ภาวะที่อยู่อย่างเจริญก้าวหน้าของพ่อครูในวัย 89.docx
เนื้อหาในไฟล์
ภาวะที่อยู่อย่างเจริญก้าวหน้าของพ่อครูในวัย 89 _สู่แดนธรรม... เหลืออีก 4 นาทีสุดท้ายพ่อท่านจะให้อะไร พ่อครูว่า... ก็ให้ไปเรื่อยๆแล้วไม่จบง่าย แล้วก็จะไม่ตายง่ายๆด้วย ...สาธุ อวดดีนะ โพธิรักษ์ทำเป็นอวดดี เดี๋ยวตายพรุ่งนี้ ไม่หายใจแล้วตายพรุ่งนี้ยุ่งเลยนะ วันนี้อาตมาได้พยายามอธิบายเรื่องความจนที่มหัศจรรย์ ความจนนี้เป็นความจนที่มหัศจรรย์ซึ่งเข้าใจกันไม่ได้ง่ายๆ มันเป็นไฉนมันเพราะอะไร และเป็นทำไม ทำไม ..ตอบ มาเป็นคนจนมาเป็นทำไม ... สบาย เอ๊ พูดอะไรมาเป็นคนจนแล้วสบาย ไปพูดกลางสนามหลวงดูซิ เจ้าข้าเอ้ยมาเป็นคนจนนี่สบายนะ คนจะมาฟังไหม มีชาวอโศกนี่แหละจะไปฟัง เป็นทำไม มันดีอย่างไร ตอบได้แล้ว ทำไมถึงต้องมาเป็นคนจน มันก็จะมีคำตอบว่าทำไมมาเป็นคนจนมันดีอย่างไร ประเสริฐอย่างไรมาเป็นคนจน ถึงเป็นคนจนมหัศจรรย์ เป็นคนจนที่พิลึก เป็นคนจนไม่เหมือนโลกเขา เพราะโลกเขาเป็นคนจนอย่างขี้เกียจ สุรุ่ยสุร่ายผลาญพล่า เป็นคนจนอย่างทำลาย คนจนอย่างโง่ๆ แต่พวกเราไม่เลย จนอย่างฉลาดจนอย่างมีภูมิปัญญา จนอย่างอุดมสมบูรณ์จนอย่างมหัศจรรย์ จนอย่างมีประโยชน์คุณค่าต่อโลก พูดคำว่า “โลก” ดังจัง ต่อผู้อื่นต่อโลก โอ้โห…มันมหัศจรรย์จริงๆนะ นอกนั้นก็ไปสรุปเข้าว่า เมืองไทยนี้มีพระเจ้าแผ่นดินตรัสว่า จงมาเอาแบบคนจน จึงเป็น The Great word เป็นคำที่ยิ่งใหญ่มากเลย ที่มนุษยชาติฟังแล้วจะต้อง ไปคิดกันนานไปคิดกันมาก แต่อาตมาไม่พูดเท่านั้น พาปฏิบัติธรรมประพฤติ พาทำให้เห็น ทำให้มีรูปธรรม ทำให้มีพฤติกรรมของการเป็นเศรษฐกิจ การเป็นการเมืองเป็นรัฐกิจเป็นสังคมกิจ ให้เห็นจริงเลย คนมีปฏิภาณปัญญาก็จะมาเข้าใจ อาตมาไม่ได้จบปริญญาตรี ไม่ได้จบปริญญาโท ไม่มีดอกเตอร์สักใบ แม้แต่ด็อกเตอร์กิตติมศักดิ์ก็ไม่เคยมีใครมาให้ ชาตินี้เป็นอย่างน
อ่านต่อ
ั้น อาภัพอัปภาคย์อย่างนั้น แต่ไม่ได้น้อยใจไม่ได้เสียใจอะไรเลย เข้าใจด้วยว่าทำไมเขาไม่ให้ รู้ไหมทำไมเขาไม่ให้ เขาไม่มีภูมิ คุณตอบถูก เขาไม่มีภูมิพอที่จะให้อาตมา ถ้าเขามีภูมิเขาจะมาให้อาตมา อาตมาเคยได้รับรางวัล ประเด็นที่ได้รางวัลคืออาตมาเป็นผู้ที่สร้างสันติภาพให้แก่สังคม จากองค์กร แมนเฮ ของประเทศเกาหลีใต้ใ ห้รางวัลอาตมามา 100 ล้านวอน ให้ใบประกาศนียบัตร กับเงิน 100 ล้านวอน นี่เป็นรางวัลเดียวที่อาตมาได้เป็นหลักเป็นฐานเป็น กอบเป็นกำ นอกนั้นไม่มีรางวัลใด มีเหมือนกัน มีรางวัลหนึ่ง ที่นายกสัญญา ธรรมศักดิ์ ให้เป็นโล่ ให้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรตั้งแต่ท่านเป็นนายกฯแล้วมานั่งคุยกับอาตมาเป็นชั่วโมง แล้วออกมาไปพูดข้างนอกรับรองว่าอาตมาเป็นพระอรหันต์ ตั้งแต่ไม่มีใครพูดเรื่องอรหันต์กันเลยในยุคโน้น แล้วท่านก็ไปพูด แต่ไม่ได้เปิดเผยมากมายหรอก อยู่ในวงแคบ มารับรองว่าอาตมาเป็นพระอรหันต์ แล้วมันก็ไม่แพร่กระจายอะไรมากมาย มีโล่ที่ท่านให้มามีลายเซ็นท่านอยู่นั่นแหละมีเท่านั้น เงียบๆ ไม่เป็นที่โด่งดัง คนรับรองนั้นเป็นเรื่องส่วนตัวน้อยๆ ท่านกับอาตมาตรงกันเท่านั้นเอง แล้วก็มีคนร่วมด้วยที่ไปช่วยกันทำโล่นี้มาให้ เพราะมันต้องจารึกว่าพระโพธิรักษ์ ลงนามลายเซ็นเป็นโลหะทองเหลือง นอกนั้นก็มีองค์กร แมนเฮ ที่เกาหลีอย่างที่พูดนี้ นอกนั้นยัง เคยมีคนพูดว่า โพธิรักษ์จะได้ แมกไซไซ เคยมีคนมาขอจะเอา อาตมาไปนำเสนอ อาตมาว่าอย่าไปนำเสนอเลย อาตมาห้าม อย่าไปนำเสนอก็เลยไม่มีใครเสนอไป รางวัล nobel prize ทำไมเขาไม่ให้รางวัล Nobel prize กับอาตมา เพราะเขายังไม่รู้หรอกว่าอาตมามีค่าพอที่จะให้รางวัล มันเป็นธรรมดาอาตมาไม่ได้แปลกประหลาดไม่ได้น้อยใจไม่ได้เสียใจไม่ได้ต่ำใจอะไรเลย เป็นธรรมดามันเป็นสัจจะอย่างนั้นมันไม่มีปัญหาอะไรสำหรับอาตมา เมื่อไหร่นะ Nobel prize ให้รางวัลอาตมา รับรองว่าคนไทยนี่ตาเหลือกเลย อย่าว่าแต่ตื่นตาเลย ตาเหลือกเลย เป็นไปได้อย่างไรวะ มันควรจะให้ใครต่อใครเยอะแยะเลย ทำไมมาให้โพธิรักษ์ ตาเหลือกกันเลยนะ มันซับซ้อนถึงอย่างนั้น จะไม่เข้าใจได้ง่ายๆเลย เพราะว่าคนที่ควรจะได้ Nobel Prize ในประเทศไทย ในทางธรรมะ โดยในทางพุทธธรรม เป็นต้น พูดให้ชัดก็คือ กรรมการของ Noble Prize เขาจะรู้เรื่องสัจธรรมเป็นพุทธศาสนาเท่าใด เขาเป็นพวกชาวเทวนิยมที่เป็นกรรมการของ Nobel Prize แล้วเขาจะมารู้จักพุทธนิยมได้อย่างไร _สู่แดนธรรม... ผมมองอย่างนี้ว่าเขาจะไม่เข้าใจเนื้อหาธรรมะก็ได้ แต่เขาจะยอมรับผลงานของพ่อท่านที่เป็นสากล พ่อครูว่า... นั่นแหละในอนาคตมันก็จะยืนยันผลงาน รับรองว่าอีก 100 ปีเขาจะให้แน่ ถ้าอาตมาทำงานไปอีก 100 ปี ได้ ถ้าอาตมาทำงานไปอีก 100 ปี ตาสว่างแน่เลยกรรมการ Noble Prize จริง แหม มันจะอย่างไร อาตมาว่าไม่ ไม่ปีที่ 100 ก็ปีที่ 99 หรือปีที่ 98 จะเห็น ปีที่ 97 เขาก็น่าจะเห็น ถ้าถึง 100 ปี จะอยู่ให้ได้ถึง 100 ปี เพื่อที่จะยืนยันความจริงนี้ แต่เอาเถอะถึงแม้ว่าอาตมาจะตายไปก่อน สัจธรรมอันนี้จะรู้ในอนาคต ก่อนกลียุค นี่เป็นคำพยากรณ์ จะแม่นหรือไม่แม่น ติดตามไปอย่าเพิ่งตายแล้วจะเห็นเลยที่อาตมาพยากรณ์ไว้ นี่เป็นสัจจะที่อาตมาพูดในวันนี้ พูดในวันนี้ก็มีอะไรแปลกๆใหม่ๆ เยอะเหมือนกันเนาะ _สู่แดนธรรม... มีตัวเลขให้พ่อท่านฟังครับ มีผู้นับจำนวนผู้ฟังในวันนี้ให้ฟัง แบ่งเป็น สมณะ พระ ปะชาย 26 ท่าน สิกขมาตุ กรัก ปะ 20 ฆราวาสทั้งหมด 835 คน รวมทั้งหมด 881 คน พ่อครูว่า... 881 คือ 89 (เสียงฮาา) อ้าว…ลงเลข 89 ยิ่งใหญ่ไหม เป็นเลขคู่ที่ยิ่งใหญ่ ยิ่งใหญ่อย่างไร อาตมามีแต่การก้าวหน้า จาก 7 มาสู่ 8 บอกแล้วว่าตัวเลข 9 เป็นตัวเลขที่เจริญที่สุด เลยไปแล้วก็เป็น 0 เลย อธิบายไปแล้ว เอาตัวเลขอธิบายสภาวธรรมเป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นอาตมายังอยู่ในภาวะก้าวหน้าๆๆ ส่วน ในหลวงร. 9 ท่านก็จะเพิ่มขึ้นมาอีก ท่านก็จะเพิ่มลงมา 7 แล้วขึ้น 8 ลงมาหา 9 ก็จะเป็นอย่างนั้น ในสามเส้า เพราะ ท่านอยู่ในวงวน ของรอบสุดท้ายแล้วเป็นรอบ นิยตะ คือรอบ 7 8 9 แล้ววนในรอบนิยตะ คือรอบ 7 8 9 มันจะเป็นอย่างนั้น อาตมาไม่พูดต่อไม่ขยายความต่อพูดไว้เท่านี้ คนที่ยังไม่เข้าใจไม่เป็นไร วันนี้ได้พูดอะไรที่เป็น อจินไตย เยอะมากมายหลายอย่างเป็นเรื่องจริง เป็นเรื่องที่ยังเข้าใจกันยากอยู่เรียกว่า อจินไตย เข้าใจกันไม่ได้ง่ายๆไม่ใช่เดา คุณจะรู้ก็ต่อเมื่อคุณขึ้นไปเป็นคนที่มีภูมินั้น คุณมีภูมิอรหันต์คุณก็จะเข้าใจอรหันต์ คุณเจริญไปบรรลุเป็นโพธิสัตว์ระดับ 5 คุณก็จะเข้าใจ คุณเจริญจริงมีของจริงไปเป็นระดับ 6 คุณก็จะเข้าใจระดับ 7 คุณจะเข้าใจหรือระดับ 8 ระดับ 9 จนกระทั่งหมุนเวียนอยู่ใน เส้าของ 7 8 9 วน จนกระทั่งสุดรอบ ไปเป็นพระพุทธเจ้า ก็จะเป็นจริงไปตามสภาวธรรมนั้น สำหรับวันนี้ก็อบอุ่น พวกเราก็มาฟังธรรมกันเต็มศาลาเลย ไฟเราก็ไม่ค่อยดี เรื่องไฟฟ้า เราจะต้องเอาไฟฟ้าหรือไฟแดดมาใช้ เราจะต้องเป็นลูกพระอาทิตย์ อาศัยพ่อ อย่าไปอาศัยพญานาค หรือไปอาศัยใต้บาดาลอะไรมากมาย อาศัยฟ้า อาศัยพระอาทิตย์ อาศัยไฟแดด นี่ก็พยายามจะให้ไฟแดดมีมากๆก็ยังไม่เจริญเท่าไหร่ ให้สังเกตตรงนี้ ถ้าบ้านราช รุ่งเรืองสว่างไสว แม้แต่ตอนกลางคืนก็มีโซล่าเซลล์รุ่งเรืองสว่าง มันมืดอาตมาก็ได้แต่บ่น ผู้มีความรู้ก็ช่วยกันอยู่ คงสุดฝีมือของท่านเท่านี้ ก็อาศัยไปคนที่จะมีความรู้ความสามารถจะมาช่วยกันเรื่อยๆ จนกว่าราชธานีอโศก ในเวลากลางคืนแล้ว ก็จะสว่างไสวรอบราชธานีอโศก เมื่อนั้นเป็นที่สังเกตว่า นี่แหละคือ จุดรุ่งเรืองของราชธานีอโศกแล้ว จบ สำหรับการพูดวันนี้ ...สาธุ 660101 พ่อครูเทศนาธรรมต้อนรับปีใหม่ 2566 งานตลาดอาริยะครั้งที่ 41