วรรณะ 9 สุดยอดกว่าทองคำแท้.docx
เนื้อหาในไฟล์
วรรณะ 9 สุดยอดกว่าทองคำแท้ สู่แดนธรรมว่า…พวกเราอยากฟังพ่อท่านเตรียมเรื่องทองคำแท้มาว่าอย่างไรครับ พ่อครูว่า…ทองคำแท้ของพวกเรานี้ สรุป...ดีแล้วที่เตือน พวกเรานี้ได้ทองคำแท้เป็นทองคำแท้แล้ว แท้จริงๆ มีวรรณะ 9 อยู่กันอย่างสาราณียธรรม 6 ก็ยืนยันประกาศให้ฟัง สาราณียธรรม 6 เศรษฐกิจทางด้านสาธารณโภคี ไม่มีโลกไหนทำได้ สังคมที่ทำได้คือสังคมพุทธแท้ ศาสนาพระพุทธเจ้าอยู่ในยุคที่มันทำไม่ได้หรอกเพราะว่าคนสมบูรณาญาสิทธิราชย์มันไม่รู้จักสิทธิมนุษยชน มันเป็นสังคมทาสมันทำสาราณียธรรม 6 ไม่ได้ แต่พระพุทธเจ้าทำจนได้โดยตั้งธรรมนูญหลักเกณฑ์ขึ้นมา หลักเกณฑ์ของท่าน ใครมาปฏิบัติตามหลักเกณฑ์นี้ก็อยู่ในรีตของท่าน แล้วจะมีหมู่มวลนี้สาราณียธรรม 6 มาปฏิบัติตามศีลสมาธิปัญญา จะมีคุณสมบัติเป็นคนมีวรรณะ 9 เป็นคนคลาสสิค เป็นคนชั้นสูง วรรณะ 9 เป็นคนคลาสสิค นี่เป็นสัจธรรมเป็นภาษาธรรมะ โลกค่อยๆเข้าใจ เป็นคนคลาสสิค เพราะฉะนั้นคนที่มีคุณสมบัติ 9 คือคนสุดยอดคลาสสิค ที่ไล่ไปแล้ว วรรณะ 9 เลี้ยงง่าย (สุภระ) บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) เพ่งทำลายกิเลส มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ตรงข้าม อวรรณะ9 ขยันเสมอ, ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ) คำว่าธุดงค์ที่เขาเข้าใจกันว่าเป็นการออกป่าออกถ้ำนั้นเป็นการเข้าใจผิดไปจากศาสนาพุทธ อาตมาพูดความจริงความถูกต้อง ปาสาทิกะอาการหน้าเลื่อมใส ชาวอโศกเรามีอาการสมบูรณ์แบบ เป็นอาการทางกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมเข้าหลักเข้าเกณฑ์โลกุตระ ผู้ที่มีปฏิภาณปัญญาไหวพริบละเอียดลึกซึ้งมาสัมผัสแล้วก็จะรู้ว่าอันนี้ใช่ น่าเลื่อมใส สัมผัสองค์รวมไปก็จะเห็นหมด ชาว
อ่านต่อ
พุทธเขาเข้าใจชาวพุทธคืออะไรไปมาหลายสำนักแล้วก็ไปดูก็ดูมวลมนุษย์นี่แหละที่เป็นสมาชิก มาเป็นผู้ปฏิบัติของแต่ละสำนัก ก็มีคนในสำนักประพฤติปฏิบัติตามทฤษฎีของอาจารย์ของผู้นำ พอมาเจอที่มีโพธิรักษ์เป็นผู้นำมาสัมผัสองค์รวม บอกว่าใช่ คนที่มีปฏิภาณก็จะรู้ อาการที่ลืมใส่ อย่างนี้ใช่ สรุปยอดเลย อปจยะ วิริยารัมภะ คือทรัพย์ของมนุษย์ มนุษย์ไม่สะสมกับมนุษย์ยอดขยันมีความรู้ความสามารถอยู่ในตัว ก็อยู่อย่างนี้แหละ พวกเรามีความรู้ความสามารถในตัวและไม่ต้องสะสม มีของกลาง กินใช้อยู่สบายดีสุดจบเลย นี่อาตมาถึงได้ขยายความอธิบายมันจบ... _นักรบธรรมว่า...