08 บทที่ 3.docx
เนื้อหาในไฟล์
4724400 -981075 บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย การดำเนินงานวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง ( Quasi - Experimental Research ) แบบกลุ่มเดียว โดยทำการ ทดสอบก่อนและหลังเข้าโปรแกรมสุขภาพ ตามหลักการ แพทย์วิถีธรรม ( Pretest - Posttest Control Group Design ) ของผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน ในค่ายสุขภาพ สวนป่า นาบุญ อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ผู้วิจัยได้ดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้ ประชากร และกลุ่มตัวอย่าง ประชากร คือ ผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน ที่มาเขาค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม สวนป่านาบุญ อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหารทั้งหมด ในเดือนธันวาคม 2560 จำนวน 234 คน กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน ที่มาเขาค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม สวนป่านาบุญ อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ในเดือนธันวาคม 2560 มีอายุระหว่าง 40-59 ปี มีดัชนีมวลกายเกินมาตรฐาน ( BMI เกิน 23 .00 ) และความดันโลหิตไม่เกิน 140/90 มิลลิเมตรปรอท โดย การ เลือกกลุ่ม ตัวอย่างแบบ เจาะจง ( Purposive Sampling ) ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 117 คน ผ่านการคัดกรอง ตามเกณฑ์ที่กำหนดดังนี้ 1. เกณฑ์คัดเข้า ( Inclusion Criteria ) ของกลุ่มตัวอย่าง คือ 1 .1 สมัครใจเข้าร่วมโปรแกรมสุขภาพ ตามหลักการ แพทย์วิถีธรรม 1. 2 สมัครใจให้ข้อมูลและรับการประเมินภาวะสุขภาพ 1. 3 ผู้ หญิงและ ผู้ ชายที่มีอายุระหว่าง 40- 59 ปี 1. 4 มีดัชนีมวลกาย ตั้งแต่ 23 .00 ขึ้นไป 1 . 5 ความดันโลหิตไม่เกิน 140/90 มิลลิเมตรปรอท 1. 6 เป็นผู้ที่ไม่ ได้ใช้ยา ลดน้ำหนักหรือสารเคมีใด ๆ 1 . 7 ไม่เป็นโรคหัวใจหรือโรคที่เป็นอุปสรรคในการลดน้ำหนัก 1. 7 สามารถอ่าน และ เขียน ภาษาไทย ได้ 2. เกณฑ์ในการคัดออกจากการวิจัย ( Exclusion Criteria ) ของกลุ่มตัวอย่าง
อ่านต่อ
คือ 2. 1 ไม่สมัครใจเข้าร่วมโปรแกรม ฯ ต่อ 2 .2 ไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ เครื่องมือที่ใช้ในการ เก็บรวบรวมข้อมูล เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย 1 . โปรแกรมสุขภาพ ตามหลักการ แพทย์วิถีธรรม โดยผู้วิจัยศึกษาผลการวิจัยที่เกี่ยวข้องและแนวคิดต่าง ๆ รวมทั้ง ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์วิถีธรรม จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ผู้มี ประสบการณ์ในฐานงานต่าง ๆ ของค่ายสุขภาพวิถีธรรม และประสบการณ์ของผู้วิจัยเอง มาเป็นแนวทาง ในการสร้างโปรแกรมสุขภาพให้มีประสิทธิภาพต่อผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน โดยใช้ เวลาใน การเข้าค่ายเรียนรู้ และฝึกปฏิบัติ 9 วัน ณ สวนป่านาบุญ อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร เน้นสอนให้กลุ่มตัวอย่างได้รับองค์ความรู้ และปฏิบัติกิจกรรมตามโปรแกรมสุขภาพ ตามหลักการ แพทย์วิถีธรรม เพื่อให้เกิดผลการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัว ระดับ ดัชนีมวลกาย และ ระดับ ความดันโลหิต โดยมีรูปแบบการเรียนรู้แบบกลุ่มย่อย โดยผู้วิจัยและทีมจิตอาสาแพทย์วิถีธรรมเป็นผู้สอน ประกอบด้วยการบรรยาย การสาธิต และการฝึกปฏิบัติจริง โดยมีสื่อที่ใช้ในกิจกรรม ได้แก่ 1. 1 วีดีทัศน์คนค้นคนแนะนำองค์กรและองค์ความรู้แพทย์วิถีธรรม 1. 2 วีดีทัศน์ และหนังสือสวดมนต์ บททบทวนธรรม ตามแนวแพทย์วิถีธรรม 1 . 3 วีดีทัศน์แนะนำการสวนล้างลำไส้ใหญ่ด้วยตนเองพร้อมอุปกรณ์ในการทำ สวนล้างลำไส้ใหญ่ด้วยตนเอง 1.4 บุคคลผู้มีประสบการณ์ในการเดินเร็ว และในการลดน้ำหนักที่ประสบความสำเร็จ 1.5 บุคคลผู้มีประสบการณ์ในด้าน การ ใช้ธรรมะ ละบาป บำเพ็ญบุญกุศล ทำจิตใจ ให้ผ่องใส คบมิตรดีสร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดี เพื่อ ผ่อนคลายอารมณ์ ควบคุมสิ่งเร้า และ ลดละเลิก การบริโภค สิ่งที่เป็นโทษต่อสุขภาพ ขณะลดน้ำหนัก ซึ่งมี ส่วนสำคัญอย่างมากต่อ การลดน้ำหนัก ของผู้เข้าร่วมโครงการ 1.6 หนังสืออาหารปรับสมดุลร้อนเย็น 1.7 คู่มือ ลดน้ำหนัก ตามหลักการ แพทย์วิถีธรรม กลุ่มตัวอย่าง จะได้รับความรู้ คำแนะนำ และการฝึกปฏิบัติ ในขณะที่เข้า ค่ายสุขภาพ วิถีธรรม 9 วัน โดย มีกระบวนการดำเนินกิจกรรม ดังนี้ 1 . 7 . 1 กลุ่มตัวอย่างฝึกปฏิบัติ ให้ได้รับประสบการณ์ด้วยตนเอง 1 . 7 . 2 การบรรยาย สาธิต แนะนำ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ จากบุคคล ที่ประสบความสำเร็จ ในการลดน้ำหนัก จากการปฏิบัติตามหลักการแพทย์วิถีธรรม 1 . 7 . 3 การบรรยาย สาธิต แนะนำ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ จากสื่อ วีดีทัศน์ 1 . 7 . 4 กลุ่มตัวอย่าง ร่วมแลกเปลี่ยน ผลการปฏิบัติกิจกรรม และสรุปสภาวะร่างกายและจิตใจ ตารางที่ 5 โปรแกรมสุขภาพ ตามหลักการ แพทย์วิถีธรรม รายการ ระยะเวลาปฏิบัติ 1. การรับประทานสมุนไพรปรับสมดุล ดื่มก่อนรับประทานอาหาร 5 - 15 นาที และตอนท้องว่าง 2 . การรับประทานอาหารปรับสมดุล 2.1 การรับประทานอาหาร 2.1.1 มื้อเช้า รับประทานข้าวต้มผักทรงเครื่อง 9 วัน ๆ ละ 30 นาที ตารางที่ 5 (ต่อ) รายการ ระยะเวลาปฏิบัติ 2.1.2 มื้อกลางวัน รับประทานอาหารตามลำดับ และฝึกเคี้ยวอาหารแบบย่ำยีมาร ( เคี้ยวจนละเอียดเป็นน้ำก่อนกลืน หรืออาจจะเคี้ยวอย่างน้อยกว่า 30 ครั้งต่อ 1 คำ ) 9 วัน ๆ ละ 3 ชั่วโมง 2.1.3 มื้อเย็น รับประทานข้าวต้มกุ๊ย+ผัดผักรวม (ที่หลากหลาย) 9 วัน ๆ ละ 30 นาที 2.2 ฝึกปรุงอาหารปรับสมดุล 5 วัน ๆ ละ 2 ชั่วโมง 2.3 วิเคราะห์ค่าพลังงานและสารอาหาร โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป INMUCAL - NVersion 3 9 วัน ๆ ละ 3 มื้อ 3 . การออกกำลังกาย 3 .1 การเดินเร็ว คือ การเดิน ให้เร็วกว่าปกติ โดยทำท่าคล้าย ๆ วิ่ง แต่ไม่วิ่ง ในขีดที่เรารู้สึกกระปรี้กระเปร่าที่สุด นานเท่าที่เราเริ่มทนได้ ยากได้ลำบากแล้วผ่อนลง แล้วเริ่มเดินให้เร็วขึ้นอีกเมื่อทนได้ยากได้ลำบากให้ผ่อนลง ทำสลับกันไปมา 8 วัน ๆ ละ 30- 50 นาท ี (รวมวอร์มอัพหรืออบอุ่นร่างกาย 5- 10 นาที และ คลูดาวน์หรือการคลาย อุ่นร่างกาย 5 - 10 นาที) 3 .2 กิจกรรมทางกายตามฐานงานต่าง ๆ คือ ฐานกสิกรรม ไร้สารพิษ ฐานทำความสะอาดศาลาอบรม ฐานทำความสะอาดห้องน้ำ ฐานแยกขยะ ฐานครัว (ทำอาหาร และทำความสะอาดในครัว) 8 วัน ๆ ละ 1 - 2 ชั่วโมง 4. การ สวนล้างลำไส้ใหญ่ด้วยตนเอง (ดีท็อกซ์) ตามที่ได้เรียนรู้ในค่าย ด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำสมุนไพรที่ถูกกับสภาพร่างกายเพื่อทำให้การขับถ่ายดี ขึ้น หรือช่วยให้ลำ ไส้ใหญ่ทำงานได้เร็วและสะดวกขึ้น อย่างรู้สึกสบายใจ 8 วัน ๆ ละ 1 ครั้ง ๆ ละ 1 ชั่วโมง 5 . การใช้ธรรมะ ละบาป บำเพ็ญบุญกุศล ทำจิตใจให้ผ่องใส คบมิตรดีสร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดี เพื่อผ่อนคลายอารมณ์ ควบคุมสิ่งเร้า และลดละเลิกการบริโภคสิ่งที่เป็นโทษต่อสุขภาพขณะลดน้ำหนัก ด้วยการสวดมนต์ ทบทวนธรรม ฟังธรรม สนทนาธรรม และการบันทึกสภาวะกายและใจ ซึ่ง เป็นแนวทางสำคัญที่จะควบคุม เร้าหรือ สิ่งกระตุ้นทั้งจากภายใจและภายนอก รวมถึง การพากเพียรตัดวงจรหรือลดละเลิกพฤติกรรมที่ทำให้เกิดความรู้สึกหิว เบื่อ หน่าย หรือท้อแท้ 9 วัน ๆ ละ 3 ชั่วโมง 6. การรู้เพียรรู้พักให้พอดี คือ การประมาณระหว่างการเพียรในการปฏิบัติตามโปรแกรมและการพักผ่อนให้พอดีกับสภาพร่างกาย ตื่น 04 : 30 น.เข้า นอนไม่เกิน 21 : 00 น. ระหว่างวันร่วมกิจกรรมเต็มที่ตามกำลังที่มีของแต่ละคน รายละเอียดของโปรแกรมสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากภาคผนวก ก 2. แบบบันทึกส่วนบุคคล แบบบันทึกส่วนบุคคลใช้ในการบันทึก น้ำหนัก ส่วนสูง ดัชนีมวลกาย และความดันโลหิต ก่อนและหลังได้รับโปรแกรม โดย P retest ในวันที่ 2 ของค่ายและ posttest ในวันที่ 9 ของค่าย โดยมีรายละเอียด คือ ชื่อ สกุล เพศ อายุ น้ำหนัก ส่วนสูง ดัชนีมวลกาย และความดันโลหิต ซึ่งผู้วิจัยพัฒนาเครื่องมือมาจากนวลรัดดา ประเปรียว (2558 : 214 ) 3 . แบบวัดพฤติกรรมการปฏิบัติตามโปรแกรมสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม ลักษณะของแบบ วัดพฤติกรรมการปฏิบัติตามกิจกรรมของโปรแกรมสุขภาพตามหลักการ แพทย์วิถีธรรม ผู้วิจัยได้พัฒนาเครื่องมือมาจากนิตยาภรณ์ สุระสาย (2558 : 201) ซึ่ง เป็น แ บบ สอบถาม การปฏิบัติตามโปรแกรมแบบ ประเมินค่า ( Rating Scale ) ที่ผู้วิจัย ศึกษา วิธีการ มาจาก Likert ( Likert Scale ) จำนวน 26 ข้อ ข้อคำถามมีทั้งคำถามด้านบวก และด้านลบ โดยมีระดับ ในการปฏิบัติ 5 ระดับ คือ ปฏิบัติประจำ ปฏิบัติบ่อยครั้ง ปฏิบัติบางครั้ง ปฏิบัตินาน ๆ ครั้ง ไม่เคยปฏิบัติ ให้ผู้ตอบเลือกเพียงข้อเดียว (ธีรวุฒิ เอกะกุล . 2555 : 128 ) ซึ่งได้ให้ความหมายของแต่ละข้อดังนี้ ปฏิบัติประจำ หมายถึง ปฏิบัติเป็นประจำสม่ำเสมอ หรือ 9 วัน ปฏิบัติบ่อย หมายถึง ปฏิบัติส่วนมากแต่ไม่เป็นประจำ หรือ 6 - 8 วัน ปฏิบัติบางครั้ง หมายถึง ปฏิบัติ บาง ครั้ง หรือ 2 - 5 วัน ปฏิบัตินาน ๆ ครั้ง หมายถึง ปฏิบัติเป็นส่วนน้อย หรือ ไม่เกิน 1 วัน ไม่เคยปฏิบัติ หมายถึง ไม่เคยปฏิบัติ เลย หรือ 0 วัน การให้คะแนน ใน กรณีที่ กลุ่มตัวอย่า ง ตอบ เป็นบวกและ เป็น ลบ จะ ให้คะแนนในการปฏิบัติ ดัง ตารางที่ 6 ตารางที่ 6 การให้คะแนนในการปฏิบัติตามโปรแกรมสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม การปฏิบัติ คะแนนการปฏิบัติ ที่เป็นบวก คะแนนการปฏิบัติ ที่เป็นลบ ปฏิบัติประจำ 5 1 ปฏิบัติบ่อย 4 2 ปฏิบัติบางครั้ง 3 3 ปฏิบัตินาน ๆ ครั้ง 2 4 ไม่เคยปฏิบัติ 1 5 ระดับ พฤติกรรม การปฏิบัติตามโปรแกรมสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม แบ่งคะแนนแบบอันตรภาคชั้น ( Class Interval ) ใช้คะแนนสูงสุดลบด้วยคะแนนต่ำสุด แล้วหารด้วยจำนวนกลุ่ม ที่ต้องการแบ่ง บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์ ( 2553 : 206 ) ดังนี้ ระดับการ ปฏิบัติตามโปรแกรมสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม แบ่งคะแนนแบบ อันตรภาคชั้น ( Class Interval ) ใช้คะแนนสูงสุดลบด้วยคะแนนต่ำสุด แล้วหารด้วยจำนวนกลุ่ม ที่ต้องการแบ่ง บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์ ( 2553 : 206 ) ดังนี้ Maximum - Minimum Interval = คะแนนสูงสุด-คะแนนต่ำสุด จำนวนชั้น = 5 - 1 3 = 1 . 33 ตารางที่ 7 ความหมายของระดับในการปฏิบัติตามช่วงของคะแนนเฉลี่ย ช่วงคะแนนเฉลี่ย ความหมาย ตั้งแต่ 1 - . 3 มีพฤติกรรม การปฏิบัติ ในระดับ น้อย ระหว่าง 2 . 4 - 3 . 7 มีพฤติกรรม การปฏิบัติ ในระดับปานกลาง ระหว่าง 3 . 8 - 5 มีพฤติกรรม การปฏิบัติ ในระดับ มาก 4 . อุปกรณ์ที่ใช้ใน ตรวจร่างกาย 4 . 1 เครื่องชั่งน้ำหนัก ( CAMRY รุ่น EB9314 ) 4.2 ไม้วัดส่วนสูง ( SPORT LAND ) 4.3 เครื่องวัดความดันโลหิตอัตโนมัติ ( OMRON รุ่น JPN 1 ) ขั้นตอนในการตรวจร่างกาย คือ 4.3.1 ชั่งน้ำหนักหนัก วัดส่วนสูง และวัดความดันโลหิตของกลุ่มตัวอย่าง 4.3.2 คำนวณดัชนีมวลกาย โดยใช้สูตร ดังนี้ ดัชนีมวลกาย ( BMI ) = น้ำหนัก (กิโลกรัม) ส่วนสูง (เมตร) 2 5. ขั้นตอนในการสร้างเครื่องมือ 5.1 ขั้นออกแบบ 5 . 1 . 1 ศึกษาจากเอกสาร ตำรา และงานวิจัยที่เกี่ยวกับภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน องค์ความรู้แพทย์วิถีธรรม ภาวะสุขภาพ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 5 . 1 . 2 นำข้อมูลที่ได้จากการศึกษามาจัดสร้างโปรแกรมสุขภาพ ตามหลักการ แพทย์วิถีธรรม แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล และแบบวัดพฤติกรรมการปฏิบัติตามโปรแกรมฯ 5.1.3 ศึกษาอุปกรณ์ที่ใช้ตรวจภาวะสุขภาพ ได้แก่ เครื่องชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง เครื่องคิดเลข เครื่องวัดความดันโลหิต 5 . 2 ขั้นพัฒนา 5.2.1 นำโปรแกรมสุขภาพ ตามหลักการ แพทย์วิถีธรรม แบบบันทึก ข้อมูล แบบวัดพฤติกรรมการปฏิบัติตามโปรแกรมสุขภาพ ตามหลักการ แพทย์วิถีธรรม และอุปกณ์ ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดความดันโลหิต เสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อตรวจสอบแก้ไขเนื้อหา ความเที่ยงของอุปกรณ์ และภาษาที่ใช้ 5.2.2 ผู้วิจัยนำเครื่องมือมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ โปรแกรมสุขภาพ ตาม หลักการ แพทย์วิถีธรรม แบบวัดพฤติกรรมการปฏิบัติตามโปรแกรมสุขภาพ ตามหลักการ แพทย์วิถีธรรม ไปตรวจสอบความเที่ยงตรงของเนื้อหากับผู้ เชี่ยวชาญ จำนวน 5 ท่าน โดยตรวจสอบกระบวนการดำเนินการ ความเหมาะสมของกิจกรรม ที่ใช้ในโปรแกรม ฯ ตรวจสอบภาษาในแบบวัดพฤติกรรมการปฏิบัติตามโปรแกรมสุขภาพ ตามหลักการ แพทย์วิถีธรรม ตลอดจนพิจารณาถึงความเหมาะสมทั่วไป จากนั้นนำข้อเสนอแนะมาปรับปรุง โดยแบบวัดพฤติกรรมการปฏิบัติตามโปรแกรมสุขภาพ ตามหลักการ แพทย์วิถีธรรม ผ่านการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน โดยใช้วิธี IOC ( Item - Objective Congruence ) พื่อวิเคราะห์ความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา ซึ่งคำนวณจากความสอดคล้องของข้อคำถามที่สร้างขึ้น โดยทุกข้อคำถามในแบบ วัดพฤติกรรมการปฏิบัติตามโปรแกรมฯ ทั้ง 26 ข้อ มีค่า IOC เ ฉลี่ยเ ท่ากับ 0.8 ซึ่งแสดงว่าข้อคำถามนั้นสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายที่ต้องการ 5 . 3 ขั้นทดลองใช้ 5 .3.1 นำโปรแกรมสุขภาพ ตามหลักการ แพทย์วิถีธรรม ที่ได้ ไปทดลองใช้กับกลุ่มที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับกลุ่มตัวอย่างที่ทำการศึกษา ( Try Out ) คือ ผู้ ที่มีภาวะน้ำหนักเกินและ โรคอ้วน ( มีดัชนีมวลกายตั้งแต่ 23 . 00 ขึ้นไป ) มี อายุระหว่าง 40- 59 ปี จำนวน 30 คน ในค่ายสุขภาพวิถีธรรมสวนป่า นาบุญ 3 อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ระยะ เวลา 9 วัน พร้อมเก็บข้อมูลด้วยแบบวัดพฤติกรรมการปฏิบัติตามโปรแกรมฯ 5.3.2 นำ แบบ แบบวัดพฤติกรรมการปฏิบัติตามโปรแกรมฯ ไปตรวจสอบความเที่ยงของเครื่องมือ เพื่อวิเคราะห์หาค่าความเชื่อมั่น ( Reliability ) โดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟา- Coefficient ) ( α - Coefficient ) ตามวิธีของครอนบาค ( Cronbach . 1970 : 161) ได้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของ แบบวัดพฤติกรรมการปฏิบัติตามโปรแกรม ฯ ทั้งฉบับเท่ากับ 0.847 5.3.3 อุปกรณ์ที่ใช้ในตรวจร่างกาย ได้แก่ เครื่องชั่งน้ำหนัก ( CAMRY รุ่น EB 9314) ไม้วัดส่วนสูง ( SPORT LAND ) และเครื่องวัดความดันโลหิตอัตโนมัติ ( OMRON รุ่น JPN 1) ทำการตรวจ หา ความตรงของเครื่องมือโดยตรวจสอบสภาพของเครื่องมือสม่ำเสมอ วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองเรื่อง ประสิทธิ ผลของโปรแกรมสุขภาพ ตามหลักการ แพทย์วิถีธรรม กับภาวะสุขภาพ ของผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน ในค่ายสุขภาพ สวนป่านาบุญ อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร โดยเปรียบเทียบผลก่อนและหลังได้รับโปรแกรมสุขภาพ ตามหลักการ แพทย์วิถีธรรม ผู้วิจัยดำเนินการทดลองตามขั้นตอนต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ 1 . ระยะเตรียมการ 1 . 1 ผู้วิจัยเสนอเค้าโครงวิทยานิพนธ์และเครื่องมือการวิจัยต่อคณะกรรมการพิจารณาจริยธรรม จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ รหัสจริยธรรม คือ HE - SRUU 2-0010 1 . 2 นำจดหมายการผ่านการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ เสนอต่อมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย สวนป่านาบุญ อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร เพื่อขออนุญาตเข้าดำเนินการวิจัยและเก็บรวบรวมข้อมูล 1 . 3 ผู้วิจัยประชุมเตรียมความพร้อมของผู้ช่วยผู้วิจัย ซึ่งประกอบด้วย จิตอาสาแพทย์วิถีธรรมผู้มีประสบการณ์ฐานงานค่ายสุขภาพวิถีธรรม นัดหมายเพื่อทำความเข้าใจรายละเอียดและแผนงาน ตลอดจนวิธีการปฏิบัติและการบันทึกผลการวิจัยให้เข้าใจและถูกต้องตรงกัน และมอบหมายให้ผู้ช่วยผู้วิจัยรับผิดชอบเป็นผู้ให้ความรู้ในฐานการเรียนรู้และการปฏิบัติกิจกรรม 1 . 4 จัดเตรียมเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย สื่อการสอน วัสดุอุปกรณ์ และสถานที่ใน การใช้ทำกิจกรรม 2 . ระยะการดำเนินการทดลอง 2 . 1 ผู้วิจัยและผู้เข้าค่าย สุขภาพ แพทย์วิถีธรรม เข้าพื้นที่ สวนป่านาบุญ อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ใช้เวลา ในการเข้าค่าย 9 วัน 2.2 ผู้วิจัย คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างตามคุณลักษณะที่กำหนด จากนั้น นัดหมาย กลุ่มตัวอย่าง เพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์ของการวิจัย และขอความยินยอมจาก กลุ่มตัวอย่าง โดยอธิบายประเด็นต่าง ๆ ให้ทราบดังต่อไปนี้ คือ 2.2. 1 ผู้วิจัยให้ข้อมูลเกี่ยวกับงานวิจัยที่ต้องการเชิญชวน กลุ่มตัวอย่าง เข้าร่วมโครงการ 2.2. 2 มอบเอกสารชี้แจงข้อมูลแก่ผู้เข้าร่วมโครงการวิจัยและหนังสือแสดงเจตนายินยอมเข้าร่วมการวิจัยให้แก่ กลุ่มตัวอย่าง เพื่อทบทวน และทำความเข้าใจ 2.2. 3 เปิดโอกาสให้แก่ กลุ่มตัวอย่าง ให้ซักถามเกี่ยวกับข้อปฏิบัติต่าง ๆ ของการวิจัย 2.2. 4 หาก กลุ่มตัวอย่าง ต้องการเข้าร่วมการวิจัย ผู้ วิจัย จะให้ กลุ่มตัวอย่าง ลงนามในหนังสือแสดงเจตนายินยอมเข้าร่วมการวิจัย และรับคู่มือลดน้ำหนักตามหลักการแพทย์วิถีธรรม ( รายละเอียดของคู่มือศึกษาได้ในภาคผนวก จ ) 2.3 เก็บข้อมูลก่อนการทดลอง ( Pre test ) โดยใช้แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล แบบบันทึกน้ำหนัก ส่วนสูง ดัชนีมวลกาย ความดันโลหิต และ แบบวัดพฤติกรรรม การปฏิบัติตามโปรแกรมสุขภาพ ตามหลักการ แพทย์วิถีธรรม 2 . 4 ดำเนินการทดลองโดยผู้วิจัยจัดกิจกรรมตามโปรแกรมสุขภาพ ตามหลักการ แพทย์วิถีธรรมให้แก่ก ลุ่มตัวอย่าง โดยใช้อาคารแก่นสุข ของสวนป่านาบุญ อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร เป็นสถานที่ฟังบรรยายและจัดกิจกรรม ดังนี้ วันที่ 1 บรรยายและสาธิตเทคนิค กลุ่มตัวอย่างปฏิบัติตามโปรแกรมสุขภาพ ตามหลักการ แ พทย์วิถีธรรม 6 ด้านได้แก่ ( 1 ) การรับประทานสมุนไพรปรับสมดุล ( 2 ) การรับประทานอาหารปรับสมดุล ( 3 ) การเดินเร็วและการใช้แรงด้วยการบำเพ็ญฐานงานต่าง ๆ ( 4) การสวนล้างลำไส้ใหญ่ด้วย ตนเอง ( 5) การใช้ธรรมะ ละบาป บำเพ็ญบุญกุศล ทำจิตใจให้ผ่องใส คบมิตรดีสร้างสังคมและสิ่งแวดล้อม ที่ดี เพื่อผ่อนคลายอารมณ์ ควบคุมสิ่งเร้า และลดละเลิกการบริโภคสิ่งที่เป็นโทษต่อสุขภาพขณะลดน้ำหนัก ด้วยการสวดมนต์ ทบทวนธรรม ฟังธรรม และการสนทนาธรรม ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญที่จะควบคุมเร้าหรือสิ่งกระตุ้นทั้งจากภายใจและภายนอก รวมถึงการพากเพียรตัดวงจรหรือลดละเลิกพฤติกรรมที่ทำให้เกิดความรู้สึกหิว เบื่อหน่าย หรือท้อแท้ และ ( 6) การรู้เพียรรู้พักให้พอดีระหว่างการพักผ่อนและการพากเพียรในการปฏิบัติตามกิจกรรมของโปรแกรม สุขภาพตามหลักการ แพทย์วิถีธรรม วันที่ 2 - 9 กลุ่มตัวอย่างเรียนรู้และฝึกปฏิบัติคือ ( 1 ) สวดมนต์และทบทวนธรรม ( 2 ) การออกกำลังกายด้วยการเดินเร็ววันละ 30 - 50 นาที ( 3 ) กิจกรรมฐานงานที่มีการใช้แรงและมีการเคลื่อนไหวร่างกาย ได้แก่ ฐานกสิกรรมไร้สารพิษ ฐานทำความสะอาดศาลาอบรม และ ห้องน้ำ ฐานแยกขยะ และฐานครัววันละ 1 - 2 ชั่วโมง ( 4) เรียนรู้หลักปฏิบัติในการรับประทานอาหารและ ฝึก ปรุงอาหารปรับสมดุล (ปรุงด้วยเกลือเล็กน้อย) ประกอบด้วย สมุนไพร ผลไม้ ผักและอาหารฤทธิ์ร้อน-ฤทธิ์เย็นวันละ 3 มื้อ การทำน้ำสมุนไพรปรับสมดุล การระบายพิษออกจากร่างกายด้วยการสวนล้างล ำ ไส้ใหญ่ด้วยตนเอง การฟังธรรมและการสนทนาธรรมเพื่อใช้ธรรมะ ละบาป บำเพ็ญบุญกุศล ทำจิตใจให้ผ่องใส คบมิตรดีสร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดี และเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ ควบคุมสิ่งเร้าและลดละเลิกการบริโภคสิ่งที่เป็นโทษต่อสุขภาพขณะลดน้ำหนัก ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญที่จะควบคุมเร้าหรือสิ่งกระตุ้นทั้งจากภาย ในใจและภายนอก รวมถึงการพากเพียรตัดวงจรหรือลดละเลิกพฤติกรรมที่ทำให้เกิดความรู้สึกหิว เบื่อหน่าย หรือท้อแท้ และจัดสรรเวลาพักผ่อนให้พอเหมาะ วันที่ 9 เก็บรวบรวมข้อมูลหลังการทดลอง ( Post - test ) ด้วยการตรวจภาวะสุขภาพ โดย ใช้แบบบันทึกน้ำหนัก ส่วนสูง ดัชนีมวลกาย ความดันโลหิต และแบบวัด พฤติกรรมการปฏิบัติตามโปรแกรมสุขภาพ ตามหลักการ แพทย์วิถีธรรม 152400 85725 ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดความดัน คัดกรองกลุ่มตัวอย่างและเก็บ Pretest ผู้มาเข้าค่ายสุขภาพวิถีธรรม ตรวจร่างกาย เก็บข้อมูล Posttest จัดกิจกรรมตามโปรแกรม ชี้แจงข้อตกลงเบื้องต้น ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดความดัน คัดกรองกลุ่มตัวอย่างและเก็บ Pretest ผู้มาเข้าค่ายสุขภาพวิถีธรรม ตรวจร่างกาย เก็บข้อมูล Posttest จัดกิจกรรมตามโปรแกรม ชี้แจงข้อตกลงเบื้องต้น แผนภ าพ ที่ 2 ขั้นตอนการเก็บรวบรวมข้อมูล การจัดทำข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล 1. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล สถิติเชิงพรรณนา ( Descriptive Statistics ) ในการอธิบายลักษณะส่วนบุคคลของกลุ่ม ตัวอย่าง ได้แก่ ร้อยละ ( Percentage ) ค่าเฉลี่ย ( Mean ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ( Standard Deviation ) ค่าต่ำสุด ( Minimum ) และค่าสูงสุด ( Maximum ) สถิติเชิงอนุมาน ( Inferential Statistics ) เพื่อทดสอบสมมติฐานของงานวิจัย คือ เปรียบเทียบ ความแตกต่างคะแนนเฉลี่ยก่อนและหลังการทดลอง ด้วยสถิติ Paired Sample t - test โดย กำหนด ระดับนัยสำคัญ ทางสถิติ ที่ ระดับ 0 .05 2. การวิเคราะห์ข้อมูล 2 . 1 ข้อมูลทั่วไปวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา ( Descriptive Statistics ) ในการอธิบาย ลักษณะส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ความถี่ ( Frequency ) ร้อยละ ( Percentage ) ค่าเฉลี่ย ( Mean ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน( Standard Deviation ) ค่าต่ำสุด ( Minimum ) และค่าสูงสุด ( Maximum ) 2 . 2 เปรียบเทียบ ผลการใช้โปรแกรมสุขภาพ ตามหลักการ แพทย์วิถีธรรม น้ำหนักตัว ค่าดัชนีมวลกาย ระดับความดันโลหิต และพฤติกรรมการปฏิบัติตามโปรแกรมสุขภาพ ตามหลักการ แพทย์วิถีธรรม ก่อนและหลังได้รับโปรแกรม ฯ โดยใช้สถิติเชิงอนุมาน ( Inferential Statistics ) P aired t - test 2 . 3 วิเคราะห์ข้อมูลความคิดเห็น ด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ( Content Analysis ) จากการเก็บรวบรวมแบบ สอบถามปลายเปิด โดยสรุปตามประเด็น คำถาม สุภางค์ จันทวานิช ( 2555 : 144 ) 3. การพิทักษ์สิทธิผู้เข้าร่วมการวิจัย การวิจัยนี้ให้ความเคารพและตระหนักในสิทธิมนุษยชนของกลุ่มตัวอย่าง โดยโครงร่างงานวิจัย ได้ผ่านกระบวนการจริยธรรมการวิจัยของ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ รหัสจริยธรรม HE - SRUU 2-0010 และให้กลุ่มตัวอย่างลงนามในใบยินยอมของประชากรตัวอย่างหรือผู้มีส่วนร่วมในการวิจัย ผู้วิจัยอธิบายถึงวัตถุประสงค์ของการวิจัย วิธีการวิจัย รวมทั้งประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการวิจัยอย่าง ละเอียด กลุ่มตัวอย่างสามารถบอกเลิกการเข้าร่วมโครงการนี้เมื่อใดก็ได้ ในกรณีที่ต้องมีการบันทึกภาพ /บันทึกเสียง ผู้วิจัยสามารถทำได้หากได้รับความยินยอมจากกลุ่มตัวอย่างเท่านั้น ผู้วิจัยจะเก็บรักษาข้อมูลไว้เป็นความลับและจะเปิดเผยได้เฉพาะในรูปที่เป็นผลสรุปการวิจัย หรือกรณีจำเป็นตามเหตุผลทางวิชาการเท่านั้น