สื่อธรรมะพ่อครู(สัมมาทิฎฐิ 10) ตอน นิพพานไม่ได้อยู่ที่ดีหรือชั่วแต่อยู่ที่สุขหรือทุกข์.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สัมมาทิฎฐิ 10) ตอน นิพพานไม่ได้อยู่ที่ดีหรือชั่วแต่อยู่ที่สุขหรือทุกข์ พ่อครูว่า...วันนี้วันจันทร์ที่ 31 ธันวาคม 2561 วันนี้เป็นวันสุดท้ายของปีแล้วนะ แต่เดือนเป็นเดือนอ้ายผ่านมา 9 วันแล้ว ปีจอ นับตามจันทรคติ ถ้าปีกุนจะนับตั้งแต่วันสงกรานต์ วันเวลาก็เคลื่อนไป ส่วนเราก็สำคัญที่กรรมของเรา กาละมันก็ทำกาละของมัน เราต้องหยุดที่เรา เราแต่ละคนก็กาละของใครของมัน กาละของใครหยุด กาละของคนนั้นก็หยุด เริ่มต้นเอาเรื่องของธรรมะก่อน เช้าแจ่มใสฟังธรรมะให้ดี หนักสมองก่อนจะผ่อนคลายด้วยการเมือง จริงๆของพวกเรา การเมืองเป็นเรื่องไม่ยากเป็นเรื่องง่าย แต่เรื่องธรรมะเป็นเรื่องยาก แต่ทางโลกเขาเรื่องธรรมะเขาไม่ยากหรอกเขาไม่อ่าน เขาก็ทำไปตามประสาเขาเล็กๆน้อยๆ แต่เรื่องการเมืองของเขายาก เขาเอาเป็นเอาตายกันซีเรียสกันมาก แต่เรื่องธรรมะเขาไม่ซีเรียส พวกเรามาซีเรียสทางเรื่องธรรมะ การเมืองไม่ซีเรียส มันก็เป็นธรรมดานี่แหละเรื่องของสิริมหามายา เป็นเรื่องสลับซับซ้อนกลับไปกลับมา ทีนี้พวกเรามีสภาวะ พูดกันง่ายเข้าใจ แต่ทั้งโลกเขาหัวหมุนเลย พูดวนไปวนมาสลับไปสลับมา มีผู้ที่ข้องใจสงสัยแล้วไม่มาฟังที่นี่เสียทีอยู่แต่ทางบ้านถามมา ให้ตอบไป เอากำไรอยู่เรื่อยนะ ประเด็นสำคัญที่ถามมา หมุนสมองให้ทันสมัย แอดจัสให้ดี
คำถามว่านิพพานไม่ใช่อยู่ที่ดีหรือชั่ว ไม่ใช่อยู่ที่ถูกหรือผิด ตัวนิพพานไม่ใช่ดีหรือชั่วไม่ใช่ถูกหรือผิด พ่อครูว่า...นิพพานอยู่ที่สุขและหรือทุกข์ สุขทุกข์นี่แหละเป็นเทวดาสำคัญเป็นธรรมะ 2 หมดสุขหมดทุกข์ดับเทวะ เป็นอะไร เป็นนิพพาน ดีชั่วถูกผิดเป็นโลกียะไปดับมันไม่ได้หรอก คุณเองคุณเป็นส่วนตัวคุณทำชั่วคนทำผิดหรือคุณทำแต่ดีทำถูกไปกับโลกเขา คนต้องมีโลกด้วยคุณจะมีถูกมีผิด คุณก็ต้องมีโลกด้วย ถ้าไ
อ่านต่อ
ม่มีโลก มันไม่มีถูกไม่มีผิดมันไม่มีดีไม่มีชั่วถ้าไม่มีโลก สมมุติไปเป็นจินตนาการ ถ้าคุณคิดทำชั่วแต่ไม่อยู่ในโลกนี้เลย จริงๆแล้วมันเป็นอย่างไร มันจะมีตัวมีตนไหม คนคิดดีคิดชั่วพูดผิดมันก็ไม่มีตัวตน แต่ถ้าใครไปยึดเข้าเท่านั้นแหละมันถึงจะมี ถ้าคุณคิดไปก็คิดแล้วก็ทิ้งไปมันจะไปมีเหลืออะไร แต่ถ้าคิดแล้วเป็นอุปาทานเข้าไปยึด มันก็จะมี สรุปแล้วความสำคัญ นิพพานไม่ใช่อยู่ที่ดีหรือชั่วไม่ใช่ถูกหรือผิด นิพพานอยู่ที่สุขกับทุกข์ ก็สุขนี่แหละเป็นตัวร้าย คุณได้สุขมันก็ต้องมีทุกข์เพราะมันเป็นเทวเป็นธรรมะคู่ เป็น duality เป็นภาวะคู่คุณยังไม่ล้างมีอยู่ เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดมากอารมณ์สุขอารมณ์ทุกข์ จนกระทั่งถึงอารมณ์อุเบกขาไม่สุขไม่ทุกข์ แต่มันมีอาศัยอยู่ มันมี มันเป็นอารมณ์อาการ เราจะต้องรู้ พระพุทธเจ้าถึงให้ฝึกไปอยู่ที่ฐาน สิ่งที่ยังมีอยู่ที่ฐานของรูป เรียกว่า วิการรูป 5 การ คือการกระทำที่ยิ่งที่สุดอยู่ที่ วิการรูป 5 มีลหุตา มุทุตา กัมมัญญตา และกายวิญญัติ วจีวิญญัติ กายวิญญัติ วจีวิญญัติ จะอยู่ข้างนอกก็ได้อยู่ข้างในมันก็เป็นต้นทางที่จิต เพราะฉะนั้นอุเบกขา ที่จริงแล้วทุกข์ก็ตามมันเป็นเบาที่สุดแล้ว มันเป็นคู่กัน ถ้าจะพูดพยัญชนะบอกว่าทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้นทุกข์เท่านั้นที่ตั้งอยู่ทุกข์เท่านั้นที่ดับไปก็ได้ มันก็สุขเท่านั้นเกิดขึ้นสุขเท่านั้นตั้งอยู่สุขเท่านั้นดับไป มันก็พูดไปได้ขนาดนั้น แต่ถ้าคุณดูแล้วว่าคุณเบา นี่คือตัวลักษณะ ทีนี้เคหสิตอุเบกขา เนกขัมสิตอุเบกขา นี่ก็คู่หนึ่งเคหสิตอุเบกขา เป็นโลกียล้วน ถ้ายังไม่มีความรู้โลกุตระ มโนปวิจาร 18 มีเคหสิต 18 เนกขัมมะ 18 คุณไม่รู้เลยตั้งแต่หยาบ ทวาร 6 สุข ทุกข์ อุเบกขา หรือว่าเป็นโสมนัสโทมนัสและเป็นอุเบกขา เรียกว่าอินทรีย์ 5 สุขก็ตามชั่วก็ตามเกี่ยวกับภายนอกด้วย เมื่อมันไปข้างใน หมดจากภายนอกแล้ว เหลือข้างในก็เป็นโสมนัสโทมนัส เป็นอุเบกขินทรีย์ อาการของอารมณ์ คุณจะต้องรู้ด้วยตน ปัจจัตตังเวทิตัพโพ วิญญูหิติ ต้องฉลาดต้องมีความรู้ที่จะอ่านสัมผัสเองรู้ มันเป็นของใครของมัน ปัจจัตตัง มันมีลักษณะเป็นของตัวเอง คนอื่นไม่มีใครจะมาอ่านลักษณะอาการในจิตของเรา ให้เรารู้ได้ เราต้องอ่านของเราเอง เคหสิตเวทนานั้น มันเป็นลักษณะของอวิชชา มันยึดมั่นถือมั่น เพราะฉะนั้นยึดถืออยู่มันก็เป็นตัว static มันก็ไม่จากไปมันก็อยู่ วิหรติ เมื่อล้างออกไปให้ไม่มีในจิตเราคือเนกขัมมะเอาออก เอ็งไม่จากข้าข้าก็จากเอ็ง สมบูรณ์แบบเลย เอ็งจากข้า ข้าก็จากเอ็ง ถ้าเอ็งจากข้าแต่ข้าไม่จากเอ็ง ก็เอ็งน่ะเป็นเอง เปลี่ยนแปลงได้เป็น Dynamic จะอนุโลมปฏิโลมกับเขาก็ได้ แต่ก่อนคุณจะอนุโลมปฏิโลมให้คนอื่นได้ยาก คุณจะอนุโลมให้แก่ตนเองและผู้อื่นได้ยาก คนต้องมีฐานของตนเอง เรียกว่าสมาธิ ฐานตั้งมั่น อาตมาอธิบายเป็นรูปธรรม คุณจะช่วยคนที่ตกบ่อ ฐานคนที่ยึดไว้บนบ่อ ที่จะมีกำลังเอื้อมลงไปในบ่อคุณต้องมีฐาน แข็งแรงตั้งมั่น ได้พอสมควรแล้วคุณจึงอนุโลมไปช่วยคนอื่นเขาขึ้นมา คุณจะใช้กำลังทาง 100 เลย คุณมีอยู่ 100 คุณอนุโลมหมด 100เลยคุณก็หมดหัวทิ่มบ่อไปกับเขา คุณต้องใช้ไม่หมด ใช้ให้น้อยกว่า 100 แต่ถ้าคุณมีมากกว่า 100 ก็ยิ่งทำได้ สมมุติว่าคุณมี 100 จะเอาน้ำหนักอีก 100 จากข้างล่างขึ้นมาจะได้ไหม...มันก็ไม่ได้ คุณมีน้ำหนักอยู่ข้างบน 100 แล้วจะช่วยข้างล่างอีก 100 มันก็ไม่ได้ คุณต้องมีมากกว่า100 ต้องมากถึงจะช่วยได้ ถ้ามากไม่พอ ไม่ไหว ต้องหาตัวช่วย ต้องหาพื้นช่วยยึด หรือใครคนอื่นมาเกาะขาไว้ เอาน้ำหนักถ่วงขาไว้มันจึงจะชัวร์มันถึงจะเอาขึ้นได้ (เอาไม้ให้เขาปีนเอง) สรุปแล้วคำว่าเทวหมายความว่าสุข เป็นเจ้าแห่งความสุขเป็นภาวะที่ยิ่งใหญ่เป็นก็อต เพราะฉะนั้นคนที่ไม่ศึกษาธรรมะของพูดเขาก็ไม่รู้สึกทุกข์ที่ละเอียดลออไม่รู้ความเป็น 2 ความเป็นเทวที่ละเอียดลออเขาก็จะเอาแต่สุข เพราะฉะนั้นเราก็จะทำดีมันก็ไม่ลึกซึ้ง ดีชั่วก็ไม่ลึกซึ้ง ดีชั่วที่ประกอบไปด้วยบุญบาป ประกอบไปด้วยลักษณะที่ต้องเรียนรู้พลังงาน ที่ไม่มีความยึดมั่นถือมั่นประกอบเข้าไปด้วยเสมอๆ ฉะนั้นธรรมะสองที่เป็น ยึดวางๆๆ วางกับยึด มันก็เป็นคนละลักษณะ จึงเป็นภาษาพูดที่พูดได้ แต่สภาวะจริงนั้น ต้องฝึกกันอย่างชำนาญ ยึดวางๆๆ อาตมาขนาดเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 แล้ว ยังไม่เป็นมุทุภูตธาตุที่เก่งยึดวางๆๆ ทุกวันนี้วาง ที่ไม่เห็นความสำคัญนั้นวางหมดเลยคนอื่นยึดแทน เอาพลังงานมายึดไอ้ที่สำคัญๆที่เป็นโลกุตระที่เป็นปรมัตถ์ ซึ่งมันก็ไม่ใช่น้อยอาตมายังต้องวาง ยังจำไม่ได้ ควักเอามาใช้ได้เร็ว ควักอืดอาด บางทีต้องหาตัวช่วยอยู่เรื่อยเลย ต้องฝึกให้ชำนาญยิ่งกว่านี้ อาตมาต้องฝึกตัว มุทุภูตธาตุให้เร็วขึ้น จึงควักออกมาทำงานได้เก่ง ไม่อย่างนั้นก็ไม่เข้าถ้าไม่ออกมาแปลวจีวิญญัติกายวิญญัติ กายวิญญัติของอาตมาทุกวันนี้จึงไม่มีอะไรแรงไม่มีอะไรจัดจ้านเท่าไหร่ กายวิญญัติยิ่งไม่มีอะไรแรงเลย วจียังมีแรงอยู่ แต่กายไม่แรงเลย เหมือนมีพลังงานอีกมาก แต่แรงอาตมาไม่เอาไปแปลเป็นอกุศล มีแต่กุศล กุศลก็สังเคราะห์มาทำงานทางด้านศาสนา ยิ่งอายุมากขึ้นแล้วเดี๋ยวนี้ต้องใช้แรงงาน เด็กกับหนุ่มสาวเยอะ เด็กมันใช้แรงงานได้ประมาณหนึ่ง จะทำงานหนักมากก็ไม่ได้ เพราะเด็กนี่ต้องสร้างสัมประสิทธิ์ Coefficient มันทดอย่างนี้ ถึงก้าวหน้าไปเรื่อยๆจนเป็นหนุ่ม คนหนุ่มเต็มที่แล้วก็ค่อยๆลดลง อย่างนี้เป็นต้น เป็นภาวะสัจจะธรรมดา สรุปแล้วสุขทุกข์นี่เป็นตัวประเด็นของนิพพาน ไม่ใช่ดีหรือชั่วผิดหรือถูก เพราะว่า ดีชั่วถูกผิดนั่นเป็นโลกียะ สุขทุกข์นี่แหละเป็นตัวสำคัญยิ่งใหญ่ของนิพพานไม่ใช่ดีหรือชั่ว ผู้ที่นิพพานแล้วพ้นจากสุขทุกข์แล้ว ก็ยังต้องมาทำงาน ต้องมาช่วยอนุโลมปฏิโลมร่วมดีกับชั่วเขา อาตมาจึงมีจุดด้อย ถ้าพูดด้วยศัพท์ว่าดี หรือชั่ว ยังมีข้อด้อย ยังตำหนิแรง บางทีเฉียดหยาบด้วยนะ ต้องอนุโลมปฏิโลมถ้าไม่ทำก็ไม่เหมาะสมกับของที่มันหยาบ ด้าน หนา ต้องใช้ทุกทาง พวกเราก็คงพอเข้าใจที่พูดนี้ มันจำนนกับสภาวะ 2 แท่งก้อนที่มันต้องทุบ ก็ต้องใช้กำลังพอสมควร มันถึงจะทุบให้ละเอียดได้ 611231_ทำวัตรเช้า งาน ว.บบบ.เพื่อฟ้าดิน รุ่นที่ 6 ส่งท้ายปีเก่าเข้าสู่นิพพาน