ทองคำแพงแท้ แพ้แรงคนจน เป็นคำที่พ่อครูสถาปนาว่า นี่แหละคือคนจนมหัศจรรย์ พ่อครูว่า…ทองคำแพง ก็มาแพ้แรงคนจนโลกุตระ ต้องมีคำว่าโลกุตระด้วยนะ คนจนทางโลกโลกไม่มีคำนี้กำกับก็เป็นคนจนเลอะเทอะอย่างไรก็ได้จนอย่างอวดดี ทำกิจการผิดล้มละลาย ก็ได้ หรือว่าจนผลาญพร่า จะไปเหลืออะไร จนอย่างสำมะเลเทเมาไม่เข้าท่าก็แน่นอน แต่จนอันนี้มันมีศักดิ์ศรีกว่า _ส่แดนธรรม...ช่วงที่พ่อท่านอธิบายเรื่องอาการที่น่าเลื่อมใส และมีคนให้ผมช่วยถามว่า...ขอให้พ่อท่านอธิบายอาการที่น่าเลื่อมใสให้ชัดๆ เช่นทำอย่างไร ไม่เป็นอย่างไร พ่อครูว่า…ทำอย่างไร ไม่เป็นอย่างไร ฟังดีๆนะ อาการโพธิรักษ์ มีท่าทีลีลาทั้งกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมน่าเลื่อมใส ขออภัยพูดอย่างจริงใจ แต่คนไม่เข้าใจก็หาว่าอาตมาเป็นอย่างนั้น มันไม่เหมือนกับ Concept ที่เขายึดถือกำหนดไว้แล้ว ความยึดถือ ความหมายอย่างนั้นแล้วเขายึดถือว่าจะต้องดีอย่างนั้น บอกว่าคนดีคือคนสุภาพ กายกรรมของอาตมาสุภาพ เพราะกายกรรมของอาตมาแรง ดี ถูกต้อง กระจ่างชัด ไม่พราง ไม่มัว ไม่มืด เปิดหมดเต็มๆ ยิ่งกว่าเพชรที่ไม่ต้องเอาหนังชามัวร์มาเช็ด ใส ผ่อง ฟังขึ้นไหมนี่? สู่แดนธรรม...พ่อท่านเคยตอบปัญหาว่าอาการน่าเลื่อมใส คืออาการที่ไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลงครับ พ่อครูว่า...คืออาการที่ไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง นี่แหละคือ อากรน่าเลื่อมใสทางกาย พอทีนี้วาจา อธิบายแล้วอธิบายอีกกระจ่างใสสว่างชัดเจนไหม ไม่มีไม่มีเลี้ยวไม่มีลดไม่มีหลบไม่มีหรี่ไม่มีลี้ วาจาก็หือ สุดยอดปาสาทิกะ ที่น่าเลื่อมใส มาจากใจที่สะอาด มาจากใจขออภัยต้องพูดอย่างนี้ จากที่มีความรู้เต็มๆ แล้วก็เอาความรู้เต็มๆนี้ออกมาเปิดออกมาขยาย ออกมาอธิบาย ออกมาแจกๆๆๆ มีแต่ความรู้มีแต่โลกุตระธรรมเป็นสิ่งที่ดี สู่แดนธรรม...แล้วแต่ใครจะมีธาตุแท้อะไรก็จะเลื่อมใสไปสู่ธาตุนั้น พ่อครูว่า…ใครมีธาตุน้ำก็ไปหาธาตุน้ำ ใครมีธาตุน้ำมันก็ไปหาธาตุน้ำมัน ใครมีธาตุของขี้เหล้าก็ไปหาขี้เหล้า ใครมีธาตุขี้ยาก็ไปหาธาตุขี้ยา สู่แดนธรรม...ถ้าใครมีจริตศรัทธาเลื่อมใสแบบเจโต ก็จะไปเดินจงกลมตามหลังพระที่ท่านบรรลุสายใจโต ใครมีจริตสายศรัทธาเลื่อมใสปัญญาก็จะมาฟังธรรมที่ขยายความมากๆ พ่อครูว่า…มันมีจริต ของใครของมัน สู่แดนธรรม...แล้วค่าเฉลี่ยจริงๆของอาการน่าเลื่อมใสมันควรจะอยู่ตรงไหนครับ พ่อครูว่า…มันมีความละเอียดตอบไม่ได้หรอก พูดเป็นสังขยาเลขไม่ได้หรอก สู่แดนธรรม...คืออาการที่ไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง ใช่ไหมครับ พ่อครูว่า…ลงไปในความหมายอีกที ที่เราพยายามใช้ภาษาคำว่าทองคำ เป็นวัตถุสมบัติในโลกที่หายากที่สุดแล้วก็มีคุณสมบัติ ไม่มีอะไรทำร้ายได้ ไม่เกิดสนิมไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองนอกจากคนเอาไปผสมมัน โดยตัวมันเองไม่มีเปลี่ยนแปลงได้ จะเป็นตะกั่วจะเป็นเหล็ก จะเป็นอะไรอื่นมันก็เปลี่ยนหมด ตัวมันเองก็ไม่ทรงตัว แต่ทองคำนั้นทรงตัวอยู่ได้ตลอดกาลนาน จึงเป็นหนึ่งในโลหะของโลก กำกับว่าเป็น ทองคำเพราะว่าไม่ใช่ทองเหลือง ไม่ใช่ทองแดงไม่ใช่ทองขาว เขาว่าทองขาวมันแพงกว่าทองคำนะ (เขาว่าทองขาวตอนซื้อแพงกว่าตอนขาย ตอนซื้อแพงกว่าทองคำตอนขายขายถูกกว่าทองคำ) อาตมาก็พยายามหาคำอธิบายความแตกต่าง ระหว่างความยึดถือ อย่างโลกหรือส่วนใหญ่ทางโลกเขายึดถือคำว่าเศรษฐกิจ เขาก็ยึดถือของเขาไปอย่างที่เขายึดถือ แต่ความจริงของสิ่งที่ถูกต้องที่สุดของความหมาย คำว่าเศรษฐกิจ อย่างชาวอโศกเข้าใจเศรษฐกิจไม่เหมือนเขา ในหลวงรัชกาลที่ 9 ก็ทรงเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจไม่เหมือนคนทั่วไป เพราะฉะนั้น ต่างประเทศถามว่าจะบริหารประเทศแบบไหน ท่านก็บอกว่าก็เอาแบบคนจน นักบริหารประเทศเกาหลีก็ฟังแล้วก็งง แล้วท่านก็อ่านกิริยาของคนฟังออก เขาฟังเขาแสดงกิริยาก็อยากให้เราพูดอธิบายอีก เราก็พูดอีกก็บอกว่าเอาแบบคนจน ท่านขยายความให้แก่รัฐมนตรีเกาหลี ซึ่งท่านก็ตอบความจริงจากพระทัยของท่านจากความรู้ของท่านเองจริงๆเลย แต่แม้แต่นักบริหารไทย และเศรษฐกิจนักเศรษฐศาสตร์ก็ไม่ได้ get ไม่ได้ซาบซึ้งคำนี้ของในหลวงหรอก เขาก็ยังบริหารเอาตามโลกเศรษฐกิจเอาตามโลก จะต้องรวย จะต้องพยายามทำให้คนทุกคนในประเทศมีฐานะรวยขึ้นมาแล้วมันจะทำได้อย่างไร คุณไม่มีทางทำได้หรอกเพราะจิตของคนไม่มีหยุด ไม่มีความสันโดษไม่มีใจพอ จิตของคุณไม่ได้ชอบความจน จิตของคุณมีแต่อยากจะไปรวย แล้วอยากอย่างแรงด้วยนะต้องรวยให้ไวๆแรงๆด้วย เป็นการแก้ปัญหาในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้คุณแก้อย่างไร อาตมาขอพูดตรงๆ คุณจะจูงคนตาบอดหูหนวก ไปดูหนังใบ้ แล้วไม่มีภาพอีกต่างหาก ก็ดูอะไรวะ มันมีแต่ความว่างเปล่าไม่ได้หรอก คนตาบอดกับคนหูหนวกจูงกันไปดูหนังใบ้ หูหนวกก็ไม่ได้เห็นอะไร ตาบอดไม่ได้ยินอะไร อย่างนั้นแหละ เป็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจแต่ของเขา ตาบอดก็ไม่ได้ยินอะไร หูก็ไม่ได้เห็นอะไร มันจะสลับกันหน่อย นี่แหละคือสิริมหามายา วันนี้ต้องยอมรับว่ามีสัญญาวิปลาสบ้าง กลายเป็นคนตาบอดก็ไปจูงคนหูหนวกมาดูหนังที่ไม่มีทั้งเสียงไม่มีทั้งภาพ บอกว่ามาดูหนังกัน เสร็จแล้วคนตาบอดก็ไม่มีเสียงให้ได้ยิน คนหูหนวกก็ไม่ได้มีภาพให้ดู นี่แหละคือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของโลก แต่ของเรานี้แก้ปัญหาเศรษฐกิจตกแล้ว สำเร็จแล้ว เพราะฉะนั้นชุมชนชาวอโศกทุกวันนี้ อาตมาว่าอาตมาหยุดแล้วไม่ไปแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้พวกเราแล้วพวกเราก็ดำเนินไป มีความเป็นอยู่กันไป ถ้าพวกคุณไปกบฏ ต่อสิ่งที่เป็นทฤษฎีที่ได้แล้วของพระพุทธเจ้า ตัวเองลดค่าของวรรณะ 9 สาราณียธรรม 6 ของคุณก็ไม่เข้าท่า อยู่กันอย่างไม่เมตตา ลาภที่ได้โดยธรรม ก็มายักไปยักมา ของกูของมึงของใครของมันอีก ทฤษฎีของพระพุทธเจ้าไม่เสมอสมานกันแล้ว ศีลก็ไม่เสมอสมานกันแล้ว เจ๊ง ใช่ไหม เพราะฉะนั้นในสาราณียธรรม 6 มีพุทธพจน์ 7 พุทธพจน์ 7 นี่คือตัวจิตเลย ถ้าวรรณะ 9 คือ ขยายความเป็นรูปธรรม ถ้าเป็นพุทธพจน์ 7 นี้เป็นจิต พุทธพจน์ 7 สาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคคียะ เอกีภาวะ พวกเราเป็น เอกีภาวะ เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันดีมากเลย อาตมาวัดค่าว่า ชาวอโศกอาตมาพาปฏิบัติธรรมมามี เอกีภาวะ มีเอกภาพ ขนาดนี้ สนิทสนมกลมเกลียวกลมกลืนได้กันอย่างมีปึกแผ่นแข็งแรง เอกีภาวะ สามัคคียะ พร้อมเพรียง เป๊งพรึ่บๆ อวิวาทะ มีบ้าง ภาษาขัดแย้งกันบ้างแรงบ้างเบาบ้าง แต่ก็ไม่ได้ดุเดือดอะไรมากมาย ยิ่งไปตีกันไม่มีเลย 50 ปีของพวกเราชาวอโศก ในชุมชนชาวอโศกทุกแห่ง เดี๋ยวทะเลาะเบาะแว้งตีกันด้วยหมัดด้วยมือ ผู้หญิงก็ ซัดฝ่ามือ เล็บมือนางเล็บมือเธอ ก็ไม่มี ผู้ชายก็หมัดใครหมัดมันศอกเข่าก็ไม่มี(โยมว่า ผู้หญิงเขาดึงผมกัน) ชาวอโศกดึงผมกันหรือไม่ ก็ไม่มี ผู้หญิงมีผมยาวให้ดึงๆกันเนาะ สู่แดนธรรม...ว่า ชาวอโศกมีแต่พุ่งหอกใส่กัน พ่อครูว่า…มุขสตี มีหอกปาก แต่ไม่ร้ายแรง อาจจะมีแหลมจัดนิด ถ้าไม่แหลมนี้เจ็บนะออกมาแล้วมันเจ็บนะ หอกแหลม มันเล็ก แทงไป บางทีตั้งนานกว่าจะรู้สึก ว่าเมื่อกี้เขาว่าเราหรือตั้งนานกว่าจะรู้สึก ทำไมคำคม คำแหลมจังเลย พูดแล้วสนุกเนาะ มันมาอธิบายธรรมะในสังคมเรา
