ชาวอโศกอย่าเป็นเทวดาติดแป้น.docx
เนื้อหาในไฟล์
ชาวอโศกอย่าเป็นเทวดาติดแป้น พ่อครูว่า…ชาติรัฐผ่านกฎระเบียบคุณธรรมต่างๆ ชาติรัฐก็ต้องมีพฤติกรรมของความดีงามถูกต้อง ยิ่งถูกต้องเป็นโลกุตระ (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) จนกระทั่งถึงความรู้โดยเฉพาะความรู้ทางธรรม ความรู้ทางธรรมจะว่าไปแล้วครอบคลุมหมด เพราะว่ามนุษย์ศึกษาธรรมะได้สูงสุดถึงโลกุตรธรรม โลกทางโลกียะเขาก็คุณธรรมเหมือนกันเป็นคุณธรรมที่เป็นคุณงามความดีแท้ตามสมมติสัจจะ โลกุตระก็ต้องมีความดีความงามอย่างที่โลกก็มีด้วย มันทวนกระแสกับโลกุตระ คือดีแต่ไม่ยึดดี ไม่เอาดีเป็นเราเป็นของเรา ทำแต่ทิ้งแล้วไม่ต้องยึด เป็นเราเป็นของเรา อธิบายเป็นภาษาสั้นๆแต่ซับซ้อนลึกซึ้ง ทิ้งโดยไม่ต้องอาศัยนะ อาศัย แต่ต้องทิ้งอย่ายึดถือเป็นเราเป็นของเรา ซ้อนอยู่ในสภาวะ มันลึกซึ้งในละเอียดปรมัตถ์ อาศัย แต่ไม่ยึดเป็นเรา ไม่เอาไม่มี ไม่มี แต่มีดีไหม ดีๆๆ แข็งแรงถาวรด้วย แต่ไม่ติดอยู่ที่ตัวเราเลย ทำ แต่ไม่ยึดไม่มีไม่เป็นไม่เอา พยัญชนะภาษาพูดได้แค่นี้ประมาณนี้ โลกุตระสามารถรู้ธรรมะสามารถทำให้คนบรรลุธรรมได้จริง เป็นความจริงแล้วมันก็ออกเป็นอัตโนมัติ มันก็เป็นผลดีกับสังคมประเทศชาติ อย่างพวกเรามีอัตโนมัติของโลกุตรธรรมอย่างที่เป็นที่มีได้มันไม่มีเหนื่อย กับเรื่องอัตโนมัติมันธรรมดาปกติสามัญของเรา แต่มันเป็นเรื่องที่ยากสำหรับเขา เราก็ต้องปฏิบัติประพฤติพวกนี้ ให้มันมี จนมีแล้ว มันก็จะเกิดมวลมนุษยชาติ อย่างพวกเราชาวโลกุตระ ชาวอโศก ก็พยายามพากเพียรเพิ่มเติมให้มันเกิดพัฒนาการของมวลประชาชน ตอนนี้ชาวอโศกก็ตามกลายเป็นชาวอโศกรู้มาก รู้มากยากนาน รู้มากแล้วก็ซับซ้อนซ่อนเชิงของตนเอง กลายเป็นผู้ที่ซ้อนอะไร โลกุตรธรรมได้แล้วเท่านี้มักน้อย ไม่เอาโลกุตรธรรมที่เจริญกว่านี้... (เขกกะโหลกให้) มันเป็นอย่างนั้นก็มันสบายกว่าเขาอยู่
อ่านต่อ
แล้ว แล้วก็อยู่เท่านี้ ท่านเรียกว่าเป็นเทวดาองค์ใดองค์หนึ่ง ในเมุนสังโยค 7 เมื่อได้บัลลังก์แล้วก็เป็นเทวดาติดแป้นเป็นเทวดาองค์ใดองค์หนึ่งอยู่อย่างนั้น มันก็จะเสพกลายเป็นวัฏภิรตโสดาบัน หลงยินดีวนเวียน วัฏฏะ “ภิรตะ” แปลว่ายินดี ยินดีในสิ่งที่ได้ ติดยึดอยู่อย่างนี้ ซึ่งเป็นไปได้ทุกชั้นตั้งแต่โสดาบัน, สกิทาคามี, อนาคามี, อรหันต์ติดยึดได้หมด มาเสียเวลา ที่จริงเป็นพระอรหันต์แล้วไม่ติดหรอก อรหันต์ไม่ปรินิพพานเป็นปริโยสาน ก็ไปทำงานเป็นโพธิสัตว์ต่อ อนาคามีก็มี แต่สกิทาคามีนั้นตัวดีติดนานมาก สรุปแล้วจะต้องรู้จักธรรมะคุณธรรมที่ ผู้รู้ ครูบาอาจารย์ท่านสอนให้ แล้วทำให้ตรง จะเป็นประโยชน์กับตนเอง ถ้าได้แล้วจะเป็นอมตะธรรม คุณจะเอาก็ได้ไม่เอาก็ได้ จะตายหรือจะเกิดก็ได้ คือ มันได้หมดเลยยืดหยุ่นจะทำอย่างไรก็ได้ เป็นจิตที่สมบูรณ์ด้วยวสวัติกะ วัสสวตี ยังจิตให้เป็นไปในอำนาจได้ จิตเรานะไม่ใช่ยังจิตคนอื่น จะเป็นอะไรก็ได้เป็นตัวสุดท้ายของจิต วสวัตตี ยังจิตของเราให้เป็นไปในอำนาจ ไม่ใช่ไปยังจิตของคนอื่นนะ ได้โดยไม่ยากไม่ลำบากในฌานทั้ง 4 เป็นต้น จะทำให้จิตอยู่ในระดับใช้งานเป็นฌานที่ 1 หรือฌาน 2, 3 หรือ เก่งจริงๆก็ใช้งานได้แม้กระทั่งชานที่ 4 พอฌาน 4 ก็เป็นวิหารธรรม พระอรหันต์จริงๆก็ทำงานอยู่กับเมตตากับอุเบกขา อุเบกขาคือฌานที่ 4 เมตตาคือพระพรหมไม่มีที่สุด อัปปมัญญา ช่วยคนได้อย่างไม่มีประมาณเลยตามบารมีของบุคคล ก็มีวิหารธรรมสุดท้ายคือเมตตากับอุเบกขา
640131_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ดับ ชาติ 5 ด้วยวิชชา 8