สุดยอดวิชาที่เป็นความจริงแท้ๆของพุทธ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์13 KB
วันที่แก้ไข20 สิงหาคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

สุดยอดวิชาที่เป็นความจริงแท้ๆของพุทธ _พ่อครูว่า... คำว่าความจริงนี้มันยิ่งใหญ่ อะไรมันจริงที่สุด เมื่อกี้นี้ทิ้งคำว่า “กรรม” กับ “กาละ” ไว้ อาตมาเคยพูดแล้วว่า “กรรม” กับ “กาละ” นี่แหละคือ of continuum ไอสไตน์ก็ค้นพบ Space and time of Continuum เขาค้นพบกว่า space คือทุกสภาพ และทุกอย่างที่บรรจุอยู่ในอวกาศคือ Space กับการเคลื่อนไปเรียกว่ากาละ Time การเคลื่อนไปกับทุกสิ่งทุกอย่าง สรุปลงมาได้มีเท่านั้นเองจริงๆ ของไอสไตน์ยังไม่เข้าถึงวิญญาณยังไม่เข้าถึงจิต ยังไม่เข้าถึงนามธรรม เป็นวัตถุธรรม space and time of continuum continuum คือการเชื่อมต่อปรุงแต่งเป็นปัจจุบันธรรม เรียกว่าสันตติ หรือว่าต่อไป เกิดดับอยู่ ไม่แยกจากกันนี่แหละเรียกว่า continuum ทำกรรมกิริยาของเหตุปัจจัย 2 อย่าง นี่แหละอยู่ตลอดเวลา ทีนี้พระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ ไม่ใช่มีแค่ space and time of continuum แต่เป็น “กรรม” กับ “กาละ” of continuum มี 2 อย่าง “กรรม” กับ “กาละ” กรรมนั้น มีจิตวิญญาณเป็นตัวตั้ง กรรมแล้วก็กาย ถ้าโง่ก็กรรมกับกายก็เป็นกาม กรรมนี้ประกอบด้วยกายกับจิต จิต เป็นตัวประธาน ทำกับกายภายนอก โง่ก็เป็นกาม หมดโง่ ไม่มีโง่ หมดกาม มีปัญญา มีพลังปัญญาเพียงพอ ที่เห็นว่า กามก็เป็นอาการของอารมณ์ อาการของความรู้สึก ที่เราไปยึดติดปรุงแต่งกันไว้แล้วก็จำไว้เป็นอุปาทานว่าเป็นสุข ที่จริงมันเป็นกิริยาเท่านั้น กิริยาของสิ่ง 2 สิ่งปรุงแต่งกัน แล้วก็เกิดสภาพอีกสภาพหนึ่ง ที่เรียกด้วยศัพท์ว่า สังขารปรุงแต่ง ถ้าไม่มีกิเลส กาม กิเลส พยาบาท ปรุงแต่งร่วมด้วยเลย คุณทำ กรรม รายละเอียดของกาม ปฏิฆะะ จนเหลือเศษธุลีของ อุธัจจะ ถีนมิทธะ หมดแล้วไม่เป็นก้อนหรือกระจายเลย เต็มสภาพชัดเจนเต็มที่แล้ว คุณก็เข้าสู่ความเป็น 0 สภาวะ 2 คุณ

อ่านต่อ

ต้องรู้อยู่ตลอดเวลาเลย มันมี 2 แต่มันเป็น 0 หรือเป็น 1 2 ก็เป็นทุกข์กับสุข หรือ ยังเป็นโลกีย์ ก็มีดีกับชั่ว คุณก็ทำให้เป็น 1 มีแต่ดีอย่าไปทำชั่ว เพราะอันนึงมันต้องมี ส่วนความสุขความทุกข์นั้นไม่ต้องมี เป็น 0 ไปเลย ความสุขความทุกข์ก็เป็น 0 แต่ดีกับชั่วก็มี 1 ก็ชีวิตอาศัยแค่นี้ก็ดีแล้ว ทำได้อย่างนี้แล้วจริงๆเลย จบ ชีวิตมี 0 กับ 1 นี้ จบแล้ว ทำ 2 ให้เป็น 1 ทำ 2 ให้เป็น 0 ได้ เป็นโลกีย์แล้วก็ต้องเป็น 1 แต่โลกุตระก็เป็น 0 หมดสุขหมดทุกข์ ไม่มีสุขไม่มีทุกข์ ส่วนโลกีย์ ยังมีอยู่ ก็มีดี ชั่วไม่มี สังคมนี้ถือว่าคนไปรวยนี้ชั่ว ถือว่าคนมาจนนี้ดี อย่างนี้เป็นต้น สังคมนี้ถือว่าคนได้เปรียบชั่ว คนเสียสละดี อย่างนี้เป็นต้น ไม่ฟั่นเฝือ ไม่งง ไม่สงสัย ไม่สับสน ไม่ใช่พูดอย่างหนึ่งทำอีกอย่างหนึ่งด้วย แต่พูดอย่างนี้ ก็ทำอย่างนี้ ยถาวาที ตถาการี ทำตรงตามที่พูด พูดตรงตามที่ทำ อย่างนี้เป็นต้น เหล่านี้เป็นสัจจะ เพราะฉะนั้น สัจจะเหล่านี้แหละ เราเรียนรู้ พระพุทธเจ้าก็ตรัสไว้หมด อาตมาก็เก็บมา อธิบายยืนยันอ้างอิง ทำตรงตามคำสอนพระพุทธเจ้า อาตมาเอามายืนยันตรงไม่เชื่อก็ตรวจดูในพระไตรปิฎก ว่าตรงๆๆ คุณก็สบายแล้วคุณก็เป็นลูกพระพุทธเจ้า แล้วมันดีไหมล่ะ เป็นสุขไหมล่ะ ดีคือโลกีย์ก็ใช่ สุขคือ โลกุตระก็ใช่ จะบอกว่าโลกุตระคือไม่สุขไม่ทุกข์นี่แหละ มันยิ่งใหญ่กว่าสุข ปรมังสุขัง มันยิ่งกว่าภาษาเรียกว่า สุข คือ มันไม่สุขไม่ทุกข์ ปรมังสุขัง มันยิ่งใหญ่กว่า ภาษาที่เรียกว่าสุข คุณรู้จักอารมณ์นั้นจริงไหมล่ะ แล้วคุณก็ทำได้จริง คนเขาว่าไม่จริง คนเขาว่าคุณไม่รู้ ก็ Let It Be เราเองเรามีอยู่แล้ว เขาจะว่าก็อยู่ที่เขาว่า ก็ช่างสิของคุณ ของเรา อย่างอาตมาบอกอาตมาเป็นอรหันต์ เขาบอกว่าเป็นอรหันต์อย่างไรวะ ถ้าเป็นอย่างที่ว่าอธิบายให้ฟังหมด เขาไม่เข้าใจ (เสียงฟ้าผ่าดังเปรี้ยง) เสียงฟ้าฝน มันก็เป็นไปตามธรรมชาติ เราก็อยู่กับมัน มันก็จะเป็นไปตามวิบากของมันไปเอง เราเลี่ยงไม่ได้ถ้าถึงวิบาก ฟ้าผ่า วัวตาย 4 คนตาย 2 คน คนนั้นก็รับวิบากไป เขาก็ไม่ได้อยากได้นะ แต่พระพุทธเจ้าไม่รู้เรื่องเลยเดินอยู่ในโรงกระเดื่อง ฟ้าผ่าอยู่ใกล้ๆ คนตาย 2 วัวตาย 4 พระพุทธเจ้าบอกว่าไม่ได้ยินเสียง นี่ก็เป็นตำนาน เป็นประวัติศาสตร์ ในพระไตรปิฎก “อาตมานิยามความจริงไว้ 10 ประการ ในหนังสือสรรค่าสร้างคน (หน้า 90) 1. เป็นความดี 2. มีความถูกต้อง 3. มีคุณค่าเป็นประโยชน์ 4. ต้องพ้นทุกข์อริยสัจ 5. ต้องเป็นไปได้จริง 6. รู้ได้จากสัมผัสปัจจุบัน แม้ที่สุด..รู้กระทั่งนามธรรมในระดับสูงที่สุดถึงขั้น อนัตตา, สุญญตา หรือนิพพานอย่างแจ้งใจ 7. เข้าถึงความจริงนั้น หรือตนเองเป็นได้ ตามความรู้นั้นๆ แล้ว อย่างเต็มใจ 8. ผู้ฉลาดแท้หรือปราชญ์แท้ก็จะจำนนยอมรับ ต่อผลของความจริง ที่เป็นแล้ว - ที่มีแล้วนั้น 9. ได้แล้วไม่แปรเป็นอื่นอีกแล้ว (อวิปริณามธัมมัง) 10. ท้าทายให้มาพิสูจน์ได้ (เอหิปัสสิโก)” พ่อครูว่า... ในชาวอโศกสิ่งเหล่านี้พวกเรานี้มีไหม มีสิ่งที่ท้าทายให้มาพิสูจน์ได้ไหม แล้วสิ่งนี้แปรปรวนเป็นอื่นอีกไหม ผู้ที่ฉลาดเป็นปราชญ์แท้ก็จะยอมรับว่าอันนี้เป็นความจริง ขณะนี้ชาวอโศกทำความจริงนี้ปรากฏในโลก แต่พอจะมีปราชญ์เป็นผู้รู้ที่ไม่มีอคติ พอจะมองเห็นอันนี้จริง จนกระทั่งเคยได้ยินแว่วๆมาว่า มีคนทางเถรสมาคม บอกศาสนา พุทธมันมีจริงอยู่ที่ชาวอโศกเท่านั้นแหละ มี แว่วๆ ศาสนาพระพุทธเจ้าที่เขามีจริงทำจริง ได้จริงมีแต่พวกชาวอโศกนั่นแหละ เขาพูดทั้งๆที่เขาอยู่ในหมู่เถรสมาคมทางโน้น แต่เขา มาไม่ได้เขารู้แล้วแต่เขาเข้ามาไม่ได้ แต่เขาไม่มีอคติ เห็นความจริง คนนี้โอกาสข้างหน้าก็ได้ เป็นปราชญ์จริงเป็นผู้ที่รู้จริง แล้วมันเป็นไปได้ไหม ลึกซึ้งไหม ยิ่งใหญ่ไหม ...ยิ่งใหญ่ขี้หมาอะไร 0 สู่แดนธรรม... 0 นี่แหละยิ่งใหญ่มากครับ พ่อครูว่า... พูดถูก พ้นทุกข์อาริยสัจ เพราะฉะนั้นการรู้เรื่องทุกข์อริยสัจ ทุกข์ สมุทัยนิโรธ มรรค แล้วก็เรียกกันว่า หัวใจศาสนา แต่เขาไม่มาจริงจัง กับความเป็นทุกข์เป็นสุข เขายังไปหลงในเรื่องดีเรื่องชั่ว ดีไม่ดีก็ไปหลงลาภยศสรรเสริญ สักการะเยินยอ แล้วก็ไม่รู้ว่า ตัวเองติดสิ่งเหล่านั้น เป็นสุขอันแสนเนียน มันมียศก็ได้สุขแสนเนียน เราบอกว่าเราไม่เอาแล้วเขามาเอาให้ก็เอาไปเฉยๆ ก็แบกไป ให้เขาเรียกเรา เป็นเจ้าคุณ เป็นสมเด็จ เป็นชั้นนั้นชั้นนี้ เป็นด็อกเตอร์ เขามาให้เยอะแยะ กิตติมศักดิ์ก็เยอะ ก็ว่าไป อาตมาชาตินี้ แหม ช่างยอดจริงๆ ไม่มีใครมาให้อะไรเลย กิตติมศักดิ์ ก็ไม่มีใครมาให้ ให้ไปเรียนเอาสอบเอา เราไม่ไปอยู่แล้ว ก็คนเขาจะให้ก็ให้กิตติมศักดิ์ ชาตินี้มันช่างปลอดลาภยศสรรเสริญอะไรจริงๆเลย สรรเสริญก็มีพวกคุณนั่นแหละ มาสรรเสริญ มันคนจริง พวกคุณมาสรรเสริญ ยอมรับความจริงรู้ความจริงเข้ามา สรรเสริญจริงๆ คนเขาไม่รู้เขาไม่มาสรรเสริญหรอก โพธิรักษ์พูดไปเถอะบ้าๆบอๆ โพธิรักษ์ สู่แดนธรรม... มีแต่คนข้างนอกต่างประเทศมาเห็นครับ ผมเห็นเขาเอารางวัลมาให้ พ่อท่าน พ่อครูว่า... อ๋อ มีพวกเกาหลี แมนเฮ ให้รางวัลมา ให้มาตั้ง 100 ล้านวอน ให้ใบ ประกาศนียบัตรมาด้วย ใบรับรองแล้วก็ให้เงินมาตั้ง 100 ล้านวอน เป็นเงินไทย 2 ล้าน 6 เท่านั้นเอง ภาพถ้วยกำยานอันนี้ เป็นของอีกวัดหนึ่งที่เขาร่วมด้วย สนับสนุนด้วยก็ให้มา ไม่ใช่มูลนิธิแมนเฮ เหมือนพวก รางวัลแมกไซไซ รางวัล Nobel แต่อันนี้มันไม่ใหญ่ คนก็บอกว่าโพธิรักษ์จะได้ Nobel เขาบอกว่าโพธิรักษ์จะได้โนเบล ไม่ได้หรอก เพราะทางโน้นเขาเป็นเทวนิยมจะมาให้รางวัลโพธิรักษ์ได้อย่างไร เราก็เข้าใจเหตุปัจจัย ถ้าเผื่อว่ากรรมการ Nobel เขาเข้าใจโลกุตระจริงๆเขาต้องให้อาตมา สู่แดนธรรม...เขาอาจจะไม่ต้องเข้าใจมากแต่ถ้าเขาเห็นตัวอย่างเศรษฐศาสตร์ในโลกอันใหม่ที่ไม่เหมือนใครของพวกเรา เขาอาจจะให้อันนี้ก็ได้ พ่อครูว่า... มันมีความจริงหลักฐานแต่เขาจะเข้าใจ เขาเห็นไหม พูดไปเหมือนเรา อยากได้ทั้งๆที่เราไม่อยากได้ ได้ก็ได้ไม่ได้ก็เฉยๆอาตมาไม่มีปัญหาอะไรนะ อาตมาอยู่ไปก็ ทำงานไปจะได้สรรเสริญ จะได้ตำหนิ ยกย่อง ไม่มีปัญหาอะไรในการตำหนิหรือยกย่อง ยกย่องก็รู้ว่าเขายกย่อง ตำหนิก็รู้ว่าเขาตำหนิ เราก็พิจารณาจากความจริงเท่าที่แยกได้ ถึงความจริงที่อาตมาเชื่อมั่นว่าอันนี้เป็นความจริงหรืออย่างนี้ไม่ใช่ความจริงอันนี้เป็นองค์ ประกอบ ไม่ใช่ความจริงที่แท้ ความจริงที่มายกย่องยกยอ หรือความจริงมาเห็นจริง อาตมาก็เห็นก็เข้าใจ ความจริงที่มายกย่องยกยอเฉยๆไม่รู้จริงหรอกก็รู้ความจริงที่เขาเห็นความจริงๆ แล้วเขาก็ยก ยกเพราะเขาเห็นความจริงๆ เราก็รู้ ก็เท่านั้นเอง เพราะคนที่เห็นอาตมาจริง แล้วก็ยกย่องความจริงนี้ มันก็เป็นของคุณ คุณไม่เห็น คุณทำป้อยออาตมาเฉยๆ ก็ของคุณ คุณไม่เห็นความจริงของอาตมาเลย คุณก็ตำหนิมันก็ เรื่องของคุณอีกเหมือนกัน อาตมาก็รู้ว่าของคุณก็เป็นของคุณ ของอาตมาก็เป็นของอาตมา อาตมามีที่จบ จบตรงไหน จบตรงไม่มีตัวตน นี่ไม่ใช่ภาษานะ สู่แดนธรรม... เหมือนในนิยามความจริงข้อที่ 7 ใช่ไหมครับ พ่อครูว่า...เออ เพราะฉะนั้นความจริงนี้อาตมาเห็นว่าสุดยอดของประโยชน์ เพราะฉะนั้นก็ทำอยู่ทุกวันนี้ สุดยอดของประโยชน์ แล้วอาตมาก็เรียนมาจากพระพุทธเจ้า ต้องให้ถูกต้องตรงตามที่พระพุทธเจ้าสอน อาตมาก็ชัดเจน พระพุทธเจ้าสอนนั้นจริงที่สุด ไม่มีอะไรขาดตกบกพร่องเลย พระพุทธเจ้าตรัสรู้ทุกอย่างจริงๆ ไม่ใช่หลงงมงาย แต่เป็น เรื่องจริง เพราะฉะนั้นก็ทำอยู่ตามนิยามของความจริง 4 ประการนี้แหละ อาตมาทำอยู่ ก็ทำไป จนกว่าจะหมดขันธ์ 5 ตาย ปรินิพพานเป็นปริโยสาน ก็ยังไม่จบ ยังจะทำต่อ ก็ยังอยากจะ ทำงาน อยากจะมั่นใจในความสืบสานธรรมะโลกุตระ ของพระพุทธเจ้านี้ให้ยืนยาวถึง พุทธกัปของพระสมณโคดม 5,000 ปี ก็อย่างที่พูดเหมือนเพ้อเจ้อ คนที่ฟังไม่เข้าใจ ก็ไม่รู้เรื่องว่าพูดอะไรไม่รู้เรื่องพุทธกัปอะไร 5,000 ปีคืออะไร คนเขาก็ไม่รู้เขาก็ไม่รู้ แต่คน ที่รู้เขาก็จะเข้าใจขึ้นเรื่อยๆ จะมีคนฟังธรรมอาตมา ฟังแล้วไม่เคยได้ยินได้ฟัง สิ่งที่เขาไม่เคยได้ยินได้ฟัง พอได้ยินได้ฟังที่อาตมาพูด เข้าใจเลย ก็มี อย่างนี้ก็มีด้วยนะ เข้าใจ มี ลักษณะอย่างนี้ เหมือนกัน แล้วลักษณะอย่างนี้คือโลกุตระ คือสิ่งที่แปลกใหม่ ที่ยังไม่เคยได้ยินมาก่อน ตามที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสแล้วเสร็จ ภิกษุจึงบอกว่า อย่างนี้ยังไม่เคยได้ยินได้เห็น มาก่อนเลยพระเจ้าข้า มันเป็นสิ่งที่แปลก แต่มันเป็นจริง มันเป็นโลกุตระ มันเป็นอันอื่น ที่เหนือ จากที่คุณเคยได้ยินได้รู้มาเป็น เฉโก เป็นความรู้โลกีย์ที่คุณรู้มา มันเหนือกว่านั้น แต่นี่มันต่างไปแฮะ ซึ่งยกตัวอย่างง่ายๆที่พูดกันอยู่ในขณะนี้ บอกว่า มาจนนี้มันสุดยอดนะ ถ้ามาอยู่ในระบอบแบบคนจน มาอยู่เป็นคนจนนี่สุดยอดแล้วสังคม มีใครพูดวะะ นี่ เป็นสำนวนไทยภาษาไทย พระพุทธเจ้าท่านไม่พูดอย่างนี้ทีเดียว เออจริงนะ คนฟังแล้ว เห็นจริงก็มาเอาจริงตาม อาตมาก็พูด แล้วในประเทศไทยมีอยู่ 2 คน อาตมากับในหลวง ในหลวงก็ตรัสของท่านไปแล้วมาตรงกันได้อย่างไร ในหลวงท่านตรัสแล้วคนเห็นความ สำคัญนะ แต่อาตมาพูดไปเถอะ น้ำท่วมทุ่ง พูดไปก็มีแต่ผักบุ้งเต็มไปหมด ได้แต่ผักบุ้ง โหรงเหรงเต็มไปหมด พูดไป แต่ในหลวงท่านตรัสแล้ว ไม่มีใครต่อเรื่องนี้ ถ้าคนไทยสามารถรับลูก แบบคนจนจากในหลวงรัชกาลที่ 9 นี้ได้ แล้วเอามา สืบต่อ ยอดจริงๆให้ได้ โอ้โห ประเทศไทยจะรุ่งเรือง แต่คนที่จะมาทำต้องมีความรู้จริงๆ ต้องชัดเจนว่า แล้วตัวเองจะต้องเป็นได้ด้วยเป็นได้ตามฐานะ อย่างในหลวงท่านเป็นได้ เป็นคนจนได้ ท่านตรัสว่าเอาแบบคนจน แล้วท่านก็เป็นคนจน คนบอกว่าท่านจนได้อย่างไรท่านเป็นในหลวง เงินรัฐให้แต่ละปี ทรัพย์สินส่วน พระมหากษัตริย์ ท่านบอกว่าท่านไม่แตะต้องทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์คือเงินคงคลังของกษัตริย์แต่ละตระกูล ท่านก็ทำเท่าที่ได้เท่าที่มี ในฐานะท่านเป็นกษัตริย์ ก็มีคนถวายโดยเสด็จพระราชกุศล ท่านก็ใช้เท่านั้น ท่านก็ใช้เท่าที่มี สะพัดไป ไม่ได้หวงแหนเก็บอะไร แล้วคนก็ว่า ท่านเป็นผู้ที่ทำกิจกรรมต่างๆ ร่ำรวย หาเรื่องไป บาปกินหัว อย่างในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นพระโพธิสัตว์ ในยุคหนึ่งๆคนอย่างนี้จะเกิดมา ไม่ใช่หาง่าย กว่าคนจะได้อยู่ร่วมสมัยร่วมยุค แล้วเราเป็นคนไทยด้วย มันมีกุศลไม่มีบุญ โลกเขา เรียกว่ามีบุญ มันเป็นกุศลสุดยอดแล้ว เป็นบุญด้วยถ้าคุณเข้าใจ ล้างกิเลสออกจากจิต สัจจะพวกนี้อาตมาพูดไปก็ยังไม่ครบ มันยังไม่เก่ง พูดได้ประมาณอย่างนี้ ก็ได้เท่านี้ ก็พูดได้เอง พูดไปอีก มันจะอยู่ได้ยาวยืนไปอีกกี่ปีก็ไม่รู้ 650819 สุดยอดวิชาที่เป็นความจริงแท้ๆของพุทธ พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน