14_ภาคผนวก ง ข้อมูลสมุดบันทึกทบทวนธรรม.docx
เนื้อหาในไฟล์
ภาคผนวก ง ข้อมูล การสะท้อนคิดจาก บันทึกสมุดทบทวนธรรม และผลต่อสุขภาวะองค์รวม 4 ด้าน บันทึกสมุดทบทวนธรรม รวบรวมเนื้อหา การสะท้อนคิด จากแบบบันทึกรายบุคคลในสมุดบันทึกทบทวนธรรม จากกลุ่มตัวอย่าง 30 คน มีดังนี้ คนที่ 1 อายุ 44 ปี ได้อ่านคู่มือสวดมนต์ทบทวนธรรม รู้สึกว่าชอบและยิ่งรู้จักกับวิธีการปฏิบัติต่อตนเองและเข้าใจหลาย ๆ อย่าง ทำให้มีสมาธิมากขึ้น ยิ่งได้ทบทวนธรรมประกอบเข้าไปด้วย ทำให้เรารู้จักสำนึกต่อบาปมากขึ้นและมีการแก้ไขปรับปรุงตัวเองใหม่อีกด้วยค่ะ ปฏิบัติไปเรื่อย ๆ ทำให้เป็นนิสัย ทำให้ชีวิตของเราเป็นสุขตลอดไป สามารถแก้ปัญหาได้และสามารถเห็นสุขในทุกข์ได้ตลอดเวลา ถ้าเราอยากให้พ้นทุกข์ก็ต้องเชื่อเรื่องผลของกรรมซะก่อน เชื่อในเรื่องวิบากกรรม โลกนี้ไม่มีอะไรบังเอิญทุกอย่าง มีมาแต่เหตุของกรรม ได้อ่านซ้ำ ๆ ทำให้ใจเราเกิดปัญญาและใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เหตุที่เรามาอยู่ที่นี่ก็คือกรรมของเรา เราอยากออกจากกรรมให้ได้ ก็ต้องมีศีลคือการให้ถือศีลมีเมตตา อยากมีเวลาทำกิจกรรมร่วมกัน สวดมนต์อ่านบททบทวนธรรมให้มากขึ้น คนที่ 2 อายุ 38 ปี หลังจากได้ฟังคณะจิตอาสามาพูด ทำให้มีความคิดว่า การที่เราโมโหหรืออารมณ์หงุดหงิด ทำให้ตัวเราไม่สบายจริงๆ เพราะอารมณ์โกรธของเรา ทำให้อาการป่วยมันกำเริบ แทนที่จะหายกลับทรุดลง จึงพยายามลดละความเครียด อภัยให้คนอื่นเสมอ ไม่มีอคติกับใคร รู้สึกว่าจิตใจจากเคยอารมณ์ร้อน ทำให้เย็นลงเรื่อย ๆ วันนี้คิดถึงเรื่องความโลภ เขาเอาของเข้ามาขายที่ร้านค้า ก็เกิดความอยากได้หลาย ๆ อย่าง แต่ก็ซื้อไม่ได้เพราะคนเข้าแถวกันเยอะ เราก็อยากได้เลยไปยืน ทำให้ปวดขาจนขาบวม ทั้ง ๆ ที่ของที่อยากได้ก็ไม่จำเป็นเท่าไหร่ มานั่งคิดดูแล้วเกิดจากความโลภของเรา ทำใ
อ่านต่อ
ห้ปวดขาไม่สบายเลยเป็นทุกข์ วันนี้เห็นคนอื่นเขาไม่มีของใช้ของกิน เราดูแล้วเราก็มีพอใช้อยู่เลยแบ่งปันคนที่ไม่มีไป ทำแล้วเราไม่คิดหวังสิ่งตอบแทน พอให้เขาแล้วมีความรู้สึกสบายใจที่เราได้เผื่อแผ่คนที่เขาไม่มีและเราก็ไม่ลำบากอะไร เขาก็รู้สึกดีกับเรา ทำให้ภูมิใจมากเลย มาถึงทุกวันนี้มีความรู้สึกว่า ตัวเองเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก หลังจากรู้จักการให้และการอภัย เพราะจากที่เราให้อภัยคนอื่น ไม่มีอคติ ทำให้เป็นคนใจเย็น คิดก่อนพูดและคิดก่อนว่าจะโมโหหรือโกรธใครไปทำไม มันทำให้เราหน้าตาดำหมอง เพราะความโกรธ ทุกวันนี้ใจเย็นมากแล้วทำให้หน้าตาก็ขาวขึ้น สดชื่นร่าเริงกว่าเดิม ทำให้รู้ว่ามีผลต่อทางร่างกายและจิตใจ ทางร่างกายทำให้หน้าตาแจ่มใสขึ้น แข็งแรงขึ้น ทางจิตใจทำให้เป็นคนใจเย็นและเบิกบานร่าเริง ทำให้มีแต่ความสบายใจ ทุก ๆ วันมีกำลังใจต่อสู้ไปอีก ถ้าเราออกไปแล้วเราจะอยู่กับลูก ๆ หลาน ๆ ไม่ทำสิ่งผิดกฎหมายอีกแล้ว เพราะนึกดูแล้ว ถ้าเราไม่ทำสิ่งไม่ดีเราก็คงจะไม่ได้มาอยู่ในจุดนี้ จะไม่ทำอีกแล้ว ขออยู่กับครอบครัวแบบมีความพอเพียง ก็พอใจแล้ว ตอนนี้เขาให้มีการฝากเสื้อผ้าเข้ามาได้ ตอนแรกก็อยากได้ของกับเขา