อาตมาทำงานมา 50 ปีแล้วสำเร็จทองคำแพงแท้ แพ้แรงคนจน แพ้แรงคนจน พูดถึงพวกเรามีผลสำเร็จเป็นความจนโลกุตระ ต้องขยายความเป็นคนจนโลกุตระ เพราะเป็นคนจนที่อุดมสมบูรณ์ เป็นคนจนที่ขยันหมั่นเพียร เป็นคนจนที่เผื่อแผ่เกื้อกูล เสียสละ ช่วยเหลือคนอื่น เป็นคนจนมหัศจรรย์ ที่พูดกันไปมากมาย เขียนหนังสือคนจนเป็นเล่มคนเอาไปหนุนหัวบางคนไม่อ่าน เอาไปใช้ประโยชน์หนุนหัวดีกว่า อ่านไม่รู้เรื่อง ดีไม่ดีเอาไปทำเชื้อไฟ แหม เพราะฉะนั้นคำนี้จึงเป็นคำที่ยิ่งใหญ่ ไม่มีกษัตริย์หรือเบอร์ 1 ของประเทศไหน ที่จะพูดหรือจะตรัสว่า ต้องบริหารประเทศแบบคนจน ไม่มี มีองค์เดียวในโลก แล้วท่านก็ ไม่ใช่เป็นสายธัมมานุสารี ท่านสายสัทธานุสารี ท่านก็เลยทรงใช้กายกรรม วจีกรรมไม่เก่ง มโนกรรมเป็นประธาน ทรงงาน รับใช้ปวงชน เป็นผู้ที่เจริญสูงสุดเป็นโพธิสัตว์ รับใช้ปวงชน ในโลกต้องการการรับใช้ปวงชน เดี๋ยวนี้เข้าใจกันทั่วโลกแล้วต้องการคนมารับใช้ประชาชนอย่างจริงใจ แล้วทำได้เก่งทำได้มาก อย่างในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงงานได้มาก จนเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก ไม่มีกษัตริย์ในประเทศไหนที่จะทรงงาน ตั้ง 70 ปี ได้งานมากมายมหาศาล ถ้าเกิดว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 ของเราไม่มี relax โดยมีการเล่นดนตรีบ้าง ไม่รู้ว่าท่านจะ relax ที่ไหน ท่านก็มีดนตรี มาแทรกในชีวิต นอกนั้นก็มีแต่งานงานงาน จะมารีแลกซ์ก็ทรงดนตรี เคยเห็นในหลวงเต้นรำไหม รำวง ก็คงทรงไม่ได้เนาะ พูดแล้วก็เหมือนคนหลงคุณธรรมของศาสนาพุทธ คุณธรรมของในหลวงรัชกาลที่9 หรือ ขออภัยคุณธรรมของตัวเอง อาตมาพูดอย่างเปิดเผยจริงใจไม่ได้มีความแฝง ไม่มีกิเลสอยากอวดตัวอวดตน ไม่มีเลย แต่เป็นความจริงใจ เป็นความสะอาดจากใจจริง เป็นความตรง อาตมาภาคภูมิใจที่ทำได้สำเร็จ 50 ปีเป็นตัวเลขครึ่งร้อยที่เป็นสัจจะ ที่ครึ่งร้อย ครึ่ง10 ครึ่ง 100 ก็เป็นตัวหลัก อาตมาก็ทำได้สำเร็จแล้วรอบ 10 ก็ทำให้เกิดรอบ 100 รอบ 5,000 ก็ครึ่งหนึ่งของ 5,000 ก็คือ 2,500 ครึ่งหนึ่งก็สำเร็จตามนัยยะของศาสนา
(จาก...631106_เทศน์ทำวัตรเช้า มหาปวารณา ครั้งที่ 38 สู่แดนทองคำแพง ฉลอง 50 ปีโพธิกิจ ตอน 2)