สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน ปัจจุบันมีแต่ตอนลืมตาสัมผัสไม่หลับไหล.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน ปัจจุบันมีแต่ตอนลืมตาสัมผัสไม่หลับไหล พ่อครูว่า...SMS 23 สิงหาคม 2561 (สำมะปี๋ ซีวิต) _3867อดีตกับอนาคตทำอะไรกับมันไม่ได้!อดีตกับอนาคตเป็นประโยชน์แค่ใช้ระลึกมาประกอบประโยชน์เท่านั้น ถ้าฉลาดใช้มันเป็น!ถ้าไม่ฉลาดก็เป็นโทษต่อตน!.. พ่อครูว่า...ที่จริงแล้ว ศาสนาพุทธสอนให้รู้อดีตกับอนาคต และกำชับเลยว่า จริงๆแล้วความจริงมันอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น ผู้ที่มีปฏิภาณปัญญาฟังแล้วก็น่าจะเข้าใจ อดีตมันผ่านไปแล้ว แน่นอน มันไม่ใช่ความจริงที่จริงแท้เท่าปัจจุบัน ปัจจุบันเราสัมผัสอะไรอยู่ เราอยู่กับปัจจุบัน ปัจจุบันนี่คือสิ่งที่จริงที่สุด ส่วนอนาคตมันยังมาไม่ถึงมันก็ไม่มีความจริงนั้นเกิด เพราะฉะนั้นถ้าเราจะปฏิบัติธรรม ใน 3 กาละ ปัจจุบันก็เป็นตัวสำคัญ พระพุทธเจ้าท่าน ย้ำเน้น นิพพาน ต้องเป็นปัจจุบันจึงชื่อว่า ทิฏฐธรรมนิพพานทิฏฐิ ผู้ใดมีความเห็น ทิฏฐิ ความรู้ความเข้าใจ ที่ชัดเจนว่า นิพพานนี่ มันอยู่ที่ปัจจุบัน ทิฏฐธรรมนิพพาน ไม่มีนิพพานอยู่ในที่อื่นเลย ในอดีตก็ไม่มีนิพพาน ในอนาคตก็ไม่มีนิพพาน และปัจจุบันนี่แหละคือจิตวิญญาณ จิตวิญญาณจริงๆความรู้สึกจริงๆ อารมณ์จริงๆมีความทุกข์ความสุขจริงๆ สิ่งที่จะจัดการกับมันจริงๆ ก็ประกอบอยู่ในปัจจุบันที่มีตาหูจมูกลิ้นกายของเราสัมผัสกับอะไรเกิดขึ้นมา แล้วก็จัดการมัน จัดการได้แล้วมันเป็นของจริง ถ้าไปจัดการกับอดีตหรือจัดการกับอนาคตมันจัดการไม่ได้ด้วย อดีตไปจัดการมันไม่ได้ ใช้เพียงแค่ระลึกเป็นส่วนประกอบในการทำประโยชน์ที่เป็นความจริงตอนนี้ก็ได้ หรืออนาคต ก็จินตนาการเอาคิดเอาก็ได้ เอามาประกอบก็ได้ แต่จริงๆมันคือปัจจุบันในกรรมกิริยาของเรา ในปัจจุบัน ทำแล้วมันได้ผลเป็นความจริง คุณรู้จักกิเลสคุณรู้ในปัจจุบันนี้เป็นกิเลสจริงๆ ส
อ่านต่อ
่วนในอดีตที่เราเคยมีกิเลส เราไปจัดการมันไม่ได้ หากสัมผัสกับมันและมันเกิดตอนนี้ก็จัดการมันได้ อนาคตมันก็ยังไม่มาไม่ถึงคุณไปจัดการมันไม่ได้ ถ้าเข้าใจอันนี้ให้ดีแล้ว คนเราจะเห็นความจริงว่า ธรรมะที่เราจะปฏิบัติประพฤติจริงๆโดยเฉพาะจัดการกับกิเลสนี้อยู่ในปัจจุบัน คนที่ไปหลับตาปฏิบัติธรรม คุณก็จะได้แต่การระลึกถึงอดีต หรือ คุณก็จะนึกถึงแต่อนาคต ปัจจุบันของคุณ คุณนึกว่าคุณเป็นปัจจุบันในขณะนั่งหลับตา คุณก็อยู่ในภพชาติไหนก็ไม่รู้ ซึ่งมันไม่ได้เป็นความจริงของชีวิตจริงของมนุษย์สามัญ เหมือนคุณนอนหลับนี่ คุณมีความเจริญไหม ยิ่งนอนหลับอย่างไม่ได้มีสติควบคุมเลย ก็ฉันเดียวกัน แต่ถ้านอนหลับมีสติดีก็รู้อยู่กับอดีตและอนาคต ก็เหมือนกับนอนหลับก็ตกอยู่ในภพเหมือนกัน นอนหลับก็คือหลับตา ตกในภพเหมือนกัน เป็นแต่เพียงรู้สึกได้อยู่ แต่นอนหลับมันไม่มี มีแต่ความฟุ้งซ่านยิ่งชัดเจนว่าเป็นความจำเท่านั้น เยอะแยะเลอะเทอะ ต่ออะไรไม่ติดไม่เป็นรูปร่างในฝัน ก็จะไม่ชัดเจนเหมือนเราลืมตา ตอนเป็นๆนี่ 610824_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เข้าถึงความสงบแบบพุทธอันลึกซึ้ง