แต่พอนึกอีกที การที่เราโลภมากทั้งที่ของใช้ก็พอมีอยู่ มันก็ทำให้จิตใจวุ่นวาย จดจ่ออยากได้ ก็เลยนึกถึงธรรมะ โลภมากไม่ดี เอาแค่พอมีพอใช้ก็พอ และเราก็ไม่ทำให้คนที่มาเยี่ยมเปลืองเงินด้วย มีความรู้สึกว่าไม่อยากแก่เลย อยากหยุดความแก่เอาไว้ กลัวว่าแก่แล้ว ไม่นานก็คงจะตาย ทำให้ทุกข์ใจมาก แต่พอนึกขึ้นได้ว่า สังขารคนเราไม่ แน่นอน ก็ทำใจเพราะความตาย ถ้าถึงเวลาไม่แก่ก็ตาย เราต้องรู้จักปลงในทุกสิ่ง พยายามทำทุกวันให้ดีที่สุด ก็พอใจแล้ว คนที่ 3 อายุ 38 ปี ประทับใจบททบทวนธรรมหัวข้อ สิ่งที่เราได้รับคือสิ่งที่เราทำมา ไม่มีสิ่งใดที่เราได้รับโดยที่เราไม่เคยทำมา ดิฉันรู้สึกดี ไม่ค่อยคิดมากเท่าไหร่ สภาพจิตใจก็ดีขึ้นเยอะ มองคนอื่นอีกหลาย ๆ คนที่เขาประสบปัญหาเดียวเหมือนกับเรา เขาก็ยังอยู่ได้ เราก็ต้องอยู่ให้ได้ ตอนนี้ดิฉัน งดทานเนื้อสัตว์ ได้แล้วค่ะ ทานแล้วรู้สึกดีขึ้น ไม่รู้สึกอึดอัดตัวเหมือนก่อนค่ะ เรามักเข้าใจคนอื่นผิด เพราะเรามองแต่ตัวเรา เรามองความผิดพลาดของคนอื่นมากกว่าตัวเราเลยมองคนอื่นในแง่ลบเสมอ แต่ละคนมีความคิดที่แตกต่างกัน คิดดี ทำดี พูดดีต่อกันดีที่สุด จะไม่ต้องไปเบียดเบียนกัน เราจะได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เรื่องที่เกิดกับเราไม่มีเรื่องไหนที่มันบังเอิญ ล้วนเป็นผลของกรรมที่เราเคยสร้างมา แล้วแต่กรรมหนักเบาของแต่ละคน ซึ่งเป็นผลจากการกระทำของเราเองทั้งนั้น เราควรที่จะยอมรับผลนั้นให้มากๆ จากร้ายก็จะกลายเป็นดี เรื่องร้าย ๆ ที่เกิดขึ้นกับเรา ไม่มีใครผิดต่อเรา อย่าโทษใครให้โทษตัวเอง ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นจากตัวเราไม่มีใครมาบังคับเรา เราเท่านั้นที่ผิดต่อตัวเราเอง จงทำดีเข้าไว้ ทุกอย่างจะคลายลง กฎแห่งกรรมทุกคนไม่สามารถหลีกหนีไปได้ บางครั้งการที่เราเจอเหตุการณ์ที่ไม่ถูกใจ เราคิดแต่ว่าโชคไม่ดีแล้วฤกษ์ไม่ดีแล้ว เลยลืมมองไปว่าน่าจะเอาเหตุการณ์เหล่านั้น เป็นเครื่องล้างกิเลสและวิบากร้ายของเราให้หมดไป การที่เราเจ็บป่วยเกิดจากกรรมเวรที่เราได้ทำมา เราควรก้มหน้ารับกรรม สำนึกผิดในกรรม อโหสิกรรมทำความดีให้มากๆ ตั้งจิตให้มั่นแล้วสิ่งเหล่านั้นก็จะหายไป ทำดีอย่างไรให้มีสุข การไม่เบียดเบียนคนอื่น ไม่ทำให้ตนเองและผู้อื่นเดือดร้อน ไม่ยึดติดในกิเลส รักษาศีลให้มั่น ทำดีให้มากๆ เพื่อไม่ให้ผลร้ายตามมาได้ทัน เราควรมีสติอยู่ตลอดเวลา อย่าปล่อยให้กิเลสมาครอบงำเรา ไม่งั้นเราจะหลงไปกับกิเลส การได้ลงมือทำอะไรเต็มที่ ก็จะมีความสุขเต็มที่ จงทำดีเต็มที่ คุณจะพบทางแห่งความสุขที่แท้จริง เราควรยอมรับในข้อเสียของคนอื่น เราถึงจะสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างสันติสุข คือสุดยอดของการทำดี ความสุขเล็ก ๆ อยู่รอบตัวเรา เราเท่านั้นที่จะสามารถมองเห็นความสุข อยู่ที่ใจไม่ว่าที่ไหนก็มีความสุข ดิฉันมีความสุขกับชีวิตดีค่ะ ไม่ทุกข์อะไรมากแล้ว พยายามปรับตัวให้เข้ากับเพื่อน มองคนที่ทุกข์กว่าตัวเอง ได้ศึกษาทดลองทำโน้นนี้นั้นหลายอย่าง เลยมีความสุขกับชีวิตดีค่ะ ดิฉันจะทำทุกวันให้ดีที่สุด คนที่ 4 อายุ 22 ปี เมื่อก่อนดิฉันเคยคิดว่า ตัวเองได้เข้ามาอยู่ในจุดนี้ เป็นเพราะคนอื่นที่ทำให้เราลำบากทำให้เราเป็นแบบนี้ แต่พอได้มาเข้าโครงการของอาจารย์หมอเขียวแล้วได้ศึกษาเรื่องธรรม ได้เรียนรู้หลายอย่างก็เลยคิดได้ว่า เรามีกรรมจริง ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ดิฉันก็เลยปล่อยวาง ไม่โทษใคร เราทำตัวเราเอง เราไม่ควรไปโทษคนอื่น ตอนนี้ดิฉันทำใจได้แล้วค่ะ ทำให้ดิฉันเป็นคนดีขึ้นมาได้ ถึงแม้จะไม่เต็มที่ แต่ยังดีกว่าไม่ทำเลย คนเราทุกคนทำผิดพลาดได้ ในเมื่อเราทำชั่วได้ เราก็ต้องทำความดีได้ ทุกสิ่งทุกอย่างแก้ไขได้เสมอ ไม่มีคำว่าสายเกินไป ไม่มีใครอยากทำผิด แต่บางครั้งสิ่งเหล่านั้นเรารู้ว่ามันไม่ดี แต่เราก็ทำเพราะความจำเป็น ทุกคนมีเหตุผลทั้งนั้น การที่ทุกคนเข้ามาอยู่ในคุกไม่ใช่ว่าจะเป็นคนไม่ดีเสมอไป ขอเพียงให้โอกาส ชีวิตคนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกทำความดีได้เราเข้ามาอยู่ในจุดนี้ ทุกคนเหมือนพี่เหมือนน้องกัน มีอะไรที่ช่วยได้ก็ช่วยกันไป บางสิ่งบางอย่างก็ไม่ได้ดั่งใจของเราทุกอย่าง ได้แต่ทำใจเท่านั้น บาปบุญคุณโทษมีจริงและเวรกรรมก็มีจริง ๆ ค่ะตอนนี้ไม่ค่อยเครียดแล้วค่ะ ทุกอย่างมันอยู่ที่ใจเรา ไม่มีใครมาบังคับเราได้ คนที่ 5 อายุ 58 ปี ได้ฟังการอบรมการสวดมนต์ ทำให้เรามีความคิดที่ดีขึ้น จากที่ในบททบทวนธรรมตอนหนึ่งที่เข้ากับเราคือ คงเป็นเวรกรรมที่ทำกับคนอื่นมามากมาย ทั้งชาตินี้ชาติที่แล้ว ชาตินี้ก็คงต้องมาใช้กรรมในเรือนจำแห่งนี้ แต่ก็ไม่โทษใคร ต้องโทษตัวเองที่เคยเอาเขามา คงมากก็เลยต้องรับใช้กรรมต่อไป เคยคิดว่าตัวเองนั้นดีทุกอย่าง ทำดีทุกอย่าง ไม่เคยเบียดเบียนคนอื่น แต่ทำไมต้องมารับกรรมมากมายขนาดนี้ ได้อ่านบททบทวนธรรมบทหนึ่งว่า เรื่องการเข้าใจผิดของเรากับผู้อื่นเราต้องระลึกรู้ว่า มันคือวิบากกรรมเขา วิบากกรรมเรา แก้ไขได้ด้วยการทำดี ไม่มีถือสาไปเรื่อย ๆ แล้ววันใดวันหนึ่งข้างหน้า ในชาตินี้หรือชาติหน้าหรือชาติอื่น ๆ ไป ความเข้าใจผิดนั้น ก็จะหมดไปเอง ตอนแรก ๆ ก็โทษคนนั้นคนนี้เรื่อยไป แต่พอมาเจอคำพูดของใครหลาย ๆ คนมันคงเป็นวิบากกรรมของเราเอง ตามบททบทวนธรรมตอนหนึ่งที่ว่า เราคงเคยเอาของเขามามากเลยต้องมารับใช้กรรมอยู่ตรงนี้เรื่อยไป ดีใจที่มีโอกาส ถ้าอยู่ข้างนอกคงไม่มีเวลาปฏิบัติธรรมแบบนี้ แต่มาอยู่ที่นี่มีโอกาสได้ งดทานเนื้อสัตว์ ได้มีโอกาสทำเจริญภาวนา ได้สุขที่ใจจริง ๆ ค่ะ บางครั้งก็เครียด ทำไมถึงได้มีเวรมีกรรมมากมาย ได้ฟังบรรยายจากทีมงานหมอเขียว รู้สึกดีมาก ๆ มีความคิดที่จะมีชีวิต อยู่ใช้ชีวิตในนี้ให้ดี ทุกสิ่งทุกอย่าง การตัดกิเลส ความโลภ อยากได้อยากมี ความไม่รู้จักพอ ทุกวันนี้ก็รู้สึกว่าตัดออกได้เยอะ อยากให้มีโครงการนี้ตลอดไปเป็นโครงการที่ดีมาก ๆ ค่ะ คนที่ 6 อายุ 42 ปี ข้าพเจ้าไม่สบายอยู่ครั้งหนึ่ง แล้วได้ดื่มน้ำปัสสาวะ 1 วันกับ 1 คืน หลังจากนั้นก็เกิดผื่นคันแดงขึ้นตามตัวของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่รู้จะทำอย่างไร พอเพื่อนเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดให้ ผื่นนั้นก็ยิ่งแดงขึ้นตามลำตัว ไม่ว่าจะเป็นแขนขาของข้าพเจ้า สุดท้ายก็เต็มไปทั้งตัวและหน้าของข้าพเจ้า แต่ข้าพเจ้าก็ไม่ย่อท้อกับอาการที่ข้าพเจ้าได้รับ มันคงเป็นวิบากกรรมของข้าพเจ้าเอง ที่ข้าพเจ้าได้สร้างเอาไว้กับคางคก บาปนั้นเลยตามมาทัน ข้าพเจ้าได้ชดใช้วิบากกับคางคก เรื่องการฟังธรรมแล้ว ข้าพเจ้าได้อะไรจากการฟังธรรม จากบททบทวนธรรม ทำให้จิตใจดีขึ้นมาก จากเดิมที่เป็นคนคิดมากในทุกเรื่อง แต่พอได้สวดมนต์และศึกษาธรรม ได้เรียนรู้เรื่องธรรม ทำให้จิตใจนั้นสูงขึ้นมากถึงมากเลยทีเดียว ตอนแรกไม่เคยรู้เลยว่าการสวดมนต์นั้น มันดีต่อสภาพทั้งร่างกายและจิตใจของเรา ทุกครั้งข้าพเจ้ารู้สึกดีแล้วก็มีความสุข ถ้าตอนอยู่ข้างนอกข้าพเจ้าได้รู้เรื่องการสวดมนต์แบบนี้ข้าพเจ้าก็คงไม่ได้มากระทำผิด เพราะเกิดมาข้าพเจ้าก็รู้แต่ว่าไปทำบุญใส่บาตรเท่านั้น ถึงจะได้บุญไม่เคยรู้เลยว่า การสวดมนต์ปฏิบัติธรรมก็ได้กุศลมากกว่า ตอนแรกเคยเสียใจมากที่ได้มาถูกจองจำในนี้ แต่ทุกวันนี้ข้าพเจ้าไม่เสียใจในโชคชะตาแล้ว กับรู้สึกดีมาก ข้าพเจ้าได้เรียนรู้อะไรตั้งหลายอย่างในชีวิตและจะปฏิบัติคุณงามความดีให้คงอยู่ตลอดไปในชีวิตของข้าพเจ้า ดีใจที่ได้โอกาสได้มาเรียนรู้เรื่องธรรมค่ะ ทำให้รู้จักวางและรู้จักประมาณความคิดการกระทำของตนเอง ทำให้ใจมีความสุขได้ รู้จักปรับตัวในการอยู่ร่วมกับคนหมู่มาก ข้าพเจ้าจะตั้งใจทำความดียิ่ง ๆ ขึ้นไปค่ะ** บางครั้งรู้สึกท้อบ้าง เบื่อบ้าง แต่พออ่านบททบทวนธรรม ก็รู้สึกดีขึ้นมากค่ะ** ชอบและยังรู้จักวิธีการปฏิบัติตนเอง ทำให้เข้าใจหลาย ๆ อย่าง ทำให้เราเรียนรู้การให้อภัยกันและกัน คนที่ 7 อายุ 40 ปี ฉันเคยคิดว่าคนอื่นทำผิดต่อเรา ทำไม่ดีกับเรา ฉันลืมมองดูตัวเองว่า เราก็ทำผิดต่อคนอื่นเหมือนกัน ดิฉันเคยช่วยเหลือคนอื่น บางคนเราช่วยได้ บางคนเราช่วยไม่ได้ บางครั้งคิดว่าทำไมไม่ได้ดั่งใจเรา แต่พอได้รู้บททบทวนธรรม จึงเข้าใจว่า มันคือวิบากกรรมของแต่ละคน แต่ก่อนยังไม่เข้าใจธรรมะ ตอนที่ไม่ถูกใจในเหตุการณ์แต่ละอย่าง คิดว่าแย่แล้วไม่ดีแล้ว เพิ่งจะรู้ว่าสิ่งเหล่านั้นคือการฝึกจิตใจเราให้เข้มแข็งขึ้น บททบทวนธรรมได้ให้ข้อคิดอะไรหลาย ๆ อย่างกับดิฉันตั้งแต่จำคุกมา ดิฉันอ่านหนังสือธรรมะมา แต่ก็ไม่เข้าใจเท่าไหร่ แต่พอมาเจอบททบทวนธรรม เป็นอะไรที่เข้าใจง่าย มองเห็นกิเลสชัดเจนขึ้น ได้นำไปปฏิบัติ ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น ดิฉันจะนำความรู้ที่ได้รับ ไปแนะนำคนอื่นด้วย ตอนนี้หักดิบ งดทานเนื้อสัตว์ อาการทอมซินอักเสบ ไอแสบคอดีขึ้นภายใน 3 วัน ทำตามที่อาจารย์แนะนำให้ดื่มน้ำปัสสาวะทั้งวัน อาการดีขึ้นไม่ได้ทานยา แต่สามารถหายได้เหลือเชื่อค่ะ ดิฉันเข้าใจแล้วที่ป่วยเกิดจากกรรมของเรา กรรมที่เราไม่สามารถรู้ได้ว่า เราเคยทำอะไรมาก่อน ดิฉันจะยินดีในกรรมนั้น เพื่อลบล้างให้หมดไป ทำดีให้มาก ๆ ให้ดีออกฤทธิ์ก่อนร้าย เราก็จะผ่านพ้นวิบากกรรมนั้นได้เร็วขึ้น ดิฉันฝึกจิตให้มั่นคงอยู่ตลอดเวลา มีความสุขอยู่รอบตัว อยู่ที่ไหนก็มีความสุข ไม่มีใครมาพรากความสุขไปจากเราได้เพราะว่าความสุข เกิดจากใจสุขที่จะให้มากกว่าได้รับ ดิฉันเป็นจิตอาสา ถามว่าชีวิตมีความสุขไหมที่ได้ทำอะไรเพื่อคนอื่น โดยที่ไม่ได้อะไรตอบแทนตอบได้เต็มปากเลยว่า มีความสุขมากค่ะ ที่ฉันเรียนรู้ในความผิดพลาด เพื่อปรับปรุงแก้ไขตนเองให้ดีขึ้น ให้เข้าใจคนอื่นมากขึ้น เรียนรู้จะให้ผู้อื่นมากขึ้น สุขภาพก็ดีขึ้นเยอะค่ะ อ่านบททบทวนธรรมอ่านซ้ำไปซ้ำมารู้สึกดีมากค่ะ มีความสุขทุกครั้งที่ได้อ่านเป็นบทที่เข้าใจง่าย สามารถเรียนรู้ได้เร็วค่ะ คนที่ 8 อายุ 59 ปี เราอย่าไปโทษคนอื่น ที่เราเป็นเช่นนี้ มาอยู่ในจุดนี้ ได้ งดทานเนื้อสัตว์ รู้สึกว่าทุกอย่างในตัวเรา เริ่มดีขึ้นหลายอย่าง เราไม่จำเป็นต้องเบียดเบียนชีวิตของคนอื่น อย่างเช่นสัตว์ที่เคยเป็นอาหารให้เรารับประทาน มาอยู่ในจุดนี้เหมือนเรามาไถ่บาป ที่ผ่านมาเหมือนตัวเองเป็นคนโง่มาก คิดว่าตัวเองทำถูกต้องเสมอ ไม่เคยคิดว่าตัวเองทำผิดเลยสักครั้ง ตอนนี้จะทำความดี เพื่อลบล้างความไม่ดีออกไป สักวันความดีจะบังเกิดกับตัวเรา ขอบคุณอาจารย์หมอเขียว ที่ชี้แสงสว่างธรรมะให้แก่เรา มาอยู่ในจุดนี้ไม่เสียใจเลย เป็นส่วนหนึ่งในการไถ่บาปไถ่โทษให้ตนเอง ตอนนี้ไม่รู้สึกเครียดอะไรเลยกับโทษของตัวเอง ไม่หวังอะไรมากมาย นอกจากทำจิตใจของเรามีความสุขเท่านั้น ขอเอาธรรมะเป็นที่พึ่งครั้งสุดท้าย ดิฉันได้อ่านบททบทวนธรรมแล้ว ดิฉันไม่เคยโทษใคร นอกจากตัวเอง ที่เดินทางผิดเพราะรู้ว่ากรรมนี้เราทำเอง ไม่มีใครรับแทนใครได้ เกิดอะไรจงท่องไว้ กูทำมา ทำให้ดิฉันได้รู้ว่า โลกนี้ยังมีสิ่งที่ทุกคนควรรู้ว่า ชีวิตที่สุขจริงคือความพอดีของมนุษย์ คนที่ 9 อายุ 47 ปี รู้สึกซาบซึ้งมาก ๆ และทำให้ได้คิดไปในทางที่ดี อยากที่จะทำความดี อยากที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองและอยากเข้าใจคนอื่นมากขึ้น รู้ว่าควรจะปฏิบัติตัวอย่างไรกับเพื่อนร่วมโลกจะได้อยู่เย็นเป็นสุขมากกว่านี้ อยากเอาชนะกิเลสในใจตน บททบทวนธรรมตรงกับตัวเราอยู่หลายข้อ เมื่อก่อนเคยทำไม่ดีและก็จะโทษแต่คนอื่นว่าไม่ดีตัวเรานั้นดีถูก คิดถึงบ้านมาก ๆ แต่พอนึกถึงอดทนทำก็ดีขึ้น หายคิดถึง บ้านเลย เรื่องการเข้าใจผิดของเรากับผู้อื่นก็ดีขึ้น ไม่ต้องถือสาไปเรื่อย ๆ รู้สึกว่าทุกข์ จะลดน้อยลง สบายใจปล่อยวางได้มาก เข้าใจทุกข์และมีความสุขที่ได้รู้จักกับทุกข์ สามารถแก้ปัญหาชีวิตประจำวันได้ คนที่ 10 อายุ 68 ปี ทดลอง งดทานเนื้อสัตว์ ตอนแรกแรกไม่ค่อยชินทานไปทานมา เริ่มชินกับรสชาติทานง่ายขึ้นค่ะ ตนเองป่วยแล้วทดลองใช้น้ำปัสสาวะรักษาก็ดีขึ้น เลยศรัทธามาตลอดค่ะ ดีใจที่ได้เข้ามาอยู่ในโครงการนี้ ทำให้เข้าใจผู้อื่นมากขึ้น รู้จักมากขึ้น มีความอดทนสูงใจเย็นมีสมาธิค่ะ ก่อนที่จะให้ใครเข้าใจเรา เราควรที่จะเปิดใจให้คนอื่นก่อน สิ่งอื่นก็จะตามมาโดยที่เราไม่ต้องแสวงหา การกินเนื้อสัตว์ ทำให้คนเราติดนิสัยชอบฆ่าสัตว์ตัดชีวิต มีความคิดโลภโกรธไม่สามารถขจัดความโลภได้ ดังนั้นจึงไม่ควรกินเนื้อสัตว์ เราควรทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ การฟังธรรมก็เป็นยารักษาโรคได้ดีเหมือนกันค่ะฟังแล้วสบายใจจิตไม่ฟุ้งซ่านสงบมีสมาธิ ทางพ้นทุกข์คือชื่อเรื่องของกรรมและผลของกรรม ควรระวังการกระทำของตนเองให้มาก ๆ เราจะได้อยู่กับสังคมอย่างสงบสุข วันนี้นั่งอ่านบททบทวนธรรมข้อ 6 เมื่อเกิดสิ่งเลวร้ายกับเราไม่มีอะไรบังเอิญ ทุกอย่างยุติธรรมเสมอ หนูคิดว่าในชีวิตที่ผ่านมา หนูทำไม่ดีมามาก เห็นแก่ตัวใจร้ายมาก หาเงินมาก็เก็บไว้ใช้ คิดว่าตัวเองดีตลอด ผิดถูกก็ไม่ยอมรับ จนมาวันนี้ทำไมเราถึงเป็นแบบนี้ เราทำตัวเราเองค่ะ คนที่ 11 อายุ 48 ปี วันนี้ได้ทบทวนข้อ 10 อ่านแล้วนึกทบทวนเรื่องราวชีวิตของตัวเองที่ผ่านมา ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ในสถานผู้ต้องขังนักโทษหญิง ก็ทำให้เราเข้าใจชีวิตและสุขได้มากขึ้น ไม่ต้องโทษคนอื่นว่าผิดต่อเรา เรานั่นแหละที่ทำตัวเรา เพราะจะดีจะชั่วก็อยู่ที่ตัวเราเท่านั้น บทที่ 4 เป็นข้อที่ช่วยให้กำลังใจกับตัวเองมากที่สุด ทำให้ยอมรับชะตากรรมของตัวเอง ช่วยทำให้เราปลงได้และมีความสุขกับการดำเนินชีวิตประจำวัน สังเกตตัวเองก็รู้สึกว่ามีสมาธิมีเหตุผลมีความอดทน ก่อนจะพูดจะคิดจะทำอะไรก็ใช้หลักเกณฑ์ของธรรมะเข้ามาช่วยเสมอ การทบทวนอดีต ทบทวนแต่ละข้อเปรียบเทียบกับชีวิตของเรา ทำให้เรามีสภาพจิตใจที่ดี ทำให้เราได้รู้ว่า คุกที่แท้จริงอยู่ที่ใจของเราคือกิเลสที่อยู่ในใจของเราต่างหาก สามารถอยู่กับปัจจุบันได้อย่างมีความสุข โดยส่วนตัวรู้สึกภูมิใจในชีวิตมากที่ได้มีโอกาสมีบุญวาสนา ได้มาพบโครงการดี ๆ แบบนี้และถ้าหากอยู่ข้างนอกคงไม่มีโอกาสดี ๆ คงไม่มีเวลาทำสิ่งดี ๆ ให้ร่างกายและจิตใจแบบนี้ อยากจะให้มีโครงการแพทย์วิถีธรรมทั่วประเทศและทั่วโลก เพื่อที่จะได้ช่วยให้เพื่อนมนุษย์หลุดพ้นจากกิเลส ดีทั้งกาย ดีทั้งจิตใจ คนที่ 12 อายุ 20 ปี จิตใจสงบขึ้น ไม่คิดฟุ้งซ่านเหมือนแต่ก่อน ทำให้มองโลกในแง่ดีมากขึ้นด้วยค่ะ ไม่ทำให้เครียด ถ้าเราเชื่อเรื่องบาปเรื่องบุญเราก็จะพ้นทุกข์ใจ เราก็จะเป็นสุข ทางพ้นทุกข์คือชื่อเรื่องของกรรม และ ผลของกรรม อ่านแล้วรู้สึกว่ามีหลายหัวข้อที่ตรงกับเรา มีหลายอย่างที่เกิดขึ้น อ่านแล้วก็อยากทำดี มากขึ้นและอยากจะปรับปรุงแก้ไขสิ่งไม่ดีเหล่านั้น รู้สึกว่าจิตใจดี จิตสงบ ใจเย็นขึ้น อยากจะทำความดี และเข้าใจตัวเองดีขึ้น และปลงได้หลาย ๆ เรื่อง คิดได้สำนึกในความผิดของตน ทำให้มีกำลังใจจะต่อสู้กับกิเลส จิตใจดีขึ้น พร้อมสู้กับปัญหาต่าง ๆ เข้าใจคนอื่นมากขึ้นกว่าแต่ก่อน รู้สึกตัวเองเป็นคนเห็นแก่ตัว อยากช่วยเหลือผู้อื่น เห็นใจผู้อื่นมากขึ้น มีเรื่องไม่ถูกใจมากระทบแรงมาก คิดมากเรื่องที่เรา ติดคุก เรื่องเงิน แต่พอนึกถึงบททบทวนธรรมแล้ว รู้สึกดีขึ้น คนที่ 13 อายุ 42 ปี ทำให้มีกำลังใจ อยากจะต่อสู้กับสิ่งต่าง ๆ ที่ได้รับไม่ว่าจะทุกข์หรือสุขก็ยอมรับอย่างมีสติมากขึ้นกว่าแต่ก่อน เมื่อก่อนมีแต่โทษคนอื่นว่าไม่ดี ตัวเรานั้นดีไม่ผิด อยากทำความดีให้มาก ๆ จะได้มีแต่ความสุข เพราะเรารู้ตัวเองดีว่าอะไรถูกอะไรผิด เราต้องซื่อสัตย์กับตัวเอง เลิกโทษคนอื่นว่าผิด มาโทษตัวเองว่าผิดบ้างก็ดีเหมือนกัน หันมาโทษตัวเองดีกว่า รู้สึกดีแจ่มใสกว่าทุกวัน เพราะเราไม่ยึดติดกับอะไร วางใจเป็น เรียบง่าย อยู่ง่าย ๆ อยากทำดีทุก ๆ วัน เพราะรู้สึกดีที่ได้ทำ มีเรื่องไม่ถูกใจมากระทบใจเราแรงมาก แต่ก็ยังดีที่มีสติ นึกถึงบททบทวนธรรมที่เคยอ่าน แล้วทำให้ใจคิดได้ว่า ควรจะปฏิบัติตัวอย่างไร ไม่ควรทำอย่างไร มีอาการเศร้านิด ๆ เรื่องที่เราติดคุก คิดถึงแม่กับพ่อมาก ๆ อยากกลับบ้านมาก ๆ ไม่มีเงินใช้ แต่ก็พอทำใจได้บ้าง แต่ก็มีน้อยใจอยู่บ้าง พอนึกถึงบททบทวนธรรมก็ทำใจได้ เพราะมันเป็นกรรมของเรา เราทำมาทุกอย่างยุติธรรมเสมอ รู้สึกว่าลดละเลิกความเห็นแก่ตัวของตัวเองได้มาก ความทุกข์ที่มีอยู่ลดน้อยลงกว่าแต่ก่อนมาก คนที่ 14 อายุ 54 ปี อ่านหลาย ๆ รอบขึ้น ว่างเมื่อไหร่ก็จะหยิบขึ้นมาอ่านและก็คิดตาม มีอยู่ข้อหนึ่งว่า การมีอคติและคิดว่าตัวเองถูกเสมอ มันเป็นกรรม ก็เลยเก็บมาคิดและมีสติมากขึ้น ไม่พยายามสร้างอคติในใจตัวเอง เพราะไม่อยากสร้างกรรม อ่านอีกบทก็บอกว่า การช่วยคนอื่นช่วยได้หรือไม่ ก็เป็นช่วงของกรรมช่วงหนึ่ง มามองถึงที่ผ่านมา ก็เลยคิดว่าจริง ฉะนั้นต่อไป เราต้องทำดีคิดดีอะไรหลาย ๆ อย่างก็จะออกมาดี จะได้ไม่สร้างกรรมอีก เราคิดดีทำดี รักษาศีลเรา ทุกคนคงไม่มีกรรมมาอยู่ที่นี่และถ้ามาอยู่แล้ว เราก็คิดเสียว่ามันคือกรรม เดี๋ยวมันก็หมดไปจริง ๆ พึ่งมาคิดได้ เจอที่บอกว่าเดี๋ยวมันก็หมดไป ทำให้สบายใจและโล่งใจมากขึ้น สิ่งดี ๆ ก็จะคืนกลับมาหาตัวเรา ถ้าเราไม่ขัดแย้งกับเพื่อน ไม่มีอคติ เราก็จะมีแต่คนคิดดีกับเรา เพราะอ่านแล้วก็เริ่มทำอย่างเช่น วันนี้มีคนมาพูดขัดหูเรา เราก็พุทโธพุทโธ เดี๋ยวมันก็หายไป ทำให้จิตใจดีขึ้น สบายใจขึ้น ไม่หงุดหงิด รู้สึกดีใจมาก ๆ ที่ได้มาเจอกับโครงการนี้ ทำให้เราจากที่ไม่ค่อยจะได้ลดละเนื้อสัตว์เลย ทำให้เรามีความอดทนและก็อดทนจนสำเร็จ พอได้ออกจากที่นี่ เราก็จะไม่ลืมคำอ่านทบทวนธรรมเลยและจะปฏิบัติทำให้ได้เหมือนอยู่ที่นี่ ถึงแม้จะได้ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็จะทำให้ได้อย่างแน่นอน คนที่ 15 อายุ 28 ปี การสวดมนต์ก็ทำเป็นประจำอยู่แล้วเช้าเย็น แต่พอมาอ่านทบทวนธรรมแล้ว รู้สึกว่านิ่งขึ้น สบายใจขึ้น เมื่อได้ทบทวนทีละข้อดูและมามองดูข้อแรกก่อนว่า การเข้าใจผิดของเรากับคนอื่นแต่ก่อนเราเป็นอย่างไร พอเรามาอ่านทบทวนธรรมแล้ว เราเริ่มรู้ว่าไม่ต้องไปติดใจในเรื่องนั้น ๆเดี๋ยวมันก็หมดไปเอง รู้สึกว่าการตั้งฐานจิตง่ายขึ้นและก็เข้าใจคำว่าคิดดีพูดดีทำดีมากขึ้น ทำความเข้าใจให้ลึกซึ้งในแต่ละข้อไป ทำให้รู้สึกว่าสิ่งที่เราเคยคิดมาไม่ถูกต้อง เพราะอาจเรายึดติดกับสิ่งรอบข้าง ตอนนี้ทำความเข้าใจลึกซึ้ง แล้วรู้สึกว่ามันง่ายที่จะทำในการดำเนินชีวิตมากขึ้น ถ้าอยู่ข้างนอกเราก็คงยังไม่เข้าใจเรื่องการสวดมนต์ อยู่ที่นี่ก็อาศัยการทำบุญคือ งดเนื้อสัตว์ ถามว่าตั้งแต่เริ่มทำมาเหนื่อยไหม ไม่กินเนื้อสัตว์เลยก็ไม่เหนื่อยนะ เดี๋ยวนี้ทุก ๆ ระบบดีขึ้นมากแต่ก่อนชอบเจ็บท้อง เดี๋ยวนี้ไม่เจ็บเลย คง เป็นเพราะกระเพาะเราย่อยง่ายขึ้น วันนี้มีความชุ่มใจมากเพราะเอาหนังสือทบทวนธรรมมาอ่านกลับไปกลับมา เชื่อไหมว่าสบายใจมากขึ้น พอกลางคืนฝันดีมาก ๆ สงสัยเพราะเรามีจิตสะอาด สิ่งที่ทำให้เรามีจิตใจสงบ คือสวดมนต์และทุก ๆ วันนี้พวกเราก็สนุกกับการสวดมนต์ คนที่ 16 อายุ 48 ปี ได้ใช้ช่วงเวลาที่ว่าง ท่องบททบทวนธรรมเพื่อให้เกิดความเข้าใจในธรรมะให้มากขึ้น แต่ละบทให้แนวทางแห่งปัญญาที่ทำให้อ่านแล้วเกิดสติได้ ถ้าเรารู้จักคิดตามก็จะเป็นแนวทางที่ดีมาก ๆ ที่จะนำมาใช้กับตัวเราและทุก ๆ คนได้เป็นอย่างดี ทำให้เราได้ข้อคิดหลายอย่างและได้หลักธรรมหลายข้อไว้เป็นประโยชน์และเห็นคุณค่าของธรรมะมากขึ้น แล้วก็พบกับทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเรา ทำให้ไม่เป็นทุกข์มากมาย อารมณ์ก็แจ่มใสไม่ค่อยหงุดหงิด การได้ทบทวนช่วยอะไรเราได้หลาย ๆ อย่างในการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน ถึงเราจะทำอะไรดี ๆ ไม่ได้ทั้งหมดในวันนี้แต่เราก็ยังมีเวลาทำในวันถัดไป การทำดีเป็นไปแบบง่าย ๆ ค่อยเป็นค่อยไป มันจะทำให้เรารู้สึกไม่กดดัน ไม่เครียด ไม่กังวล ได้เข้าใจถึงหลักธรรมมากขึ้น เอามาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจนำไปเป็นแนวทางในการใช้ชีวิตแบบไม่ยุ่งยากอะไรเลย เพียงแค่ให้เราศึกษาให้เข้าใจให้ถ่องแท้และนำมาปรับใช้กับตัวเรา ทำให้เราปรับตัวได้อย่างไม่ยากลำบาก ที่จะใช้ชีวิตร่วมกับทุกคนอย่างสบายใจบางครั้งก็รู้สึกว่าตัวเราจริงจังกับชีวิตมากเกินไป จนเป็นความไม่พอดี บางครั้งต้องเครียดกับชีวิตมากไป บททบทวนธรรมช่วยข้าพเจ้าได้มากในเรื่องนี้ ข้าพเจ้าเป็นคนที่โชคดีมากจริง ๆ ที่ได้มีโอกาสได้ศึกษาบททบทวนธรรมของอาจารย์หมอเขียว ได้รู้จักทบทวนชีวิตของตัวเราเอง ทำให้เข้าใจตัวเองมากขึ้น ใช้ชีวิตอย่างเป็นสุขขึ้น สำหรับส่วนตัวเราเองมีกำลังใจที่จะต่อสู้กับอุปสรรคปัญหาที่กำลังประสบอยู่ ทำให้มีจิตใจเข้มแข็ง ไม่ท้อแท้กับชีวิตพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจขึ้น คนที่ 17 อายุ 41 ปี ดิฉันมีความดีใจและบอกอะไรไม่ถูกกับชีวิต เหมือนว่าเราไม่ได้อยู่เรือนจำ เหมือนเราอยู่ที่บ้าน มีความอบอุ่นทางจิตใจของเราทุกครั้งที่มีการอบรมของหมอเขียว ได้ข้อคิดมากและก็สบายใจ ทำดีเรื่อยไป ทำใจให้สะอาด พออ่านเสร็จก็มานั่งมองย้อนกลับไปว่า ที่ผ่านมานั้นเราทำอะไรไปบ้าง ทำดีแค่ไหนทำเลวแค่ไหน ก็ทำให้รู้ว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข มันล้วนเกิดขึ้นจากการกระทำของเราเอง ที่เราได้รับมันคือกรรมของเรา เราก็ต้องรับผลของกรรมนั้น ทบทวนข้อ 16 จงทำดีเต็มที่ เหนื่อยเต็มที่ สุขเต็มที่ วันนี้ทำงานรู้สึกว่าโดนเอาเปรียบยังไงก็ไม่รู้ แล้วก็รู้สึกว่าช่างเถอะ เราทำหน้าที่ของเรา เหนื่อยเราก็พัก เขาก็หายเหนื่อย แล้วความเหนื่อยไม่ได้อยู่กับเราถาวร แต่ความคิดนี่สิที่อยู่กับเรา คิดในแง่บวกเข้าไว้ คิดดีเข้าไว้ แล้วเราก็จะมีความสุขเอง วันนี้ว้าวุ่นในจิตใจคิดถึงบ้าน คิดถึงลูกเป็นเพราะจิตไม่สงบ มีหนังสือสวดมนต์และทบทวนธรรมอ่านอยู่หลายรอบกว่าจะหยุดคิดฟุ้งซ่านได้ บทที่ 4 สิ่งที่เราได้รับคือสิ่งที่เราทำมา วันนี้บทนี้โดนใจที่สุด หลังจากทำงานเสร็จก็มานั่งอ่านใน
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive