คนที่มาจนอย่างมีปัญญาโลกุตระ คือคนเจริญที่แท้จริง (ท่อน1).docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข18 พฤศจิกายน 2565

เนื้อหาในไฟล์

คนที่มาจนอย่างมีปัญญาโลกุตระ คือคนเจริญที่แท้จริง (ท่อน1)+(ท่อน2) พูดถึงกระแสสังคมหน่อย ก็มีพวกที่แหกปากร้อง ว่าประเทศไทยแย่ๆๆ เศรษฐกิจไทยตกต่ำ คนจนมากขึ้นมากขึ้น เขาก็พูดว่าอย่างนั้น พวกนี้คือพวกที่ไม่รู้สัจจะที่แท้จริง ไม่รู้ทั้งสมมุติ ไม่รู้ทั้งปรมัตถ์ สมมุติธรรม คือความเป็นไปตามโลก ที่เขายึดถือกัน สมมุติกันทั้งโลกที่อ้างว่ารัฐบาล เขาว่ารัฐบาลกู้จนถังแตกหมดตูด เขาพูดไปโดยไม่ดูข้อมูลหลักฐาน คือตั้งเจตนาจะว่าคนไทย หรือว่าผู้บริหาร พาดพิงกระทบไปถึงผู้บริหาร ซึ่งจริงๆแล้วมันพูดผิด เศรษฐกิจจริงๆแล้ว ไทยมีเงินทุนสำรองอยู่ขณะนี้นั้น ถึง 2.4 แสนล้านดอลลาร์ มากเป็นอันดับที่ 12 ของโลก ซึ่งมี 200 กว่าประเทศ เศรษฐกิจประเทศไทยอยู่อันดับ 12 ของโลก มีหนี้ต่างประเทศแต่มีทุนสำรองสูงกว่าต่างประเทศเกือบ 3 เท่า หลักประกันเรามี 3 เท่าแต่กู้แค่เท่าเดียว เทียบกับเงินทุนสำรอง GDP คิดเป็น 48%ของ GDP ซึ่งสูงเป็นอันดับ 6 ของโลกด้วย ก็ดูตามสถิติที่นักสถิติเขามีกัน ไม่ใช่แค่พูดโดยไม่มีหลักฐานอะไร สรุปแล้วเรื่องเศรษฐกิจไทย ถ้าจะเอาความจริงตามโลกโดยอาศัยวัตถุเงินทองมาเป็นเครื่องชี้วัด การเงินไทยก็ไม่ได้ย่ำแย่อะไรเลย ยังมีฐานะดีอยู่ตามที่หลักฐานพูดไปเมื่อกี้นี้ ไม่ได้เดือดร้อนอะไรจริงๆ ซึ่งไม่เป็นความจริงตามที่คนหาเรื่อง คนหาเรื่องให้แก่บ้านเมืองไทยเป็นคำมดเท็จแท้ๆ ซึ่งเป็นบาป แล้วก็ทำอยู่นั่นแหละ ตามที่ตัวเองมีอารมณ์ชังและสนองอารมณ์ตัวเอง เที่ยวไปดูถูกดูแคลน ข่มคนอื่น เขาไม่ศึกษาเรื่องกรรมวิบาก พวกนี้ได้อกุศลกรรมได้วิบากบาป เราเป็นนักธรรมะ เราคำนึงถึงกรรมวิบาก แต่พวกนี้ไม่คำนึงถึงกรรมวิบาก เกิดมาในชีวิตนี้น่าเสียดาย มันเท่ากับซ้ำเติมตัวเองเข้าไปอีก แล้วชาติหน้าจะหนัก จะเกิดเป็นหมูเป็นหมาเป็น

อ่านต่อ

สัตว์นรกอะไรก็ไม่รู้ได้ มันเป็นเรื่องที่เขาไม่ศึกษาธรรมะกัน น่าเสียดาย โดยเฉพาะธรรมะพระพุทธเจ้าที่เป็นธรรมะโลกุตระ ซึ่งเป็นธรรมะที่ถึงที่สุดในการรู้เรื่องจิตนิยามสูงสุด จิตนิยามนั้นรู้เรื่องดีและชั่วสมบูรณ์แบบ และมีหลักประกันปฏิบัติตนเพื่อไม่ทำชั่ว ทำแต่ดีถ่ายเดียว เป็นหลักประกันเกิดชาติต่อไป หากละอนุสัยนี้แล้ว จะเกิดอีกกี่ชาติๆ เป็นพระอรหันต์แล้วเป็นต้น ก็ไม่ทำชั่ว ทำแต่ดี แต่มันไม่ใช่แค่ดีและชั่ว ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ พระพุทธเจ้าตรัสรู้เรื่องทุกข์และสุข สำคัญกว่าเรื่องดีชั่ว เหนือกว่าดีชั่ว เรื่องสุขเรื่องทุกข์ เรื่องสุดยอดของจิตนิยามที่งมงายที่สุด ศาสนาเทวนิยมไม่ศึกษาเรื่องสุขเรื่องทุกข์และหลงความสุขด้วย เป็นสุขนิยมด้วย พระเจ้าเป็นเจ้าของความสุข พยายามเอาใจพระเจ้าและจะได้อยู่สวรรค์กับพระเจ้าเป็นสุข เพราะฉะนั้นเรื่องสุขเรื่องทุกข์นี้ มันขึ้นอยู่กับความจนความรวยหรือเปล่า ?...ไม่ พวกเราตอบได้ ดีมากถูกต้อง ความสุขความทุกข์มันไม่ได้เกิดขึ้นกับความรวยความจนเลย ที่คนงมงายอยู่กับความรวยความจนแล้วก็ไปสุขกับความรวย มีความทุกข์กับความจน นั่นก็ยิ่งโง่หนัก โง่หนัก เป็นภาวะต้นภาวะตื้นๆด้วย ที่เป็นแค่ ความจนความรวยก็ทำให้ตัวเองวุ่นวาย ลำบากลำบน เรื่องจนเรื่องรวยนั้น ผู้ที่ศึกษาอย่างพวกเราชาวอโศก จนสุขสำราญเบิกบานใจ คนที่สะสมกอบโกยมันก็รวย แต่ถ้าขยันหมั่นเพียรสร้างสรรค์ ไม่ต้องรวยแต่มันสุขได้ไหม สุขได้ สบม ทมด ปกต หห จจ ปกต หห จจ มชยลล สบายมาก หายห่วง เพราะฉะนั้นเรื่องคนจนเป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้เป็นโลกุตระเพราะฉะนั้นเรื่อง คนจนเป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้เป็นโลกุตระ พระพุทธเจ้าเคยมีสมบัติเงินทองก็มาเป็น คนจน มีแต่ปัจจัยและบริขารเลี้ยงชีวิตไป 45 ปี ตลอดพระชนม์ชีพของพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นปรมัตถธรรม ความจนคือเครื่องชี้ ความประเสริฐ คนประเสริฐ คนฉลาด คนเจริญที่แท้จริง ความจน คนที่มาจนอย่างมีปัญญาโลกุตระ คือคนเจริญที่แท้จริง ความเป็นคนจนที่มีปัญญาโลกุตระคือ คนเจริญ เป็นอาริยชน เป็นคนศิวิไลซ์ อย่างแท้จริง คนที่มีปัญญาที่เป็นโลกุตระแล้ว จะไม่กลัวไม่เกรง ไม่แปลก ในเรื่องความจน มาเป็นคนจน เพราะทั้งทางเศรษฐกิจ ทั้งปรมัตถสัจจะ คนที่จนแล้วก็ยินดีในความจน มุ่งมาจน ตั้งใจมาจน เต็มใจมาเป็นคนจน อย่างพวกเรา แล้วก็ทำได้สำเร็จ พอได้สำเร็จแล้วก็เป็นเรื่องที่เชื่อได้ว่า ตัวเองเป็นคนเจริญคนประเสริฐ เราเป็นคนจนที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม คนจนเป็นประโยชน์ต่อสังคม คนจนที่ไม่เข้าใจความจนแบบปรมัตถ์ เป็นคนจนที่จำนนอยากรวย แต่มันรวยไม่ได้ จะเป็นเพราะขี้เกียจ หรือเพราะไม่เอาถ่าน หรือเป็นเพราะผลาญพร่า สุรุ่ยสุร่ายหรือเป็นเพราะอะไรก็แล้วแต่ เขาไม่อยากจน แต่เขาทำตัวเองจน คนจนเพราะจำนน ไม่ได้อยากจน แต่มันจนเพราะจำนน คนพวกนี้ก็ทุกข์ ก็ไม่รู้สึกว่า ตัวเองจะมีชีวิตที่เจริญหรือเป็นอารยะศรีวิไลอะไรไม่ คนจนอย่างนั้นก็เป็นคนจนที่อวิชชา ทีนี้ คนจนอีกชนิดหนึ่งก็มีความรู้ว่ามาทำตัวเองให้เป็นคนจนนี้ดี เช่น นักบวชสายหลับตา เขาก็ไม่สะสมเงินทอง เขาไม่เอาสมบัติพัสถาน เขาก็ทำตนให้เป็นคนจน แต่ก็ได้ไปนั่งหลับตา ไม่ได้ตัดกิเลสจริง จะเห็นได้ว่าจนอย่างนั้นเป็นพระกรรมฐานอะไรก็ตาม แต่เสร็จแล้วได้สิ่งที่สังคมเขานับถือ ว่าเป็นพระกรรมฐาน เป็พระธุดงค์ เป็นพระปฏิบัติ เพราะฉะนั้นคนก็อยากจะมาทำทาน อยากจะบริจาค เรียกด้วยภาษาโลกว่าทำบุญด้วย ทั้งที่ยังไม่ได้ทำบุญล้างกิเลสอะไร ก็รวยสิ เสร็จแล้วก็ไม่รู้เรื่อง อัตตา ก็เอาเงินที่ได้ไปทำโก้ ไปทำบริจาคต่อ ไปซื้ออุปกรณ์ให้โรงพยาบาล ซึ่งมันก็ดีอยู่แบบโลกๆ แต่อัตตาตัวเองพองโต ยินดีปรีดาสิ้งที่ได้ทำได้ ก็เลยทำให้ยิ่งได้เงินได้ทองถ้าให้แก่ตัวเองคือ กิเลสโต อัตามานะโต อวิชชามืดบอดไม่รู้ อย่างมหาบัวหรือพระธุดงค์กรรมฐานหลายองค์ ไม่ต้องเป็นนักบวชหรอก ฆราวาสอย่างโตโน่ อย่างตูนาเขาก็ทำ ไม่ต้องเป็นนักบวชหรอก ฆราวาสเขาก็ทำ เรื่องตื้นๆง่ายๆ แต่ถ้าตัวเองอาศัยคราบนักบวชไปเรี่ยไรหารายได้สิ ได้กำไรกว่าด้วย มากกว่าฆราวาสด้วย โดยสามัญ จะเข้าใจเป็นอย่างนั้นกัน ก็คือการได้เปรียบ เสร็จแล้วความซับซ้อนความที่มีกิเลสของเขาเอง โดยที่เป็นทั้งสภาพที่ตัวเองรู้ ๆแต่ส่วนมากไม่รู้ ซึ่งมันซับซ้อนหลายชั้น เพราะฉะนั้นความจนชนิดนี้จึงเป็นความจนที่ลึกซึ้งสูงสุด ทั้งในด้านที่มันตื้น และความลึกของพระพุทธเจ้า สูงสุดพระพุทธเจ้ามาเอาความจน ไม่ได้จนอย่างที่เขาจะทำเป็นโก้ เป็นเท่ และมีวิธีทำจน คือวิธีทำจนแล้วมีซ้อนมารวย มาให้กินให้อยู่ มีคนมาให้ก็เอาไปสะสมไว้ตรงนั้นตรงนี้ เอาไว้แบ๊งค์ ทานชนิดที่พระพุทธเจ้าสอนทานนี้ ๑.ทานที่แท้จริงทานปุ๊บตัด ไม่มีความคิดต่อว่า เราจะได้จะมีอย่านั้นอย่างนี้คืน สูญ ทานนี้เป็นอานิสงส์สูงสุด ๒.ทานแล้วมีการ ปฏิพัทธจิตโต ยังพัวพันกับความหวังยาวยืด ต่อภพชาติแก่ตัวเอง ๓. สันนิธิเปกโข เป็นคลังเป็นที่เก็บ สะสม มีที่เก็บมีทั้งคงคลังและสะพัดหาเพิ่มใส่เข้าไปอีก ๔. เอาไว้กินชาติหน้า ปริภุญชิตสามีติ ตายแล้วเอาไว้กินใช้ชาติหน้า ทานแบบนี้ ยิ่งอานิสงส์น้อย ไม่เหลือเลย ไม่มีอานิงส์ไม่มีผลไม่มีประโยชน์ทางโลกุตรธรรมของ พระพุทธเจ้า เลย ๕. อัตตมนตาโสมนัสสัง .. เขาแปลว่าปลื้ม เหมือนอย่างที่ธัมมชโยทำ ทานแล้วปลื้ม ดีอกดีใจ อัตตาโตไป เบ้อเริ่มเทิ่ม นี่คือผู้ไม่รู้สอนกันแล้วก็เอาธรรมะ พระพุทธเจ้า มาปู้ยี่ปู้ยำเละเทะหมด พระพุทธเจ้าสอนธรรมะของท่านให้ลดภพชาติ ไม่มีภพไม่มีชาติ แต่ของผู้ที่ไม่รู้ ยุคนี้มีพวกทำลายศาสนาพระพุทธเจ้า กลายเป็นโจร คือพวกมาสอนผิดๆ โดยไม่รู้ว่าสร้างให้ตนเองเป็นผู้มีภพมีชาติ แล้วภพชาตินั้นเป็นชาติที่เป็นตัวตน เต็มไปด้วยกามเขาก็ไม่รู้กาม คนที่มาจนอย่างมีปัญญาโลกุตระ คือคนเจริญที่แท้จริง (ท่อน2) วนไปพูดถึงพวกแหกปากตะโกนโง่เง่า เหมือนหมาเห่าใบตองแห้ง บอกว่า ประเทศไทยตอนนี้ย่ำแย่หมดตูด กู้ยืมมาจากต่างประเทศจากธนาคารโลกเข้ามา ที่ต้องกู้เงินมา ผู้บริหารก็พูดก็บอก การกู้เงินมาเป็นเรื่องเร่งด่วนต้องเอามาช่วยตอนโควิด ที่กู้มาจริงๆ ไม่ได้ครึ่งหนึ่งของเงินทุนสำรอง เงินทุนสำรองมีตั้ง 3 เท่า ที่กู้มาเพียง 1 ใน 3 ไทยมีเงินทุนสำรองอยู่ขณะนี้นั้น ถึง 2.4 แสนล้านดอลลาร์ มากเป็นอันดับที่ 12 ของโลก ซึ่งมี 200 กว่าประเทศ เศรษฐกิจประเทศไทยอยู่อันดับ 12 ของโลก มีหนี้ต่างประเทศแต่มีทุนสำรองสูงกว่าต่างประเทศเกือบ 3 เท่า หลักประกันเรามี 3 เท่าแต่กู้แค่เท่าเดียว เทียบกับเงินทุนสำรอง GDP คิดเป็น 48%ของ GDP ซึ่งสูงเป็นอันดับ 6 ของโลกด้วย คนที่แหกปากเห่าไปนี้ บาปกินหัวโกหกโลกไม่มีความจริง เครื่องชี้วัดเศรษฐกิจเมืองไทยที่เขาดิสเครดิต เขาพูดผิด ความจริงแล้วเศรษฐกิจไทยดี นอกจากเอาตัวชี้วัดเป็นเรื่องเงินทุน แต่ วัดที่ เครื่องกินเครื่องใช้เมืองไทยก็อุดมสมบูรณ์ ตั้งแต่พืชพันธุ์ธัญญาหารส่งออก จนกระทั่งถึง ในนี้จะมีที่อื่นมาลงทุนทำโรงงานอุตสาหกรรม แจ้งกันมาไม่ใช่น้อย แล้วเป็นประเทศที่น่าลงทุน มันมีองค์ประกอบ ประเทศที่น่าลงทุนมีองค์ประกอบ องค์ประกอบที่ 1 ถ้ามาลงทุนแล้วได้เปรียบ องค์ประกอบที่ 2 วัตถุดิบก็มีเยอะ องค์ประกอบที่ 3 คนในประเทศนั้น อาตมาจะบอกว่าหลอกง่าย ครอบงำง่าย ทำแล้วไม่ขาดทุนแน่ ได้เปรียบแน่ เขาก็ต้องเก่งอย่างนี้แบบคนโลกโลกีย์ แบบทุนนิยม เขาต้องเก่งแบบนี้ องค์ประกอบที่ 4 เขาถนัด สิ่งที่เขาเป็น เขามี พร้อม มาทำงานที่นี่ได้ มีคนแจ้งจะมาลงทุน พวกที่ตะโกนโหวกเหวกว่าประเทศไทย ที่จริงอาตมาเองเป็นคนที่เคยต้านการลงทุนของชาวต่างประเทศว่า อย่าเลย อย่าให้มาลงทุนอะไรมากมายเลยเพราะว่าทรัพยากรของเราก็ต้องใช้ แล้วก็ต้องสร้างเศษจากมลภาวะ เอาทรัพยากรของประเทศก็ร่อยหรอลงไปเร็ว ไม่นานก็หมดแน่ ถ้าเผื่อว่าเราทิ้งเอาไว้ลูกหลานรุ่นหลังๆเขาก็จะมีอยู่มีกินใช่ไหม ก็จะมีใช้สอย สิ่งเหล่านี้มันซับซ้อน เพราะฉะนั้น คนที่มาจนอย่างมีปัญญา อย่างชาวอโศก เป็นคนจนอย่างมีปัญญาที่ เจริญมาก มากจนกลัวคนจะไล่ไม่ทัน เป็นคนจนที่ขยันสร้างสรรค์ แต่สร้างกสิกรรม ไม่สร้างอุตสาหกรรม อาตมาไม่ได้พาพวกเราสร้างอุตสาหกรรมเลย เพราะฉะนั้นนักอุตสาหกรรม นักวิศวกรรมจะไม่มาก แต่นักที่เป็นกสิกร จะมีมาก 651116 เป็นคนจนสุดประเสริฐได้เพราะรู้แจ้งในอาหาร 4 พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน