กรณีศึกษาความเหนือสามัญของโพธิสัตว์ระดับ 7.docx
เนื้อหาในไฟล์
กรณีศึกษาความเหนือสามัญของโพธิสัตว์ระดับ 7 พระโพธิสัตว์ระดับ 7 (กรณีศึกษาที่ยิ่งใหญ่ทางวิชาการโลกุตระ) “อย่าบอกว่าอาตมาคือสารีบุตรเพราะว่าอาตมาเจริญยิ่งกว่านั้น” อาตมาไม่รู้สึกหิวหรือกระหาย แม้แต่น้ำอาตมาก็ไม่กระหายมานาน เป็นอาการที่เป็นจริงไม่ได้ดัดจริตพูด แต่ก็เคยอดอาหาร อดอาหารหลายวัน กี่วันจำไม่ได้แล้ว ก็รู้สึกโหยไม่ใช่หิว ร่างกายมันก็ต้องการธาตุทดแทน อาการ 32 มันก็ต้องทำงาน หากว่ามันบกพร่องก็จะส่งสัญญาณบอกว่า ส่งวัตถุดิบมาหน่อยสิ ท้องก็บอกว่าไม่มี บ่จี๊ อาตมาไม่มีอาการนั้นไม่รู้สึกหิวไม่รู้สึกกระหาย ก็เป็นเรื่องของสัจธรรมที่เป็นสิ่งพิสูจน์ยืนยันได้ว่า แม้แต่คนเราไม่มีกิเลส กิเลสนี่เป็นตัวที่มันยังเต็มยังพออยู่เลยมันเหลือด้วยซ้ำมันก็ยังอยากอีกทั้งหิวทั้งกระหายอะไรก็ไม่รู้นี่แหละคือกิเลสของคนมันเกิน แม้แต่กิเลสไม่มีแล้ว ร่างกายที่จะต้องการที่จะเอาไปใช้ปรุงแต่งสังขาร มันก็จะเตือนเรียกว่าหิวหรือกระหาย อาตมาถึงบอกว่า ไม่รู้จักหิวไม่รู้จะกระหายมันก็คือการไม่มีแล้ว อาการที่จะเกินต้องการไม่มีแล้ว อาการที่ตามควรจะได้ ถ้าเราไม่เอาความรู้สึก เราก็จะกลายเป็นคนไม่กิน ไม่ดื่มก็จะตายไปเลย เราก็มีความรู้ตามความรู้สึกว่าควรจะต้อง ไม่ต้องใช้คำว่าหิว ไม่ต้องใช้คำว่ากระหาย เราควรจะปรุงแต่งกันไว้ กินแล้วก็ควรกิน ดื่มก็ควรดื่มตามควร ทีนี้ร่างกายอาตมาไม่ต้องใช้น้ำเท่าไหร่ เพราะร่างกายอาตมาปรุงธาตุอาโปธาตุได้เก่ง พอสมควรเลย เก่งในตัวเอง ผู้ดูแลก็พยายามให้ดื่มน้ำดื่มเดี๋ยวเดียวก็จะปัสสาวะออก อาตมาก็ว่านะจะให้ดื่มทำไมดื่มแล้วเดี๋ยวก็เยี่ยว มันไปสังเคราะห์มันก็เยี่ยวสะอาดอยู่อย่างเดิมอย่างนั้น ก็อาจจะมีส่วนที่จะไปล้างไปที่เซลล์ อธิบายเลยไปกว่าสิ่งที่ควรจะพูดมันโอเวอร์แล้ว อาตมาเป็นคนแห้ง
อ่านต่อ
มาแต่ไหนแต่ไร...ใช่ อาตมาไม่เคยอ้วน เคยน้ำหนักตอนเป็นฆราวาสเคยน้ำหนัก 60 กิโลกรัม รู้สึกสันทัดคนดี มีพุงน้อยๆ ตอนนั้นจำได้ว่า มองตากู กำลังดัง สั่งต่างประเทศมา มีกี่สีซื้อหมด มันมี 7 สี ซื้อมาหมดเลย ใส่ทุกวันวันละสีๆ มันเห่อตอนนั้น (ขึ้นภาพให้ดู) อาตมาไม่มีรสอร่อย มีแต่รับรู้รสของความเป็นจริง เข้าใจกันไหมทำได้หรือยัง? แล้วลดลงมาบ้างไหม ลดลงมาก็ดี ถ้าเราอ่านรสอร่อยเรียกว่าอัสสาทะนี้ออก แล้วลดอัสสาทะ มันจริงนะไม่ใช่พูดแต่ปากจนชนะแต่ปากแต่ปฏิบัติจนมีสภาพความเป็นจริงปฏิบัติลดความอร่อย ผู้ที่อ่านเวทเวทนาเก๊๊คือรสอร่อย แล้วก็รู้ว่ากินก็ได้ กินส้มโอก็รู้รสส้มโอ กินมะนาวก็รู้รสของมะนาว เอาดอกลั่นทม จำปา ก็รู้รสดอกจำปา กินดอกอัญชันก็รู้รสของดอกอัญชัน กินดอกพุทธรักษาก็รู้รสของดอกพุทธรักษา ดอกดาวเรืองก็เคยกิน รสเฝื่อนฉุนมีกลิ่นจัด รู้รสจริงของมัน แต่เราไม่มีรสอร่อย บางทีจะรู้สึกว่ามันยากหน่อย มันก็จะรู้เวทนาของความรู้สึกของเรา เราปฏิบัติธรรมเพราะอ่านเวทนาเป็น รู้แต่รสเวทนา 1 ความจริงตามความเป็นจริงเท่านั้น ส่วนเวทนาที่มันปรุงแต่งที่ยึดถือกันแต่ละคนนั้นมันหมดไป จนหมดเวทนาเก๊ หมดเวทนาตัณหาอุปทานมีแต่เวทนาจริงๆมีความรู้สึกรับรู้ความจริงตามความเป็นจริงก็จบ อาตมาเคยถูกรถชนลอยกระเด็น กล้ามเนื้อแตกที่ขา กระดูกไม่แตก เกิดเป็นพังผืดมีรอยบุ๋มที่ขา อาตมารับมอบหน้าที่จากพระพุทธเจ้าสมณโคดมให้มากอบกู้และสืบสานพระพุทธศาสนาให้ถึง 5,000 ปี อันนี้พูดไปแล้วดูใหญ่ ใครฟังแล้วไม่เชื่อเขาเขาจะหมั่นไส้ แต่อาตมาว่าอาตมาจริง อาตมารับผิดชอบมาจากพระโอษฐ์จะต้องมาเป็นผู้รับผิดชอบศาสนาพุทธให้ถึง 5,000 ปี อีก 2,500 กว่าปี ถ้าไม่ถึงโพธิรักษ์ผิดนะ แล้วอาตมาจะไปทำให้บกพร่องทำไม อาตมามีอายุขัยเพียง 72 ปี ขณะนี้เลยอายุไขมาแล้ว 14 ปี อย่าเอาเกณฑ์ของคนธรรมดามาวัดอาตมา เพราะอาตมาเป็นเทวดา และอาตมามัน SupraStandard มันไม่ใช่ Normal Standard ทั้งหมดข้างต้น เป็นส่วนหนึ่งที่ได้หยิบยกมายืนยัน ให้ลูกๆที่เป็นห่วงเป็นใยพ่อครูมากเกินไป จนไม่ตระหนักชัดถึงความเป็นคน “พิเศษเหนือคนธรรมดา” ทั่วไปของพ่อครู โดยเฉพาะลูกๆที่เป็น “นักวิชาการ” ในสาขาต่างๆ ด้าน “วิทยาศาสตร์สุขภาพ”( แพทย์ เภสัชฯ ทันตฯ เทคนิคการแพทย์ พยาบาล) ความ“พิเศษเหนือคนธรรมดา” ย้ำครอบคลุมไปทุกมิติ รวมทั้งด้าน “สุขภาพ” ซึ่งรวมไปถึง ผลการตรวจต่างๆ( Lab ) ซึ่งตามหลักวิชาแล้ว ช่วยในการวินิจฉัยเพียง 5% ถ้าบอกเล่าหรือประวัติ 80% และการตรวจร่างกาย 15%) ดังนั้น ภายใต้ความเชื่อมั่นและศรัทธาใน “พ่อครู” อย่างสูงสุด! ลูกๆที่ยังปักใจมั่นว่า พ่อครูป่วยเป็นนั่นเป็นนี่ ทั้งๆที่พ่อครูยืนยันว่า “จะมีใครสบายไปกว่าอาตมา” พ่อครูว่า…อาตมาไม่ได้ปวดเจ็บอะไรมันเป็นสังขารร่างกายที่มันก็แน่นอนอายุมากขึ้นมันก็เริ่มมีบ้าง มีบกพร่องบ้างส่วนนั้นส่วนนี้ นอกนั้นก็ไม่มีอะไร เลือดลมมันขลุกขลักบ้างมีเจ็บตรงนั้นตรงนี้ ก็พยายามปรับแต่งเลือดลมร่างกายนวดทุกวัน บางวันหลายครั้ง แล้วนักนวดของพวกเราก็มีเยอะด้วยนะ เป็นหมอนวดจริงๆด้วยนะไม่ใช่หมอนวดเล่นๆหมอนวดมีราคานะ หมอนวดจบจากมหาวิทยาลัยจริงๆนะ เรียนมาหลายสำนักเลย อย่างแผ่นฟ้า นี่ ไปเรียนมาไม่รู้กี่สำนัก นวดตอนนั่งทำงานก็ได้ ปรับปรุงสรีระร่างกายเนื้อหนังมังสาต่างๆ จริงๆนะอาตมาเคยสะดุดนิดนึงว่าทำไมเกิดมาชาตินี้ มีคนมาทำอะไรต่ออะไรให้ไม่ได้มาขอร้องเขามีน้ำใจ จนกระทั่งพวกเราช่วยกันด้วยซ้ำ คนนั้นคนนี้ก็อยากมาช่วย ก็ต้องกันไว้บ้างเพราะมันมากไปแล้ว เดี๋ยวมันจะล้นเกิน นี่คือสิ่งที่เรียกว่า เป็นสัจจะนะไม่ได้พูดเล่น คือบารมี มันเป็นของจริงเป็นบารมี มันมีพร้อมหมดทุกอย่าง “อายุเป็นเพียงตัวเลข” “ อาตมากำลังเพิ่มสัมประสิทธิ์ในการขยายอายุขัย และจะพลิกcell” เพราะ “อาตมาต้องการมีอายุยืนยาวเพื่อทำงานสืบสานพระพุทธศาสนา ตามหน้าที่ที่รับมอบมา” ลอง “พลิก”ความปักใจมั่นนั้น และหันมาศึกษา ความเป็น “รูปธรรม” ของ “พ่อครู” พระโพธิสัตว์ระดับ 7 ( พระนิยตโพธิสัตว์) ตามหลักวิชาการแต่ละสาขาในรูปแบบของ “กรณีศึกษา”( Case Study)... โลก คงได้คำตอบของความเป็น “Supra Standard” ให้เป็นที่ประจักษ์สืบต่อไป… พ่อครูว่า…พยายามเรียบเรียงออกมาตามความรู้สึก ก็ใช่นะ ผู้เรียบเรียงก็เก็บความเป็นจริงมาเรียบเรียงขึ้นมา สรุปให้กันฟัง อยู่ชีวิตทางโลกเขาก็เป็นนักวิชาการคนนี้จบปริญญาโททางวิชาการ เป็นผู้ช่วยคณบดี หน่วยงานทางโลกมา มีคิว กิจกรรม ชาวราชธานีอโศกแสดงกิจกรรมให้พ่อครูดู เอาละ วันนี้ก็เป็นวันสบายๆวันสุดท้ายของมหาปวารณาด้วย เป็นวันครบอะไรหลายอย่าง ครบวันบวชครบ 50 ปีของการทำงานศาสนา ครบอายุแก่ ควรไปนับตัวเลขของอายุก็มีแต่ตัวเลขแต่อาตมาอิสระจากตัวเลขเหล่านั้นแล้ว ...ฟังเข้าใจไหม… เข้าใจ เห็นความจริง… เห็น 631107_เทศน์ทำวัตรเช้า มหาปวารณา ครั้งที่ 38 สู่แดนทองคำแพง ฉลอง 50 ปีโพธิกิจ ตอน 3