เอาธรรมบทมาสวดมนต์Quireหมู่ใหญ่ เป็นการให้ศาสนาเสื่อม.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.80 KB
วันที่แก้ไข5 มกราคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

เอาธรรมบทมาสวดมนต์Quireหมู่ใหญ่ เป็นการให้ศาสนาเสื่อม _จรรยา ประเสริฐ · ตั้งแต่เกิดมา ถูกสอนว่าให้สวดมนต์ เราคิดอะไรจะได้สมความปรารถนา พอสวด แล้วเราขอว่า ขอให้เราได้ไปเที่ยว ตอนนั้นพ่อเราไม่ให้ไปเที่ยว ก็เข้าห้องสวดมนต์ว่า ขอดลบันดาลใจให้พ่อเราอนุญาตให้เราไปเที่ยวด้วยเถิด ปรากฎว่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เราเลยไม่นับถือการสวดมนต์อีกเลย และไม่เคยสวดก่อนนอนด้วย ไม่เอา พอมาตอนนี้เราเข้าใจแล้วว่า การสวดมนต์เพื่อให้ใจสงบชั่วครู่ แต่เราไม่ทำ ทำได้แต่ตั้งจิตขอให้มีความสุข ต่อมาพัฒนาขึ้น เมื่อมาฟังพ่อนี่แหละ ว่าไม่ทำอะไร นอกจากตั้งจิตว่า เราต้องตัดกิเลสให้ได้มากที่สุด รู้จักกิเลส และกำจัดมันได้ เอาชนะมันได้ กราบสาธุค่ะ พ่อครูว่า... นี่เขาก็เอาประสบการณ์ที่คนสอนการเอามาพูด มันจะทำให้เห็นได้ว่าคนเราก็ยังเข้าใจและเชื่อถือกันอย่างนี้ เดี๋ยวนี้ก็ยังมี เรื่องสวดมนต์แล้วจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ได้ สวดมนต์แล้วก็เอาน้ำมาอาบ เอาน้ำมาลูบหัว ในแม่น้ำคงคา พวกศาสนาพราหมณ์ ศาสนาฮินดูเก่าเขาก็ทำก่อนพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าไปเห็นเขาทำก็บอกว่า ถ้าอยู่ในน้ำสวดมนต์อาบน้ำล้างตัวมันก็ทำให้เกิดเจริญขึ้น พวกปูปลาอยู่ในน้ำมันก็เจริญก่อนพวกเราหนอ มันชัดเจนนะท่านก็ว่า มันไม่ใช่ การสวดมนต์เพื่อให้สงบชั่วครู่ พวกสวดมนต์เก่งๆต้องติดปากแต่ใจไม่ได้อยู่ที่นี่หรอกมันไปเที่ยว ไหนๆๆๆสวดไม่ติดปาก คล่องปรื้ดเลย ยิ่งอยู่กับหมู่ด้วยไปกับหมู่ได้สบายเลย สวดไปได้แล้วใจของเราก็ไปเที่ยวไป สวดเสร็จจบ เที่ยวยังไม่หยุด คุณจรรยาประเสริฐจับเป้าประเด็นได้แล้ว เจริญ เจริญเถิด ขอวกเข้าไปการสวดมนต์ ตอนนี้โพธิรักษ์กำลังสวดนะ คือสวดสาธยาย คือการสวดมนต์ทุกวันนี้ พระพุทธเจ้าท่านพยายามที่จะตัดเรื่องนี้ พยายามที่จะมีพระวินัยไว้ กันไม่ให้เ

อ่านต่อ

อามาสวดมนต์แล้วก็ติดการสวดมนต์ จนเอาสวดมนต์มาเป็นพิธีการ จนเป็นราชพิธีอย่างทุกวันนี้ ท่านกันไว้หมดแล้วแต่ไม่อยู่ นี่แสดงถึงความเสื่อมของศาสนาพุทธ อาตมาเคยพูดและขอย้ำว่าจริง ว่าศาสนาพุทธทุกวันนี้ ไม่มีอะไรเหลือเลยนอกจากสวดมนต์ เป็นจารีต เป็นประเพณี เป็นกิจของสงฆ์เดี๋ยวนี้ เมื่อมาบวชแล้วก็ท่อง 7 ตำนาน 12 ตำนานให้รอด ได้แล้ว มีเครื่องหากินแล้ว เป็นอย่างนี้จริงๆไหม โอ้โห ศาสนาพุทธเหลือเท่านี้นี่คือความเสื่อม สุดๆแล้ว สวดมนต์สมัยพระพุทธเจ้า มันไม่มีการบันทึก หนังสือก็ไม่มี คอมพิวเตอร์ก็ไม่มี อะไรก็ไม่มี มีการสลักหินก็ยากมาก ตัวหนังสือก็ยังไม่ค่อยมี ก็เลยต้องอาศัยการสวดท่องจำธรรมบท เรียก ประณาม คาถา มีพระวินัยห้ามไว้ชัดว่า อย่าเอาธรรมบทมาสวดพร้อมกัน 2 คน ต่อหน้าคฤหัส กันไว้แล้ว จะได้ไม่เอาการสวดธรรมบทมาสวดหากิน แต่คุณจะสวดพร้อมกันเป็นคำสรรเสริญคุณ คำปณามคาถานั้น ก็ห้ามไม่ได้หรอก เขาก็ต้องทำด้วย มันก็เป็นกุศลจิตที่ดี มันก็จะเป็นเนื้อหาของแต่ละบทของปณามคาถา ว่าจะไปหยิบเรื่องอะไรประเด็นอะไร มาเชิดชูว่าอะไรดีบ้างมีเชิงนั้นเชิงนี้ยังไง เพื่อให้คนฟังได้รู้ว่า ธรรมะพระพุทธเจ้า พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ มีความดีมีความประเสริฐเช่นนี้ อย่างนี้หรือ ก็เป็นการยกย่องเชิดชูให้คนรู้ ส่วนธรรมบทนั้นรักษาไว้ ธรรมบทจะต้องสวดท่องคนเดียว เวลาสวดต้องสวดคนเดียว เช่นกันสวดปาฏิโมกข์เอาพระวินัยมาสวด เราเอาบทพระสูตรมาสวดยิ่งสำคัญ ก็สวดขึ้นคนเดียวแล้วองค์อื่นๆก็นั่งฟัง ถ้าผิดไปจากที่เราเข้าใจที่เราจำได้ ก็ท้วงขึ้นมา คนอื่นๆก็ให้วินิจฉัยกัน ว่าคนที่สวดคนเดียวนั้นถูกหรือคนอื่นที่ท้วงถูก ก็คือการรักษาธรรมบทของพระพุทธเจ้าเอาไว้ อย่าให้ผิดเพี้ยน ก็เท่านั้น จะบอกว่าดีไหม ก็ดีแน่นอน แน่นอน รักษาธรรมบทพระพุทธเจ้าไว้ ดีแน่นอน จะมีความประเสริฐทำให้เหาะเหินเดินน้ำดำดิน พระให้ร่ำรวยหรือไม่ ไม่มีไม่เกี่ยว เอาไปปฏิบัติตามคำสอนต่างหากให้ลดกิเลสให้ได้ ก็จะเป็นอยู่สุข สมบูรณ์แบบ เป็นมนุษย์ประเสริฐ เป็นมนุษย์เจริญ สุดยอดก็คือพ้นทุกข์ พ้นสุข เป็นพระอรหันต์ นั่นคือเป้าหมายหลักของพระพุทธเจ้าอันเป็นความหลุดพ้นเป็นวิมุติ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้เป็นเป้าหมายนี้เลย สวดมนต์คือเรื่องของจะได้กุศล ได้เป็นอะไรที่เขาจะได้ที่เขาจะได้ไป เป็นสาเปกโข ปฏิพัทจิตโต สันนิธิเปกโข ปริภุญชิตสามีติ จะเอาไปกินในชาติหน้า ออกนอกรีต เสื่อมจากที่พระพุทธเจ้าสอนไว้หมดเลย ไม่เกิดประโยชน์ตามที่ควรจะเป็นตามที่พระพุทธเจ้าประสงค์ ชาวอโศกเราไม่เอาธรรมบทมาสวดให้เป็นการผิดพระธรรมวินัย เพราะฉะนั้นพวกนั้นก็เลยบอกว่าชาวอโศกนั้นสวดมนต์ไม่เป็นหรอก โพชฌงค์ 7 มันก็สวดไม่ได้ ยอดพระไตรปิฎกมันก็สวดไม่ได้ ก็คือเราไม่สวดอย่างนั้น แต่เราเรียน สามารถอธิบาย เอามาสาธยาย เอามาศึกษา ไม่ใช่ว่าเราไม่เรียน แต่เราเรียนทำความเข้าใจและปฏิบัติให้ได้ตามด้วย ไม่ใช่ไปสวดเอาเฉยๆสวดเล่น สวดโก้ๆเก๋ๆ หรือไปหลงว่าเป็นสิ่งที่ได้ เป็นภพเป็นชาติ ไม่ใช่ เพราะฉะนั้น การสวดทุกวันนี้จึงทำให้ศาสนาเสื่อม ไม่ใช่ทำให้ศาสนาดีขึ้นหรือว่าเป็นการรักษาศาสนา เขาพูดผิด จากผลที่เกิดจริง กลายเป็นเรื่อง หนักเข้า 1. สวดมีการลากเสียงอันยาว 2. มีการใส่ทำนอง 3. สวดเป็นหมู่ เป็นนักร้องหมู่ ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งวิชาการเขาขับร้อง ควายเออร์ Quire แต่เขากลับจะไปสวดกันเป็นแสนรูป เป็น Quire หมู่ใหญ่ ยากที่เขาจะเข้าใจ ทุกวันนี้มันสุดจะห้ามแล้วไม่มีทางห้าม ไม่มีหยุดหรอก เราก็เลยต้องว่าไปติติงเขาบ้าง จะไปห้ามกันเขาก็ไม่ได้ แต่เราก็ทำสิ่งที่ถูกต้องยืนยันเอาไว้รักษาความถูกต้องเอาไว้ และยืนยันพูดว่าอย่างนี้ถูกอย่างนั้นผิด เราก็ได้แต่พูดอย่างนี้ เขาก็หาว่าท่านเก่ง หมู่ใหญ่ไม่เห็นจะทำอย่างนี้ ก็เขาทำผิดกัน เรายืนยันว่า เราทำเอาเนื้อหา ไม่ได้เอาใหญ่เอาเล็ก เอาสิ่งที่มันถูกต้อง ถ่องแท้จริงๆ นี่คือเรื่องของสวดมนต์พูดยาวหน่อย ก็ไม่รู้จะได้ผลหรือไม่ได้ผลก็แล้วแต่ พูดให้สำนึก ถ้าเขาเข้าใจก็เลิกบ้าง หยุดบ้างเพราๆบ้าง อย่าไปเสียเวลา เสียแรงงานกับเรื่องไม่เข้าเรื่องเลย 660104 ประชาธิปไตย 3 อย่าง ในโลก พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราช

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน