ของฤาษีมานิกา ฤาษีคันทารี อนึ่งเก่งทั้งอาทิตย์สนามปาฏิหาริย์อนึ่งเก่งทางอิทธิปาฏิหาริย์เหินเดินน้ำดำดินอะไรต่างๆนานาตามพยัญชนะทื่อๆ ที่มีในข้ออิทธิวิธญาณ “วิธ” แปลว่าหลากหลายวาไรตี้หรือไดเวอร์ซิตี้ มีต่างๆนานาหลากหลาย “วิธะ” หรือ “พิธะ” “อิทธิ”, “วิธะ” คำว่า “อิทธิ” คือเก่ง แต่เก่งมีสองนัย เป็นสิริมหามายา ทางโลกีย์ดำลงดินได้เดินบนน้ำได้ก็เรียกว่าเก่งทางโลกีย์ แต่ถ้าเก่งมากขึ้นอีกลดกิเลสได้เป็นมโนมยิทธิ แล้วเก่งได้มีความหลากหลายมากมายมากขึ้น เรียกวา “อิทธิวิธญาณ” “โสตทิพย์” ลึกซึ้งละเอียดรู้ได้ยากก็รู้ ท่านเทียบ เหมือนได้ยินเสียงใครๆก็สามารถแยกออกว่าเสียงนี้เป็นเสียงกลอง เสียงนี้เป็นเสียงเปิงมาง เสียงนี้เป็นเสียงบัณเฑาะว์ เสียงนี้เป็นเสียงตะโพน แยกออก หมายความว่า ธรรมะที่ลึกซึ้งละเอียดลออ รู้ยาก เหมือนของที่อยู่ทางไกลและเบาบางก็สามารถรู้ในทิพย์ทั้งหลายนี้ได้ รู้ธรรมะ ละเอียดลออสูงที่เป็นทิพย์ ก็ทำไปตามลำดับได้นี่คือวิชาข้อที่ 4 ข้อที่ 5 คือ เจโตปริยญาณ 16 ข้อที่ 6, 7, 8 อีก 3 ญาณ คือ บุพเพนิวาสานุสติญาณ, จุตูปปาตญาณ, อาสวักขยญาณก็เป็น “เตวิชโช” ใช้เป็นการทบทวน ของเก่า บุพเพนิวาสานุสติญาณ เมื่อวานนี้ เราไปทำอะไรอะไรเกิดกิเลสเกิด เกิดจากเหตุอย่างไรมากหรือน้อยรู้ทันไหม รู้ทัน ทำให้กิเลสลดได้หรือไม่หรือลดไม่ได้คุณก็ตรวจสอบกิเลสมันกินเรา เจาะลึกย้อนไป 2 วัน 3 วันก็ระลึกไปมันเกิดหรือดับอย่างไร จุตูปปาตญาณ ดับได้หรือไม่ ดับสนิทหรือไม่ เกิดมากกว่าดับอย่างไร “จุตูปปาต” คือเกิดกับดับ “จุติ” แปลว่าตาย “อุบัติ” แปลว่าเกิด อันไหนตายได้ อันไหนเกิดอยู่ เหตุและปัจจัยเกิดและตาย คุณทำได้หรือไม่ ถึงขั้น อาสวะขยะ สิ้นอาสวะได้หรือไม่ นี่คือ “เตวิชโช" คุณต้องตรวจสอบแล้วตรวจสอบอีกรอบบัญชีของเรา หากว่าทำไปแล้ว รู้ไม่รู้ว่าได้หรือไม่อย่างไร จบหรือไม่จบอย่างไร ซ้ำซากวนเวียนเลอะเทอะ แล้วเมื่อไหร่มันจะถ้วนรอบ จะสำเร็จกิจ ละเลยไม่ได้ คุณจะนั่งหลับตาทำก็ได้เตวิชโชทำ จะไม่นั่งหลับตาลืมตาทำก็ได้ระลึกได้ ถ้าอินทรีย์พละเก่งก็ระลึกได้ดีได้ง่าย _สู่แดนธรรม…พ่อท่านอธิบายอย่างนี้ คุณbebe phone จึงไม่เชื่อว่าพ่อท่านเป็นอรหันต์ พ่อครูว่า…ความเห็นของคุณก็อย่างนึง ความเห็นของเราก็อย่างนึง บอกว่า..อย่าจากกันนะ ศึกษาไปด้วยกันเถอะ คุณก็ฟังไปศึกษาไป เราก็ของเรา คุณก็ของคุณ ไม่ต้องทะเลาะกัน มาเป็นญาติกันมิตรสหายกันได้ตลอดไป ไม่มีปัญหาอะไร
640131_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ดับ ชาติ 5 ด้วยวิชชา 8