160700 จิตในพระอภิธรรม บรรยายธรรม โดย พ่อท่านพระโพธิรักษ์ แดนอโศก.txt
เนื้อหาในไฟล์
ต่อจากนี้ไปเป็นการอบรมทำวัตรเช้าเรื่องจิตในพระอภิธรรมเทพชุดนี้ระบบเสียงค่อนข้างไม่ชัดเจนเนื่องจากพ่อท่านได้อบรมไว้ระหว่างเข้าพรรษาพ.ศ 2516 และธรรมสถานแดนอโศกคณะผู้จัดทำพิจารณาเห็นว่าเนื้อหาธรรมะดีมากอยากให้พวกเราสดับฟังการบรรยายธรรมะเมื่อครั้งอดีตของพ่อท่านบ้างจะได้ประโยชน์ร่วมกัน และขอเชิญท่านรับฟังได้ณบัดนี้ค่ะเน้นหรือพยายามที่จะใช้ปริญญาอธิบายอารมณ์ของจิตสภาวะของจิตเพราะว่าเราได้ปฏิบัติกันมาจนกระทั่งได้รู้ว่าเราได้มีสภาพความรู้สึกหรือว่าจับจิตของเราได้เข้าใจของเราพอได้ละได้รถไปจับลูกจับ พงษ์สิทธิ์มันเป็นอย่างไรมีสภาพอากาศต่างกันยังไงมีอุบัติเหตุยังไงเราก็พอจะชี้แจงพูดกันได้บ้างแล้วตกลงเงินวันนี้ก็จะลองเอาคลิปที่พระอภิธรรมท่านได้สอนกันเอามาอธิบายให้ฟังดูเราจะได้เข้าใจสภาพของจิตดูว่าสิ่งที่ท่านกล่าวไว้เป็นภาษาบาลีออกเยอะแยะอะไรต่ออะไรนั่นน่ะมันมีความหมายอย่างไรมันเป็นสภาวะอย่างไรที่เราพอใจอย่างลงไปรู้ลองไปเข้าใจดูได้ไหมถ้ามันไม่มีสภาวะถ้ามันไม่มีอะไรมันก็คงจะยากแต่ถ้าเผื่อว่ามีสภา แล้วก็ได้อธิบายพยายามที่จะให้เข้าใจเป็นภาษาธรรมดาๆที่เราจะไปรับรู้จักเทียบเคียงก็ไปหาอารมณ์แม้จะยังไม่คิดทีเดียวฟังภาษาก็ยังพอจะเข้าใจได้และยังมีสภาวะเข้าไปแล้วก็จะลองจับดูสังเกตดูอ่านดูพิจารณาดูเทียบเคียงทดสอบดูว่ามันจะพอดูมันจะรู้ได้ไหมก็ลองดูเปิดเว็บที่พระอภิธรรมก็เรียนกันน่ะเขาแบ่งจิตออกเป็น 89 รับสมัครเขาเรียกกันว่าดวงดวง 19 89 ลักษณะหรือแบ่งออกเป็น 121 ลักษณะอย่างไรที่เป็นเรื่อง มีรูปมีอะไรต่ออะไรของเขาเราก็จะพึ่งไปพูดเลยวันนี้ลองๆคิดซะก่อนเจ็บนี่ก็แบ่งออกเป็นซักผ้าซะด้วยเขาแบ่งออกเป็นภาพโลกียะกับภาพโลกุตระจริงๆจะแบ่งออกเป็นภาคโลกคือหญ้าหรือเปล่าก็ตามก็หมายความว่าจิตเมื่อเวลามันทำงานพอเวลามัน
อ่านต่อ
ลงกันขึ้นมาออกมาเป็นสภาวะหรือเป็นสภาพอย่างนั้นอย่างนั้นมันก็จะแสดงผลออกมาเฉยๆไปเรื่อยๆทีนี้ก็จะมาเอาแยกออกเป็น ภาพโลกุตระประมาณ 10 ดวงนั้นเมื่อวันได้ตัดอย่างนั้นตัดอย่างนี้ในสภาพอย่างนั้นอย่างนี้ก็เป็นแต่เพียงชื่อมาตั้งเอาไว้เป็นข้อๆเป็นข่าวคราวแต่สมมติว่าที่ของเราไปรู้แจ้งเห็นจริงไม่เข้าใจไม่ผิดของตัวเองว่าตัวเองไปรู้รู้รอบเพื่อนในขณะใดขณะหนึ่งที่เราเองได้ถึงจุดนั้นของจิตเป็นสภาวะที่เรารู้ว่านี่แหละเราหมดสิ้นสงสัยว่าเราเองเราเข้าใจเพื่อนแท้ว่าสิ่งที่เป็นอกุศลเราได้สลัดออกอย่างแน่นอนคิดที่มันติดมันยึดอันนี้เราเข้าใจแล้วก็ล้างมันเป็นตัวที่สุดจนปัญญาเขาเป็นล้าน แพ้จริงๆเป็นปัญญาที่เข้าใจอย่างหมดสงสัยกลางแปลงเลยเห็นแจ้งแล้วก็ชื่อมันเป็นสุดท้ายเมื่อเข้าไปล้างได้ในขณะที่เรียกว่าเราตัดมนุษย์อะไรต่ออะไรอยู่มันก็เป็นสิทธิ์ลงอุจจาระทุกดวงทุกครั้งซึ่งเป็นน้ำลายละเอียดแล้วก็มันนับกันไม่หวาดไม่ไหวแต่ก็จะมาตั้งชื่อเอาก็สั่งได้อาจจะสร้างบอกว่าโสดาปฏิบัติซึ่งบรรลุโสดาเมื่อนักเอาเท่านั้นคนนี้แต่ตีราคาว่าเราปิดสบายแล้วโพสต์ทำไมหมดแล้วหรือพ้นระบายชั้นต่ำๆที่เราได้เรียนรู้ของเราเองเราได้ตรวจสอบตัวเราเองเราก็เข้าใจว่าเราไปตัดออกไปก็คือว่าโสดาแล้วมนุษย์เป็นโสดาบันเต็มเมื่อใดเมื่อไร ก็นับได้ไม่รู้กี่ตัวต่อกี่ดวงเพราะถ้าจะตีราคาเป็นโสดาบันได้มันก็มีขอบเขตของมันขึ้นไปต้องไม่รู้ตั้งเท่าไหร่เพราะว่าเอาไฟล์ต่างๆที่เราเองเราก็ค่อยตัดมาเรียนรู้มาในเมื่อเราทำโน่นกูจะได้จิตให้แก่ตัวเองได้แล้วก็เริ่มต้นนับเป็นโสดาทั้งนั้นแหละแต่โสดาที่มันจะบริสุทธิ์สุดหมดจนกระทั่งเป็นโสดาบันคนก็มีเปอร์เซ็นต์พอเป็นผู้ที่มีการเรียกผิดทำลายสิ่งที่เรานับว่าตัวนี้ขอบเขตขนาดนั้นชาวบ้านของพระพุทธเจ้ามาตีราคาก็หมายความว่าเรื่องราวเหล่านี้แหละเราก็พ้นได้แล้วยึดถือล้างได้อย่างเกลี้ยงเห็นได้จริงเข้าใจว่าจริงว่าสิ่งเหล่านี้จะมาทำให้เราไปวุ่นวายเป็นคนต่ำ ชั่วอยู่ในเรื่องต่ำๆชั่วๆตรงนี้ไม่มีปิดสบายแน่แท้อาจจะเอาอย่างนั้นก็ได้หรือถ้าไม่เอาอย่างนั้นจะนับเอาไปอื่นที่มันมีเรื่องอื่นเรื่องใดที่ต้องเข้าใจว่ายังเป็นเรื่องต่ำเรื่องชั่วรับเข้าไปอีกก็ทำได้เหมือนกันนะก็เป็นเรื่องของการกำหนดหมายเหตุการณ์ที่จะทำรอบทำขั้นอะไรก็ได้พอที่จะให้อ่านออกเพราะฉะนั้นจะมานั่งวัดว่าเราควรจะได้สิทธิ์เท่านั้นตอนนี้อยู่ก็ได้แต่ไม่ได้หมายความว่ามีแต่เพียงว่าถ้าโลกุตระจิตแล้วก็มีแต่เพียงว่า 8 ดวงหรืออย่างพิสดารมี 40 ดวงอะไรอย่างนี้จะไปตัดเอายอดตรงเป็นบอกว่าส่งตัวแทนมีตัวไปถึงฐานอุเบกขา กันไปถึงฐานอุเบกขาอันนั้นได้ทุกอันทุกอันทุกอันมันก็ไม่ใช่ว่ามีหมายถึงหมายความว่าแค่นี้แล้วถ้าพูดไปก็จะเป็นภาษาที่ผมเองผมเข้าใจผมก็คิดว่าหลายคนก็คงจะฟังแล้วมันก็ยังเลือนๆอยู่ผมก็อันนี้เอาฝากไว้ก่อนเอาไว้ดูทีหลังจะลองดูเอาภาษาของเด็กตั้งแต่ต้นเอาตั้งแต่โลกียะอ่าโลกียะคือตั้งแต่การตามมาว่าจรซึ่งอะไรยังเรียกว่าเป็นพวกเสริมนี่ก็ตั้งไว้กันเป็นขั้นๆ ก็แบ่ง 2 ฝั่งทางนั้นน่ะพอดีก็ชั่วคราวมาวัดจรปิดก็ยังแบ่งเป็นกามาวจรผิดประเภทที่เรียกว่าดีกับชั่วในการมาไว้ตอน 7 นั้นมีไฟล์ดีก็หยุดใช้ภาษาขายดีก็ใช้ภาษาคนฝ่ายโจ้เขาเรียกว่าโสภณจะไม่ดียังไม่ดีว่าโสภณซะก่อนเดี๋ยวฝ่ายไม่ดีฝันไม่ดีก็มีพวกอกุศลอกุศลและจิตนั้นรากเหง้าของมันก็มีโลภะโทสะโมหะมีโลภมูลนิธิโทสะโมเลกุล โมหะมูลจิตตรงนี้ก็ไม่ต้องแปลกันล่ะเพราะว่าเราฟังกันมาจนกระทั่งมากมายแล้วทีนี้ไปลองฟังดูซิของเขาโลภะมลพิษมี 8 เขาตั้งไว้ตั้งชื่อสั่งอะไรไว้ 8 ดวงก็ฟังดูแล้วจะลองเราจะเข้าพอเข้าใจได้ไหมว่าถ้ามีสภาวะอย่างนี้แล้วเราก็อ๋อเราเข้าใจมันได้แล้วเราก็จะลองๆดูนะที่จริงทั้งหลายทั้งแหล่มันก็มีแต่แค่นี้แหละทั่วโลกพระนี่แหละมันตัวรากเหง้าใหญ่อันอื่นก็ไม่เท่าไหร่ก็รอพระมันมากมันก็บรรดาดูดันให้เราเกิดโทรศัพท์ย้อนขึ้นมาเนื่องจากมาแต่ความไม่รู้หรือความไม่เข้าใจความโง่นั่นแหละมันไม่รู้ โทรศัพท์มันไม่รู้ทั้งโลภะมันไม่รู้ทิศนั้นเองถ้าเรารู้จิตของเรามันแสดงโลภอยู่แสดงโทสะอยู่ในบทบาทอย่างไรเราก็จะเข้าใจมันได้จับได้รู้ได้จิตใจที่จับรู้ไม่ได้มันเป็นสิทธิ์ที่ลอยออกมาฟุ้งออกมาเฉยๆแล้วมันไม่ทำงานอะไรเป็นสิบๆเฉยๆว่างๆถ้าเกิดว่าผู้ใดที่ไม่เข้าใจผิดเลยไม่ได้เคยปฏิบัติธรรมเลยจนกระทั่งจับไม่ได้ว่าถ้ามันเฉยจิตมันว่างอยู่ก็ไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่าจิตนั้นมันเฉยๆว่างๆแม้จะเป็นพุทธเจ้าผมลอยออกมาแล้วเราก็ไม่รู้ว่าจิตนั้นเกิดอยู่แต่มันเกิดอยู่ว่างๆเปล่าๆเพราะความไม่เข้าใจผิดอันนี้ก็เป็นได้ถึงเรียกว่าโมหะแต่ถ้าเกิดว่าใคร ถอยแล้วก็ไม่มีปัญหาหมดโมหะไปนอกจากจะรู้แต่ว่ามันเฉยขนาดนี้มันเฉยขนาดนี้เป็นเฉยที่ถูกต้องแล้วยังเฉยๆพอเพียงแล้วยังมีรสชาติอย่างนี้เราเรียกว่าเฉยได้หรือยังก็ยังมีวิจิตรอิจฉาอยู่เท่านั้นเองนอกนั้นไม่มีปัญหาอะไรมากถ้าโลภะมูลนิธิดวงที่ 1 เขาใช้ชื่อเรียกว่าโสมนัสสหายสังขารแล้วแต่เขาก็พยายามไม่ต้องไปอธิบายโสมนัสนี่เป็นลักษณะ โสมนัสสหัสก็เป็นลักษณะอีกอย่างหนึ่งเป็นมุมเหลี่ยมนะเป็นอาการของมันอยู่ในจิตนี่แหละมันเกิดขึ้นมานี่เขาบอกว่าอาการอย่างนี้มันเกิดอยู่ในจิตดวงเดียวกันลองฟังดูดีๆนะลองฟังดูดีๆจิตดวงเดียวกันน่ะมีอาการได้แล้วก็มีลักษณะที่มันบ่งบอกได้ถึง 3 ก็เป็นสายลับของจิตนั่นแหละเป็นไตรลักษณ์คงจะเป็นมุมเหลี่ยมของอังกฤษหมายความว่ามันมีไปในเชิงทางด้านยินดีชอบใจมีลักษณะของจิตแท้ ถ้าจิตมันยินดีชอบใจชื่นใจโสมนัสอย่างนั้นประกอบหมายความว่าสักคนอยู่หรือว่าไปร่วมมันมีร่วมกันอยู่มีปนปนอยู่มีความรู้สึกเป็นฝ่ายดีฝ่ายชื่นชอบใจเรียกว่าโสมนัสอดทนอยู่พุทธะอิสระสัประยุทธตังประยุทธ์สมัยเขาว่ามีประกอบมีสิ่งเหล่านี้ประกอบอะไรประกอบธุรกิจ เข็มยึดความเข้าใจของตัวเราเองมีความเห็นหรือมีความรู้อย่างนั้นอย่างนั้นแล้วก็ยึดความเห็นอย่างนั้นอย่างนั้นของเราประกอบอยู่แล้วด้วยอสังหาไม่รู้ว่าอะไรมันชักนำศรัทธาไม่รู้ว่าอะไรมีอะไรที่เป็นต้นเหตุเป็นมโนปุพพังเป็นตัวที่ดุนดันอยู่เป็นเหตุทุกสิ่งทุกอย่างเกิดมาแต่เหตุพระพุทธเจ้าสอนเราติดตัวนึงจะเกิดขึ้นมาก็ต้องเกิดมาจากเหตุอยู่ดีๆมันเกิดมาไม่ได้มันเกิดมาก็ลดแล้วแต่มันมีเหตุอยู่ตรงนั้นทั้งสิ้นเพราะงั้นถ้าเกิดว่าผู้ใดยังไม่มีปัญญารู้ก็ไม่รู้รู้อย่างไม่ถึงยังไม่ถึงว่าอะไรมันเป็นเหตุการณ์ที่ให้เกิดสิทธิ ดีแล้วก็เรามีความเห็นมีความเข้าใจเห็นอันนี้รู้อันนี้แล้วก็ยึดยึดความยินดีอันนี้ชอบใจอันนี้ปากมันเอาไว้ไม่รู้แม้กระทั่งว่าเหตุอะไรถึงได้ชอบเรียกว่าคนมีไร้ปัญญามากไร้ปัญญาไม่รู้ว่าเหตุอะไรแต่ว่าชอบติดยึดรับไปจะพูดเลยยึดความเห็นอย่างนี้พอเห็นอย่างไรก็ตามแต่สมมติว่าอย่างนึงขึ้นมาก็ได้จะลองนึกดูได้ว่าความเห็นอย่างนี้ชอบรถอย่างนี้กลิ่นอย่างนี้ขอบใจมีลักษณะอย่างไรเป็นอาการของจิตของเราที่ปากมันไว้อย่างนั้นแล้วก็ไปถูกยึดไว้แต่อย่างนั้นอาการของจิตก็มีอย่างนั้นเราจะไปอุปทานกับอะไรก็ตามแต่ก็เกิดปัญหาขึ้นมาแล้วแล้วเราเองก็ อาการเจ็บอย่างนี้เขาเรียกว่าจิตดวงนี้เกิดเป็นโลภะมูลจิตดวงที่ 1 ถ้าเกิดว่าเราไม่ทำปัญญาอะไรเลยผิดตรงนี้ก็เป็นแค่นี้ถ้าบอกว่าจะทำปัญญาขึ้นบ้างเราก็จะเกิดเป็นดวงที่ 2 เป็นตัวมนัสสหพันธ์ชักรู้ว่าเหตุอะไรสังขาราขึ้นมาให้เรารู้ให้เราไปทำให้เราเป็นแบบนี้ให้ไปรับผิดชอบไปกินดีอย่างนี้แล้วก็ไปยึดความเห็นอันนี้เอาไว้นี่ไป ตัวที่ 2 มีปัญญาขึ้นมาหน่อยมีปัญญาขึ้นมาหน่อยลูกไปถึงเหตุมันทีนี้ก็ตอบไปดวงที่ 3 สมณศักดิ์เหมือนกันเหมือนกันแต่เปลี่ยนตรงวิทย์ประยุทธ์ต่างเปลี่ยนวิทยุตรังเมื่อกี้ 3 ประยุทธ์ปิดประยุทธ์หมายความว่าไม่มีไม่มีความเข้าใจไม่มีความเห็นอะไรเลยไม่มีความก็ไม่มีความเข้าใจไม่มีความเห็นอะไรเข้าไปประกอบพระสังขารแล้วก็ไม่รู้เหตุที่มาด้วยรู้แต่ว่าดีใจประกอบไปด้วยความดีใจชื่นชมยิน 10 ดวงนี้นอกนั้นไม่มีความรู้การยึดถือก็ไม่ได้ยึดถือเฉยๆไม่มีความยึดถือไม่มีความไม่มีความเข้าใจอย่างนั้นไม่มีความคิดอย่างนั้นไม่มีความเห็นไม่ได้ยึดความเห็นของตัวเองประกอบเข้าไปแล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าอะไรมันเป็นเหตุชักนำแทบตายก็ไม่รู้นี่โดยที่ 3 เดือนที่ 4 ก็ต่างกันอยู่ตรงที่รู้เหตุรู้เหตุมันชักพาให้เราดีใจไม่มีอารมณ์อย่างนี้ดีใจชื่นใจชอบใจสมนัดอย่างนี้แหละมีอาการอย่างนี้แหละแต่ว่าไม่ไม่ได้ยึดอะไรไม่ได้ยึดความเห็นความเข้าใจ ของตัวเองตัวเองมีความเห็นได้แต่ว่าไม่มายึดไม่ถืออะไรหรือไม่มีความเห็นเราด้วยใช่ป่ะยินดีก็ยินดีไปเฉยๆยินดีก็ยินดีไปอย่างนั้นจะรู้เหตุที่มาด้วยดวงที่ 4 5 4 7 4 ดวงนี้จะเห็นได้ว่าเขาก็บรรยายถึงจุดที่มีอาการมีลักษณะมีสภาวะมันมีอารมณ์อย่างนั้นอย่างนี้อย่างนี้อย่างนั้นซึ่งแจ้งชัดบอกลงไปเท่านั้นเองว่ามันจะมีอาการอย่างนี้อย่างนี้แหละเรามาจัดข้อมูลครอบครัวอย่างนี้ถ้ามันจบมันนัดกินดีมันก็จะชอบออกชอบใจคิดอยู่มันก็จะอยากได้มามันก็จะสะสมเร็วกว่าโลภะเล็กกว่าโรงพระ อย่างนี้เรียกว่ายังเป็นอาการต่างๆของจิตที่มันเป็นรายละเอียดบอกลงไปชัดๆแจ่มๆซึ่งถ้าพูดได้จะแย่ให้มันละเอียดละออออกไปก็จะแยกแยะอย่างที่เขาแยกแยะแต่เข้าใจไหมว่าไอ้นี่เป็นเหตุเป็นผลอันนี้มาจากอะไรมีเหตุอะไรถึงมาให้เราเป็นอย่างนี้ให้มาคิดอย่างนี้ให้มันยึดอย่างนี้หรือว่าไม่รู้ว่าเรายึดแต่ทำไปอย่างนั้นอย่างนั้นแหละเขาก็บอกอาการที่เป็นพวกอินเดีย นำด้วยอุเบกขาสากกะตังก็ยังจัดไว้ในโรงพักมูลนิธิเหมือนกันวิจิตรเฉยๆไม่ได้ดีใจเสียใจอะไรเฮ้ยเฮ้ยผิดเฉยๆเขาก็จัดไปที่โรงพักเพราะว่าที่จริงนั้นติดเฉยๆนี่มันก็สบายสบายแล้วโดยทำสบายกว่าโสมนัสด้วยพระสงฆ์มานัดกันมันยังเป็นกิเลสตัณหาโดยธรรมนะถ้าโดยโลกิยะก็ไปชอบโสมนัสโดยโลกิยะก็ชอบ 12 โบนัสมีรถมีค่ากินดีฟรีดาวน์รื่นเริงแต่เดินผ่านก็ต้องมาเข้าใจอุเบกขาแต่ก็ยังแสดงลักษณะเศรษฐกิจโลก เพลงถือว่าเป็นอกุศลอยู่เหมือนกันแต่เราต้องเข้าใจให้ได้โดยความรู้ของเรานี่ว่าถึงแม้จะเป็นอกุศลเป็นโลหะกิจเหมือนกันอุเบกขาก็ต้องถือว่าสูงกว่าโสมนัสมีโดยธรรมโดยอย่างเราเรานี่ต้องเข้าใจให้ได้เพราะอุเบกขาต้องสูงกว่าเป็นทางโลกุตระที่จะตายวันใดก็จะขึ้นมาไม่ใช่จะเป็นหลงอยู่ใน 12 มันนะยินดีปรีดารุ่งเรืองอยู่อย่างนั้นไม่ใช่ครับเหมือนกับอันท้ายเนี่ยไอ้ 4 ดวงที่แยกออกไปเหมือนกันเลยกับสมณศักดิ์ซึ่งมีพฤติกรรมต่างประเทศต่างๆเป็นดวงที่ 5 สังขารเป็นดวงที่ 6 แล้วต่อมาที่สุดปังอสังหาฯ กรุงเทพฯช่วงต่อมาก็รู้ว่ามีอะไรมาเป็นเหตุมันเป็นเข็มขัดนำซักผ้าไปต่อมาก็ไม่ยึดอะไรความเห็นก็ไม่ยึดว่างๆไปปล่อยใจด้วยแล้วก็ไม่ได้มีความเห็นความยึดอะไรด้วยอันแรกก็ไม่รู้เหตุอันที่ 2 ต่อมาเป็นดวงที่ 8 รู้เหตุรู้ที่ชักนำจะเห็นได้ว่ามันขยับขึ้นมามันก็จะขึ้นมาถ้าโดยธรรมและสูงขึ้นสูงที่ 8 แล้วยิ่งสูงเพราะว่าเฉยๆแล้วก็ไม่ยึดมั่นถือมั่นในความคิดเห็นของตนเป็นไปโดยที่เป็นไปด้วยความยึดถือเป็นไปด้วยความยึดติดความเห็นความแจ้งอะไรไม่ๆไม่มีอะไรไม่มียึดถืออะไรไม่ประกอบไปด้วยความคิด แล้วก็เครื่องยนต์ที่ 8 รู้เหตุผลด้วยรู้เหตุมันซะด้วยว่าทำไมเราเป็นอย่างนี้ทำไมเรามีอารมณ์อย่างนี้มีอะไรเป็นกิ๊กๆนำชักสูงมากรู้ซะด้วยก็จะเห็นความแตกต่างของจิตในมุมเหลี่ยมในกรุงเทพฯหรือว่าในลิ้นชักคือการแตกต่างของมันละเอียดและออกถ้าเรามีสภาวะเราลองพิจารณาเอาไปคิดเอาสภาพอย่างนี้ไปลองคิดพิจารณาไตร่ตรองดูเป็นแต่เพียงการจะลงอย่างสัญญาดูทบทวนดูก็ได้ถ้าเราเข้าใจสภาพอย่างนั้นอย่างนั้นอย่างนั้นแล้วแล้วก็รู้ความหมายของชื่อสิ่งต่างๆต่างๆนี้แล้วก็เอามา เทียบเคียงเวลามันเกิดปัจจุบันน่ะทำผิดอย่างนี้มันเกิดจากอาการอย่างนี้รับชอบแบบนี้ขึ้นมาแล้วแต่เราก็เห็นด้วยว่าอันนี้ถูกต้องแล้วดีแล้วมึงคิดซะด้วยประกอบพร้อมจะรู้เหตุหรือไม่รู้เห็นก็ตามแต่เธอจึงรู้เหตุก็ยิ่งดีว่าอะไรมันชักจูงถ้าไม่รู้เหตุก็ยิ่งมืดใหญ่ก็ยิ่งเป็นพวกเด็กยังโง่อยู่มากกว่าว่างั้นเถอะพูดง่ายๆก็คือยังปัญญาน้อยกว่าสภาพหล่อพระโบราณ 108 ดวงนี้เขาก็จัดเอาไว้แค่นี้เองเป็นคำกลางๆแต่สภาพบอกสภาวะต่างๆไม่มีอะไรมากมายเลยไม่มีอะไรมากมายเลย ลักษณะมีอาการอย่างนั้นอย่างนั้นธรรมดาไม่มีอะไรมากมายแล้วถ้ากูพูดได้รู้สึกในจิตเข้าใจผิดตัวเองจริงๆเลยนะยินดีปรีดานี้นะมันยังอาจจะตอบอย่างนี้อยู่แล้วเราก็ยังมีความเห็นว่าไปทันทีครับมันยังยึดถือความเห็นดีๆเข้าใจรู้แล้วก็ให้คุณภาพอย่างนี้ไม่ใช่ความความเห็นหรือความเข้าใจที่ผิดเค้าตัดอันนี้ไม่ได้หมายความว่าเข้าไปรู้นะหมายความว่าเราเข้าใจเรารู้สภาพรสชาติหรือว่าเรารู้จิตอันนี้ของตัวเองอันนี้ที่ติดกับมีอันนี้เข้าไปประกอบอยู่ในจุดนั้นด้วยเห็นด้วยซ้ำก็เป็นอีกทีนึงรู้ซ้ำเข้าไปอีกปีนึงเลยแล้วก็ยึด พูดจริงก็คือตัวจิตที่เป็นโสมนัสมหากษัตริย์เป็นตัวที่เกิดแล้วเป็นจริงอย่างนั้นประการอย่างนั้นเป็นวิตกตัวที่ติดกับรู้โอกาส เจ็บอย่างนี้ถ้าผู้ใดมีอาการลักษณะแบบนี้ในมุมเหลี่ยมนี้เราไปมุมเหลี่ยมอะไรเราเป็นอาการกลางๆอาการที่ไปชอบไปยินดีปรีดานี้ติดไปติดในเรื่องอบายมุขติดในเรื่องกามคุณตาหูจมูกลิ้นกายอะไรต่ออะไรจะไปชื่นชมยินดีโสมนัสอยู่กับอะไรก็ว่ากันไปเลยทีนี้ถ้าจะประเมินตั้งชื่อกันอีกนะเป็นล้านๆๆดูแต่ล้านดวงแต่นี่ก็บอกชื่อกลางๆว่าโลก 10 โลกมันเป็นอย่างนี้แล้วมันก็ไปเกิดเพราะตาหูจมูกพิการนี่ก็ยังจะขยายไปอีกยังมีทวารมีอะไรต่ออะไรมาประกอบเอาไว้อีกเพราะงั้นเลี้ยงมันถึงเรียกหูอื้อเลยเรียนจนหูอื้อเลยแล้วที่เราก็พูดกันมาแล้วอธิบายกันมาแล้ว เหมือนกันเหมือนกันเราก็เรียนอภิธรรมมาทั้งนั้นก็ไม่รู้เท่าทันในทวารทั้ง 6 และก็รู้รูปร่างลักษณะของจิตอาการของรสชาติของจิตจับตัวติดให้ได้ใครรู้เวทนาของมันว่าตุ๊กเขาเวทนานี่ขยันๆทุกขเวทนาก็หย่อนๆอุเบกขาเวทนาก็ไม่เห็นมีปัญหาพอปุ๊บก็เลยจะมาก็เอาไป 4 ชนิดคำว่าทุกข์ก็เวทนาก็คือการไม่สบายใจเป็นโทรมานัดก็มาถึงโทรศัพท์มือถือโอกาสนี้มีอยู่ 2 ตัวแค่นั้นแหละโทรศัพท์มือถือมีความไม่สบายใจเรียกว่าโทรมานัดสหกรรม ปั๊มประยุทธ์ตัดสิคะมันก็ไม่สบายใจไม่มีอะไรโทรมานัดก็ไม่สบายใจมีลักษณะเป็นโทมนัสแล้วก็ปฏิฆะอยากจะขับออกปฏิฆะอยากจะขับออกโทรมานัดเฝ้าศพเสียใจไปแต่ทางไม่ชอบใจตรงกันข้ามผสมนักชื่นชอบโทรมานัดไม่ชอบแล้วก็มีอาการอยากจะขับออกไม่ยึดไว้นิติกรรมยึดไว้ปฏิบัติไม่ยึดไว้มีเรื่องดูดซับเท่านั้นเองโทรศัพท์ก็มีอยู่ 2 อย่างอันนึงรู้เหตุอาจสังขารอีกอันนึงไม่รู้อันนึงไม่รู้เหตุอสังหาฯ โทมนัสต่างปฏิฆะสัมปยุตสังสรรค์ตัวนี้ไม่มีวิตประยุทธ์ไม่มีอะไรไม่เฉยๆไม่เฉยตัวนี้ร้อนมากไม่สวยนี่ก็ยังดีดออกท่าเดียวเย็ดกันดีดออกท่าเดียวอันนู้นยังมีอยู่ว่าไอ้การจะยึดไว้ไม่ยึดไว้ไม่เคยคิดจะมีเฉยๆก็มีก็ยังเรียกว่าดีถ้าสัมประสิทธิ์สมัยนี้ประยุทธ์ไม่ใช่ด้วยต้องการให้ออกครับต้องการให้ทำร้ายต้องการ โทรศัพท์นี่โทรศัพท์มือถือโทรศัพท์ของเราอันใดที่ไปกระทบสัมผัสอะไรต่ออะไรมามีอาการอย่างนี้มันก็เป็นโทรศัพท์ไม่เห็นจะต้องยากเย็นอะไรแล้วไม่ต้องการดีดออกเพราะรัฐบาลหาเหตุหาที่มาหาอะไรต่ออะไรของมันไม่รู้จึงเรียกว่าเป็นตัวปัญญาถ้าไม่รู้ก็ไม่มีปัญญาเพิ่มเติมในสิ่งที่ 2 ตัวนี้ก็จะต้องรู้ให้ชาวต่างชาติสาขาด้วยกันก็รู้เหตุผลและอาการของจิตเป็นตัวอย่างนี้แหละอย่างนี้แหละเท่านั้นเองมีโทรศัพท์มือถือโทรหาเบอร์ 10 เมื่อกี้พูดไปแล้วมี 2 ตัวเหมือนกันนำไปก่อนแล้วเพราะมันเหลือเกิน ดูอุเบกขาสหพัฒน์เฉยๆแล้วมีลักษณะอยู่ 2 อย่างเท่านั้นเองความเฉยแบบโมหะเนี่ยคือไม่ประกอบไปด้วยรู้เหตุหรือไม่รู้เหตุไม่แบ่งถ้ารู้เหตุจึงเรียกว่ามีปัญญาไอ้โมหะมันไม่มีปัญญาเพราะฉะนั้นสังขารสังขารไม่ต้องพูดถึงมันอัดแน่นอนมันแหงๆมันต้องอ่านสังขารด้วยกันถ้ามันไม่อ่านทั้งขาด้วยกันแล้วมันก็เป็นสิทธิ์มีปัญญาทำเองเพราะมันไม่มีปัญญาอะไรเลยโมหะถ้ามันไม่มีปัญญาอะไรเลยโมโหมันไม่มีปัญญาอะไรมันเฉยๆเดี๋ยวประกอบพร้อมไปด้วยความเฉยๆเฉยๆอันหนึ่งดวงหนึ่ง เครื่องหมายคำว่ามันรู้ว่ามันรู้มันมีอาการเข้าไปจับทำประยุทธ์มีการเข้าไปจับไม่รู้รู้ว่าไอ้นี่มันยังไม่ลงตัวแล้วจริงหรือเปล่าเฮ้ยจริงหรือเปล่าไม่รู้มันก็ท่องคาถาแต่มันก็เดินนั่นแหละแต่ก็ไม่รู้ว่าตัวเองเฉยหรือไม่เฉยไม่รู้แต่ไม่ใช่จิตปัญญานะมองอ่ะเพราะมันติดตัวนี้มันรู้สึกกลางๆค่าตัวไม่ติดอิจฉาอย่างดีถ้าตัวอุดก็จับเฉยๆแล้วก็หนูใหญ่เลยรีบกลับกันแล้วกลับกันกลายเป็นรุ่นลงมาล่าง อันนี้ลงบนล่างแล้วกินหมดทุกอย่างเหมือนกับ slow พระเนี่ยซัปโปโรพระโทสะโมหะโมหะยิ่งมืดใหญ่ถล่มฟ้าก็เรียกว่าเป็นอันจัดไปกลับกันอาทิตย์นี้ลองต่อดูนี่เรียกว่าอกุศลทั้งหมดมีโลภะมีโทสะโมหะเป็นพื้นเป็น 10 อกุศลแท้แต่ในตัวของมันเองมันก็มีระดับมีความรู้เพิ่มเติมขึ้นหรือโง่ยิ่งขึ้นอย่างที่บอกและเอาไม่รู้เรื่องอะไรเลยไม่มีพริกอะไรเลยเป็นโมหะเรียกว่าอุเบกขาต่างๆมีแต่การเกิดขึ้นมาโดยจิตที่มันลอยๆฟุ้งเข้ามาเดินเจอเฉยๆไม่ ยิ่งแย่ใหญ่ที่โมหะดวงที่ 12 อกุศลจิตมีอยู่ 12 ดวงอาทิตย์นี้เด็กพวกนี้แหละพวกนี้แหละเขาเอามาประกอบกันเข้าอีกกับทวารทั้งหลายแหล่มาประกอบกันเข้าไปทั้งหลายแหล่จากเหตุทั้งหลายหรือว่าจากจะสังขารสังขารสังขารสังขารมันก็จะเชื่อมโยงมาหาพวกนี้ว่าเป็นเหตุเป็นตัวชักนำเป็นตัวชักช้าเขาก็มาตั้งชื่อติดตรงนี้ว่าเหตุการณ์เหตุการณ์ จิตที่มันไม่รู้เหตุมันหาเหตุไม่ได้ไม่มีเหตุไม่มีมูลมาแต่แท้จริงนั่นน่ะเขาเขียนเอาไว้นี้ก็คือมันมีฟังให้ดีนะเขาอธิบายให้ผู้รู้รู้ว่ามันมีมูลแต่ผู้ที่มีจิตดวงนี้เกิดกับตัวเองจริงๆยังไม่รู้เพราะท่านรู้อย่างนี้ก็หมายความว่าจะสังหารด้วยกันก็คือตัวนี้คือจะรู้รู้ว่าอย่างนี้ฉันรู้ตั้งแต่ตัวที่บาปติดมีหน้าที่เอาแต่ตัวต้นตั้งแต่อกุศลวิบากวิบากก็แบ่งเป็นกุศลกับอกุศลอีกถือเป็นจิตที่เป็นผลขึ้นมาให้เห็นเป็นตัวตนขึ้นมาเป็นรถเป็นชาติเป็นตัว 10 อันนั้นแล้วเกิดจาก ทวารทั้งหมดตั้งแต่จักขุวิญญาณเกิดเพราะมันเป็นจับกลุ่มวิญญาณให้เป็นตัว 13 โดยเฉพาะมันเกิดพระโสตวิญญาณไปลง 14 เกิดเพราะคานะวิญญาณเป็นดวง 15 เกิดจากชิวหาวิญญาณเป็นดวง 16 เกิดจะตายและวิญญาณเต็มดวง 17 แล้วยังเกิดสัมประสิทธิ์สำนักจิตตังหมายความว่ามันรับรู้อารมณ์หมายความว่ามีจิตปัญญาเพิ่มขึ้นและสันติและจิตตังเรียกว่าพิจารณาอารมณ์พิจารณาอารมณ์เป็นดวงที่ 19 นี้ก็มีอาการของมันแม่มันมีผลแล้วมันก็มีอาการดังนี้ อธิบายสภาวะในแต่เจ้าบอกว่าเขาสอนก็สอนข้างหน้าไปข้างหลังแต่อาตมาข้างหลังมาหักข้างหน้าอธิบายข้างหลังมาหาข้างหน้าจะได้เข้าใจถึงกับภาพของมันชัดเจนหน่อยคิดว่าอย่างนั้นก็อธิบายไม่ถูกมันก็เป็นสภาพอุเบกขามันไม่รู้อันที่ 1 ที่มันเกิดจากหูตาจมูกลิ้นกายเป็นสิ่งที่เฉยๆเป็นวิญญาณเฉยๆมันยังไม่ถึงตายแต่ตาหูจมูกลิ้นน่ะอันนี้เรียกว่าอุเบกขาจะหาสตางค์ทั้งนั้นคือมันเฉยๆมันประกอบไปด้วยการเฉยๆมันไม่รู้เรื่องว่าธุรกิจเป็นอย่างนี้ธุรกิจอย่างนี้มาจากหู ไม่รู้มาจากปลามาจากจมูกมาจากอะไรก็เด๋อๆอยู่อย่างนั้นไม่รู้เริ่มต้นตั้งแต่ทุกข์เริ่มต้นตั้งแต่ทุกข์เป็นทุกข์ซะก่อนอันนี้เรียกว่าอกุศลอกุศลนี้เอาทุกข์มาใส่เพราะฉะนั้นแม้แต่ทางการวิญญาณทั้งหมดนี่แหละจับครูวิญญาณก็ถือว่ากายโสดคานะคิวหาก็ถือว่ากายจากกายวิญญาณเนี่ยรวมลงแล้วเป็นทุกข์ทุกข์กายทุกข์กายทุกข์ใจทุกสาขาคือซุปเข้าไปร่วมกับคนอยู่ด้วยมีทุกข์เข้าไปร่วมกับคนอื่นด้วยและเผยก็ไม่รู้แต่ตัวทุกข์แท้เป็นทุกข์แท้อยู่ในนั้นตัวสุดท้าย ที่นี่ต่อมาก็มีอุปสรรคโดยมีการเฉยๆประกอบพร้อมแล้วก็เป็นจิตที่รับอารมณ์เฉยๆนั้นไว้ก็ยังมีหมายความว่ายังมีช่องว่างแต่มันก็ยังไม่ได้มีประโยชน์ปัญญาอะไรถึงเรียกว่าอกุศลแต่ก็ยังเป็นสิ่งที่เรียกว่ายังชั่วสำหรับแต่ละบุคคลถ้ามันได้รับอารมณ์อย่างนี้ก็เรียกว่ายังดีกดตรงมาจากทุกข์แต่เป็นโวหารแต่ยังไม่เรียกว่าเป็นกุศลยังไม่ได้ ต่อมาก็พิจารณาอารมณ์เฉยๆแต่ยังเรียกว่าอกุศลเรียกว่าอกุศลวิบากฉันเรียกว่าผลของจิตวิทยามันเริ่มมีอะไรทำงานเกือบทุกพิจารณาอะไรก็ไปทำงานเพื่อที่จะอ่านจะรู้นิดนึงจึงเรียกว่าอุเบกขาสหพัฒน์ฟังศาลตีระนาดอีกต่างประเทศต่างก็ไปรับรู้เข้าไปพิจารณานิดนึงนี่เป็นพวกอกุศลทีนี้พวกจำพวกกุศลก็เหมือนกันแหละแต่เมื่อกี้นี้คืออุเบกขาแล้วก็เป็น โสตะคานะชิวหากายตอนนี้สุขเรียกว่ากุศลวิบากเนี่ยคือฝ่ายสุขเมื่อกี้อกุศลกับฝ่ายทุกแล้วตอนนี้มันก็ดียิ่งขึ้นจึงเรียกว่ากุศลก็คือมีเหมือนกันอุเบกขาสัมประสิทธิ์รับอารมณ์เหมือนกันแต่เมื่อกี้ฝ่ายอกุศลเฉยๆรับอารมณ์เฉยๆอันนี้นอกจากรับอารมณ์เฉยๆเขาก็จับมาฝั่งนึงก็ไม่รู้จะตีราคาไงก็ให้มันมีตั้ง 2 อย่างมันก็เจอที่จริงมันดีนะแต่เมื่อมันไม่รู้ก็ถือว่าไม่ดีถ้ามันรู้ก็ถือว่าดีแค่นั้นเองครับผู้บริหารจิตตามก็พิจารณาอารมณ์เหมือนกันพิจารณาอารมณ์ แล้วทีนี้อันนี้มีเพิ่มขึ้นอีกดวงนึงจากเมื่อกี้นี้ทางด้านกุศลและจิตมันมีแค่ 7 ดวงอันนี้มี 8 ดวงมีโสมนัสมีโสมนัสฝากสตางค์ด้วยคือมียินดีเพราะว่ามันเป็นสุขยินดีเพราะว่ามันเป็นสุขใส่เข้าไปในนั้นแล้วก็กำลังพิจารณาอยู่ว่าจะเห็นโสมนัสถ้าเห็นโสมนัสได้ก็จะมีปัญญาเพิ่มขึ้นก็รู้ว่ามันเป็นโรงพักมูลนิธิยังไม่เป็นคนที่ยังไม่รู้เรื่องเลยอันนี้ศึกษายังไม่รู้เหตุยังไม่รู้จักสังขยายังไม่รู้ติดตัวนี้เป็นยังไงอะไรยังไงยังไม่รู้เพราะฉะนั้นจึงได้ชื่อตัวเองจ่ายซะก่อนว่าเศรษฐกิจนะเป็นกิจที่ไม่รู้ ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรวันแม่มันจะมีอาการอยู่ดังว่านี้มีอารมณ์เขียนไว้นี่เขียนไว้สำหรับคนรู้นะผู้ที่มีปัญญาแล้วก็ไปอ่านรู้จิตอย่างนี้ก็เลยบอกนามล่วงหน้าสำหรับว่าคนที่ไม่รู้เหตุไม่รู้อะไรนักหนาพิจารณาพิจารณาให้มันเห็นเป็นอย่างนี้มันมาจากตาหูจมูกลิ้นกายนี่แหละมันมีเหตุก็จะตาหูจมูกลิ้นกายของเราเองมันจะมาจากอื่นเป็นเหตุให้เรามาดีใจเสียใจแล้วก็ไปยึดหม่ำๆก็ให้เป็นยึดติดกับสัมประสิทธิ์เข้าไปอย่างเงี้ยก็เพราะเหตุมาจากทางนี้เหตุประจักษ์อันนี้อีกอันนึงอันนี้คือเก่าก็แบ่งเป็นที่ฝากเมื่อกี้นี้มีปากก็แบ่งเป็นอกุศลกับกุศลแบ่งมาเป็นไปให้ทุกกราบแบ่งมาเป็นกิริยา สุริยาสักแต่ว่าเกิดอาการเกิดกิริยากิริยานี่มีอยู่ 3 ดวงสักแต่ว่ากิริยานี่มีอยู่ 3 ดวงไอ้นี่ก็อาจเห็นโอกาสเหมือนกันนะไม่รู้หรอกยังไม่รู้ถ้ารู้แล้วไม่ทำยังไม่รู้ถ้าดวงอาทิตย์มันก็ตีรวมเลยคืออุบัติเหตุขาขาดก็ตังค์มันจะทวารวัชระจิตตังปัญจะสมัยก่อนทวารทั้ง 5 7 ที่ขึ้นไปทำงานกลับไปถวายสังฆทานแต่ว่าเฉยๆก็เรียกรวมมาเลยอุเบกขาต่างๆทั้งหมดนี่แหละแทนที่จะมาแจกหลายๆอย่างไม่แจกแล้วตอนนี้ขี้เกียจแจกแล้ว คนที่มีปัญญาเข้าใจอันต้นมาตั้งแต่จับวิญญาณอะไรวิญญาณมาหมดเลยที่มันทำงานเป็นชีวิตชีวาอยู่รับเรื่องเกิดอยู่เป็นชาววันอาทิตย์ที่มันเกิดอยู่ก็รวมมานี่เลยเป็นอุเบกขาสถาปัตย์ปัญจะทวารวจนะติดตั้งของมาจากสวรรค์ทั้ง 5 อีกอันนึงก็อาจจะถวายโดยตรงคืออุเบกขาสากกะตังมโนทวารวัชระจิตตังเอาเฉพาะแต่ตัวจริงข้างใ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive