ฐานปฏิบัติอยู่ที่เวทนา ต้องทำให้อุเบกขาไม่สุขไม่ทุกข์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์7.40 KB
วันที่แก้ไข18 กุมภาพันธ์ 2565

เนื้อหาในไฟล์

ฐานปฏิบัติอยู่ที่เวทนา ต้องทำให้อุเบกขาไม่สุขไม่ทุกข์ _ดิฉันตั้งความละอาย ศรัทธาเคารพ ตั้งความ ร. ละอาย บ. ที่สุดค่ะ สูงที่สุดค่ะ พ่อครูเป็นพระศาสดาอยู่ในจิตวิญญาณ คำถามคือวิญญาณ 6 ตาหูจมูกลิ้นกายใจ อ่านเวทนาความรู้สึกจิตอุเบกขาทุกข์สุขออกจากจิต ให้จิตสะอาดใช่ไหมคะ? พ่อครูว่า... ใช่ สำคัญตรงนี้แหละ ขอแทรกตรงนี้เลยเป็นการตอบ ผู้ที่จะทำจิตให้อุเบกขา แปลว่าความบริสุทธิ์ ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา บริสุทธิ์อะไรบริสุทธิ์จากกิเลส เพราะฉะนั้นกิเลสที่เป็นทางตาหูจมูกลิ้นกายใจนี่แหละ ให้ปฏิบัติฐาน กรรมฐานแท้อยู่ที่เวทนาที่ความรู้สึก ตรงนั้นแหละ กรรมฐานมันจะมีทุกข์มีสุข มีกิเลส ไม่มีกิเลส อยู่ที่ตัวเวทนา จนสามารถทำกิเลสออกได้ สุขทุกข์ก็ออกไปตาม จนไม่มีสุขไม่มีทุกข์เรียกว่า อทุกขมสุข เป็นซินโนนีม (synonym) หรือไวพจน์ของอุเบกขา มันต่างกันนิดหน่อย ไม่สุขไม่ทุกข์ก็คือ มันไม่มีแล้วนะสุขหรือทุกข์ มันเป็นกลาง คำว่าเป็นกลางก็มาแปลกันว่าอุเบกขา เป็นจิตเป็นกลาง กลางคืออะไร ก็คือไม่สุขไม่ทุกข์ หรือกลางก็คือ รู้สุขรู้ทุกข์ แต่ไม่ได้ไปเข้าข้างไหน ส่วนตัวเองนั้นปลอดสุขปลอดทุกข์ จิตตัวเอง ไม่สุขไม่ทุกข์แล้ว อาการจิตที่ไม่มีสุขไม่มีทุกข์เป็นอาการของจิตกลางๆ จริงๆนี่ เป็นอจินไตย ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ ต้องรู้ของตนของตน แล้วไม่ต้องไปเชื่อใคร ไปบอกใครก็บอกได้ แต่เขาต้องเป็นของเขาเอง เหมือนพระพุทธเจ้าบอกว่าเราเป็นผู้ที่บอกทางเท่านั้น เราไปทำให้ไม่ได้ ใครจะได้ ต้องทำเอาเอง 650218 พ่อครูตอบปัญหา พุทธาภิเษกฯ ครั้งที่ 46

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน