อุเบกขาสัมโพชฌงค์กับสมาธิ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข4 มิถุนายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

อุเบกขาสัมโพชฌงค์กับสมาธิ _Pa Vo (ภา โว) : พ่อท่านสอนว่าเมื่อจิตมีอุเบกขาแบบพุทธ จิตตกผลึกเกิดสมาธิ (ขออภัยถ้าใช้ข้อความผิด) นั่นคือ อุเบกขา มาก่อน สมาธิ แต่ในโพชฌงค์ 7 ลำดับ "สมาธิ" ก่อนแล้วจึงเป็น "อุเบกขา" ขอพ่อท่านช่วยอธิบายความแตกต่าง / เมื่อจิตมีอุเบกขา มีสมาธิถูกตรงแบบพุทธ แนวทางการปฏิบัติต่อไปเพื่อให้บรรลุวิมุติ นิพพาน จะต้องทำอย่างไรครับ กราบขอบพระคุณครับ พ่อครูว่า…ความสลับซับซ้อนไปมา เป็นอจินไตย เป็นสิริมหามายาที่ยากจะเข้าใจ โพชฌงค์ 7 เป็นหลักสำคัญ มี 3 ตัวหลักคือ สติสัมโพชฌงค์ ธรรมวิจัยสัมโพชฌงค์ มีสติขั้นวิริยะสัมโพชฌงค์ เป็นขั้นโพชฌงค์ ในหนังสือรวมคนจะมีธรรมะได้อย่างไร วิจัย ธรรมวิจัย วิจัยคือ วิจัยอะไรทุกอย่างได้ในโลก ถ้าหยิบมา เป็นธรรมวิจัย ก็เป็นการวิจัยธรรมะ ธรรมวิจัยสัมโพชฌงค์เป็นการวิจัยในขั้นแยกแยะโลกียะกับโลกุตระ สัมโพชฌงค์หมายถึงองค์แห่งการตรัสรู้ หมายความว่ามันเป็นเนื้อหาสาระ ของโลกุตระของพระพุทธเจ้า โดยเฉพาะที่เรียกว่าธรรมวิจัยสัมโพชฌงค์ เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องสามัญธรรมดาเหมือนกันวิจัยต่างๆ เมื่อวิจัยครบ 3 องค์สติสัมโพชฌงค์ ธรรมวิจัยสัมโพชฌงค์ วิริยะสัมโพชฌงค์ ก็จะเกิดผลวิจัยแล้วรู้จักกิเลสรู้จักวิธีการทำให้กิ่งหรือดับลง เริ่มรู้ก็เป็นการวิจัยแล้ว เริ่มมีการปฏิบัติ สีลพรต ทำแล้วกิเลสมันลดแล้วกิเลสลดอย่างไร ลดอย่างกดข่มหรือลดอย่างเห็นด้วยปัญญา คือเห็นด้วยการเป็นฌาน แบบฌานวิสัยโลกุตระ ฌานวิสัยโลกียะก็มี แบบเทวนิยม แต่ฌานวิสัยที่เป็นของพุทธเป็นอจินไตยของพระพุทธเจ้าคิดเอาไม่ได้ เมื่อโพชฌงค์ 3 ปฏิบัติได้ก็จะเกิดยินดีมีปีติสัมโพชฌงค์ ปีติมี 5 แบบ 1. ขุททกาปีติ (ปีติเล็กน้อย) 2. ขณิกาปีติ (ปีติชั่วขณะ) 3. โอกกันติกาปีติ (ปีติเป็นพ

อ่านต่อ

ักๆ) 4. อุพเพงคาปีติ (ปีติแรงกล้า โลดลอย) 5. ผรณาปีติ (ปีติซาบซ่าน) (จาก คัมภีร์วิสุทธิมรรค)

ควรให้เป็น ผรณาปีติ เป็นสำคัญ มีปีติ ชนิดแผ่บางเบาไปเฉยๆ อาตมาอธิบายสภาวะเหล่านี้โดยใช้ภาษาพยัญชนะ คนยังไม่ถึงสภาวะก็เดาไม่ออก แต่คนมีสภาวะรองรับสิ่งที่อาตมาอธิบายถึงก็จะค่อยๆรู้ว่ามันมีนัยยะที่ลึกซึ้งเข้าไปอีกอย่างนี้เอง เพราะเป็นปีที่แล้ว การจะให้สงบระงับการจะให้ถึงขั้นนิพพานแม้แต่เป็นปิติก็ต้องลดเป็นอุปกิเลส เป็นกิเลสที่ซับซ้อนลึกซึ้ง อาการ ลิงค นิมิต ไปหาปัสสัทธิ แปลว่าสงบระงับ เป็นคำของพระพุทธเจ้า เป็นการสงบระงับอย่างเห็น ปัสสะ แปลว่าเห็นอยู่อย่างต้องต้องทนโท่หลัดๆ อิทธะ แปลว่า สำเร็จอย่างเห็น กิเลสสงบมันหรี่ลงมันเบาลงมันจางคลายลงมันดับถึงขนาดนิโรธ เป็นความเกิดปีติ ปัสสัทธิ ทวนไปทวนมาสงบระงับไปเรื่อยๆ จนสูงสุดถึงขั้นอุเบกขา ซึ่งไม่ใช่อุเบกขาสัมโพชฌงค์ อุเบกขานี้จะเป็นเคหสิตอุเบกขาหรือเนกขัมสิตอุเบกขาก็ได้ หากอุเบกขาแล้วแยกได้ ก็สั่งสมลงเป็นสมาธิ คำว่าสมาธิไม่ใช่ภาษาของพระพุทธเจ้า ภาษาสมาธิแปลว่าสงบตั้งมั่น ในจรณะ 15 ไม่มีคำว่าสมาธิ แต่ละไว้ในฐานที่เข้าใจว่าสมาธิต้องเป็นจิตที่หมดอาสวะ ในญานปัญญาวิชชา 9 น่าจะต้องเป็นอุเบกขาในฌาน 4 และเป็นเนกขัมมสิตอุเบกขาด้วย จิตที่ยังไม่สัมมาทิฏฐิทั้งหมดก็เป็นอุเบกขาแค่สั่งสมลงเป็นเคหสิตะอยู่ ก็เป็นสมาธิแค่เคหสิตะ แต่ถ้าเป็นจิตหมดอาสวะ เห็นแจ้งอาสวะสิ้นโดยมีการสัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกาย และมีเงื่อนไขนี้เป็นเงื่อนไขหลักอีก ลืมตามีกายหมดเลยมีอุเบกขาที่ชัดเจน อาสวะ หมดชัดเจนอุเบกขาเป็นฌาน 4 สุดท้ายเป็นเนกขัมมสิตอุเบกขาด้วย รู้ความต่างระหว่างเนกขัมมะกับเคหสิตอุเบกขาในเวทนา 108 มันต่างกันคนละอย่าง ต้องเป็นสัมมาทิฏฐิ สัมมาปฏิบัติ สัมมาปฏิเวธของพระพุทธเจ้า จึงเป็นจิตที่รวมกันตกผลึกลง จึงเป็นจิตที่สะอาดเป็นอุเบกขาแท้ สะอาดจากกิเลสตกผลึกลงเป็นอุเบกขาเป็น ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา เป็นจิตที่สะอาดตกผลึกตั้งมั่นแล้ว เรียกสมาหิโต ตั้งมั่นสมบูรณ์ที่สุด ในเจโตปริยญาณ 16 ไม่เหลือเศษของ อสมาหิตะ ไม่เหลือเศษของอวิมุติ ทั้งหลุดพ้นอย่างมีปัญญาและมีจิตตั้งมั่นเป็นสมาหิตะ นี่คือจิตที่สมบูรณ์แบบที่สุด ศึกษาไปให้ดีๆยังมีนัยยะที่ยังไม่ได้แยกแยะ ยังไม่ได้ย้ำเน้นกันอีกเยอะ ก็ขอแวะนิดนึง วันนี้วันสุดท้ายที่อาตมาจะอายุ 87 พรุ่งนี้เช้าประมาณ 8:00 น แม่ไม่ได้บอกเวลาตกฟากที่ชัดเจน รู้แต่ว่า คลอดพอดีตอนพระกำลังกลับจากบิณฑบาต อาตมาก็จะขึ้น 88 เมื่อ 8:00 น พรุ่งนี้ เริ่มเป็นผู้มีอายุ 88 ปี เป็นขั้นพลังงานในระดับกฤษณะ หาก 7 ขั้นราม นี่ตามแบบฮินดู 8 ขั้นกฤษณะ 9 ขั้นพุทธะ 10 ขั้นกันกินยาวัดตาล ของฮินดู เทวนิยม กัลกิยาวตาร จะเป็นอะไรก็ไปตามเรื่องของเขาแล้ว อาตมาเป็นสายพุทธโดยตรงเป็นปัญญาธิกะโดยตรงมาตั้งแต่ต้นจนถึงบัดนี้ จึงเป็นผู้ที่มารื้อขนสัตว์สืบทอดศาสนาพระพุทธเจ้าให้ยืนยาวไปถึงพุทธกัปพระพุทธเจ้าสมณโคดมคือ 5000 ปี นี่มัน 2560 กว่าปีแล้ว ยังไม่ได้บวก 45 นะ พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมาอายุ 45 ปีก็ต้องมาหักออก พระพุทธเจ้าเผยแพร่ธรรมะเมื่ออายุ 35 ปี หักออกจาก 80 ปีก็เหลือ 45 เอา 45 มาบวกกับ 2564 ก็เป็น 2609 แต่อาตมามาทำงานศาสนาก่อนบวช เริ่มต้นทำงานด้วยการเขียนหนังสือ ซึ่งหนังสือที่กำลังพิมพ์ออกมาตอนนี้ คือ หนังสือลำธารชีวิตเขียนตั้งแต่เป็นฆราวาสในหนังสือพิมพ์ของไทยโทรทัศน์ใช้นามปากกาหรือนามแฝงว่า โพธิรักษ์ อาตมามีคอลัมน์ประจำ 2 คอลัมน์เขียนตอบปัญหาธรรมะโดยตรง แนะนำหนังสือไทยโทรทัศน์กับหนังสือดาราภาพ หนังสือดาราภาพนี้ตอนนั้นดังมาก ต่อมามีคนลอกเลียนแบบอีก 11 ฉบับ มีชื่อต่างๆ อาตมาเปิดคอลัมน์ตอบปัญหาของคน ใช้นามปากกาว่าโพธิรักษ์ เล่าเจตนารมย์ของเราเองได้ว่า อาตมาตั้งนามปากกาว่า โพธิรักษ์ อาตมาเลือกแล้ว อาตมาชื่อ รัก แต่รักษ์ เป็นคำวิสามัญนาม กำกับว่า เป็นการรักษา รักษาโพธิ โพธิคือความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า จึงใช้นามปากกาว่าโพธิรักษ์ เป็นผู้รักษา เป็นผู้ดูแล ตั้งแต่ตั้งนามปากกาเปิดคอลัมน์ ตอบปัญหาธรรมะตั้งแต่เป็นฆราวาสเขียนก่อนจะบวชประมาณ 2 ปี ลำธารชีวิตรวบรวมมาจากในหนังสือนิตยสารเหล่านั้น อาตมาได้มีเปลี่ยนแปลงเนื้อหาบ้าง ส่วนหนังสือดาราภาพ นำไปรวมในหนังสือ ชื่อ ชีวิตนี้มีปัญหา อาตมาเขียนหนังสือในชีวิตนี้ของอาตมาเป็นร้อยๆเรื่องแล้ว พิมพ์ออกมาเป็นล้านเล่มแล้ว แต่มันไม่เหมือนหนังสือนวนิยายหนังสือบันเทิงที่เขารู้กันมันก็เลยไม่ค่อยกว้าง คนก็ไม่รู้จักว่าเราเป็นนักเขียนอะไรเท่าไหร่ แต่เราเขียนไม่ใช่น้อย เขียนมากกว่านักเขียนที่เขาดังอีก อย่างเช่น j.k. rowling เขียนแฮรี่พอตเตอร์เล่มเดียวดังไปทั่วโลก ขายได้แลกเงินชาตินี้ก็กินไม่จบหรอก แต่เราเสนอเนื้อแท้ธรรมะให้คนเข้าใจ เช่น มาจนประเสริฐกว่าไปรวย ฟังเข้าใจในภาษานะ แต่ความรู้สึกหรือว่าความเป็นจริงจะเป็นตามได้นั้น มันยาก ก็เข้าใจว่าเป็นคนจนเป็นคนประเสริฐนี้ดี เป็นคนน่ายกย่อง เป็นคนขยันหมั่นเพียร มีความซื่อสัตย์จริงใจ มีความไม่โลภ ไม่สะสมไม่กักตุน สร้างสรรค์ขยันหมั่นเพียรยิ่งกว่าคนขยันทางโลกีย์ คนโลกุตระนี้ขยันกว่าคนทางโลกีย์ สร้างสรรค์แล้วก็ไม่เอาเป็นของเรา เพราะฉะนั้นเศรษฐศาสตร์ที่เป็นสาธารณโภคีจึงได้รายได้น้อย เป็น income น้อย แต่ทำไมมันรู้สึกว่าเยอะ มันรู้สึกว่ามาก เอามาสร้างอะไรใหญ่โตได้ มันย้อนแย้งเป็นอจินไตยที่เข้าใจยาก นักเศรษฐศาสตร์ก็ยังมึนตึ้บอยู่ว่าทำไมยังพูดอยู่ได้ อย่างที่ในหลวงได้ตรัสไว้ว่ามาจนนี่แหละคือข้อเสียคือผู้ที่ได้ มาจนไม่เอาเปรียบเอาร่ำรวย นักเศรษฐศาสตร์ฟังแล้วก็บอกว่าพูดอะไรนะ สู่แดนธรรม...สิริมหามายามีทุกขั้นทุกตอนการบรรลุไหม พ่อครูว่า...มี แต่คนระดับต้นๆ อย่าไปพูดถึงสิริมหามายาเลยยังไม่ได้ 640604_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ กว่าจะมีปาฏิหาริย์ของสังคมโลกุตระ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน