คนไทยเลือดโลกุตระจะพาไทยชนะทั้งโลก.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข13 ตุลาคม 2563

เนื้อหาในไฟล์

คนไทยเลือดโลกุตระจะพาไทยชนะทั้งโลก _หนูได้สนทนากับคนนอกวัด เขาว่า ยิ่งสนทนากับชาวอโศกบอกว่ายิ่งให้ยิ่งรวย แล้วลูกหลานก็ไม่มีปัญหาไม่สร้างปัญหา มันสวนทางกับที่ท่านเทศน์ วันที่ 7 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา ญาติธรรมถ้ามีช่วยเหลือวัดช่วยเหลือสมณะช่วยเหลือคนชุมชนเด็กนักเรียน พ่อครูคิดอย่างไรว่า ยิ่งคบอโศกยิ่งรวย พ่อครูว่า…คุณจะพูดกับใคร คนที่มาทำงานกับเรา คนงานบางคนตั้งฐานะได้นะ จากไม่มีอะไรจนกระทั่งมีรถแบคโฮ มีเทรลเลอร์ลากแบคโฮมาทำงานที่นี่ ตอนเย็นเขาก็กลับตอนเช้าก็มา เขาก็ไม่ได้ไปร่ำรวยเหมือนคุณธนินท์คุณเจริญแบบนั้นหรอก แต่ก็รวยในฐานะของเขา คนพวกนี้มีเศรษฐกิจพอเพียง อยู่กับพวกเราด้วย ทำมาหากินอยู่กับพวกเราเขาก็ได้ฐานะขนาดนี้เขาก็ถือว่าพอได้ เขาก็พอในประมาณหนึ่ง เขาก็ไม่ได้ไปอยากรวยแข่งไปเอาที่อื่น เอาจากที่นี่เขาก็ว่ารวยแล้วสบายแล้ว จะเป็นใครก็ตาม เขามาทำงานที่นี่ก็สบาย ก็อยู่พออยู่พอกินแสดงว่าเขามีความพอเพียง คนไทยนี้มีความพอเพียงประมาณอย่างนี้ ไม่น้อย เพราะมีอนุสัยของความเป็นโลกุตระอยู่ เพราะฉะนั้นประเทศไทย จึงเป็นประเทศโลกุตระ ที่เขายังไม่ค่อยรู้ตัว คนอย่างนี้มีเยอะ เพราะฉะนั้นคนที่เป็นอย่างที่อาตมายกตัวอย่างมาแล้วอย่างพวกที่มาหากินในราชธานีอโศก ก็มีชีวิตสบายกินอยู่สบาย เขาก็ไม่ต้องการมากกว่านี้ ขณะนี้เขาก็ถือว่าเขาเจริญขึ้นมากกว่าเก่าแต่ก่อนนี้ไม่มีอยู่ไม่มีกิน ยากจนข้นแค้นกว่านี้ ตอนนี้ก็สบายขึ้นแสดงว่าเขามีจิตใจสันโดษมีจิตใจพอ สันตุฏฐิ คนขนาดอย่างนี้มีจิตใจอย่างนี้ในประเทศไทยมีอยู่เยอะ จึงไม่ค่อยเดือดร้อน ยังมีแต่พวก 3 นิ้ว พวกนั้นเท่านั้นแหละที่ยัง เห่าบ๊องๆๆๆ มีไม่เท่าไหร่หรอก เพราะฉะนั้นคนที่เป็นพื้นฐานอย่างนี้ไม่มีปากไม่มีเสียง อยู่กับราชธานีอโศกอยู่กับหมู่บ้านนี้

อ่านต่อ

หมู่บ้านนั้นมีเยอะ ไม่ได้ออกไปแสดงตัวอะไร แต่ก็อยู่เย็นเป็นสุข ถ้าเขาไม่อยู่เย็นเป็นสุขก็จะไปร้องทุกข์กับรัฐบาลก็จะไปบอกผู้บริหารฟ้องร้องขึ้นไปให้ผู้บริหารเสนอขึ้นไปสู่รัฐบาลก็ต้องไปช่วยกัน ก็มีฐานะการบริหารอยู่แล้วข้าราชการก็ดีแม้แต่จิตอาสาเดี๋ยวนี้ก็เยอะ จิตอาสาก็มีเยอะนะ ก็ช่วยกันอยู่อย่างนี้ ที่จะช่วยเฉลี่ยกันไปแบ่งกันไป ตามประสา สรุปแล้วมันก็เฉลี่ยเรียกว่า เศรษฐกิจ _สู่แดนธรรมว่า…ทำไมคนมาทำงานกับอโศกยิ่งรวย แล้วทำไมชาวอโศกยิ่งจน พ่อครูว่า…ก็เพราะว่ามายินดีจนเต็มใจจนตั้งใจจน ไม่ได้หลอก คือไม่ได้สะสมเงินทอง อย่างคุณมีเท่าไหร่ในบัญชี(ถามสู่แดนธรรมว่า..อยู่ไม่ถึง 200 บาท) คุณก็มีฝีมือแต่คุณก็ไม่ได้เอาไปหาเงิน ทำงานได้ก็เอามาเข้ากองกลางอย่างนี้เป็นต้น มันซับซ้อน ในเศรษฐกิจอันนี้จะต้องอธิบายกันอีก มันก็มีตัวอย่างแล้ว ชาวอโศกมีสาธารณโภคีอย่างพวกเรา มันก็จะดียิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นก็ไม่ต้องไปห่วงอะไรมากมายหรอก มันก็คงได้พูดเรื่องเศรษฐศาสตร์นี่แหละ _สู่แดนธรรม…เรื่องเศรษฐศาสตร์นี้ที่บอกว่า ทำไมส่วนกลางถึงรวยคนแวดล้อมจน พ่อครูว่า…มันมีใจพอ ยกตัวอย่างคุณเองก็ยังพอ หลายคนไม่มีเงินในแบงค์เลย ดีไม่ดีอย่าว่ามีในแบงค์เลย ในมือก็ไม่มี พอถึงเวลาจะไปเบิกใช้ก็เอาไปใช้ เสร็จแล้วก็ไม่มี จะอยู่จะกินก็ในนี้ทั้งนั้น ปัจจัย 4 ปัจจัยบริขารต่างๆในนี้ไปเบิกที่ สขจ.ได้ทั้งนั้น _สู่แดนธรรม…ที่เขาถามอาจจะหมายถึงผู้บริหารประเทศอาจจะดูคลิปนี้อยู่ ดูแล้วอาจจะเอาโมเดลนี้ไปพัฒนาประเทศ มันจะไหวไหมครับ พ่อครูว่า…ไหว ก็ต้องรู้รายละเอียด ซึ่งรายละเอียดที่ว่านี้ก็ต้องดูที่ยอดปิรามิด ปิระมิดต้องมียอด แม้แต่คนเป็นผู้บริหารก็ต้องเข้าใจปิระมิด แล้วคุณยังไม่ถึงยอด ปิระมิดนะ แต่ว่ายอดปิระมิดนี้คุณเข้าใจแล้วเป็นหลัก ยกย่อง นี่พูดสัจจะนะคุณก็ต้องยกย่องเชิดชูให้เอาอย่างบูชาเคารพคนที่สุดยอดเขาได้จริง คนที่เขาไม่สะสมเลย คุณจะอยู่ในฐานะไหนคุณเป็นผู้บริหาร ถ้าคุณเป็นผู้บริหารคุณเข้าใจเศรษฐกิจเศรษฐศาสตร์แบบนี้ คุณอยู่ไหน..ยอดสุด คุณก็ไม่มีปัญหาเลย ก็ยกตัวอย่างตัวเองยกตัวอย่างคนที่อยู่ในหมู่คุณได้เลย อย่างเช่นชาวอโศกเป็นต้น แต่ถ้าคุณยังไม่ถึง คุณอยู่ในระดับ 2 ก็เอาขั้นที่ 2 คุณก็ยกย่องคนที่อยู่ยอดปิระมิดสิคุณอยู่ขั้นนี้แล้วคุณเข้าใจแล้วต้องพัฒนาไปให้เป็นยอดอยู่ แต่อย่างนี้ได้คุณก็อยู่ในฐานะที่คุณยอมรับมีขั้นตอน ยอดก็ยอด รองลงมาคุณอยู่ในบริหารขั้นรอง หรือแม้แต่ขั้นรอง คุณอยู่ในขั้นบริหารที่ 3 ขึ้นมาอีก ก็เข้าใจแล้วขั้นที่ 2 ยังไม่ถึง อย่างเช่นอาตมาขั้นที่ 7 ขั้นที่ 8 ขั้นที่ 9 ยังไม่ได้ก็รู้ขั้นตอนของอาตมาก็ยอมรับ เพราะฉะนั้นในโลกมันก็มีขั้นที่ 3 แล้วมีขั้นที่ 4 ครั้งที่ 5 กระจายไปถึง 6 7 8 9 10 12 13 แต่คุณเข้าใจแล้วนะไม่ขัดแย้ง เป็นแต่เพียงยอมรับว่าอันนี้สูงกว่าจะทำอย่างนี้ มีทิฏฐิสามัญญตามีหลักเกณฑ์ที่จะปฏิบัติให้ถึงยอดสุดเรียกว่าศีลสามัญญตา แล้วอยู่กันอย่างที่ว่าคนที่สูงก็อยู่กันอย่างเมตตากายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ลาภที่ได้มาก็ไม่สะสมเอาเข้ากองกลางแล้วก็บริหารกองกลาง สละออกไปกระจายออกไป ในระดับของส่วนกลาง ของส่วนที่เป็นของชุมชนชาวอโศกและชุมชน ของส่วนบุคคลแต่ละบุคคลในชุมชน ซ้อนเข้ามาหากองกลางหมดเลย ทุกคนเพื่อที่จะเป็นศูนย์ มีจุดมุ่ง มีหลักเกณฑ์ มีทิฐิมีศีลสามัญญตาทิฏฐิสามัญญตาพอสมควร ปฏิบัติรู้ว่าตัวเองอยู่ในฐานไหน ไม่ริษยา ยกย่องบูชาเคารพส่งเสริมจริง แต่ถ้าคุณไม่เห็นอะไรไม่ยกย่องอะไรมันก็ไม่ได้เป็นลักษณะที่จริง เพราะว่าคุณไม่รู้ ถ้าคุณรู้คุณจะยกย่อง คุณจะนับถือจริง คุณจะส่งเสริมจริง ว่าคนนี้เป็นจริงคนจะได้เอาไปเป็นตัวอย่างทำตามได้ ถ้าคุณเก่งคุณมีฤทธิ์อำนาจก็จะทำให้คนอื่นมาเอาตามได้ คุณอยู่ชั้นยอด ปิระมิด คุณก็ไม่มีปัญหาอะไร คุณก็ให้เขามาเอาตามคุณได้หมด แต่ถ้าคุณไม่ใช่ชั้นยอด แต่คุณเข้าใจว่าเป็นยอดพีระมิดแต่คุณอยู่ชั้น 2 คุณก็ยกย่องเชิดชูส่งเสริมคนชั้น 1 พวกที่อยู่ชั้น 1 เอาตามพวกชั้น 1 ว่าจะเป็นคนบริหารที่เจริญในหมู่นั้น คุณรู้จริงก็ต้องอย่างนั้น คุณจะไม่มีอคติ คุณจะชัดเจน ยิ่งคุณอยู่ชั้น 3 ก็ยกย่องชั้น 2 ยกย่องชั้น 1 หรือคุณอยู่ชั้น 4 คุณก็ยกย่องชั้น 3 ชั้น 2 ชั้น 1 นี้ป็นผู้รู้จริง การบริหารที่มีปัญญาอย่างนี้แหละ จะสำเร็จผล เพราะฉะนั้น ทุกวันนี้การศึกษา ไม่ได้ศึกษาตามแบบพระพุทธเจ้าที่อาตมาพาทำ และอธิบาย มันไม่มี ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตรัส ก็ข้นๆแยกยาก ท่านทำของท่านองค์เดียว แล้วกระจายเป็นหมวดหมู่ขั้นตอนยังไม่ง่าย แต่อาตมาพาทำ แล้วยากกว่าในหลวงมาก เพราะว่าอาตมาทำให้มีของจริง แต่ในหลวงทรงทำของท่านแล้วให้มีรูปธรรม ที่ท่านทรงงาน คนไทยมีเลือดของโลกุตระจึงเข้าใจในหลวง อันนี้แหละเป็นเรื่องที่รองรับความจริง ของชาวไทยทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นจึงรู้ว่าพฤติกรรม หรือพระจริยวัตรของในหลวงรัชกาล ที่ 9 คือโลกุตรธรรม แต่ท่านขยายความไม่ออกเท่านั้นเอง แต่ท่านทรงเป็นโลกุตรธรรมแล้ว คนไทยที่มีเชื้อของโลกุตระอยู่ในจิต จะเข้าใจลึกๆ แต่พูดไม่ออก ขยายไม่ได้ แล้วอาตมามีวิบาก เพราะทางด้านในระดับสูง เขาจะเอามาอ้าง อย่างพระโพธิรักษ์เป็นธรรมิกราชจริงเป็นอรหันต์จริง ทำไมในหลวงไม่มาหา ทำไมไม่ลงไปหาทางโน้น อาตมาก็หงิกสิ ก็มันจริง แต่ในหลวงท่านแสดงไม่ได้ เพราะส่วนใหญ่จะต้องให้อันนั้น ให้อาตมาไปเป็นผู้บริหารศาสนาอาตมาก็ทำไม่ได้ เพราะอาตมาไม่มีพื้นฐานรองรับ แล้วคนที่รองรับอยู่ขณะนี้ อย่างไอ้ไข่ อย่างนี้ แล้วอาตมาจะไปบริหารได้อย่างไรแต่เขาบริหารกันได้ อนุโลมกันได้ แม้แต่พวกปาราชิกอยู่ด้วยกันเขาก็อนุโลมได้ แต่อาตมาไปอนุโลมให้พวกปาราชิกอยู่ด้วยไม่ได้ จะให้อาตมาไปบริหาร ขออภัย ก็ต้องเอาเลือดพระเจ้าอโศกมหาราชมา ก็ต้องจับพระไปประหารหมดเลย แล้วอาตมาจะไปทำได้อย่างไร มันย้อนแย้งสอนอยู่อย่างนี้ไม่ใช่ยุคสมัย เพราะฉะนั้นอาตมาก็ได้แต่ทำตามความเป็นจริง อาตมาจึงทรมานมาก ทรมานที่จะต้องลากสังขารไป จริง วิบากของอาตมามันไม่มากเท่าไหร่ หากวิบากอาตมามีมาก จะมีโรคที่เจ็บปวดทรมานมาก แต่ไม่มีโรคที่เจ็บปวดทรมาน ไอ จะต้องไอแรง แล้วทำไมต้องไออย่างแรง อาตมาก็ต้องพูดอย่างขำๆว่า อาตมาต้องแสดงไอ สิ เป็นประธาน เพราะฉะนั้นอาตมาจะต้อง ไอที ไอทีเดียวไม่พอ ต้องไอหลายที ไอแรงๆด้วย คนพวกเราฟังแล้วก็น่าสงสาร พวกเรานะ คนอื่นเขาฟังก็จะรู้สึกว่า ไม่ตายซะที ไออยู่นั่นแหละ เขาก็สมน้ำหน้า ก็เอาเถอะ เอาน่า..อย่าสมน้ำหน้าอาตมาเลย ตั้งใจฟังดีๆบ้างก็แล้วกัน อาตมาว่าอาตมาให้ประโยชน์เขา อาตมาไม่ได้ชิงชังรังเกียจเขาหรอก พูดความจริงมา แต่คนก็ไม่เชื่อหรอกว่า อาตมาพูดความจริงใจ อาตมาก็ใช้ภาษาพูดสื่อสภาวะไปเรื่อยๆ ลงที่เศรษฐกิจก่อน อย่างอนาถบิณฑิกเศรษฐีสละออกหมดเลย จนกระทั่งมากินข้าวก้นบาตร บิณฑกะ แปลว่าก้อนข้าว อนาถา อาตมาอธิบายคำว่า อนาถบิณฑิกเศรษฐี คือ เศรษฐีอนาถา ที่ต้องมากินก้อนข้าวก้นบาตรของพระภิกษุ 631009_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ คนไทยเลือดโลกุตระจะพาไทยชนะทั้งโลก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน