สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน เมื่อไม่มีไตรสิกขาวิบากก็พาไปตามยถากรรม.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข9 สิงหาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน เมื่อไม่มีไตรสิกขาวิบากก็พาไปตามยถากรรม คุณพลังพร...ทำนาเกี่ยวข้าวไป 5 วัน ยังไม่หายเหนื่อย ถามสองอย่างค่ะ เพลงมันสะท้อนสังคม เสียงเพลงบอกว่ามันเป็นผลงานที่แสนห่วย คนที่ซวยก็คือตัวลูกน้อย…เพลงบาปบริสุทธิ์ของแอ๊ดคาราบาว พระโพธิสัตว์ ว่าจบแล้ว ทำไมต้องรู้และอยากทำไปเรื่อยๆ พ่อครูว่า...อันแรกก็เป็นเรื่องของคนธรรมดาทำไมต้องมีลูกมีครอบครัวแล้วลงท้ายก็คือเป็นเวรเป็นภัยแก่ลูก รับเละอยู่ที่ลูก เพราะว่าพ่อแม่ไม่ดี เป็นเรื่องละครของเราเป็นกรรมวิบากของอจินไตย ไปตามยถากรรม คนไม่ได้ศึกษาธรรมะก็จะเป็นอย่างนั้น เกิดมาแล้วก็มีคู่มีลูกเต้าแล้วก็มีความทุกข์สารพัดสารเพไป คนที่เขาแต่งงานแล้วมีลูกมีเต้ามีฐานะ เป็นอยู่ไม่ทุกข์ไม่ร้อน อันนี้แหละเป็นเรื่องหลอก เป็นเวทนาหลอก เป็นสวรรค์หลอกให้คนอยู่ได้ในโลก หากมีสวรรค์หลอกอันนี้ บรรลัยจักร เลย คนจึงหลงสวรรค์อยากได้สวรรค์เพราะไม่มีความรู้ว่าสวรรค์กับนรกนี้มันอันเดียวกันแยกกันไม่ได้ คุณได้สวรรค์ก็ได้นรกอยู่ด้วยกัน เผลอเมื่อไหร่ก็เป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นชีวิตของคนจึงพ้นทุกข์ไม่ได้ ที่ถามมามันเป็น Story ของชีวิตมนุษย์สามัญที่เป็นล้านๆๆ เรื่อง เอามาถาม อาตมาตอบไม่ได้ กรรมวิบากเป็นเรื่องอจินไตยคิดไม่ได้ตอบไม่ไหวเลย เยอะ และ กรรมวิบากเหล่านี้ ศาสนาพุทธพระพุทธเจ้าตรัสรู้ มันจะสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องแล้วเป็นเรื่องนิยายต่อกันไป ชาติแล้วชาติเล่า มันเป็นอย่างไร ไม่เลิกการดูดการผลัก ระหว่างธรรมะสองระหว่างเพศผู้เพศเมีย แล้วก็มีบานปลายเป็นลูกเป็นครอบครัว มีผู้สนับสนุนเป็นกองทัพ เป็นโลกไป ไม่ได้เรียนรู้ชีวิตของมนุษยชาติ เพราะฉะนั้นมันไม่มีจบ แล้วเป็นไปตามยถากรรม กรรมวิบากที่คุณไม่ได้ศึกษาก็ต้องไปตามนั้น ศาสนาเทวนิยมก็ไปโ

อ่านต่อ

ยนให้พระเจ้า ถ้ามีความทุกข์ก็เป็นประสงค์ของพระเจ้า มีความสุข ก็ยังดี ปฏิบัติตามคำสอนพระเป็นเจ้าและแสดงความสุข ก็ไปเน้นอ้อนวอนให้พระเจ้าช่วย จึงต่างกับศาสนาพุทธ ศาสนาพุทธไม่อ้อนวอน ให้ตนเองช่วยตนเอง ตนเองจะมีความสุขในความทุกข์ จะพ้นทุกข์เป็นสุขได้ก็ด้วยตนเองที่ตัวเรา แล้วสูงสุดจนกระทั่งไม่มีสุขไม่มีทุกข์เป็นนิพพานนังปรมังสุขัง ขอยืมพยัญชนะมาใช้เท่านั้น นิพพานนั้นยิ่งกว่าสุข ไม่ใช่สุขโลกีย์ที่มีนัยยะสอง นิพพานนั้นไม่มีคู่แล้ว 0 ด้วยซ้ำ ถ้า 1 แค่นั้นไม่มีคู่เลยก็พ้นทุกข์ระดับ1 หนึ่งไม่ต้องสังขารกับอะไร ไม่ต้องเกี่ยวข้องกับอะไร คุณเกี่ยวกับอะไรก็มี 2 ขึ้นมา คุณไม่เกี่ยวก็เลยคิด ดื้อๆตื้นๆ ถ้าไม่เกี่ยวกับอะไรก็ต้องหนีไปคนเดียว อย่างหลวงพ่อเกษมเข้าไปมีไปอยู่ป่าช้าไตรลักษณ์ ใครจะไปจะมาข้าก็ไม่เห็นนั่นแหละเขาว่าสุดยอดแล้วเป็นทางออก ง่ายๆไม่ได้ลึกซึ้งอะไร แล้วก็คิดดูสิ ถ้าหากศาสนาสอนให้คนเป็นอย่างหลวงพ่อเกษม ต่างคนต่างไปอยู่ในรูใครรูมันช้ำใครทําเหมือนป่าช้าใครป่าช้ามัน แต่กินนะ แล้วก็นั่งรอกินก็ไปไม่รอดตาย วิจัยให้เห็นง่ายๆ แต่เป็นเรื่องที่เข้าใจไม่ได้ ขออภัยหลวงพ่อเกษมที่เอามาอ้างอิงยืนยันสัจธรรม ก็ตายไปแล้วนานแล้ว เขามีลูกศิษย์ลูกหาอยู่ อาตมาก็ไม่ได้ลบหลู่ ก็เคารพนับถือในเชิง ที่อดทนเก่ง ฝึกฝนเก่งก็ได้แบบนั้น แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ควรได้ควรเป็นควรถึงของศาสนาพระพุทธเจ้าสอนเท่านั้นเอง ศาสนาพระพุทธเจ้าเป็นศาสนาที่สุดยอด อาตมาพาพวกเรามาปฏิบัติธรรม อาตมาบรรลุผลสำเร็จที่ทำงานช่วยคนให้ได้ปฏิบัติตามจนคนมาเจอ รวมเป็นสังคม กลุ่ม มีวัฒนธรรมพฤติกรรมสังคมความเป็นอยู่ แล้ว คนที่อยู่ในนี้ก็ได้อาศัยใช้สอย อยู่กับความเกิดแก่เจ็บตายอย่างไม่ต้องกังวล พึ่งเกิดแก่เจ็บตายกันได้ จิตใจก็พอ ไม่ต้องการมากกว่านี้ คนที่มันจบแล้ว อยู่กับสังคมนี้ ชีวิตอยู่อย่างนี้ ข้างนอกเรารู้ คนรวยหรูหราฟู่ฟ่า พิจารณาด้วยลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข เราก็เห็นก็รู้ไม่ได้ปิดหูปิดตาหลับตาอยู่ในป่าช้าไตรลักษณ์ อยู่ในป่าเขา ไม่รู้ก็ไม่ใช่ เราก็รู้ทุกอย่าง ที่โลกเขามี ที่เขาหลอกเขาหลงใหลได้ปลื้ม วิ่งแย่งกัน เราก็ไม่ได้ไปแย่ง สิ่งที่อาศัยอยู่ในนี้ก็พอกินพอใช้เหลือเฟือ อุดมสมบูรณ์มาก อาตมาว่า ใช้ชีวิตอยู่ในสัปปายะ 4 เสนาสนะที่เป็นหมู่บ้าน เป็นหมู่บ้านที่เจริญเป็นหมู่บ้านสบาย มีบุคคล บุคคลในนี้ก็อยู่ได้สบาย เป็นพี่เป็นน้อง เป็นผู้ที่ต้องเกื้อกูล พึ่งพาอาศัย แม้ไม่มีญาติเลยคุณก็อยู่ได้สบาย แม้จะกำพลอย พลอยนี่ราคาแพงกว่าพร้านะ นี่กำพลอย ยิ่งพลอยราคาแพง อยู่ที่นี่ได้สบาย มีศีล 5 สูงกว่านั้นก็มีอธิศีล อธิจิต อธิปัญญาขึ้นไปเรื่อยๆจนเป็นพระอรหันต์ จริงๆแล้วพวกเรานี้มีพระอรหันต์เยอะ แต่เขาไม่รู้ อาตมาก็ไม่ได้พูดออกไป คนเขาจะเล่นงานอาตมา เพราะว่า Concept พระอรหันต์ของเขาเป็นอีกอย่างหนึ่ง เขาเข้าใจอรหันต์ไม่ได้ เขาว่าอย่างนี้ไม่ใช่ คนที่เราประกาศอรหันต์นั้นเขาฟังแล้วก็ฟันหลุดหัวเราะกัน เขาหัวเราะเยาะ จนฟันเขาร่วงหลุดหายไป เขาไม่เชื่อไม่เข้าใจว่าอรหันต์เป็นแบบนี้ คนอื่นอาตมาก็ประกาศ

สิกขมาตุกล้าข้ามฝัน...คนเขาก็ไม่เชื่อว่ายายกิมตังเป็นพระอรหันต์ เพราะไม่เรียบร้อยและไม่ค่อยมีผัสสะ พอประกาศว่ายายไม่ใช่อรหัตตมรรค พวกญาติธรรมบางคนก็ไม่เชื่อ พ่อครูว่า...ขนาดพวกเราเองยังไม่เชื่อเลยแล้วจะไปพูดกับคนอื่นข้างนอกได้อย่างไร สรุปได้ยาก ตอบข้อที่ 2 พระโพธิสัตว์ ว่าจบแล้ว ทำไมต้องรู้และอยากทำไปเรื่อยๆ ถามข้อนี้ก็ง่าย แต่คนไม่ค่อยนึก...โพธิสัตว์มีตั้ง 9 ชั้น โพธิสัตว์คือผู้ที่จะไปเป็นพระพุทธเจ้าก็ต้องอยู่ต่อไป ก็ง่ายๆอย่างนี้ เข้าใจชัดไหม อาตมาบอกถึงขนาดอาตมาอยู่ในระดับ 7 ทุกวันนี้อาตมาอยู่ ไม่ได้ทำประโยชน์ตนเอง เขาก็บอกว่า ถ้าประโยชน์ของตนคือให้ตัวเองเป็นพุทธเจ้าใช่ไหม คำว่าประโยชน์ตนก็คือจบเป็นอรหันต์ คนที่มีประโยชน์ตนคืออรหันต์จบแล้ว เกินกว่านั้น พระโพธิสัตว์ไม่มีประโยชน์ตนแล้ว ทำประโยชน์คนอื่นเพิ่มขึ้นมีแต่กรรมกิริยาให้คนอื่น ตนเองพ้นจากลาภยศสรรเสริญโลกียสุข มีกรรมกริยาการเคลื่อนไหวก็เพื่อผู้อื่นทั้งนั้น อาตมาบรรยายอยู่ที่ลานอโศกวัดมหาธาตุ บรรยายแล้วก็พูดกับไอ้หนุ่มคนจีนคนหนึ่ง พูดถึงเรื่องกิน เขาก็บอกว่าจบแล้วทำไมต้องกินเพื่ออยู่ต่อไป อาตมาก็บอกว่ากินเพื่ออยู่ เขาก็บอกว่าจะอยู่ไปทำไม อาตมาก็บอกว่าอยู่เพื่อทำประโยชน์ต่อผู้อื่นกินเพื่อผู้อื่น เขาก็บอกว่ามากไปๆ เพราะอาตมามีชีวิตอยู่ก็เพื่อผู้อื่น ไม่ได้เพื่อตัวเอง จึงเข้าใจให้ได้ว่าประโยชน์ตนคืออะไร โพธิสัตว์ทุกองค์เพิ่มเติมเพื่อประโยชน์ผู้อื่น ตั้งแต่ 5.อนุโพธิสัตว์ 6.อนิยตโพธิสัตว์ 7.นิยตโพธิสัตว์ 8.มหาโพธิสัตว์ 9.พระปัจเจกสัมม“สัมพุทธเจ้าและพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

สิกขมาตุกล้าข้ามฝัน... ดิฉันได้ ประโยชน์ธรรมะพ่อท่านคือเรื่องกายกับบุญ ทำไมดิฉันสงสัย ว่า เมื่อก่อนพ่อท่านไม่สอนทำไมมาสอนเมื่อ 2 ปีที่แล้ว พ่อครูว่า...ที่อาตมายังไม่สอนเพราะว่าปฏิภาณปัญญาของอาตมายังไม่ขึ้น ที่สอนทุกวันนี้เป็นระยะสำคัญลึกซึ้ง ระดับนั้นมันยังไม่ขึ้น มันยังไม่โผล่มา อาตมาเข้าใจกายกับบุญนั้นมีนัยยะพิเศษที่แยกออกมาอีก คือปฏิภาณยังไม่ขึ้นมา เป็นอจินไตยหลายอย่างเพราะว่า 1. มันยังไม่ถึงเวลาตามอจินไตย 2. อาตมายังไม่ขึ้น ยังไม่มี ภูมิก็ยังไม่แสดง นี่ภูมิอันนี้ขึ้นมาก็แสดง อาตมาไม่รู้ไม่ได้ ที่อาตมารู้นี้ของใครล่ะ? ของเก่าอาตมา จนกระทั่งพูดออกมาแล้ว ถึงไปค้นจากพระไตรปิฎกจึงเจอว่า พระพุทธเจ้าท่านตรัสเอาไว้ทั้งนั้น เช่นคำว่ากายเป็นธรรมะสอง แล้วกายคือ จิต มโน วิญญาณ กายไม่ได้เน้นที่ร่าง ไปยึดว่ากายคือดินน้ำไฟลมก็ผิดอีก คนฟังก็เป็นนัยยะลึกซึ้ง อันนี้คนฟังก็หูหัก กลายเป็นว่ากายคือดินน้ำไฟลมไม่เกี่ยวกับจิต(แยกกายแยกจิตอย่างไร?) กายไม่เป็นจิตไม่ได้ ต้องมีภายนอกด้วย กายต้องมีภายนอก นี่อาตมายิ่งพูดไปยิ่งรู้สึกว่าไม่เก่งไม่ครบรอบไม่ถ้วนไม่ชัด ฟังแล้วต้องมีประเด็นสงสัยอยู่แน่ คุณสู่แดนธรรมว่า...เหตุปัจจัยที่พ่อครูต้องค้นหาด้วย เช่นเรื่องธรรมกาย พ่อครูว่า... ไม่เชิง มันถึงเวลาวาระที่ต้องอธิบาย คุณเกร็ดดินว่า...คือว่า เป็นรอบนักษัตร ตอนนี้เป็นนักษัตรที่ 4 รอบที่ 1 2 3 เป็นศีล สมาธิ ปัญญา รอบที่ 4 ก็เป็นวิมุติ พ่อครูว่า...พวกเราก็ตามด้วย พวกเราถ้าฟังไม่รู้เรื่องอาตมาก็พูดอยู่คนเดียว 610728_รายการสำมะปี๋ซีวิต บ้านราชฯ ตอนที่ 2

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน