สื่อธรรมะพ่อครู(สาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7) ตอน สาธารณโภคีมีวรรณะ 9.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7) ตอน สาธารณโภคีมีวรรณะ 9 พวกเราได้ปฏิบัติธรรมจนกระทั่งสามารถที่จะเห็นได้ว่าในสังคมชาวอโศกชุมชนชาวอโศกนี้ อาตมาบอกว่าเป็นชุมชนที่อยู่ในฐานของอนาคามี เพราะฉะนั้น คนในนี้จะไปหาโลกอบายไม่มี อย่าว่าแต่อบายเลยกามหยาบก็ไม่มี ไม่ว่าจะเป็นลาภ ยศ สรรเสริญ รูป รส กลิ่นเสียง สัมผัส หยาบไม่มี ปฏิฆะหยาบร้ายแรงก็ไม่มี จะตีกันทะเลาะกันฆ่าแกงกันทำให้เลือดตกยางออก ทำให้เจ็บให้ปวดทำให้เนื้อตัวเป็นแผลอะไรกันก็ไม่มี สี่สิบกว่าปีมานี้ จะ 50 ปีแล้ว อาตมาทำงานมา ในสังคมเราไม่มีเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาลฆ่ากันตีกันทำร้ายร่างกายกัน ไม่มี ก็มีบ้างละเมิดชกกันบ้างก็มีนับรายได้นะ เท่าที่อาตมาจำได้ จะ 50 ปีนี้นับรายที่ถึงขั้นชกกัน ผู้หญิงถึงขั้นตบกันไม่มี นี่มันเป็นสภาวะจริงเป็นฟีโนมีนอน เป็นปรากฏการณ์จริงของสังคมมนุษย์ มันไม่มีความหยาบ มันมีแต่ความละเอียด ละเอียดไปจนถึงขั้น มันเป็นลูกเป็นพ่อเป็นแม่เป็นหลานเป็นญาติธรรมที่สนิทกันจริงๆ เลี้ยงตนด้วยบริสุทธิ์ใจ เอ็นดูบริสุทธิ์ใจช่วยเหลือกัน ไม่ได้คิดว่าเป็นลูกนอกไส้คนนอกไส้ ใช่ไหม มันพึ่งพาเกิดแก่เจ็บตายกันได้เลี้ยงดูกันได้ ไม่มีความโหดร้าย ไม่มีความหยาบอะไรกัน แม้ที่สุดในเรื่องวัตถุเงินทองข้าวของทรัพย์สิน เห็นได้ว่าสาธารณโภคีนี้สุดยอด จนกระทั่งพูดแล้วเป็นเชิงน่าเกลียด ว่าในยุคพระพุทธเจ้านั้นทำสาธารณโภคี ในกลุ่มฆราวาส ให้เกิดสาธารณโภคีในยุคพระพุทธเจ้าทำไม่ได้ เหมือนกับเราเก่งกว่าพระพุทธเจ้า มาทำสาธารณโภคีได้ถึงในฆราวาส ฟังแล้วไม่ใช่ว่าโพธิรักษ์เก่งกว่าพระพุทธเจ้า มันมีเหตุปัจจัยข้อจำกัด ของพระพุทธเจ้าในยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์เด็ดขาดเลยนะ ระบบสาธารณโภคียังไม่เกิดกับสังคมฆราวาสในสมัยพุทธกาล เพราะ… 1.ยุคสมัยนั้นยังเป็นยุค
อ่านต่อ
สมบูรณาญาสิทธิราชย์ 2.ยุคสมัยนั้นประชาชนยังจำนนในยุคของสังคมทาส 3.คนยุคสมัยนั้นยังไม่มีความรู้เรื่อง“สิทธิ”ต่างๆ ที่มนุษย์พึงมี ตามธรรมชาติ ตามกฎหมาย ตามวัฒนธรรม และพึงมีตามสัจธรรมกันอย่างดีพอ 4.ยุคสมัยนั้นสังคมยังไม่เลวร้ายหนักหนาสาหัสเท่ากับสังคมยุคนี้ ยุคนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะต้องมีกลุ่มสังคมที่ไม่เลวร้าย เพราะยุคนั้นมีสังคมคนดี มีวัฒนธรรม คนดีที่ดีอย่างเข้มข้นที่ดี อย่างเป็นตัวอย่างได้จริงชัดเจน ยังไม่ต้องยืนยันความเป็นคนที่มีประสิทธิภาพ ถึงขั้นเป็น “สาธารณโภคี” กันได้ในสังคมฆราวาส เพื่อถ่วงดุลหรือจูงนำสังคมที่ยังไม่ดีส่วนใหญ่ นั้นเลย 5.ทรัพยากรของโลกในยุคโน้น ยังไม่อัตคัดขาดแคลนเท่ายุคสมัยนี้ 6. สิทธิในทรัพยากรในยุคโน้น ยังไม่เคร่งครัดแย่งชิงเท่ากับสมัยนี้ 7. ทรัพยากรสาธารณะในยุคโน้น ยังมีมากมายเหลือเฟือ มีมากกว่ายุคสมัยนี้หลายเท่า 8. ความมีอิสรเสรีภาพของคนยุคโน้น ยังไม่รุ่งเรืองเท่าในยุคสมัยนี้ 9. และในยุคโน้นยังไม่ถึงขั้นเปิดโลก หรือยังไม่ถึงยุคโลกาภิวัตน์ (Globalization) อย่างสมัยนี้. สังคมมนุษยชาติในยุคนี้กำลังเดินมาสู่โลกุตระอย่างนี้ จึงต้องสำทับว่าเราต้องรู้ตัวเราแต่อย่าหลงตัวเอง อย่าเหลิง อย่าไปถือตัวเองว่าตัวเองดีตัวเองใหญ่ตัวเองสูง ต้องเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นคนรับใช้ไปเถอะ เกื้อกูลกันช่วยเหลือกัน คนที่เขา หยาบ หนัก ก็น่าสงสารช่วยกันเถอะ ถ้ามีบารมีพรักพร้อมมันจะป้องกันไปในตัว มันจะมีสิ่งที่ป้องกันตัวให้แก่เรา มันมีอยู่จริงเป็นจริง ทุกวันนี้อาตมาอยากให้พวกเรา มีปฏิสันถาร เพิ่มขึ้น พวกเราปฏิสันถารยังไม่เป็นแม้แต่อาตมา อาตมาก็แก้ตัวว่า อาตมางานเยอะอาตมาไม่มีเวลา พวกเราช่วยปฏิสันถารหน่อย เหมือนกับแก้ตัวก็ไม่เชิง อาตมาดูแล้วซับซ้อน น่าสงสารแขกเหรื่อมานี่เหมือนเด๋อๆด๋าๆ ไม่รู้จะสนิทสนมกับพวกเราอย่างไร พวกเราก็ไม่รู้จะทำความสนิทสนมอย่างไร นี่ก็จะทำสไลเดอร์ จะเอาเรือมาให้พาย เขาเอามาให้หรือยัง เราก็มีเรือไม้แต่ไม่พาย แต่เรือพลาสติกเบาน่าเล่นกว่า ของเรามีไม่กี่ลำ เราทำได้เพราะ 1.เรามีส่วนเกิน 2.เรามีความสามารถมีความขยัน 3.มีความไม่ยึดมั่นถือมั่นเป็นเราเป็นของเรา 4. เราเหลือเฟือ พออยู่พอกินเกินอยู่เกินกิน เราจึงได้สะพัดออกไปได้ 5. เราไม่มีกิเลสเป็นของตัวของเรา
อันนี้สำคัญจิตใจเราไม่ยึดถือเป็นตัวเป็นตนเป็นของเรา เรามีหมู่กลุ่มที่มีความรู้ความสามารถมีสมรรถนะมีความขยันทำงานและมีผลผลิตมีกินมีใช้ รู้จักพลังงานใช้พลังงานไม่ใช้พลังงานไปสร้างอาวุธ เอาไปสร้างของฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย ไปสร้างของมอมเมารูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสแฟชั่น ไม่เอา เราไม่จ่ายพลังงานแบบนี้ เอาพลังงานมาสร้างเหตุปัจจัยสาระที่สำคัญ เรามีความรู้ จึงมีสารัตถะชีวิตที่สำคัญ แข็งแรง สิ่งที่อาศัยเป็นอาหารเป็นเครื่องอาศัยทั้งอุปโภคบริโภค มันล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ไร้สารพิษ ไร้ความมอมเมา มีแต่สาระมีแต่เนื้อแท้มีแต่เนื้อดี มันมีแต่ของดี มันซับซ้อนๆ เราเองก็ไม่ได้ตะกละ เราไม่ได้ต้องการกินให้ตัวใหญ่ตัวโตพุงโต เราก็เอาแค่สันทัดคน เอาร่างกายแข็งแรง Slender ชาวอโศกถึงเป็นคนหุ่นดี สิ่งเหล่านี้พูดเหมือนง่ายแต่ซับซ้อนลึกซึ้ง นี่คือสัจจะที่เราจะได้พิสูจน์ให้คนเข้าใจในอนาคต ตั้งแต่วัตถุ ลาภ ยศ สรรเสริญ เราก็เป็นคนจนไม่มีมาก แต่เขาก็ว่าไม่มีมากอะไรมันแจกเอาๆ ขายขาดทุน คนงานที่นี่มีร้อยกว่าคนทำงานเลี้ยงชีพอยู่ในนี่ 10 ปี 20 ปีก็มี ที่ราชธานีอโศกเดือนๆหนึ่งจ่ายไป เขาก็อยู่ในนี้ 10 ปี 20 ปีเอาเงินมาจากไหน ไม่ได้ขายธูปเทียนมันก็ไม่ได้ทำ ร้านค้าขายอย่างนั้นจะเอาเงินมาจากไหน ดูคนซื้อพวกกินฟรีมีเยอะ กล้วยมะละกอไม่ได้ขายก็เอาไปกินได้ ทำงานที่นี่ก็ปลูกผักพืชกินกับแจก จะเป็นอุทยานบุญนิยม สหกรณ์ ขายได้เท่าไหร่กัน ก็ขายอย่างถูก ตลาดเขาขายชามละ 50-100 นี่ยังขายถ้วยละ 10 20 แล้วจะเอาส่วนเกินมาจากไหนกันนักหนา เขาเห็นเขาก็มีปัญญารู้ แล้วเอาเงินมาจากไหนกัน เขาก็นั่งทำ ดีไม่ดี ขออภัย อู้กินบ้อ ดัดเหล็กน่าจะดัดเสร็จภายใน 5 นาทีแต่ก็ใช้เวลาตั้ง 3 วัน เทปูนนี่ไม่รู้ปีไหนจะเสร็จ พวกคนงานก็มาหากินไป เลี้ยงวันละ สามร้อยห้าร้อย ได้ใช้เลี้ยงลูกเลี้ยงเมียไป สบายไม่ต้องไปถึงซาอุเลยอยู่ราชธานีนี่แหละ นี่มันเป็นภาวะซับซ้อน พูดแล้วเหมือนคุยใหญ่คุยโต ข้อสำคัญพวกเราไม่เป็นหนี้ จะมีเงินหนุนก็คือยืมกันได้แล้วไม่ชักดาบ ยืมกันมาก็ใช้คืน ส่วนมากก็ยืมให้เป็นส่วนกองกลาง ยืมส่วนตัวไม่มีหรอก เพราะเราไม่ได้เป็นคนร่ำรวยสะสม อโศกไม่มีมากแต่ใจดีมาก อันนี้เป็นเรื่องสัจจะ สัจจะดังกล่าวเป็นเรื่องจริงที่หาได้ยากในโลก ในมนุษย์โลกทำอย่างนี้ได้ยาก เราทำสิ่งที่ทำได้ยาก แล้วพยายามเผยแพร่ยืนยันความจริงว่าคนเราไม่ต้องเสแสร้งมันเป็นจริงอย่างจริงใจ เรามาจนอย่างจริงใจ สบายใจด้วย ร่าเริงเบิกบานใจด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่เหมือนพูดแล้วก็เหมือนตลบแตลงเสแสร้ง แต่จิตเขาเข้าไม่ถึงเรา เขาฟังแล้วก็..แต่เขายอมนับถือว่าทนได้อย่างไร เขานึกว่าอย่างนี้ต้องกดข่มฝืนแย่ แต่เราไม่ต้องทนของเราสบายๆเขานึกไม่ออก นี่คือสภาวะจริงที่เป็นได้ที่ลึกซึ้ง เป็นอาริยบุคคลหรือเป็นโลกุตระบุคคลที่จะต้องมามีของจริงอันนี้ เราก็ไม่ได้ฝืนไม่ได้ลำบากลำบน ยังสบาย จิตที่มันเป็นจิตมีวรรณะ 9 วรรณะ 9 เลี้ยงง่าย กินง่ายเลี้ยงง่ายอยู่ง่ายไปง่ายมาง่าย (สุภระ) บำรุงง่าย,ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) มักน้อย, กล้าจน จนกระทั่งไม่มีในตัวแล้ว ตัวเราเองกลับมีให้คนอื่นพึ่ง คนอื่นพึ่งเราได้ แล้วเราก็เป็นคนไม่มีนี่แหละ ซับซ้อนที่หากไม่มีสังคมก็อยู่ไม่ได้ ต้องมีสังคมเป็นที่พึ่ง มนุษย์อยู่คนเดียวไม่ได้ต้องมีมิตรดีสหายดีสังคมสิ่งแวดล้อมดี เป็นวัฒนธรรมพฤติกรรมสังคมคุณถึงจะอยู่ได้มันแยกไม่ออก หากคุณแยกไปอยู่เดียวจริงๆมันไม่ได้ ตัวคนเดียวเป็นสาธารณโภคีไม่ได้ดีไม่ดีจะตายเน่าเอา (อัปปิจฉะ) ใจพอ สันโดษ มีเขตแห่งความพอ หากกระฎุมพีมีไม่รู้กี่แสนล้านไม่รู้จักพอก็อยู่คนละโลกกันก็แล้วกัน อยู่โลกเดียวกันแต่เราไม่ยุ่งเกี่ยวอะไรกับคุณ จนกระทั่งรู้จักพอแล้วลดน้อยลงได้ แต่ไม่ได้เป็นคนหยุดทำงานขยันหมั่นเพียรมีสมรรถนะมีความรู้ความสามารถ เราเอาไว้แค่นี้เกินนี้พอไม่เอา สะพัดออก เราอยู่ได้ อยู่กับหมู่ แม้เราเป็นอัมพาตแล้วนอนติดเตียงก็เลี้ยงดูกันได้ มันเป็นสังคมอย่างนั้น พวกเรานอนติดเตียงเป็นอัมพาตได้แต่หาได้ยากนะ เพราะเราจะรู้จักสุขภาพรู้จักการรักษาชีวิตร่างกายมันก็จะยิ่งซับซ้อน ความซับซ้อนมันมีเยอะเหลือเกินที่อาตมาพูด คนที่รู้จักพอแล้วคนนี้ก็สบายก็ลดลงไปอีก (สันตุฏฐิ) เป็นคนที่มีศีลขัดเกลากิเลสพฤติกรรมกายวาจาใจ คนมีภูมิปัญญาจะเห็นว่าน่าเลื่อมใส (สัลเลขะ) เพ่งทำลายกิเลส มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) เป็นคนไม่สะสมอย่างสบายใจไม่ต้องห่วงกังวล ไม่ต้องสะสมจริง ไม่กลัวว่าไม่มี กลัวว่าจะเยอะเกินไป ก็ต้องรีบระบายออก มีแต่พอใช้สอยมันไม่มีก็ไปหาได้ พูดนิดๆหน่อยๆ ถ้าคุณเองมีบารมี ขาดสิ่งนี้สิ่งนี้เดี๋ยวมาแล้ว อย่างอาตมานี่อย่าพูดเชียวนะว่าขาดอะไร นี่ไม่ใช่ว่าอวดตัวอวดตน แต่คนก็อยากช่วยอยากจะอุปัฏฐากอุปถัมภ์ อย่าพูดเชียวว่าขาดอะไร เดี๋ยวเถอะ จะต้องสนองศรัทธา มา 10 เจ้า แต่ละเจ้าก็จ้องใช้ของเราหรือเปล่าวะ กินของเราหรือเปล่าวะ ยากจริงๆ นี่คือ พูดไปก็สนุกดีแต่ยาก จึงต้องมีวรยุทธน่าดู บางทีก็แรงๆ แรงๆก็สงสาร เขาอยากให้ ก็เอาล่ะ พอไม่ต้องพูดต่อ สุดท้ายตัวจบของสัตบุรุษสูงสุดนี้คือ ไม่สะสมอะไร อปจยะ แต่ยอดขยัน แล้วก็อยู่กับ สังคมสาธารณโภคี ไม่สะสมอะไร มีปัจจัยยังชีพ น้อยสบาย ทุกวันนี้มีระบบซุปเปอร์มาร์เก็ต คือ สขจ. อย่านึกว่าสขจ.เป็นของเสียของเน่าแต่มีของแกะกล่องก็เยอะนะ แต่อาจจะตกรุ่นบ้างเท่านั้นเอง ยังไม่ตกรุ่นเขาก็ยังไม่เอามาให้หรอก ตกรุ่นมาบางทีมีมาเยอะเลย เพราะการค้าขายเขาก็ไม่ไหวเอาไว้ก็ค้างสต๊อกเงินค้าง ไม่ไหวต้องรีบผ่องถ่ายขายถูกออกมา คนขายถูกก็เอามาขายต่อๆ จนกระทั่งสุดท้าย คนนี้บอกว่าไม่ขายอีกแล้วก็โล๊ะมาให้เลย เราก็รีบขนเอามา อาตมาถึงสรุปว่าสิ่งที่จะช่วยโลกมนุษย์ก็คือขยะ จะสร้างชาติ ขยะจะไปสร้างชาติได้อย่างไร หากเป็นกสิกรรมธรรมชาติก็ไม่ว่า ย่นย่อมาที่ปุ๋ย ปุ๋ยก็เอาไปทำกสิกรรมธรรมชาติได้เพราะว่าอาหารเป็นหนึ่งในโลก เพราะฉะนั้น คนทำปุ๋ยเก่ง จริงๆแล้วยารักษาโรคก็เป็นปุ๋ย อาหารที่กินเข้าไปในท้องเป็นคำข้าวก็คือปุ๋ย อาหารคือคำข้าวก็คือปุ๋ย ปุ๋ยพวกเราเป็นปุ๋ยสะอาด แต่ปุ๋ยข้างนอกเป็นปุ๋ยสกปรกอาหารสกปรก มันเอาอะไรต่ออะไรมาใส่เข้าไป เละ ทั้งสีกลิ่นวัสดุ บางทีเห็นแล้วก็กินไม่ลง ขยะ แต่คนข้างนอกเห็นว่าปรุงแต่งพิสดารดี สวาปาม บางที่เอาตัวเป็นๆมาให้กิน ปลาหมึกเสริฟมาตอนมันยังดิ้นเลยมัดไว้ไม่ให้ไป เอามาใส่ปากหนวดยังดิ้นไปมาอยู่เลย คนเรามันอำมหิตโหดร้ายโหดเหี้ยมจนไม่รู้อะไรต่ออะไร แต่ก่อนอาตมาก็ทำ กินจักจั่นตัวเป็นๆเลย ก็ทุกวันนี้วิบากก็ยังมีอยู่บ้างแต่ไม่มาก มีแต่เสลดกับไอ ทุกวันนี้นั่งนานๆก็ไม่มีปัญหาไม่สมดุลอะไรก็ไม่ค่อยจะมี เป็นบารมีเหมือนกัน แต่ก็ไม่ประมาทพยายามจะหมุนเวียนอะไรให้มันได้สมดุล สรุปแล้วเข้าเป้าอีกที เศรษฐกิจแบบสาธารณโภคี เศรษฐกิจในด้านโลกียะเป็นเศรษฐกิจเลวร้าย แม้ว่าอาตมาจะบอกสังคมว่า มันต้องมาทำให้คนจน การแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ใช่ว่าทำให้คนรวย ถ้าคุณจะไปทำให้คนรวย ประเทศของคุณรวย บ้านของคุณรวย บ้านอื่นก็ลำบาก ดีไม่ดีคุณก็รวยมีทรัพย์สินเป็น ล้านๆแสนล้าน คนอื่นก็ขาดแคลนหมด เพราะดูดเอาไว้กองที่คุณมาก เพราะฉะนั้นประเทศไทยมีเศรษฐีระดับหมื่นล้านในประเทศไทยก็ไม่กี่ตระกูล แสนล้านก็ยิ่งน้อยตระกูล แต่มันมีมาก รวยกระจุกจนกระจาย มันก็เดือดร้อนกัน เพราะฉะนั้นเราจะต้องจนกระจุกรวยกระจาย รวยให้เข็ด เราจนสุขสำราญเบิกบานใจ แต่รวยนั้นเป็นภาระที่จะต้องรักษาต้องป้องกัน ดีไม่ดีซื้อปืนมาไว้สำหรับป้องกันทรัพย์สิน เสร็จแล้วปืนนั้นก็คือยิงตัวเองตายยิ่งญาติลูกหลานตาย ส่วนมากซื้อปืนเอาไว้ไม่ได้ยิงโจรหรอก แต่ยิงตัวเองยิงคนรอบข้าง ยิงคนอื่นเข้าคุกไป ที่ซื้อปืนไว้ป้องกันตัว ไปดูสถิติสิ มีแต่อาวุธ ทำร้ายตัวเองทำร้ายญาติ ดีไม่ดีต้องเข้าคุกเพราะตัวเองมีปืน แล้วไปยิงปืนอย่างผิดกฎหมายก็เข้าคุก มันไม่คุ้มเลย อย่างนี้เป็นต้น ไม่อยากถามว่าใครยังมี ..ไม่กล้ายก ใครมีปืน พวกเราผู้ชาย อาตมาเคยบอก ใครมีปืนออกไปเลย เขาก็ยังแอบซ่อนมี เดี๋ยวนี้ก็ยังค่อยยังชั่ว เพราะเข้าใจแนวลึก ว่าไม่ต้องมีปืนหรอกให้เขายิงเราตายเลย คุณตายเพราะถูกเขายิงคุณไม่ต้องกลัวหรอก อย่าไปกลัวว่าตายโหงไม่มีปัญหา ตายแล้วเราก็จะเกิดมาใหม่ ใจก็ไม่ต้องโกรธด้วย เข้าใจกรรมวิบากก็เป็นการใช้หนี้วิบากไม่ได้คิดร้ายอะไรกับเขาไม่ได้เป็นศัตรู ไม่ได้จองเวรจองกรรม ใครอยากจะจองเวรจองกรรมอยู่ยกมือขึ้น...ไม่มี ก็ไม่เข้าท่า ไปพยาบาทโกรธแค้น เดี๋ยวชาติหน้าจะต้องมาแก้แค้นอีก 10 ชาติก็จะตามฆ่า เราเข้าใจหมดแล้ว เราไม่จำเป็นจะต้องไปสร้างจิตแบบนั้นเลย มีแต่อภัยอโหสิ เพราะเรารู้ว่าจิตวิญญาณตายแล้วเกิดเกิดแล้วตายเป็นกรรมวิบาก ที่มันจะหมุนเวียนไป ถ้าเรารู้ที่จบเราก็หยุดเลย อโหสิ ไม่ต้องไปจองเวรจองกรรมอะไรกับใคร ใครจะทำอะไรกับเราก็เรื่องของเขาเราจบ เพราะฉะนั้นพวกเราจึงสบายไม่เป็นโทษภัยกับใคร ใครจะทำร้ายกับเราจนถึงตาย เราก็ตาย เข้าใจแล้วเกิดตายไม่มีปัญหา เราตายโดยจิตใจเราไม่มีพยาบาทโกรธแค้นเคืองใคร ใครมาทำร้ายเราเราก็ตาย เกิดมาไม่ต้องห่วงหรอกเจริญกว่าเก่า ศัตรูก็หมด เขาจะจองเวรเราก็แล้วแต่เหมือนกับเขาตบมือข้างเดียว เขาก็วืดๆๆๆ เขาตบมากๆก็เมื่อยเอง หนักเข้าเราก็ต้องไปช่วยอีก หนักเข้าสุดท้ายก็เท่านี้เอง เราก็ช่วยแม้ศัตรู แพ้ภัยตัวเราก็ต้องช่วยเขา สัจธรรมซับซ้อนพวกเราศึกษาไป อาตมาพูดสิ่งต่างๆเหล่านี้พวกเราฟังแล้วเข้าใจดีใช่ไหม ทำได้ด้วยไม่ใช่แค่เข้าใจ พวกเราเข้าใจแล้วทำได้ เราจึงรู้ว่าธรรมะพวกนี้ลึกซึ้งละเอียด หลายคนยังทำไม่เก่งยังทำได้ยาก จนทำได้โดยไม่ยากทำได้โดยไม่ลำบาก จนทำได้อย่างสิริมหามายา เร็วยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ ยิ่งกว่าสิริมหามายา วับๆๆ สรุปยังมีเวลาที่เราจะทำวัตรเช้าอย่างนี้อีก วันนี้วันที่ 28 วันสุดท้ายวันที่ 1 ก็ค่อยๆพูดไป พวกเราศึกษาแล้วจะรู้ว่านี่คือสาระอันวิเศษที่ควรได้คนมีคนเป็น เราก็เอาไปปฏิบัติประพฤติให้เจริญขึ้น ก็จะได้เจริญเกิดเป็นกลุ่มมนุษยชาติเกิดมาในโลก เป็นตัวอย่างในโลก ว่าไม่ใช่พูดเฉยๆแต่ทำได้ ดีด้วย ดีมาก ด้วย ยืนยันไม่ได้พูดยกตัวยกตน เป็นเรื่องจริงพระพุทธเจ้าก็ต้องเดินทางไปสู่ความเป็นมนุษย์ชนิดนี้ เป็นเหมือนโลกุตระอาริยบุคคล เจตนาใช้ อาริยะ ไม่ใช่อริยะหรืออารยะ เป็นมนุษย์เจริญประเสริฐภาษาอังกฤษมีคำว่า Civilization เราไม่ได้อยากจะเป็นตัวอย่าง แต่เราเป็นได้อย่างเราแล้วเขาเป็นได้อย่างเราก็สบาย สิ้นโศก ปริเทวะ ทุกข โทมนัส อุปายาสะ ไว้สาธยาย ธาตุที่คนจะรู้จัก โศก ปริเทวะ ทุกข โทมนัส อุปายาสะธาตุในจิตเรา คนนี้ต้องพ้นอวิชชาในปฏิจจสมุปบาท ค่อยขยายให้รู้ในสาย ปฏิจจสมุปบาท เราจะรู้ธรรมะพุทธเจ้าด้วยปฏิจจสมุปบาท เอาไปปฏิบัติให้บรรลุผลเป็นวิชาจนสิ้น โศก ปริเทวะ ทุกข โทมนัส อุปายาสะ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ...จบ611228_ทำวัตรเช้า งาน ว.บบบ.เพื่อฟ้าดิน รุ่นที่ 6 สลายอาสวะให้ทะลุไปหาอนุสัย