650912 ผู้เป็นกลางคือผู้วางกามกับอัตตา รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 54.docx
เนื้อหาในไฟล์
650912 ผู้เป็นกลางคือผู้วางกามกับอัตตา รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 54 https://www.boonniyom.net/51879.html
ดาวโหลดเอกสารที่ https://docs.google.com/document/d/1r497IkY5GDww8tnOin60fOJLG16E3H8AUFMHobf4IgE/edit?usp=sharing
ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/file/d/1dahuuLksyrsjrY8MXL2w9Skcgvt2wmQV/view?usp=sharing
ดูวิดีโอได้ที่ https://youtu.be/rFNTUshKa2E และ https://fb.watch/fuV1_62o2O/
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน รู้ความจริงซึ่งความดับในศาสนาพุทธ _สู่แดนธรรม…วันนี้เป็นวันจันทร์ที่ 12 กันยายน 2565 ที่บวรราชธานีอโศก พ่อท่านได้เทศน์ไว้ผมลองสรุปดูว่า สายปัญญา ไม่ได้หมายถึง ปัญญาในการทำอาชีพทำมาหากิน แต่ปัญญานี้ พระพุทธเจ้าหมายถึงความรู้จริงตามความเป็นจริง และอะไรจริง ทุกอย่างในโลก มี 2 อย่างคือ รู้ในสิ่งที่เป็นการเกิด กับรู้ในสิ่งที่เป็นความดับ พ่อครูว่า... ได้ คำว่า รู้ความจริงซึ่งความดับ ภาษามันก็พอเข้าใจกัน อะไรดับ กิเลสดับ กิเลสเป็นเหตุให้โง่ กิเลสเป็นเหตุให้ไม่รู้จักดับ กิเลสนี้ดับไม่เป็น ดับตนเองไม่เป็น สายเทวนิยม ไม่รู้จัก จิต เจตสิก รูป นิพพาน ไม่รู้จัก ปฏิจจสมุปบาท ไม่รู้จักการเกิดของจิตเจตสิกรูปต่างๆจนกระทั่งถึงขั้นนิพพาน นั่นคือไม่รู้ที่พระพุทธเจ้าขยายละเอียดไปถึง ไม่รู้จักปฏิจจสมุปบาทต่างๆ ตั้งแต่สังขารวิญญาณ นามรูป สฬายตนะ ผัสสะ เวทนา ตัณหา อุปาทาน ภพ ชาติ ก็ยังเกิดวนเวียน ในชาติต่างๆตลอดไม่รู้จักจบ ดับชาติดับการเกิด ชาติคือการเกิด ดับไม่ได้ ดับเหตุ ที่มันพาเกิด คือกิเลสแท้ๆ ภาษาว่ากิเลสนี้แยกเป็น ตัณหา อุปาทานได้อีก โลภ โกรธ หลงได้อีก เยอะแยะ เป็นกาม เป็นอัตตาต่างๆ ก็ทั้งนั้น เป็นเหตุ เมื่อเรียนรู้โดยทฤษฎีที่พระพุทธเจ้าท่านตร
อ่านต่อ
ัสรู้ได้จบสิ้นแล้ว แล้วเอาตัวเองมาศึกษาปฏิบัติ พิสูจน์ ตั้งแต่ โลกวงวน เกิดดับๆ วงวนไป สัมผัสเกี่ยวข้อง ไปสัมผัสเสพรส อ่านจากการเสพรส อ่านจากการติดยึดรส รสชอบ รสพอใจ รสพึงใจ คือรสสุข รส คือ ความมี ไม่หน่ายไม่คลาย ไม่อยากจาก นี่แหละรสอันนี้แหละ มันเป็นภาวะความอวิชชา ความโง่ ความหลง ที่ ทำให้คนหลงจริงๆ หลงอย่าง ไม่รู้ตัวเลย ทั้งๆที่ความมี ประเดี๋ยวมันก็หายไป ประเดี๋ยวมันก็ไม่มี เขาก็ผ่านอยู่นะ แต่เขาไม่สะดุดความไม่มี เขาไม่สะดุด แล้วเขาไม่สามารถที่จะทำให้ความไม่มี ไม่มีได้นิรันดร ไม่มีได้อีกต่อไปเลย พระพุทธเจ้าเริ่มให้พิสูจน์ตนเอง ตั้งแต่คุณไปติดอะไรในโลกที่ หยาบๆ แรงๆ ร้ายๆ ติดจัดจ้าน มันแรงมันร้าย อื้อหือ ต้องลงทุนลงแรง ลงกำลังหนัก ไปเสพไปติด เลิกออกมาบ้างลองดูบ้าง เรียกว่าโลกอบายมุข หัวหน้าความไม่สบายความไม่รู้ ว่าจริงๆแล้วมันไม่สบายมันเป็นทุกข์ มันเป็นสิ่งที่ทนได้ยาก เป็นสิ่งที่คนไปหลงวนเวียนอยู่กับมัน เพราะฉะนั้นต้องมาจับสิ่งที่เราติดจริง มีจริง ไปวนเวียนอยู่จริง แล้วก็เอามาเรียนรู้ อ่าน เหตุที่มันไปติดไปชอบไปยึด มันสำคัญนักหรือ ถ้ามันไม่มี