650708 สัมมาสมาธิต้องเกิดจากจรณะ 15 วิชชา 8 พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ.docx
เนื้อหาในไฟล์
650708 สัมมาสมาธิต้องเกิดจากจรณะ 15 วิชชา 8 พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ https://www.boonniyom.net/51936.html ดาวโหลดเอกสารที่ https://docs.google.com/document/d/17vBUo4chLN7Sm3h7C8-Jv2NACmV6rWYjVE-03-_RkWg/edit?usp=sharing
ดาวน์โหลดเสียงที่ https://terabox.com/s/18uKn3-l4w3r2MsOOCozWjw
และดูวิดีโอได้ที่ https://youtu.be/D1l9IWXz5EU และ https://fb.watch/e86ExHvS2u/
สมณะเดินดิน... วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม 2565 ที่บวรราชธานีอโศก วันนี้มีข่าวใหญ่ไปทั่วโลกคือข่าวอดีตนายกญี่ปุ่นชื่อนายชินโซอาเบะ ขณะกำลังปราศรัย มีคนร้ายยิงเข้าที่ด้านหลังจนเสียชีวิต เป็นอดีตนายกที่พยายามสร้างความสัมพันธ์ระหว่างไทยญี่ปุ่น นายกของเราก็แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง มี สส.ไทยแสดงความปรารถนาดีแต่ประสงค์ร้าย บอกว่านายอาเบะเหมือนพลเอกประยุทธ์เลยอยู่มา 8 ปีแล้ว ก็ไม่ปลอดภัยแล้วล่ะ ถ้าจะไปต่างจังหวัด หรือไม่ต้องหากองกำลังสัก 80,000 ป้องกันไว้ หรือไม่อย่างนั้นก็ไม่ต้องออกไปไหนให้อยู่แต่ในบ้านพักค่ายทหาร พูดเป็นการชี้นำ ให้เกิดเรื่องขึ้นมา ทั้งที่เป็น ส.ส. ผู้มีเกียรติ แต่ทำในสิ่งที่ไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง มีคนที่ไม่ชอบนายกบอกว่า ผลงานของคุณชัชชาติเหมือนฟ้า ผลงานของนายกเหมือนกับเหว พ่อครูว่า...เห็นอคติชัดที่สุดของคน โดยเอาแต่ตรรกะบัญญัติภาษาที่พูดมาตัดสิน ในกาลเวลาที่ได้ใช้ ในกาลเวลาเท่ากันและได้ประพฤติ คุณชัชชาติยังไม่ได้มีความประพฤติในเวลาเท่ากันกับพลเอกประยุทธ์ เสร็จแล้วก็จับสภาพของพลเอกประยุทธ์ 8 ปีนี้ไปเทียบกับชัชชาติที่ยังไม่ได้ทำถึงปีเลย เป็นความเปรียบเทียบที่ใช้ไม่ได้ มีอคติ สมณะเดินดิน... คนที่มุ่งร้ายต่อบ้านเมืองอยากจะขับไล่พลเอกประยุทธ์ เพื่อหวังอำนาจ ก็พอเข้าใจได้ จะทำอย่า
อ่านต่อ
งไรก็บอกว่าออกไปเถอะ พ่อครูว่า... ทำอย่างไรก็ผิด ทำอย่างไรก็ไม่ถูก ปักมั่นในอคติในผู้ที่ยึดมั่นปักมั่นในอคติ สมณะเดินดิน... แต่คะแนนที่พ่อครูให้นายกฯ มีโลกุตระคือแม้จะถูกแรงกดดันบีบคั้นดูพลเอกประยุทธ์ก็บอกว่าไม่ท้อ ดูเหมือนวันนี้ออกมาชี้แจงว่า 8 ปีที่ทำงานมา พยายามสร้างพื้นฐานของประเทศ เช่น การคมนาคม รถไฟ สนามบินให้มีการเชื่อมต่อเป็นเครือข่าย ในเวลาสั้นๆก็ยังทำไม่ได้ แต่ในระยะเวลายาวนานก็จะทำได้และใกล้สำเร็จแล้ว แต่พวกช่องทีวีที่ไม่ชอบก็บอกว่า มีเวลาตั้ง 8 ปีทำไมยังไม่สำเร็จ แต่ไม่ได้ดูว่า 8 ปีที่ทำมามีอุปสรรคขวากหนามอะไรบ้าง พ่อครูว่า... ที่สำเร็จแล้วก็มีไม่ได้ดู มีอคตินั้นแหละ ไม่มีกรอบอะไรที่เป็นความสมบูรณ์ของรายละเอียดในแต่ละกรอบ เอามุมหยาบมาพูดไม่ใช่มุมรายละเอียด ซึ่งรายละเอียดของพลเอกประยุทธ์ได้ทำมา หลายกรอบ หลายชนิด หลายแบบเป็นผลสำเร็จมาแล้วก็ไม่จับเอาสิ่งเหล่านั้นมาพูด สมณะเดินดิน... เขาบอกว่า อย่างทางรถไฟโคราชก็ทำได้แค่ 3 กิโลเมตร พ่อครูว่า... ก็คนที่ไม่ได้ทำ ทำไม่ได้สักกิโลเมตร ก็สู้ไม่ได้ สมณะเดินดิน... เขาไม่ได้ดูว่า มีอุปสรรคขวากหนามอะไร เช่น มี covid ระบาด มีม็อบต่อต้านรุนแรง เป็นต้น เศรษฐกิจที่ถูกบีบคั้น ถ้าหากดูประเทศอื่นๆ นายกประเทศอังกฤษต้องลาออกเลยเพราะประชาชนไม่พอใจ บริหารประเทศไม่ได้ก็ต้องลาออก ประเทศศรีลังกาก็ต้องประกาศยอมรับว่าตอนนี้เป็นประเทศที่ล้มละลายแล้ว เขาเดือดร้อนกันทั่วโลก แต่ประเทศไทยเราก็ยังอยู่สบาย เขากลับมองว่าไม่มีผลงานอะไรเลย พ่อครูจึงบอกว่า ทั้งที่มีคนต่อว่า ด่า มากมาย แต่พลเอกประยุทธ์บอกว่าผมยังไม่ท้อ และขอให้ทำงานไปด้วยกัน ถ้าไม่ทำงานไปด้วยกันประเทศไทยก็ไปด้วยกันไม่ได้ เป็นการแสดงเจตจำนงว่านายกพร้อมเดินหน้าต่อ หากตัวเรา อยู่ในภาวะที่ถูกบีบคั้นถูกด่าว่าถูกขู่ฆ่า แต่ก็ยังมั่นคงที่จะทำงานช่วยเหลือบ้านเมืองต่อไป ก็คิดว่า ใช้สำนวนอยู่ยงคงกระพันมั่นคงแน่วแน่ในการแก้ไขบ้านเมืองให้ผ่านวิกฤตไปได้
พ่อครูว่า... อาตมาก็อาศัย sms ในการอธิบาย เพราะเป็นสิ่งที่มีคนรองรับ ไม่ใช่สิ่งที่จะไม่ติดลอยลมพูดไปตามภพตัวเอง
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน จะออกจากความฟุ้งซ่าน คือ อุทธัจจะกุกกุจจะ ได้อย่างไร _*แก้วตะวัน พวงบุบผา* : น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพบูชาศรัทธายิ่งค่ะ..ตามที่พ่อครูกรุณาอธิบายถึงโทษของการติดความง่วงซึม ติดถีนะมิทธะ ให้ฟังอย่างละเอียดก็พอเข้าใจค่ะ แต่บางคนเป็นโรคนอนไม่หลับทั้งๆที่ง่วง จนทำให้มีผลเสียต่อสุขภาพ อย่างนี้จะแก้ไขอย่างไรคะ กราบขอบพระคุณค่ะ พ่อครูว่า... คนที่ฟุ้งซ่านเพราะชอบสนใจไปหมด ไอ้นั่นไอ้นี่ก็มาสนใจคิดโน่นคิดนี่ไปหมดติดเป็นนิสัยกลายเป็นคนฟุ้งซ่าน กลายเป็นคนติดคิดมาก เพราะฉะนั้นจะแก้ด้วยวิธีอะไรคุณต้องลดความอยากรู้อยากเห็น มันเป็นทาสของความขบคิดเป็นโลกจินตา ให้เรียนรู้ในปัจจุบัน ที่เรากำลังรับฟังธรรมะ มันมีประเด็นอะไรต่างๆที่ได้รับจากการฟังธรรม เทศน์มาน่าสนใจศึกษาธรรมะ ดีที่คุณมีที่เรียนมีผู้สอนผู้บอกมาขยายความให้ ดีกว่าคุณไปอยู่คนเดียวแล้วไม่มีอะไรเป็นที่ยึดถือเลย อยู่คนเดียวฟุ้งซ่านไปเองเหมือนคนออกป่าเขาถ้ำ พวกนี้น่าสงสารฟุ้งซ่านก็ฟุ้งซ่านกันไปจนกระทั่งเป็นบ้าก็มีเยอะ ถีนมิทธะ ก็มีเยอะจนกลายเป็นพญานาคไปน่าสงสาร เพราะฉะนั้นแม้แต่ อุทธัจจะกุกกุจจะ ฟุ้งซ่านกันมากมายก็น่าสงสาร ถามว่าจะทำอย่างไร ก็ต้องหยุดที่จะไปคิดฟุ้งซ่านไปโน่นไปนี่ เรามานี่ แสดงว่าเจอพบที่จะได้ศึกษาแล้ว เชื่อไหมว่าผู้สอนผู้ให้ความรู้เป็นผู้ที่มีความรู้และภูมิธรรม ที่หายาก และมีแล้วเพียงพอ ตัดเรื่องอื่นทิ้งไปก่อนมาเอาอันนี้
_*Koithaitik Carp คอยใคร* : กราบเคารพพ่อครูครับหลายวันก่อนผมเล่าเรื่องที่ผมขอมาอยู่บ้านราชให้คนที่บ้านผมฟัง แล้วบอกเขาว่าพ่อครูให้มาอยู่ได้ตลอดชีวิตถ้าถือศีล5ได้หรือมากกว่ายิ่งดี คนที่บ้านก็บอกว่า" แน่ใจแล้วหรือคิดให้ดีๆนะ" ผมก็บอกเขาไปว่า "ใจไปอยู่แล้ว แต่กายยังไปไม่ได้เพราะพ่อครูบอกให้จัดการเรื่องทางโลกให้จบก่อน" ตอนนี้ผมไม่มีภาระเรื่องพ่อแม่แล้วเพราะท่านเสียหมดแล้ว ลูกชายก็เรียนจบทำงานมีเงินเดือนแล้ว ก็เหลือแต่คนที่บ้านนี่หละครับที่เป็นภาระ เพราะผมต้องจ่ายค่าน้ำมันรถให้เขาทุกเดือนผ่านทางบัตรเครดิต แต่ผมมาคิดดูถ้าผมจะจ่ายค่าน้ำมันล่วงหน้าให้เขาไปเลยจนกว่าเขาจะเกษียณก็ราว ๆ สิบกว่าปี เดือนหนึ่งค่าน้ำมันก็ไม่เกิน 5,000 บาท ปีหนึ่งก็ไม่เกิน 60,000 บาท ตีต้องจ่ายล่วงหน้า 15 ปีก็เป็นเงินราว 900,000 บาท มาคิดอีกทีถ้าเขาอยู่บ้านผมๆก็คิดค่าเช่าเขาสัก 2,000 ต่อเดือนหักจากค่าน้ำมันรายเดือน 5,000 บาทผมก็จ่ายแค่ 3,000 บาทต่อเดือนปีหนึ่งก็ 36,000 บาท ถ้า 15 ปีก็ 540,000 บาท ลดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะเลยครับ ที่ผมคิดทั้งหมดนี่ผมคิดเล่นๆครับไม่กล้าบอกคนที่บ้าน ติดตรงที่เขาพูดว่า"แน่ใจแล้วหรือคิดให้ดีๆนะ" ผมจึงขอถามพ่อครูครับถ้าผมทำแบบที่ว่าจริง ๆ ผมทำผิดไหมครับ แต่ยังไงปีใหม่นี้ผมขอไปพึ่งใบบุญพ่อครูแน่นอนครับขออยู่สักหนึ่งเดือน กราบขอบพระคุณพ่อครูครับ พ่อครูว่า... อย่างที่คุณตัดสินมาอยู่สัก 1 เดือนก่อนแล้วคุณจะได้รายละเอียดไม่ต้องถามอาตมาก็ได้ถ้าคุณฉลาดพอ แต่ถ้าไม่ฉลาดพอก็ค่อยคุยกัน
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน ความเป็นโพธิสัตว์เริ่มต้นแต่สัตว์ใต้ต้นโพธิ์ _*Bua Lukpho (บัว ลูกโพธิ์)* : ฟังพ่อมานาน พ่อฟันธง คนนั้นคนนี้เป็นโพธิสัตว์ แต่ละคน อยู่นอกอโศกแทบทั้งนั้นเลยค่ะ แต่ทำงานเพื่อสังคม เช่นอาจารย์สมเกียรติ ส.ศิวลักษณ์ พลเอกประยุทธ คนล่าสุดที่สนธิญาณ แสดงว่าดิฉันตาถั่ว ต้องเบิกตาใหม่แล้ว เพราะเห็นสนธิญาณ หรือคนกะล่อน ส่วน ส.ศิวลักษณ์ ถ้าไม่ได้ฟังพ่ออธิบายอย่างละเอียดแล้ว คิดว่าคนนี้ล้มเจ้าแน่นอน ตั้งสมัย ร. 9 ดิฉันต้องพิจารณาตัวเองใหม่ค่ะ ปัญญาด้อย กราบสาธุค่ะ พ่อครูว่า... เรื่องโพธิสัตว์มันมีตั้งแต่ 1 โพธิสัตว์ที่ยังไม่มีโพธิยังไม่มีความตรัสรู้อะไรเลยแม้แต่เริ่มโสดาปัตติผล โสดาปัตติมรรคบางทีก็ยังไม่สัมมาทิฏฐิด้วย เรียกว่าเป็นสัตว์ใต้ต้นโพธิ์ มีความตั้งจิตปณิธานจะขอดำเนินประพฤติตนเป็นพระพุทธเจ้าให้ได้ แต่ภูมิธรรมยังไม่เข้าขั้นโสดาปัตติมรรคเลยอย่างนี้เป็นต้น ก็เป็นโพธิสัตว์ใต้ต้นโพธิ์มาก่อน ได้ จึงเริ่มปฏิบัติเป็นโพธิสัตว์ได้มรรค และมรรค นั่นยังไม่สัมมาทิฏฐิ แต่ตั้งใจพากเพียรไปจนสัมมาทิฏฐิก็ได้เป็นโพธิสัตว์ ระดับ มรรคสัมมาทิฏฐิแล้ว และปฏิบัติไป จนเกิดเป็นสัมมาผลไปเรื่อยๆ เป็นโสดาปัตติผล เป็นผู้ที่ชื่อว่าโสดาปัตติผลเต็มตัว และมีความเป็นสกิทาคามีเลื่อนขึ้นไปเรื่อยๆ จนได้ผลเป็นสกิทาคามีแล้วก็เลื่อนไปหาอนาคามี จนได้อนาคามีแล้วก็เลื่อนไปหาอรหันต์จนได้อรหันต์ แล้วจะต่อเป็นอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้าก็เชิญ พระอรหันต์มีสิทธิ์จะปรินิพพานเป็นปริโยสานได้แล้ว และผู้นั้นไม่ตั้งจิตเป็นโพธิสัตว์ต่อ ตายลง กายัสสะ เภทา ปรัมมรณา เป็นดินน้ำไฟลมไปเลย เมื่อหลังจากการตายตัวเองก็เป็นดินน้ำไฟลมไปอย่างนี้เป็นต้น นี่คือรายละเอียดของความเป็นโพธิสัตว์ คร่าวๆ เถรวาท หรือเมืองไทยไม่มีความรู้ของโพธิสัตว์เลย หรือแม้แต่มหายานก็ตาม จะมีความรู้โพธิสัตว์ที่ถูกต้องสัมมาทิฏฐิดีเหมือนอย่างที่อาตมาอธิบาย เพราะอาตมาเป็นโพธิสัตว์จริงระดับ 7 ด้วย สามารถอธิบายความจริงที่เป็นรายละเอียดได้มากพอสมควร ถ้าเป็นอภิภู ระดับ 8 ก็จะเก่งกว่าอาตมาอีก แต่อาตมายังระดับ 7 เท่านั้นก็ว่ากันไปตามที่มีภูมิพูดความจริงระดับที่มี ก็ติดตามฟังไปผู้สนใจธรรมะพระพุทธเจ้า ซึ่งมันยอดเยี่ยมกว่าเทวนิยมเขาจริงๆ ศึกษาเถอะพวกเราพบศาสนาพุทธได้เรียนรู้ธรรมะของพระพุทธเจ้าและสุดยอดได้เกิดมาเป็นมนุษย์แล้ว คนที่ยังไม่เจอพระพุทธเจ้า ยังไม่เจอศาสนาพุทธ ยังไม่รู้จักโลกุตรธรรมเลย แม้จะได้ชื่อว่าได้ศึกษาศาสนาพุทธเป็นถึงดร. ก็ยังไม่มีภูมิพอที่จะรู้จักโลกุตระมีเยอะจริงๆ เพราะฉะนั้นพวกคุณนี้ไม่ใช่ธรรมดาหรอกที่สามารถรู้จักโลกุตระ ยิ่งสามารถมีโลกุตระ โสดาจริง สกิทาจริง อนาคาจริง อรหันต์จริง ยิ่งเป็นยอดคนเกิดมาไม่เสียชาติเกิด
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน อภิสังขาร 3 ที่พ่อครูรู้ไม่เหมือนกับกระแสหลัก _*0852* : พ่อครูมีอภิศิลป์ในการสั่งสอนอบรมลูกให้ทำอภิสังขารเป็นจนจิตเป็นอภิปโมธยัง จากอภินิหาร อภิชาติ เหนือชาติ ก็พอเห็น อภิธรรม เหนือธรรม ก็พอเป็น อภิวัฒน์ เหนือโลกีย์ หนีลำเค็ญ อภิภู ช่างมองเห็นยากเย็นเอย กราบคารวะบูชาพ่อครูอย่างสูงยิ่ง พ่อครูว่า... อาตมาเป็นโพธิสัตว์ก็สามารถฝึกบุรุษที่สมควรฝึกได้มาถึงขั้นนี้ คำว่า อภิสังขาร อาตมาก็รู้จักสาระสัจจะของมันได้ชัด ที่คนจะมีอภิสังขาร 3 คนจะมีปัญญามีปฏิสัมภิทาญาณหรือมีปัญญาละเอียดลึกซึ้งสูง รู้ชัดเจนในความเป็นอภิสังขาร 3 ก็เป็นเรื่องยาก ปุญญาภิสังขาร เขาก็รู้เป็นสังขารถึงขั้นทำบุญเป็น อปุญญาภิสังขาร เมื่อเขาเข้าใจคำว่าบุญผิดก็เลยเข้าใจว่าทำบุญเป็นแต่เป็นอย่างผิดๆ เป็นยังไม่เป็นบุญแท้ ยังไม่ถึงขั้นบุญที่แปลว่า ชำระกิเลส แล้วไปเข้าใจว่าบุญนี้มันมีหน้าที่ชำระกิเลสเท่านั้น มันจะไม่ต่ออันอื่นเลย จบเรื่องชำระกิเลสเสร็จแล้วมันก็หายไปเลย เพราะฉะนั้น อปุญญาภิสังขาร เขาจึงเข้าใจไม่ได้เพราะไปเข้าใจว่า ปุญญะ ยังมี 2 ขาไม่ใช่ขาเดียว ไม่ใช่ One way Traffic เพราะฉะนั้นเมื่อบอกว่า อปุญญะ จึงแปลว่าเป็นบาป ก็เลยมีบาปกับบุญไม่รู้จักจบ พวกนี้ไม่มีปรินิพพาน หมุนอยู่ 2 ขานี้หมุนอยู่ตลอด ที่จริงแล้วบุญไม่ใช่ 2 ขา มีขาเดียว จัดการกิเลสเสร็จหมดอาสวะ บุญก็หายไปเลย เป็นคนไม่มีบาปไม่มีบุญ เป็นคนหมดบุญหมดบาป ปุญญปาปปริกขีโณ ดับสิ้นบุญสิ้นบาป เขาก็จะเข้าใจไม่ได้ว่า ปุญญปาปปริกขีโณ คือ คนหมดบาปหมดบุญ ในพระอรหันต์ทุกองค์ขึ้นไปโพธิสัตว์ขึ้นไปหมดแล้วบาปบุญ ผู้เป็นอรหันต์เป็นโพธิสัตว์ที่สูงขึ้นไป พากเพียรปฏิบัติให้เป็นโพธิสัตว์ผู้มีภูมิธรรมไปหาอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เถรวาทเข้าใจไม่ได้เป็นอุจเฉททิฏฐิ เข้าใจว่าใครจบกิจเป็นอรหันต์แล้วตายต้องสูญเข้าใจอย่างนั้น เถรวาท โดยเฉพาะประเทศไทย พูดโพธิสัตว์ต่อเขาก็ไม่เข้าใจแล้วเขาบอกว่าโพธิสัตว์คือสัตว์ใต้ต้นโพธิ์ เขานึกว่าโพธิสัตว์ไม่ใช่พระอาริยะ โพธิสัตว์ไม่ใช่เป็นผู้มีความรู้โลกุตระ เขาเข้าใจแต่อรหันต์และเข้าใจอรหันต์ผิดๆเข้าใจเป็นอุจเฉททิฏฐิด้วย จริง อาตมาสอนให้มีอภิสังขารกันได้ แต่เขาไม่เข้าใจ อปุญญาภิสังขาร เพราะฉะนั้นคนนี้ก็หมดสิทธิ์ที่จะทำ อเนญชาภิสังขาร เพราะผู้ที่จะทำ อเนญชาภิสังขาร ต้องมี ปุญญาภิสังขาร เป็นผลชำระกิเลสให้หมดสิ้นละเอียดแล้ว หมดอาสวะแล้ว อปุญญภิสังขาร สำเร็จแล้ว ไม่ต้องทำบุญอีกแล้ว เพราะฉะนั้นกรรมที่จะทำต่อไปจึงมีแต่กุศล บุญไม่ต้องทำอีก เพราะกิเลสหมดแล้ว จึงเป็นผู้ที่จะนับว่าเป็นผู้ที่มีบารมี ก็เป็นบารมีสั่งสม อเนญชาภิสังขาร สั่งสมอุเบกขา ลงเป็น อเนญชาภิสังขาร ยิ่งๆๆขึ้น นี่คือรายละเอียดที่ขยายความให้ฟัง ทำอภิสังขารจนจิต เป็น อภิปโมทยังจิตตัง ก็ถูก อย่างอาตมาเบิกบานร่าเริงตลอดเป็นจิตที่มี อภิปโมทยังจิตตัง เป็นจิตที่บรรลุอรหันต์แล้ว มันไม่มีเศร้าหมอง มีแต่เบิกบานร่าเริงไปเรื่อยๆจนคนอาจจะบอกว่าอรหันต์อะไร เดี๋ยวก็ร้องเพลง เดี๋ยวก็สนุกสนานคุยเล่นอย่างนั้นอย่างนี้ ก็คนมันจบกิจแล้ว อาตมาก็ทำกับใครที่จะทำ กับเด็กเราก็สนุกสนานเล่นคำอย่างเด็กๆ กับคนโตระดับใดก็ใช้คำระดับต่างๆ อาตมาไม่ผิดนี่ คุณไม่รู้ก็เลยอธิบายให้ฟัง และจาก จากอภินิหาร อภิชาติ เหนือชาติ ก็พอเห็น อภิธรรม เหนือธรรม ก็พอเป็น อภิวัฒน์ เหนือโลกีย์ หนีลำเค็ญ อภิภู ช่างมองเห็นยากเย็นเอย ...เออ คนนี้ก็มีความรู้ในพยัญชนะ ก็พอเห็นอภิวัฒน์เหนือโลกีย์ หนีลำเค็ญ อภิภู ช่างมองเห็นยากเย็นเอย แหม ภาษาที่คุณ 0852 พูดมานี้ ใช้พยัญชนะสื่อภาษาทำให้อาตมาเข้าใจว่า พวกคุณนี้ดีนะเก่ง เข้าใจธรรมะเข้าใจพยัญชนะ สู่สภาวะมา พูดกับอาตมารู้เรื่องดีใช้ได้ อาตมาไม่สูญเปล่า แสดงธรรมขยายธรรมะมีผู้รับได้มีผู้เข้าใจได้ ส่วนผู้เข้าใจไม่ได้แล้วก็หลบหลู่อาตมา หรือเข้าใจอาตมาผิดไปเลย ก็น่าสงสาร เห็นแต่เขายังต้องงงอยู่กับสังสารวัฏ หรือสงสาร ที่เขายังงมงายอยู่ต่อไป ก็ได้แต่สงสารคนที่เขาไม่สนใจ
SMS วันที่ 6-7 ก.ค. 2565
_*มุ่ง ตรงธรรม* : พ่อครูเมตตาหลวงตามหาบัวยิ่งเลยครับ น่าเสียดายที่ลูกศิษย์ของ หลวงตาท่าน คงจะเข้าใจได้ยากครับ คงจะมีแต่นักปฏิบัติธรรมชาวอโศกเท่านั้นจะรู้ตามเจตนาในการทนต่อความกรุณาได้ยากของพ่อครู ที่มีต่อหลวงตาท่านนะครับ ว่าหลวงเพื่อลูกศิษย์ท่านกลับตื่นรู้ครับ น้อมหมอบกราบสาธุในความเมตตาของพ่อครูยิ่งครับ พ่อครูว่า... อันนี้จริงอยู่เขาเข้าใจจะได้ยาก จะยากอย่างไรก็ต้องช่วยกันทำ อาตมานี้ มีอัชฌาสัยที่ทนไม่ได้ต่อความกรุณา ก็เอา ที่จริงหลวงตาบัวสิ้นชีวิตไปแล้ว อาตมาก็พูดกับลูกศิษย์ท่านนั่นแหละ ใช้หลวงตาบัวเป็นตัวประกัน ให้ลูกศิษย์เขาฟังพูดกระทบอาจารย์เขา เขาก็สนใจฟังไป เพราะฉะนั้นคนที่ยังไม่มีอคติมากจะได้ประโยชน์ คนที่มีอคติกับอาตมาก็แน่นอนก็ยังไม่ได้ ก็เอาเท่าที่ได้ ผู้สามารถที่จะพอรับได้ก็ต้องเอาอย่างนี้แหละ เขาสนใจตั้งใจมาปฏิบัติธรรมนั้นก็น่าสงสาร หลายคนเอาชีวิตทั้งชีวิตมาบวชตั้งแต่เป็นเณร น่าเห็นใจจึงจำเป็นต้องทำเผื่อเขาไป
_*Jakkajanthip Sawanglaum (จั๊กจั่นทิพย์ สว่างล้ำ)* : กราบขอบพระคุณท่านปัจฉาทั้ง 5 ท่านค่ะ ที่ดูแลพ่อท่านเป็นอย่างดี ฟังแล้วรู้สึกปลื้มปิติเป็นอย่างมากค่ะ
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน หลักเกณฑ์ประชาธิปไตย 4 อย่าง ที่เป็นโลกุตระ _*ชีวิต อยู่ที่การตั้งค่า* : ลุงตู่เป็นคนดีแต่คนส่วนมากกลับก่นด่าทั้งที่คนเหล่านั้นก็ได้ประโยชน์เช่นเดียวกับอโศกเป็นสำนักที่ดีแต่คนกลับรู้จักน้อยนัก..ใกล้เกลือกินด่างมีของดีอยู่ข้างกลับมองไม่เห็น(คนอีสาน) พ่อครูว่า... อาตมาพูดแล้วก็ยิ่งชัดคือ พลเอกประยุทธ์ทำงานเป็นโลกุตรธรรม คนถึงเห็นได้ยาก รู้ได้ยาก เข้าใจได้ยาก เพราะโลกุตรธรรมมันทวนกระแสโลกีย์ คนโลกีย์มันเยอะ เพราะฉะนั้นจึงจะรู้ได้ยาก ยิ่งอาตมาระบุเลยว่า พลเอกประยุทธ์ทำงานประชาธิปไตยโลกุตระ เขายิ่งมืดหน้าเลย เขาจะไม่เข้าใจได้เป็นอันขาด เป็นอันขาดนะ เขาจะไม่เข้าใจได้เป็นอันขาด เขายังไม่กระดิกหูในเรื่องโลกุตระและประชาธิปไตยที่เป็นโลกุตระนั้นคือของพระพุทธเจ้า ในโลกนี้ยังไม่มีใครรู้จัก โลกนี้ยังไม่มีประชาธิปไตยของพระพุทธเจ้า โลกนี้ประชาธิปไตยยังก้าวไปสู่โลกุตระไม่ได้ ประเทศจีนเป็นประเทศที่แสวงหาการบริหารปกครอง เขาก็ไปหลงคอมมิวนิสต์ จนกระทั่งรู้แล้วว่าคอมมิวนิสต์ไปไม่ได้ ก็เลยกลับมาใช้ความรู้ที่ไม่ใช่คอมมิวนิสต์ทีเดียวเป็นอย่างใหม่ คอมมิวนิสต์คือการมีพรรคพวก ใช้อำนาจพรรคพวกนั้นเป็นใหญ่แล้วบริหาร ส่วนประชาธิปไตยนั้นไม่จับกลุ่มอำนาจเป็นคณะ บริหารให้มีความเท่าเทียมกันหรือกระจายให้ถ้วนทั่วไปหาประชาชนในทันที ไม่ใช่แบบคอมมิวนิสต์ จีนล้มเหลวในทางคอมมิวนิสต์แล้วก็มาหาวิธีใหม่ ก็ได้วิธีใหม่ขึ้นมา สีจิ้นผิงเข้าใจ การกระจายอำนาจ ซึ่งประชาธิปไตยเขาก็เรียน การกระจายอำนาจประชาชน ด้วยคณะที่มีอำนาจโดยธรรม เป็นคณะบริหาร อย่าไปยึดอำนาจบริหารในความแคบของพรรค ประชาธิปไตยจะไม่มีพรรค ประชาธิปไตยไม่มีพวก ประชาธิปไตยไม่มีตัวตน ประชาธิปไตยกระจายอำนาจจากตัวตนหนึ่งคน จากคณะทั้งคณะ กระจายไปสู่บุคคลเฉลี่ยไปตลอด นี่คือประชาธิปไตย รู้ยากเข้าใจยากเพราะมันเห็นไม่ได้ รู้ไม่ได้ว่า อำนาจที่มันละเอียด จากความไม่มีตัวตน อำนาจเป็นอำนาจโดยธรรม ที่มันละเอียดจากคนที่ไม่มีตัวตน จากคนที่ถ้าทำงานบริหารก็จะรับใช้ประชาชน จะซื่อสัตย์ จะมีสมรรถนะเท่าใดก็ทำด้วยตัวไป เพราะฉะนั้นประชาธิปไตยคือ 1.ไม่มีตัวตน 2. ซื่อสัตย์ 3. รับใช้ประชาชน 4. มีสมรรถนะ สมรรถภาพทำงาน อย่างน้อยประชาธิปไตยก็มีหลักเกณฑ์ 4 อย่างนี้ เป็นต้น
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน ทำไมพ่อครูใส่รองเท้าเดิน _Hr Td (เอชอาร์ ทีดี) : พระอรหันต์ท่านจะไม่ละเมิดพุทธบัญญัติแม้ข้อเล็กน้อย ตัวอย่างท่านพระมหากัจจายนะ อยู่แคว้นอวันตี ชาวบ้านแถบนั้นเขานิยมอาบน้ำบ่อยๆ เพราะถือว่าการอาบน้ำทำให้สะอาด ส่วนพระวินัยบัญญัติให้ภิกษุสิบห้าวันจึงอาบน้ำได้ ท่านก็ให้พระปุณมันตานีบุตร มาขออนุญาตพระศาสดาก่อนจึงอาบน้ำบ่อยๆได้..ท่านไม่ทำอะไรตามใจชอบเหมือนนักบวชบางเหล่าในปัจจุบัน..ที่อยากใส่รองเท้าแบบใหนก็ใส่ตามใจชอบ... พ่อครูว่า... คนนี้ติดใจในเรื่องรองเท้า อาตมาก็ใส่รองเท้าไปเดิน เขาซื้อไว้ให้ อาตมาก็ใส่ไปเรื่อยแหละ ฉลองศรัทธายังไม่ค่อยครบเลย เดี๋ยวเขาก็ส่งคู่นั้นคู่นี้มา เห็นว่ามันดี ถูกโฆษณาเข้าครอบงำทางความคิดเห็นว่าดี ก็อยากให้อาตมามีรองเท้าดีๆใส่ก็ส่งมา ส่งมา อาตมาก็ใส่ไป เพราะว่าอาตมาไม่ติดไม่ยึดแล้วว่าจะใส่รองเท้าหรือไม่ใส่รองเท้า ยิ่งอายุมากขึ้น หนังมันบาง หนังเท้าก็บาง หน้ายิ่งบางใหญ่ จริง เพราะฉะนั้นก็เลยจำเป็นที่จะต้องทดแทน คนในยุคพระพุทธเจ้าเป็นสุขุมาลชาติ ตีนบาง ตีนนุ่ม ตีนไม่หยาบ ไม่คายเหมือนตีนคน จนกระทั่งมีขนขึ้นที่ฝ่าเท้าเป็นสุขุมาลชาติ มีตัวอย่างบุคคลจริง แต่เสร็จแล้วต้องถอดรองเท้า พื้นเท้าก็แตกเลือดไหลเพราะตีนมันบาง ยิ่งพื้นดินพื้นหิน พวกเรามีหินเยอะตีนก็แตก ก็มีคนเห็นก็ไปทูลขอพระพุทธเจ้าว่าขออนุญาตให้ท่านผู้นี้ (โยมว่าพระโสณะฯ) ใส่รองเท้าเถอะ พระพุทธเจ้าก็อนุญาต ให้ใส่รองเท้าเป็นใบไม้ได้ใบเดียวอย่าซ้อนกัน 2 ใบ โอ้โห ใช้ใบไม้เท่านั้น ก็ไปหาใบหนาๆ กาบนี่ไม่ใช่ใบนะ ต้องใช้ใบไม้ นี่คือเรื่องราวในตำนาน ก็ว่ากันไป เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย เขาก็เอาคำว่ารองเท้ามาแย้งอาตมาที่ใส่รองเท้าเดินอยู่ทุกวันนี้ ลงไปจากตรงนี้ก็ใส่ เพราะว่าตีนมันบางมากแล้วจริงๆ มันเป็นไปตามวัย และอาตมาก็ไม่ได้ซักซ้อมการไม่ใส่รองเท้าเลย จนกระทั่ง ธรรมชาติพื้นเท้ามันก็จะหนาขึ้นแต่อาตมาไม่ได้ทำมันก็เลยต้องบาง ก็จำเป็น คนจะว่าจะตำหนิก็ยอมรับคำตำหนิ อาตมาไม่ได้เป็นคนที่เป็นอย่างที่คุณต้องการ คุณอย่ามาเพ่งมากเลยนะเรื่ององค์ประกอบ ปกิณกะเล็กๆน้อยๆพวกนี้ เอาที่สาระธรรมที่อาตมาอธิบาย ถ้ามีภูมิรับรู้โลกุตรธรรมที่อาตมาสาธยายได้ไหม คุณอย่ามาติดยึดเรื่องเล็กเรื่องน้อยเพราะไม่มีใครบริบูรณ์หรอก ทุกคนมีสิ่งที่ควรตำหนิหรือตำหนิได้ทั้งสิ้น ถ้าคุณไปมัวหาคนที่บริบูรณ์ดังที่คนต้องการ คุณจะไม่มีใครที่จะสามารถสอนคุณได้เลย ยกเว้นพระพุทธเจ้า ก็เหลือแต่พระพุทธเจ้า แล้วในยุคนี้ไม่มีพระพุทธเจ้า ขนาดอาตมาเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 คุณก็ยังมองไม่ออกก็ยาก เพราะคุณสุดโต่งเกินไป พยายามอย่าพูดโต่งเกินไปนัก นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ สมณะเดินดิน... คำถามจากชาวตะวันออกอยู่ใกล้ๆกันมักจะถามในเรื่องรูปธรรมเล็กๆน้อยๆ แต่พวกตะวันตกที่จะมาถามนามธรรมเนื้อหาสาระมากกว่า พ่อครูไม่ได้นึกจะใส่รองเท้าเล่นๆ แต่เป็นสิ่งที่เขาขอร้องให้ใส่เพราะอายุมากจะลื่นล้มได้ ดูแลสุขภาพถ้าหกล้ม 1 ทีก็แย่เลย ในวัย 88 ปี อะไรจะทำให้ร่างกายปลอดภัยได้ก็ต้องทำ เมื่อใส่รองเท้ากันล้ม ผิวหนังก็ไม่ได้สัมผัสพื้นก็ยิ่งทำให้บางมากขึ้นอีก ก็ได้อย่างเสียอย่าง ขนาดท่านวัย 88 เขียนหนังสือวันละ 4-5 ชั่วโมงแล้วลงมาเทศน์ 2 ชั่วโมงได้ จะมาจับส่วนละเอียดมาตำหนิก็ว่าไป แต่ในวัยขนาดนี้สามารถทำงานได้มากกว่าคนทั่วไปธรรมดา เขียนหนังสือไม่ใช่เขียนธรรมดาด้วย มีโทรทัศน์ 4-5 เครื่องที่เปิดเสียงตลอดเวลาด้วย ถ้าหากจิตไม่มีสมาธิที่แน่วแน่เพียงพอ จะเขียนหนังสือได้อย่างไร นี่เผื่อให้ฟังในประเด็นอื่น พ่อครูนั้นอายุขนาดนี้ทำงานขนาดนี้ ยังไม่ได้นั่งรถเข็นหรือนอนติดเตียงเลย
พ่อครูว่า... พูดถึงตรงนี้ อายุมากๆแล้วนั่งรถเข็นหรืออายุมากแล้วนอนติดเตียง อาตมาก็ยังนึกถึงตัวเอง เราอายุมากเข้าจริงๆเราจะกลายเป็นคนนั่งรถเข็น หรือจะเป็นคนนอนติดเตียงหรือไม่ ซึ่งอาตมาเห็นว่า ไม่น่านะ อาตมาไม่น่าจะตกอยู่ในสภาวะเช่นนั้น ซึ่งภูมิธรรมนี่แหละ ถ้ามีพอ อาตมาก็พยายามอยู่ว่าเราจะตกอยู่ในฐานะนั้นหรือไม่ ก็ทั้งรอดู ว่าจะเป็นเช่นนั้นไหมกับพยายาม พยายามจะไม่ให้เป็นคนเช่นนั้น ที่นี้ไม่ให้เป็นคนเช่นนั้นแล้วจะทำอย่างไร ก็คือ ถ้าอาตมาจะถึงภาวะเช่นนั้น อาตมาก็จะตายเลย ถ้าจะตกอยู่ในภาวะนั่งรถเข็น หรือ นอนติดเตียง เพราะฉะนั้นก็จะไม่เก่งก็อาจจะนั่งรถเข็นนิดหน่อยเดี๋ยวก็ตายแล้ว หรือนอนติดเตียง ไม่นานก็ตายแล้ว ถ้ายังไม่เก่ง ถ้าอย่างเก่งก็ไม่ยอมนั่งรถเข็นเลย ไม่ยอมนอนติดเตียงเลย มันไปต่อไม่ได้แล้วก็ทำตายให้กับตัวเองเลย เพราะฉะนั้นเราจะทำสำเร็จไหม ไม่ต้องไปดูไบ ดูไป
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน สมาธิที่เรียกว่าสมาหิโต คือเช่นไร _Komol Khamprao (โกมล คำเพรา) : ท่านโพธิรักษ์ ท่านบอกว่าพวกที่นั่งหลับตาทำสมาธิ ไม่ได้อะไร ท่านรู้หรือไม่ว่า มรรค 8 มีสมาธิชอบด้วย ท่านรู้ไม่ว่าการหลุดพ้นต้องที่สมาธิ 4 ครั้ง หลุดที่วิปัสสนา 4 ครั้ง ถึงจะหลุดพ้นครบ มรรค 4 ผล 4 แล้ว สมาธิใช้เจริญเมตตาเจโตวิมุติเพื่อละกรรมครบทั้งสามภพภูมิได้หมดแล้วเมื่อกายแตกดับก็เข้าสู้นิพาน พ่อครูว่า... จริง อาตมาพูดผิด ถ้าคุณตีความแค่นั่งหลับตาทำสมาธิไม่ได้อะไร ก็ถือว่า อาตมาก็พูดผิด เพราะเขาได้ เขาได้ความสูญเปล่าหรือเขาได้ความซับซ้อนของกิเลสที่หนามากยิ่งขึ้น ซึ่งเขาได้นะ ถือว่าอาตมาพูดผิดก็แล้วกัน แต่ที่จริงอาตมาละเว้นไว้ในฐานที่เข้าใจคุณเข้าใจไม่ได้ อย่างที่พูดไปเมื่อกี้ว่าเขาได้ เขาได้สิ่งที่เป็นภพเป็นชาติ เขาได้สิ่งที่ซับซ้อนที่เขาไม่รู้เรื่อง แล้วก็ไปหลงนิโรธที่สะกดจิต เป็นนิโรธที่ถูกต้อง อย่างนี้เป็นต้น แล้วก็หลงว่าตนเองเป็นอรหันต์ อย่างเช่นมหาบัว สายหลับตาทั้งหลาย หลับตาไม่มีทางที่จะบรรลุอรหันต์
เอาคำพูดของคุณ โกมล นำมาอธิบาย ที่ว่าท่านรู้หรือไม่ว่ามรรค 8 มีสมาธิชอบด้วย อาตมารู้ดีด้วยคุณเอ๋ย อาตมารู้ดีว่ามรรค 8 นี้มีสัมมาสมาธิ สัมมาสมาธิคืออะไร การนั่งสมาธิหลับตานั้นแล้วได้สมาธิ สมาธิที่ได้นั้นคุณจะสั่งสมสมาธิที่ได้จากการหลับตานั้น ขนาดไหนก็ตามเก่งกว่าอาฬารดาบส เก่งกว่าอุทกดาบสก็ตาม คุณไม่มีวันได้สัมมาสมาธิ หรือสมาธิที่คุณไม่ได้นั้นไม่ตกผลึกลงเป็นสัมมาสมาธิที่ตั้งมั่น แท้จริง คุณก็ได้สมาธิอย่างมิจฉาทิฏฐิตกผลึกลงไปตั้งมั่น คุณจะได้มิจฉาสมาธิตกผลึกตั้งมั่นแล้วเข้าใจว่าเป็นสมาธิที่ควรได้และคุณก็ทำเอา มันก็มีสิ่งนั้นตกผลึกให้แก่คุณ คุณไม่ได้สัมมาสมาธิหรอก เพราะคุณเข้าใจสัมมาสมาธิไม่ได้ สัมมาสมาธิคืออะไร สัมมาสมาธิคือสมาธิลืมตา ปฏิบัติจรณะ 15 วิชชา 8 เป็นสมาธิตามสัทธรรม 7 มี ศรัทธา หิริ โอตตัปปะ พหุสัจจะ วิริยะ สติ ปัญญา เมื่อเกิดปัญญาจริงตัดกิเลสได้ กิเลสก็ลดลงไปเรื่อยๆจริง ตกผลึกลงเป็น สมาธิ ความตั้งมั่นที่กิเลสลดลงจริง ถูกฆ่าตายไปตามลำดับจริง กิเลสหม
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive