อานิสงส์ 4 ข้อของการนั่งหลับตาสมถะ.docx
เนื้อหาในไฟล์
อานิสงส์ 4 ข้อของการนั่งหลับตาสมถะ [469] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็กิจที่ควรทำให้ยิ่งขึ้นไปเป็นอย่างไร? ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเสพเสนาสนะอันสงัด คือ ป่า โคนไม้ ภูเขา ถ้ำ ซอกเขา ป่าช้า ป่าชัฏที่แจ้ง ลอมฟาง. เธอกลับจากบิณฑบาต ในการภายหลังแล้ว นั่งคู้บัลลังก์ตั้งกายตรง ดำรงสติไว้เฉพาะหน้า. เธอละความเพ่งเล็งในโลกแล้ว มีใจปราศจากความเพ่งเล็งอยู่ ย่อมชำระจิตให้บริสุทธิ์จากความเพ่งเล็งได้. ละความประทุษร้ายคือพยาบาทแล้ว ไม่คิดพยาบาท มีความกรุณาหวังประโยชน์แก่สัตว์ทั้งปวงอยู่ ย่อมชำระจิตให้บริสุทธิ์จากความประทุษร้ายคือพยาบาทได้.ละถีนมิทธะได้แล้ว เป็นผู้ปราศจากถีนมิทธะ มีความสำคัญ หมายอยู่ที่แสงสว่าง มีสติสัมปชัญญะอยู่ ย่อมชำระจิตให้บริสุทธิ์จากถีนมิทธะได้. ละอุทธัจจกุกกุจจะได้แล้ว เป็นผู้ไม่ฟุ้งซ่าน มีจิตสงบ ณ ภายในอยู่ ย่อมชำระจิตให้บริสุทธิ์จากอุทธัจจกุกกุจจะได้. ละวิจิกิจฉาได้แล้วเป็นผู้ข้ามวิจิกิจฉา ไม่มีความคลางแคลงในกุศลธรรมทั้งหลายอยู่ ย่อมชำระจิตให้บริสุทธิ์จากวิจิกิจฉาได้. พ่อครูว่า...การนั่งสมาธินั้นมันก็เป็นเรื่องที่ควรทำเป็นอุปการะอย่างยิ่ง ผู้ที่ปฏิบัติสายปัญญาวิมุติโดยตรง ไม่ปฏิบัตินั่งหลับตาสมาธิ แต่ปฏิบัติเรียนรู้กิเลสโดยตรง มีคำว่ากาย คู่มาตลอดเวลา มีภายนอกตลอด จะบรรลุอรหันต์ได้เป็นปัญญาวิมุตได้เลย แต่ถ้าหากว่าเราจะให้พร้อมทั้ง เจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติสมบูรณ์แบบ แม้ในปัญญาวิมุติ ก็มีคำที่ทำให้สงสัยกันอยู่ว่าถ้าเผื่อว่ามันไม่สมบูรณ์นี้ น เหวะ ต้องสัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกาย มีประเด็นนี้อยู่ตรงนั้น หมายความว่าสัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกายมันก็เป็นความหมายทั้งสภาพกาย ต้องมีทั้งภายนอกและภายใน วิโมกข์ 8 สายหลับตา เขาจะเข้าใจว่าวิโมกข์ 8 เป็นการนั่งหลับตา ซึ่งจริงๆ
อ่านต่อ
แล้ววิโมกข์ 8 ไม่ได้เป็นการนั่งหลับตา ในวิโมกข์ 8 ต้องมีทั้งภายนอกและภายใน อัชฌัตตัง แปลว่า ภายนอก คำว่าไม่ทิ้งภายนอกแม้แต่ในอานาปานสติสูตร แม้คุณจะนั่งหลับตาอยู่ก็ไม่ทิ้งภายนอก ไม่ทิ้งลมหายใจ ถือว่าคุณจะต้องมีสติสัมปชัญญะรู้จักภายนอกอยู่เต็ม ความละเอียดของลมเข้าลมออกภายนอกภายใน ถ้าไม่มีสติแล้วรู้ความละเอียดของลมออกลมเข้าลมสั้นลมยาว เข้าสั้นออกยาวอะไรพวกนี้เข้าสั้นออกสั้นพวกนี้ คุณจะไม่มีการกำหนดโดยไม่มีสติสัมปชัญญะ ไม่มีการกําหนดหมายรู้ชัดเจนเข้าสู่สัมปชัญญะ มีการกำหนดเข้าไปรู้รายละเอียดแจกแจงคุณจะไม่ตื่นเต็ม ไม่เป็นชาคริยา เพราะฉะนั้นจะต้องตื่นเต็ม จากนอกไปใน แต่คนเข้าใจอานาปานสติผิดไปตรงที่ไม่มีใครบอก เข้าไปอยู่ในภพแล้วก็เกิดภาพข้างใน สภาพข้างในมันจึงไม่เกิดความเป็นครบบริบูรณ์ของความจริง สัจจะบริบูรณ์ไม่ครบความจริงสัจจะบริบูรณ์ เป็นสัจจะที่สำเร็จด้วยจิตเท่านั้นเกิดด้วยจิตเท่านั้นจึงเป็นอัตภาพ จิตที่มันมีสำเร็จแต่ภายในจิตเท่านั้นมันเป็นอัตตา มันไม่มีกาย กายกับอัตตา เป็นภาวะคู่ที่จะแยกกันไม่ได้ ขาดกันไม่ได้ หากขาดภายนอกไม่มีกาย ไม่มีภายนอก 5 ทวาร มันบกพร่องหรือว่ารู้ไม่ครบ ท่านไม่ถือว่าเป็นความสมบูรณ์ คุณจะนั่งหลับตาตรวจสอบเตวิชโชความละเอียดของธรรมะต่างๆโดยไม่มีภายนอกเลย คุณไม่ได้มีความรู้สึกทั้งภายนอกเลย ตัดเข้าไปอยู่ในภพเลยนะ เป็นภายใน แล้วก็เรียนรู้ธรรมะต่างๆละเอียดพิจารณารายละเอียด ถ้านั่งหลับตาเข้าไปอยู่ในภวังค์ภายในแล้ว จะได้ประโยชน์ 1. ได้พักผ่อน 2. ได้ศึกษาจิตศึกษาธรรมะต่างๆละเอียดลออพิจารณาต่างๆได้ 3. เตวิชโช ตรวจสอบบัญชีสิ่งที่เราปฏิบัติมาแล้ว มีบุพเพนิวาสานุสติญาณ จุตูปปาตญาณ อาสวักขยญาณ ตรวจสอบว่าเราปฏิบัติได้มรรคผลมาอย่างไร แค่ไหน จบหรือยังถึงอาสวะสิ้นกันหรือยัง ก็ทบทวนลงบัญชี นี่คือเตวิชโช 4. สร้างพลังจิตอย่างเก่งเลย อันนี้นอกรีตของพระพุทธเจ้าแต่ทำได้จริง เอาจิตไปเล่นฤทธิ์เดช เล่นอิทธิปาฏิหาริย์ เล่นอาเทสนาปาฏิหาริย์ได้ เราไม่ได้ปฏิเสธว่าเป็นไปไม่ได้ มันเป็นไปได้เป็นความจริงชนิดหนึ่งเหมือนกัน แต่ไม่ใช่อนุสาสนีปาฏิหาริย์ เป็นปาฏิหาริย์นอกรีตที่ไม่พาบรรลุ ดีไม่ดีพาให้หลงติดยึดออกนอกทางไม่บรรลุนิพพาน มันจะเป็นอาเทศนาปาฏิหาริย์กับอิทธิปาฏิหาริย์ จะเป็นเรื่องฉุดดึงให้เรายิ่งไม่บรรลุธรรม หรือไม่ก็บรรลุธรรมช้า เพราะฉะนั้นก็ควรจะปฏิบัติธรรมให้บรรลุอรหัตผลก่อน จบแล้วมาเป็นโพธิสัตว์ คุณอยากจะเพิ่มอิทธิปาฏิหาริย์ อาเทสสนาปาฏิหาริย์ มันต้องทำอยู่แล้ว เป็นโพธิสัตว์ต้องทำอยู่แล้ว มันจะได้เอง ได้แล้วก็ทำได้ง่ายด้วย ทำได้แล้วไม่หลงไม่ได้เอาสิ่งเหล่านี้ไปทำให้แปดเปื้อน ธรรมะที่เป็นอนุสาสนีปาฏิหาริย์ ธรรมะที่จะไปสู่นิพพานให้เสียหายด้วย เพราะฉะนั้นจึงเป็นหลักประกัน ว่าต้องเอาอนุสาสนีปาฏิหาริย์ให้ได้ก่อน เอาอรหันต์ให้ได้ก่อน คนที่ไม่เข้าใจอย่างอาตมาพูดนี้เขาก็จะไปเอาฤทธิ์เดชก่อนเอาอนุสาสนีปาฏิหาริย์ก่อน คนพวกนี้นานช้ามาก ดีไม่ดีไม่สำเร็จด้วยเลย เพราะว่าอิทธิปาฏิหาริย์ อาเทศนาปาฏิหาริย์มันเป็นโลกียะ ดีไม่ดีแค่พระโสดาบันยังไม่ได้เลย ไปหลงแค่อาเทสนาปาฏิหาริย์อิทธิปาฏิหาริย์ คุณจะหลงวนเวียนอยู่ในโลกีย์อีกนานนับชาติ ไม่มีหลักประกันเลย ถ้าเผื่อว่ายังไม่มี อัญญธาตุ ไม่มีโลกุตระธรรมที่จิตเข้ากระแสเป็นพระโสดาบัน เป็นองค์ธรรมที่ เรียกว่า สมณะที่1 สามัญที่ถามมานี่ ไม่เป็นหลักประกันอันนี้ไม่ได้เลย สรุปตรงนี้ก่อนเข้าเป้า ตรงนี้มันเป็นเครื่องอลังการ ถ้าจะเอาแต่อรหันต์มีปัญญาวิมุติไม่ต้องเอาอันนี้เลย ได้ แต่ถ้าคุณจะเอาให้บริบูรณ์เลย คุณก็ต้องนั่งด้วย อย่างอาตมานั่งมาจน อาตมารู้เข้าใจ แต่อาตมามีภาระที่ต้องปลูกฝังอนุสาสนีปาฏิหาริย์ ในยุคนี้ไม่เป็นยุคที่จะต้องใช้อาเทศนาปาฏิหาริย์อิทธิปาฏิหาริย์ คุณใช้แค่ตลับเล็กนี่ก็ได้แล้วเก่ง ใช้ทางวัตถุวิทยาศาสตร์นี่ ไม่ต้องเสียเวลาเลย ไม่ต้อง เพราะฉะนั้นเราจะต้องรู้นะ มหาปเทส ยุคกาล ว่ายุคกาลใดควรจะใช้อะไร ในยุคนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องไปเสียเวลากับสิ่งเหล่านั้น แต่ถ้าเราจะต้องไปปฏิบัติ คุณรู้ให้สัมมาทิฏฐิแล้วคุณก็ฝึกเอา ได้แล้วยิ่งจะเป็นโพธิสัตว์ที่ต้องทำ แต่ถ้าไม่ไปคิดจะเป็นโพธิสัตว์แล้วก็ไม่ต้องหรอก เอาพระอรหันต์แล้วพาสชั้นไปเลย ได้เร็วด้วยสบายด้วยไม่ต้องเป็นภาระ ทำให้เกิดอิทธิปาฏิหาริย์อาเทสนาปาฏิหาริย์นั้นเหน็ดเหนื่อยนะ เหน็ดเหนื่อยกว่าเป็นพระอรหันต์แบบธรรมดา ต้องอุตสาหะ วิริยะ มากเลย กว่าจะมีจิตสงบถึงขั้นที่จะทำพลังงานที่จะเอาไปใช้ในอิทธิปาฏิหาริย์พวกนี้อาเทสนาปาฏิหาริย์พวกนี้มาก จะหนักไปทางเจโต
630810_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 3