เราปล่อย เราเลิก เราวางมันแล้วจะตายหรือ ลองดูซิ ลองดูจริงๆ มันไม่ตาย มันเบาสบายด้วย มันหลุดพ้นมาด้วย ไอ๊หยา ได้ตัวอย่าง เมื่อได้ตัวอย่างแล้วก็ทำมาเรื่อยๆ พูดให้พวกเรานี้ พวกเรา อบายมุขไม่มีแล้ว เพราะฉะนั้นเข้าใจแล้วอันนี้ สูงไปถึงขั้นเป็น กามขั้นหยาบ กามขั้นหยาบ ราคะขั้นแรงๆ จัดๆจ้านๆหยาบๆ จ๋าๆจี๋ๆ แต่ก่อนเราก็ไปดีกับมัน ยินดีกับมัน เป็นสุขถ้าได้มาก็ชื่นใจ ก็มาเลิกอีก โอ้ เบา สบาย ว่าง ยิ่งมีหมู่มีพวก มีตัวอย่าง กลุ่มหมู่ ผู้บรรลุ ผู้ปฏิบัติแล้ว เป็นชุมชนหมู่กลุ่ม เป็นสังคม เป็นวัฒนธรรม เป็นพฤติกรรมปรากฏการณ์ในโลกเลยอย่างชาวอโศกเรานี่ โอ้โห มิตรดี สหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดี นี่แหละ มันน่าไปอยู่ด้วย ก็มาเลยๆ แล้วก็จะดำเนินการศึกษาปฏิบัติไปตามหลักจรณะ 15 วิชชา 8 มีศีล ไปทีละขั้น ทีละระดับ ๆ บรรลุไปได้อย่างละเอียด ลาดลุ่มเหมือนฝั่งทะเล อัศจรรย์ไม่ต้องย้อนกลับไปอีกเลย ปื๊ดๆๆ ไปตามลำดับเลย จบแล้วจบเลยๆๆ ไม่ต้องขลุกขลักๆ วนไปวนมา ไม่ต้อง ตัวอย่างเหล่านี้เกิดขึ้นอยู่ในประเทศไทย มีอยู่ในหมู่ชาวอโศกอยู่แล้ว แต่แม้ชาวพุทธเอง ได้เสื่อมความรู้ ไม่สามารถเข้าใจความจริงพวกนี้ได้ ทั้งๆที่เกิดให้เห็นมีได้ทั้งหมู่กลุ่มบุคคลพฤติกรรม เอาหลักธรรม ของพระพุทธเจ้ามายืนยันอ้างอิงเข้าไปเท่าไหร่ๆ อาตมาก็ไม่รู้นะ เขาจะเชื่อบ้าง ไม่เชื่อบ้าง หรือไม่เชื่อเลย หรือจะบอกว่ามันจริงหรือ จะไปได้สักกี่น้ำ แต่คนเหล่านั้นตายไปซะก่อนแล้ว ตายไปก่อนที่อโศกจะล้มเหลว อโศกไม่ล้มเหลวหรอก อโศกไม่ล้มเหลวง่ายๆ เพราะอาตมาพาทำ พาพิสูจน์ไป อาตมาจะนำพิสูจน์ไปอีกอย่างน้อย 2 พันกว่าปี ศาสนาพุทธนี้ ถึงจะหมดเชื้อโลกุตรธรรม ซึ่งไม่ใช่ไม่มีที่สุดนะ อาตมาไม่ได้อวดดีที่จะไปได้นิรันดร ไม่ใช่ มันเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป แล้วก็ทำตามที่ท่านผู้รู้ผู้อื่นๆ ว่าไปก่อนนั่นแหละว่า 5,000 ปี เหลืออีก 2,000 ปี อาตมาก็รู้มาก่อนแล้วตั้งแต่อาตมามาทำหน้าที่ชาตินี้ ซึ่งอาตมาก็บอกว่าอาตมาเป็นไก่ตัวพี่ รับหน้าที่นี้มาจากพระพุทธเจ้า ส่วนใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่ ไม่มีปัญหา แต่ อาตมาจะทำจะพิสูจน์ความจริงไป คุณติดตามอาตมาดีๆก็แล้วกัน อาตมาก็พยายามลากสังขาร ฝืนสังขาร เกินขันธ์ที่อาตมาจะตายมาหลายสิบปีแล้ว จะพยายามไปอีกแค่ได้อีก หลายๆ เรียกว่า เอาชนะวาสนาเดิมก็ได้ เอาชนะกำหนดขันธ์ เอาชนะอายุขัยของตนเอง ตามที่พระพุทธเจ้าท่านก็บอกแล้วว่า เราจะอยู่เกินกว่ากัปป์ก็ได้ ก็พิสูจน์ความจริงอยู่ ส่วนใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ไม่มีปัญหา อาตมาพิสูจน์จริง ที่สุดไปจนกระทั่งว่าทุกวันนี้คนก็เข้าใจว่าอายุเกินร้อยก็ยากแล้ว ยุคนี้ คนอายุ 100 ถือว่าเป็นคนอายุยืนแล้ว เกินร้อยไปยิ่งอายุยืนยาว เกินไปมากเท่าไหร่ก็ยิ่งยืนยาวเท่านั้น อาตมาจะอยู่ให้เกินร้อย ทั้งๆที่ก็พูดไปแล้ว อาตมาอายุ 72 ก็จะไปแล้ว แต่ที่นี่ก็พยายามฝืน พยายามที่จะเอาชนะอายุขัย ผ่านมาได้ตอนนี้ 88 ปี 3 เดือน 7 วัน ก็จะไปต่อ…ลองดู โดย พลังงานเท่าที่ตัวเองมีอยู่นี้ อาตมาว่าพลังงานยังสังเคราะห์ สังขาร อวัยวะร่างกายต่างๆยังไปได้ ยังไม่มีส่วนไหนที่จะแย่เกิน นอกจากหลอดคอที่มันมีกระเปาะ มีเหตุปัจจัยที่ร้ายแรง ที่สร้างเสลดกวนร้ายกาจอยู่นี่ ก็ทำให้เกิดอาการขัดข้อง ไอ อย่างที่เห็นนี่แหละ มันก็สร้างเสลดขึ้นมา มันก็ตายได้เหมือนกัน ตายเพราะเสลดอุดตัน จนหายใจไม่ออกตายก็ได้ แต่ก็พยายามอยู่นี่ใครๆก็ช่วย หมอที่จะยามช่วยได้ก็ช่วยกัน ซึ่งก็ตรงกัน อาตมายังอยากจะอยู่ คนอื่นก็ไม่อยากให้ตายแล้วก็ทำงานไปได้ เพราะอย่างอื่นก็ไม่ขัดข้องเท่าไหร่ จะเมื่อยจะเพลียไปตามวัยอายุมากขึ้น เมื่อยเร็วบ้าง กำลังวังชาก็ไม่เหมือนหนุ่มๆ ก็ไม่เป็นไรก็พักผ่อนเอา ซึ่งอาตมาก็ไม่ได้ไปทำอย่างอื่นมากเท่าไหร่ เพียงแต่รักษาขันธ์ ออกกำลังกายให้มันมีการกระเตื้องสมดุล อย่าให้มันย่อหย่อน อะไรเกินไป มันก็พอเป็นไป
SMS วันที่ 10-11 กันยายน 2565
_แก้วตะวัน พวงบุบผา · การขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์นั้น จิตวิญญาณของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ย่อมสั่งสมคุณงามความดี บุญบารมีมาอย่างมากมายมหาศาลเกินที่คนธรรมดาจะคิดได้ ทุกพระองค์นำความรักความเมตตามามอบให้แก่ประชาชนให้ได้รับความร่มเย็นเป็นสุขตลอดมาและตลอดไปชั่วกาลนาน พ่อครูว่า...ถูกต้อง ต้องมีบารมีมีอำนาจที่จะช่วยเหลือหมู่กลุ่ม มาตั้งแต่ดั้งเดิม ตั้งแต่เป็นเผ่าโบราณ ผีตองเหลือง เป็นต้น ต่อมาก็มีปัญญามากขึ้นก็รู้ว่าการมีเมตตาเอ็นดูเจือจานต่อประชาชน เขาจะยกให้เราเป็นผู้นำเป็นหัวหน้าเป็นเจ้าของ แม้ที่สุด ทรัพย์ศฤงคารแผ่นดิน หรือว่าอำนาจ ที่เราจะสามารถปกครองขอบเขต ทั้งแผ่นดิน พื้นที่ มวลประชาชนก็ดี อำนาจในการสั่งการก็ดี ได้ ก็พยายามรักษา แล้วก็เป็นจริงให้ได้ เป็นผู้ที่เมตตาเกื้อกูลช่วยเหลือ พาประชาชนให้เป็นสุขสบายไป แชร์หรือว่าเฉลี่ยลาภเฉลี่ยของที่จะอาศัย เป็นปัจจัยชีวิตต่างๆให้มีอยู่มีกิน มีเป็นไป ให้ถ้วนทั่วบริบูรณ์ ยังชีพไปให้เป็นสงบเรียบร้อย ก็เป็นที่รู้กันทั่วโลก แล้วก็ปฏิบัติกันอยู่ แต่ มันมีนัยยะที่แตกต่างกันไปด้วยเหลี่ยมมุมต่างๆ ซึ่งเขาก็ลองกันอยู่ ก็มีกันอยู่ทั่วโลกก็มีกันหลายแบบหลายๆลัทธิ หลายๆอย่าง แตกต่างกันมาก แตกต่างกันน้อยอยู่ในโลก ศึกษาไป อาตมาก็บรรยายอันนี้อยู่ แต่มันไม่ง่าย
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน ความเห็นพ่อครูต่อคำชี้แจงของนายกฯประยุทธ์กรณีดำรงตำแหน่ง 8 ปี _ผมชื่ออะไร ไม่รู้ · ลุงตู่เป็นนายกที่ดี บ้านเมืองเจริญขึ้นมาก เรื่องสวัสดิการต่างๆ ชาวนา ประชาชนได้รับมากมาย พ่อครูว่า...อันนี้ผู้ที่มีภูมิปัญญาพอสมควร ก็เป็นที่รับรู้กันอยู่ เป็นที่เข้าใจ เป็นที่รับรู้ว่านายกตู่นี้ทำงานเพื่อประชาชน อย่างจริงจังเหน็ดเหนื่อย แต่แล้วก็มีคนที่เขาจะแย่งชิงอำนาจ ผู้จะมาแย่งชิงอำนาจนั้นก็เห็นอยู่ว่า มีตัวหลักๆ ก็คืออำนาจเก่า อำนาจใหม่ของประชาชนคนไทย เข้าใจ แล้วพอยอมรับพลเอกประยุทธ์ ยิ่งกว่า เอาให้ชัดๆไม่ต้องไปอ้อมค้อม ยิ่งกว่าอำนาจบาทใหญ่ของทักษิณชินวัตร นี่แหละเป็นคู่แข่งที่ยิ่งใหญ่ เพราะฉะนั้นเขาก็มีคณะ แม้จะมีนักการเมืองมีส.ส.อะไรของเขา มีพลังอำนาจต่างๆ ประชากรในประเทศที่ยังศรัทธาเลื่อมใสเขาอยู่ ทั้งๆที่เขาโกงให้เห็น ถูกพิพากษาลงโทษไปตั้งไม่รู้กี่คดีแล้วหนีไปด้วย ไม่กล้าเลย เป็นคนไม่กล้า ภาษาไทยเขาเรียกคนไม่กล้าว่าหน้าตัวเมียนะแต่อาตมาไม่พูดหรอก ไม่ได้พูดนะ อ้างเฉยๆอาตมาไม่ได้พูดเอง เขาว่า ก็พูดตามเขาไป เป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะฉะนั้นเขาก็ยังไม่รู้ความอ่อนแอของทักษิณ ไม่รู้ความไม่กล้าของคุณทักษิณ ไม่รู้ความโกง เขาโกงทุจริตจริงๆ ขี้โลภเห็นแก่ได้เห็นแก่ตัว อาศัยผู้อื่น ช่วยตนเองเพื่อจะโลภโมโทสันกอบโกย ที่พูดนี้ อาตมาขอยืนยันว่าพูดด้วยเหตุที่เป็นความจริง เขาทำไปแล้วเป็นตัวอย่างเป็นปรากฏการณ์ของโลกในยุคนี้ เหมือนเทวทัต ถ้าพระเทวทัตรู้ตัวก็จะไม่ทำ ทักษิณก็เหมือนกันถ้าเขารู้ตัวจะไม่ทำ เพราะเขาทำเหมือนเทวทัต เพราะฉะนั้นอำนาจที่เป็นอยู่ขณะนี้ พลเอกประยุทธ์ ได้ต้าน อำนาจไม่ใช่เล่นนะจนป่านนี้ พลเอกประยุทธ์ เป็นทหารตั้งแต่ดูแล คสช. ยังไม่ได้ออกมาเป็นนายกฯ ก็ต้านทักษิณมาเรื่อยๆอยู่ จนกระทั่งออกมาแล้วได้รับหน้าที่ มาเป็นนายกฯต่อมาจน 8 ปี ก็ทำให้มันเกิดการพัฒนาขึ้นมา เห็นผลตั้งมากมายยืนยันชัดแจ้ง แต่คนที่พยายามใช้สื่อสารสมัยใหม่ กลบเกลื่อน แล้วเร่งลงทุนกันอย่างจริงจัง โปรโมท ก็เลยทำให้คนที่ไม่ขยันเท่าคนที่โปรโมทตัวเอง พวกเขาโปรโมทตัวเองเยอะ แล้วทักษิณก็ใช้เงินกับพวกนี้ ให้พวกนี้ได้รับเบี้ยบ้ายรายทางช่วยเขาอยู่ ก็จะมีบ้างคนที่ไม่ได้เห็นแก่เงิน แต่เขาเข้าใจอย่างนั้นจริงๆเขาเป็นบริวารกันอันนี้เป็น อจินไตย เป็นสาวกบริวารมาอย่าว่าแต่ชาตินี้เลย ไปถึงชาติหน้าเลย มันเป็นธรรมดาธรรมชาติของคน ก็จะมีมุมอย่างนั้น เทวทัตก็มีหมู่กลุ่มฉันใดทักษิณก็ต้องมีกลุ่มฉันนั้นเหมือนกันธรรมดา เพราะฉะนั้นจะให้คนฉลาดทั้งหมดไม่ได้ คนโง่ก็ยังมี แต่มันก็มีส่วนน้อยในเมืองไทย คนไทย เพราะคนไทยเป็นพุทธศาสนิกชนเป็นโลกุตระรู้ดี เพราะฉะนั้นจะมีส่วนใหญ่ส่วนมากแต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ มีน้อยเขาก็สู้ เขาก็หลอกคนว่าเป็นหมู่ใหญ่ หมู่ใหญ่ที่ไหนล่ะ ชุมนุมครั้งสุดท้ายมีไม่รู้เป็นร้อยคน แล้วบอกว่าใหญ่ เขาจะกล้าอีกไหม ก็คงจะลองอีกเพื่อจะให้รู้ว่ามันไม่ไหวจริงๆนะ แต่ก็เปลี่ยนทิศเปลี่ยนค่ายที่จะไม่อยู่กับทักษิณมาทางนี้มากขึ้นแล้ว ทีนี้ ใช้ประเด็นของกฎหมาย ใช้ประเด็นของช่อง ซึ่งกฎหมายหรือหลักเกณฑ์ก็ดี อาตมาก็เคยอธิบายแล้วเรื่องหลักกฎหมายกับพฤติกรรมจริง 2 อย่างนี้ คนไม่เข้าใจหลักเกณฑ์ กฎเกณฑ์ แล้วก็ไปยึด เชื่อกฎเกณฑ์ เชื่อบัญญัติ มากกว่าพฤติกรรมจริง เพราะอ่านพฤติกรรมจริงไม่เป็น อ่านพฤติกรรมจริงไม่ออก ก็ไปอาศัยหลักเกณฑ์กฎเกณฑ์ เชื่ออันนั้น นี่ก็มีอยู่เยอะ นักเรียน นักศึกษา นักรู้ ผู้รู้กฎหมายต่างๆนานา แต่ตัวเองไม่รู้พฤติกรรมจริงกับหลักเกณฑ์กฎนั้น ที่จริงมันไม่ใช่แล้ว ส่วนคนที่ใช่ หลักเกณฑ์นี้เป็นอย่างนี้ แต่หลักเกณฑ์นั้น มันไม่เป๊ะหรอก หลักเกณฑ์นั้น มันเป็นสมมุติ มันเป็นได้ 2 นัยเสมอ แต่ พฤติกรรมจริงที่คนได้แล้ว เป็นแล้ว อย่างหนึ่งเดียว ไม่เป็น 2 แล้ว อันนี้สิเป็นของแท้ ของชนะ เป็นอรหัตตผล เป็นอรหันต์ มีหนึ่งเดียว พระพุทธเจ้าก็ทรงยืนยันตรัสไว้ว่ามีหนึ่งเดียว ในพระสูตร จูฬวิยูหสูตร สัจจะมีหนึ่งเดียวเพราะฉะนั้นผู้รู้หนึ่งเดียวตรงกันจบด้วยกัน ทีนี้ เขาสรุปมาสั้นๆ เป็นคำชี้แจง ของพลเอกประยุทธ์ สรุปว่า บทบัญญัติมาตรา ๑๕๘ วรรคสี่ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ ที่ว่า นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกินแปดปีมิได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือไม่ แต่มิให้นับรวมระยะเวลาในระหว่างที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปหลังพ้นจากตำแหน่ง ...... นั้น
ข้าพเจ้าขอกราบเรียนชี้แจงว่า ข้าพเจ้าสำนึกและปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีตลอดมา ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและด้วยความจงรักภักดี ด้วยสำนึกในหน้าที่และประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนสูงสุดเหนือสิ่งอื่นใด .....ข้าพเจ้าเชื่อเช่นกันว่าคนที่มีอำนาจเด็ดขาดจะทำให้ผู้นั้นทุจริตได้อย่างไม่มีข้อจำกัดถ้าปล่อยให้มีคนที่มีอำนาจโดยเด็ดขาดเป็นระยะเวลายาวนานเกินไป ก็เท่ากับปล่อยให้ผู้นั้นสามารถทุจริตโดยไม่มีข้อจำกัด และข้าพเจ้าเชื่อเช่นกันอีกด้วยว่าคนที่มีอำนาจเหนือคนอื่น มีแนวโน้มที่จะทุจริตหรือใช้อำนาจในทางที่มิชอบได้ง่าย โดยเฉพาะถ้าเป็นอำนาจในการเป็นผู้นำประเทศก็ย่อมมีโอกาสก่อผลเสียต่อประโยชน์สาธารณะหรือประโยชน์ของประเทศชาติอย่างรุนแรงได้ และเมื่อเป็นเช่นนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศหรือสาธารณะจะต้องตกเป็นผู้รับผลร้ายนั้นในที่สุด ดังเช่นที่มีตัวอย่างให้เห็นเป็นรูปธรรมในประเทศของเราเมื่อไม่นานมานี้ ข้าพเจ้าจึงยึดมั่นที่จะใช้อำนาจการเป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือประโยชน์ของประเทศชาติสูงสุด เพื่อมิให้เกิดผลร้ายแก่ประชาชนเช่นที่เกิดขึ้นมาแล้วในประเทศของเราเมื่อไม่นานมานี้ ดังนั้น ไม่ว่าข้าพเจ้าจะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นระยะเวลาเท่าใด ตราบใดที่ข้าพเจ้ามิได้ประพฤติปฏิบัติตนในลักษณะที่เป็นเหตุให้เสียหายต่อประโยชน์ของประเทศหรือประโยชน์สาธารณะของประชาชนแล้ว ระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของข้าพเจ้าก็มิได้ขัดต่อหลักมาตรฐานสากลและเจตนารมณ์ของบทบัญญัติมาตรา ๑๕๘ วรรคสี่ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ แต่อย่างใด...
ความเห็นของอาตมา พลเอกประยุทธ์ถ้าวางมือไม่รู้ใครจะขึ้นมา คนที่อยากมีอำนาจแล้วกระเหี้ยนกระหือรือด้วย มีอยู่ไหม เสี่ยง คนฉลาดรู้ทั้งนั้นแหละ พลเอกประยุทธ์ก็รู้ แต่คงไม่อยากพูด ไม่อยากพูดเพราะมันแรง อาตมาเป็นคนกลางๆก็พูดได้ ที่เกิดเหตุก็คืออยากจะส่งลูกสาวมาครอบครองอำนาจแทน แล้วก็คุยโม้ อาตมาก็ไม่อยากจะไปข่มเขาอะไรมากมายหรอก ไม่อยากจะข่มหลายๆด้าน ที่เขามีความด้อย ฝ่ายคุณทักษิณที่ส่งตัวแทนเป็น nominee มาใหม่ ตอนนี้สังคมก็พอรู้อยู่ เห็นทีว่าเอ๊ นอมินี ตัวใหม่ สงสัยคงไปได้ยากก็เลยส่งตัวแม่มา ส่งตัวแม่มาประกบ ไม่รู้ว่าตัวแม่จะมาเป็นเองหรือว่าตัวแม่จะมาช่วย อะไรก็ไม่รู้ได้นะก็ดูกันไป มันเป็นสงครามสังคม ที่สวยมากเลย ในประเทศไทย แต่ก็แรงนะที่ต่อสู้ถือว่าแรงจัดจ้านน่าดู ทั้งๆที่มันน่าจะยอมแพ้แล้วแต่ก็ไม่ยอม ก็ดีเหมือนกัน พิสูจน์ว่า ความจริงหรือความดีจริง ความถูกต้องจริงนี่จะชนะสิ่งที่มันไม่ค่อยเต็มเต็ง ไม่ค่อยถูกต้อง ค่อนไปทางทุจริตมากด้วยซ้ำ ประชาชนคนไทยจะโง่ในระดับ ไปสนับสนุนทางโน้นเชียวหรือ ก็ดูๆกันไป ซึ่ง อาตมาก็อยู่กับพวกเราก็พูดอยู่ว่า ถ้าเผื่อว่าเกิดเหตุจลาจลจริงๆ เกิดเหตุการณ์จนกระทั่งจำเป็นที่เราจะต้องออกไปแสดงพลัง มวลของประชาชน เพื่อแสดงตัวเองให้เห็นว่า นี่ ประชาชนกลุ่มหนึ่ง ใครจะมาร่วมก็มา ยังสนับสนุนพลเอกประยุทธ์อยู่ ถ้าเกิดเหตุการณ์จำเป็นจะต้องออกไป ไป จะต้องทำ นี่บอกไว้ก่อนไม่ใช่ขู่นะ เพราะว่าเรา เอ๊ จะว่าชำนาญก็ชำนาญพอใช้นะ ชำนาญในการประท้วง เป็นประชาธิปไตยที่สวยของโลก เป็นประชาธิปไตยที่ประท้วงด้วยความสงบ เอาความจริงเข้าสู้ ซึ่งสุดยอดแล้ว เป็นประชาธิปไตยสุดยอดแล้ว ออกไปแสดงอีกก็จะเด่นชัดขึ้นไปอีกไม่ต้องห่วงหรอก ไม่มีเสียของ มีแต่จะโชว์ความจริงให้แก่สังคมชัดๆ เดี๋ยวนี้แต่ละประเทศก็มีการประท้วงอยู่ ใกล้ๆอยู่ที่พม่านี่ก็เถอะ เพราะฉะนั้น ไทยก็น่าจะแสดงนะ เอ้า ไม่แสดงก็ไม่เป็นไร สู้กันไปด้วยแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน อย่างน้อยเราก็ต้องสนับสนุนพลเอกประยุทธ์อยู่อย่างเต็มที่ ตอนนี้ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นเราก็ค่อยว่ากันไป ทิ้งเหตุการณ์ที่เกิดปัจจุบันแค่นี้ก่อน ส่งสัญญาณไว้ให้ประชาชนรับรู้ ว่าในสังคมประเทศไทยมีคนกลุ่มหนึ่ง คือกลุ่มกองทัพธรรม กลุ่มชาวอโศก สู่แดนธรรม... พ่อท่านว่า พวกเรามีความชำนาญเรื่องนี้ เป็นมืออาชีพในการชุมนุมประท้วง เพราะพ่อท่านเป็นไก่ตัวพี่ในทุกเรื่อง และเป็นโดยความมีกำลังสมควร เป็นไปโดยธรรมด้วย ซึ่งจะหาบุคคลที่เป็นสัตบุรุษที่จะมีพฤติกรรมเช่นนี้ หาได้ยาก พ่อท่าน เป็นคนที่เกิดมาแล้วโลกควรจดจำครับ พ่อครูว่า... คือ จริงๆแล้วนี่อาตมามีความรู้ที่เป็นอจินไตย อาตมาก็บรรยายยาก อาตมาผ่านสังคมเกิดสังคมเป็น ตายแล้วเกิด เกิดแล้วตายมาไม่รู้กี่ชาติเป็นพระโพธิสัตว์ปฏิบัติมาแล้ว อาตมาผ่านด้านการบริหารประเทศมาแล้วด้วย ไม่ใช่ว่าอาตมามาทำแต่ธรรมะ แต่ผ่านมา เป็นโพธิสัตว์ผ่านมาทุกหน้าที่ ทุกงาน รบเลือดนองก็ผ่านมาแล้ว บริหารอย่างดีอย่างสงบก็ผ่านมาแล้ว เสร็จแล้วใกล้กลียุคมันก็เลยเลวร้ายถึงขนาดนั้น แม้แต่ในประเทศไทย ผ่านยุคที่สงบเรียบร้อย มีพระเจ้าแผ่นดินที่บริหารประเทศให้สงบเรียบร้อย มา จนกระทั่งมาถึงวันนี้อาตมาก็ไม่ได้เดา ไม่ได้ตรรกะ ไม่ได้ศึกษามาจากตำรา แต่อาตมารู้ด้วยของอาตมา เป็นสยังอภิญญา เป็นอภิภู เป็นผู้เป็นเองผ่านเอง เกิดเอง มาเอง มาถึงวันนี้ แต่มาถึงวันนี้อาตมาไม่ได้มาทำหน้าที่ทางบริหาร อาตมาวางมือทางด้านบริหารแล้ว มาเอา รับผิดชอบทางด้านธรรมะพระพุทธเจ้าเป็นหลัก แต่มันไม่ได้ขาดจากการบริหาร ไม่ได้ขาดจากทางด้านความเป็นเศรษฐกิจ ความเป็นการเมือง ความเป็นสังคมศาสตร์มันไม่ได้ขาด สามเส้า 3 อย่างนี้ เศรษฐกิจการเมืองสังคม มันเป็น สามเส้า ของมนุษยชาติ ขาดไม่ได้แยกกันไม่ได้ ไม่ได้แยกกัน เพราะฉะนั้นจึงไม่มีปัญหาเลยสำหรับอาตมา แล้วอาตมาก็ยังเห็นอยู่ว่า ประเทศไทยยังดำเนินไปดี สวยงาม จะบอกว่าสบายก็สบาย เป็นแค่นี้ไม่อะไรเท่าไหร่หรอก ที่มีหมาเห่า บ๊องๆ บ้างไม่กระไร แต่ไปห้ามเขาไม่ได้หรอก ธรรมดาต้องมีเช่นนี้ มันต้องมี 2 ต้องมีอันนึงแย้งอันหนึ่งของจริง ก็เป็นไป เพราะฉะนั้น ตัวอย่างที่ทำนี้เราไม่ได้ไปจ้างเขา ไม่ได้ไปวาน ไม่ได้ไปบังคับให้เขาทำเขาทำของเขาเอง ด้วยความอวิชชาของเขาเอง เนื้อแท้ของเขาเอง อวิชชาของเขาเอง เพื่อที่จะแสดงปรากฎการณ์ให้เห็น 2 ด้าน ของมนุษยชาติ เราก็นั่งบนภูดูเสือกัดกัน เสือตัวไหนเป็นเสือดี เสือตัวไหนเป็นเสือร้าย เราก็ดู เห็นกันอยู่โต้งๆ เอาแค่นี้ก่อน
_ไอ้หนุ่ม รถไถ · ท่านจนแจ้งสุดยอดมากครับ พ่อครูว่า...ท่านเพิ่งมีคนสัมภาษณ์ออกโทรทัศน์ไป
_ต้นเสียงธรรม คณะรินทร์ · เป็นมนุษย์ได้ทุกวันนี้ หลวงพ่อดวงดีเป็นแรงบันดาลใจครับ พ่อครูว่า...อ้อ เป็นลูกศิษย์หลวงพ่อดวงดี องค์นี้ก็ผ่านมาหนักเหมือนกันทางเถรสมาคมเล่นงานมา เอ้าก็ดี
_บัวดาว พรมเลิศ · สมัยนั้นรู้ธรรมะของชาวอโศกแล้วจะหาวัดปฏิบัติเหมือนอโศกมีที่ไหน มีญาติธรรมบอกว่าในเชียงใหม่มีที่วัดพันอ้น หลวงพ่อพาปฏิบัติทานมังสวิรัตพาทำจนสงฆ์ส่วนใหญ่เขาเริ่มเอาเรื่องเลยค่ะ
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน พ่อครูเตือนอย่างหนักต่อสัทธิวิหาริก _จรรยา ประเสริฐ · ท่านดวงดีถูกไล่ออกจากความชั่ว มาสู่ความดี กราบสาธุค่ะ เป็นห่วงท่านสรณีโย ก็ดึงท่านกลับมาซิคะ หรือท่านพอใจไปแล้ว กู่ไม่กลับแล้วหรือ ??? เพราะท่านเล่นติ๊กต็อกมาเมื่อ 9 ปีก่อน วีดีโอแรก ๆ ก็เกี่ยวกับธรรมะทั้งนั้น ต่อมาหลัง ๆ นี้ไม่ใช่แล้วค่ะ มีหงอคง มีนาค มีรำไม้กวาด ฯลฯ ตามมา เสียดายท่าน ท่านเคยเรียบร้อยมาก พูดน้อย เสียดายจริง ๆ ค่ะ กราบสาธุค่ะ พ่อครูว่า... ท่านก็ดูสื่อสารอยู่อาตมาพูดไปก็น่าจะถึงหู ท่านสรณีโย ในฐานะที่เป็นลูกศิษย์อาตมานะ อาตมาก็ขอบอกในฐานะเป็นอุปัชฌาย์ หยุดนะ หยุดไอ้ที่ทำบ้าๆบอๆ ออกTiktok ต่างๆนานา มันว่าบ้าแล้ว อาตมาก็เคยเตือนไปแล้ววันนี้พูดอีก ถ้าไม่หยุด นี่ อาตมาตัดเลิกนะไล่ออกจากหมู่ ไม่ยอมให้เป็นพระที่นี่แล้ว ขอบอก นี่เป็นคำหนัก ถ้าไม่หยุดจะไล่ออก อัปเปหิ ออกไปจากหมู่ ตามธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า ไม่ได้ทำผิดธรรมวินัยของพระเจ้าหรอก ถ้าไปหลงระเริงอยู่อย่างนั้นมันไม่เจริญถ้ามันเจริญจะไปห้ามทำไม เป็นการตกต่ำไปคะนองไม่เข้าเรื่อง มีคนดูเป็นแสนเป็นล้านชื่นชม นี่ล่ะหลงบ้าไปกับ คำเยินยอสรรเสริญยกย่อง ค่านิยมของสังคม แต่คนมันบ้าๆพวกนี้ก็เยอะ แล้วมันก็กดมา มันจะยุส่งหรือหลงตามริงก็ไม่รู้ได้ สรุปแล้ว หยุดบ้าได้แล้ว ไอ้นั่นไม่ใช่เรื่องดีเป็นเรื่องเหลวไหล ไม่อยากจะไปพูดแรงพูดหนักอะไร นี่พยายามดึงอยู่นี่ ถ้าไม่เลิกก็ตัดปล่อยไม่ต้องเป็นพระอโศกเลย นี่ก็บอกความจริงไปแล้วนะ เป็นขั้นตอน ท่านจะกู่ไม่กลับหรือไม่ก็ไม่รู้ได้ คนที่เขาดูเขาส่งมา คุณจรรยา เขายังดูออก นั่นแหละบ้าๆบอๆ ก็น่าเสียดายสิ่งที่ดี เมื่อไม่ดีแล้วกู่ไม่กลับก็ต้องปล่อยไป ดีไม่ดีไม่ใช่ปล่อยไปแต่ไล่ส่ง
นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ _สู่แดนธรรม... เราได้เห็น คาแรคเตอร์ที่เฉียบขาดของพ่อท่าน ตอนผมมาพบอโศกใหม่ๆ พ่อท่านยังบริหารปกครองลูกๆ ดูแล สัทธิวิหาริก พ่อท่านเป็นอุปัชฌาย์ สอนเอาจริงเอาจังมาก พระทางเถรสมาคมเขาเกรงใจพ่อท่าน ในความเอาจริงในพระธรรมวินัย พูดเน้นเสียงเอาจริงเอาจัง ไม่ได้ดุด่า ประมาณ Character เมื่อกี้นี้ พระอาคันตุกะที่มาศึกษาธรรมะกับพ่อท่านจะรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึง ซึ่ง พ่อท่านสมัยนี้ไม่ได้ทำแล้ว ก็เพิ่งจะเห็นพ่อท่านถือไม้เรียวฟาดฝากระดานครั้งนี้ ความเป็นพระอุปัชฌาย์ต้องเป็นเช่นนี้ใช่ไหมครับ สามารถปกครองพระภิกษุให้อยู่ในพระธรรมวินัยได้ พาให้ออกจากอาบัติได้
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน ธรรมะแม้กัลยาณธรรมนั้นยิ่งใหญ่กว่าเพชรนิลจินดา _ใบแพร... ๑๑ กันยายน ๒๕๖๕ ขอกราบด้วยความศรัทธาบูชายิ่งค่ะ มีวันหนึ่งได้ยินพ่อสอนว่า ทำไปเถอะความดี ทำให้มากๆ แล้วสักวัน จะเกิดปาฏิหาริย์ รู้สึกสะดุดใจในคำว่า ปาฏิหาริย์ พ่อเขียนเรื่อง ปาฏิหาริย์ ๓ อิทธิปาฏิหาริย์ อาเทสนาปาฏิหาริย์ อนุศาสนีปาฏิหาริย์ อยู่ในหนังสือ ทางเอก ภาค ๓ พ่ออธิบายไว้ละเอียดมาก คำว่า ความดีที่พ่อสอน คือคำสอน คำเทศน์ เมื่อฟังธรรมแล้วนำไปประพฤติ ปฏิบัติ จนเกิดมรรค – ผล นั่นคือ ปาฏิหาริย์ ได้เกิดขึ้นแล้วในตัวบุคคลนั้น ที่เข้าใจเช่นนี้ เพราะได้เกิด สภาวะขึ้นในตน จากที่ได้ปฏิบัติธรรมด้วยความทุกข์ ยาก ลำบาก รู้สึกเบื่อ รู้สึกท้อ แต่ด้วยจิตที่ใฝ่ดี เตือนตนอยู่เสมอ ต้องอดทน ต้องสู้ ไม่มีเส้นทางไหนที่จะประเสริฐ สูงสุดเท่าเส้นทางสายนี้ จึงสู้อดทน พากเพียรปฏิบัติด้วยน้ำตานองหน้า ณ. วันนี้ สภาวะจิต ที่ทุกข์ ยาก ลำบาก ได้เกิดสภาวะ ความสงบจากจิตที่เบาบางจาก กิเลส เกิดภาวะ สบายๆ ที่ไม่ต้อง กดข่ม ข่มผืน เหมือนเป็น อัตโนมัติมีความรู้สึกว่า นี่คือ สุดยอดปาฏิหาริย์ ของพุทธ คำว่า ปาฏิหาริย์ เป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมาย เป็นความ น่าอัศจรรย์ ได้สัมผัสสภาวะ ความสงบ สบาย จิตยิ่งเกิดศรัทธาในคำว่า อนุศาสนีปาฏิหาริย์ ทุกครั้งที่ได้ฟังธรรม อุตตริมสุสธรรม ที่มีในตน จากพระนิยตโพธิสัตว์ ทุกคำสอนที่ท่านพรั่งพรูออกมาจากปาก (ท่านเคยพูดเปรียบเทียบไว้ว่า ในตัวท่านยังมีเพชรอีกหลายเม็ด จะค่อยๆ คายออกมา) ท่านเปรียบเทียบของทีค่าในโลกคือเพชร คำสอนของท่านที่ออกมาเหมือนเพชรหลุดออกจากปาก แต่ในทางธรรม คำสอนทุกคำเป็น อนุศาสนีปาฏิหาริย์ ไม่มีค่าอะไรในโลกจะมาเปรียบเทียบได้ มาพิสูจน์คำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้เป็นธรรมที่สันทิฏฐิโก อกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปนยิโก ผู้ใดเห็นทุกข์ ผู้นั้นเห็นธรรม ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา ตถาคต ลูกใบแพรค่ะ พ่อครูว่า... ถูกต้องแล้ว นี่แหละอ่านอาการอ่านอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดจริงเป็นจริงที่ตัวเองมีผัสสะมีเหตุการณ์ในปัจจุบัน อ่านอันนี้เลยอย่าไปอ่านความจำ อย่าไปอ่านความนึกคิด ปัจจุบันเกิดปฏิบัติ สัมผัสแล้วเกิดอาการอย่างไร ก็อ่าน แล้วอาจจะเป็นสิ่งที่ผ่านมาระลึกเป็นค
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive