06-บทที่ 1.docx
เนื้อหาในไฟล์
บทที่ 1 บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา สถานการณ์ทั่วโลกกำลังตื่นตัวกับการรับมือกับประชากรสูงอายุที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว เน ื่ องจากความก้าวหน้าทางการแพทย์และการสาธารณสุข ( United Nations Population Funds . 2012 : 3 - 4 ) จากเมื่อ 20 ปีก่อนประชากรโลกมีประมาณ 5,735 ล้านคนมีประชากรสูงอายุประมาณ 540 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 9 . 00 ของประชากรโลก ในปี 2015 ประชากรโลกมีจำนวน 7,349 ล้านคน โดยมีผู้สูงอายุจำนวน 901 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 12 . 00 ซึ่งถือว่าประชากรโลกได้เข้า สู่เกณฑ์ “สังคมสูงวัย” ( Aging Society ) แล้ว (มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย. 2560 : 18 ) โดยที่ทวีปเอเชีย มีจำนวนมากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 56 . 00 ของประชากรสูงอายุทั่วโลก และประเทศญี่ปุ่นก็เป็นประเทศที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุมากที่สุดในโลกซึ่งสูงถึงร้อยละ 33 . 00 (มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุ ไทย. 2560 : 19 ) ส่วนในกลุ่มอาเซียนมี 3 ประเทศที่เข้าเกณฑ์สังคมสูงวัย ได้แ ก่ ประเทศสิงคโปร์ ประเทศไทย และ ประเทศเวียดนามซึ่งมีจำนวนผู้สูงอายุ ร้อยละ 18 . 00 , 16 . 00 และ 10 . 00 ตามลำดับ (มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย. 2560 : 18 - 20 ) โดยประเทศไทยได้เข้าเกณฑ์ “สังคม สูงวัย” ตั้งแต่ปี 2548 คือ มีสัดส่วนผู้สูงอายุสูงถึงร้อยละ 10 . 00 ของประชากรไทยทั้งประเทศ จากการสำรวจ พบว่า ผู้สูงอายุมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 6 . 80 ในปี 2537 เป็นร้อยละ 14 . 90 ในปี 2557 และในปี 2558 เพิ่มเป็นร้อยละ 16 . 00 จะเห็นได้ว่าเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นที่เร็วมาก คือ สูงกว่าร้อยละ 4 . 00 ต่อปี ในขณะที่ประชากรรวมเพิ่มขึ้นด้วยอัตราเพียงร้อยละ 0 . 50 เท่านั้น ตามการคาดประมาณประชากรของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจแล
อ่านต่อ
ะสังคมแห่งชาติ คาดว่าประเทศไทยจะกลายเป็น “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” ( Complete Aged Society ) ในปี 2564 โดยจะมีผู้สูงอายุถึงร้อยละ 20 . 00 และจะเป็น “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด”( Super Aged Society ) คือ มีผู้สูงอายุร้อยละ 28 . 00 ในปี พ.ศ. 2574 (มูลนิธิวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย. 2560 : 7 ) ดั งนั้นจากการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้นของจำนวนผู้สูงอายุทำให้ต้องเตรียม การด้านการส่งเสริมและการดูแลสุขภาพแก่ผู้สูงอายุให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อลดปัญหาและภาระด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคม ในระดับบุคคล ครอบครัว สังคมและประเทศชาติ (กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. 2555 : 3 ) ตาม ธรรมชาติของผู้สูงอายุ เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นร่างกายก็จะมีภาวะ เสื่อมถอยและอ่อนแอลง จิตใจมีการแปรปรวนที่มากขึ้น และเป็นเหตุหนึ่งที่ทําให้ผู้สูงอายุเกิดโรคได้ง ่ าย (ประนอม โอทกานนท์. 2554 : 11 - 24 ) จากด้านเศรษฐกิจและสังคมที่สูญเสียสถานภาพและบทบาททางสังคม ย่อมส่งผลโดยตรงต่อสภาพจิตใจและระดับความสุข (สำนักงานสถิติแห่งชาติ. 2560 : 19 ) โดยการสำรวจครั้งที่ 5 เมื่อปี 2557 โรคที่มักพบในผู้สูงอายุ ได้แก่ ข้ออักเสบ/ข้อเสื่อม โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคอ้วน โรคถุงลมโป่งพอง/หลอดลมปอดอุดกั้นเรื้อรัง หลอดเลือดหัวใจตีบ/กล้ามเนื้อหัวใจตายและอัมพาต (สํานักงานสถิติแห่งชาติ. 25 60 : 8, 36 ) ทำนองเดียวกันเมื่อมีอายุมากขึ้น อัตราการเกิดโรคมากกว่าหนึ่งโรคก็สูงขึ้นตามมาเป็นลำดับ และก็นำไปสู่ภาวะพึ่งพาและภาวะทุพพลภาพ ซึ่ง พบว่า 1 ใน 4 ของประชากรผู้สูงอายุไทย อยู่ในภาวะทุพพลภาพ รุนแรงปานกลาง และรุนแรงมาก โดยมีค่าดัชนี บาร์เธลเอดีแอล ( Barthel ADL Index ) น้อยกว่า 12 คะแนน ซึ่งผู้สูงอายุนิยม แบ่ง กลุ่ม ตามช่วงอายุออกได้เป็น 3 ช่วงวัย ได้แก่ วัยต้น (อายุ 60 - 69 ปี) วัยกลาง (อายุ 70 - 79 ปี) และวัยปลาย (อายุ 80 ปีขึ้นไป) พบว่าโดยส่วนใหญ่จะมีอายุอยู่ในช่วงวัยต้นถึงร้อยละ 56 . 50 และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะ มีจำนวนผู้สูงอายุมากที่สุด คือ ประมาณร้อยละ 31 . 90 และ ถ้าแบ่งกลุ่ม ผู้สูงอายุ ตามลักษณะทาง สุขภาพและสังคมจะแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 ช่วยตนเองได้ดี เรียก กลุ่มติดสังคม กลุ่ม 2 ช่วยตนเอง ได้บ้าง เรียกกลุ่มติดบ้าน และกลุ่ม 3 ช่วยตนเองไม่ได้ เรียกกลุ่มติดเตียง ( เทวินทร์ วารีศรี และ ปวริศา วารีศรี . 2558 : 2 - 3 ) และในช่วงบั้นปลายชีวิต สิ ่งที่ผู้สูงอายุต้องการมากที่สุดคือ ความสุข จากการมีคุณภาพชีวิตที่ดี 3 ด้าน ด้วยกัน ได้แก่ การมีสุขภาพที่ดี ทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคม (ลัดดา ดำริการเลิศ. 2555 : 14 - 15 ) ซึ่ง เกิดจากการที่บุคคลทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์และส่งเสริมสุขภาพของตนเอง แต่ ในทางกลับกัน การที ่ บุคคลมีสุขภาพไม่ดี ก็ เกิดจากการมีพฤติกรรมในการดูแลสุขภาพที่ ไม่ดี ( Pender . 1996 : 98 ) และนอกจากการที่ผู้สูงอายุดูแลสุขภาพตนเองแล้ว ยังสามารถรับการดูแลจากบุคคลอื่นได้ด้วย เรียกว่าการสนับสนุนทาง สังคม ไม่ว่าจะเป็น การสนับสนุน ทางด้านอารมณ์ได้แก่ การให้การช่วยเหลือเมื่อยามเจ็บป่วย การดูแลในด้านอาหาร การได้รับความรัก การเอาใจใส่ กำลังใจเมื่อรู้สึกท้อแท้จากปัญหาต่าง ๆ เป็นการเสริมกำลังใจให้รู้สึกมั่นคงปลอดภัย ทั้งด้านการให้ข้อมูล ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในการแก้ปัญหา ตลอดจนด้านการช่วยเหลือ เรื่อง ของเงินทอง สิ่งของและการบริการต่าง ๆ แก่ ผู้สูงอายุ ชึ่งการ สนับสนุน ดังกล่าวอาจได ้ รับจากบุคคลในครอบครัว หรือได้รับจากบุคคลอื่น ๆ ก็ เป็นการกระทำที่ส่งผลใน ทางบวกมากกว่าทางลบ ซึ่งมีผลให้สุขภาพและความเป็นอยู่ของบุคคลดี ขึ้น ( Cohen and Syme . 1985 : 3 - 4 ) โดยที่ ครอบครัวและ คนในชุมชน จะ เป็นกลุ่มที่มีความใกล้ชิดและสนิทสนมกับผู้สูงอายุมากที่สุด มีศักยภ าพในการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน อาทิเช่น ค่านิยมความกตัญญูกตเวที ดูแลเอ าใจใส่บุพการีหรือผู้สูงอายุด้วย ความเคารพรัก เยี่ยมเยียน พูดคุย และให้กําลังใจ ซึ่งทําให้ผู้สูงอายุ คลายเหงา และ มีความสุขได้ ใน ระดับหนึ่ง (สุพัตรา ศรีวณิชชากร และคณะ. 2556 : 119 - 128, 144 - 145 ) สำหรับจังหวัดมุกดาหารในปี พ.ศ. 2560 มีจำนวนประชากรทั้งหมด 349,474 คน ผู้สูงอายุ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 -ปี พ.ศ. 2560 มีจำนวน คิดเป็นร้อยละ 12 . 89, 13 . 04, 13 . 93 และ 14 . 56 ของประชากรทั้งหมด ตามลำดับ (ศูนย์ข้อมูลสุขภาพสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร. 2560 ) แบ่งเป็นวัยต้น วัยกลาง และวัยปลาย คิดเป็น ร้อยละ 57 . 97 , 28 . 63 และ 13 . 40 และแบ่งตามการประเมิน ด้าน สุขภาพ ออกเป็นกลุ่มติดสังคม กลุ่ม ติดบ้าน และกลุ่ม ติดเตียง คิดเป็น ร้อยละ 96 . 03 3 . 26 และ 0 . 71 ตามลำดับ จากข้อมูลตรวจคัดกรองปี 2559 พบว่า ผู้สูงอายุป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 28 . 22 รองลงมา คือ โรคเบาหวาน คิดเป็นร้อยละ 15 . 14 ทั้งสองเป็นโรคที่ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมา เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคไต ต้อกระจก และอาจทำให้เกิดความพิการตามมาได้ ภาวะข้อเข่าเสื่อม คิดเป็นร้อยละ 11 . 75 ผู้สูงอายุ ที่มี ภาวะซึมเศร้า พบว่า เสี่ยงฆ่าตัวตายจำนวน 44 ราย คิดเป็นร้อยละ 0 . 14 พบมีภาวะน้ำหนักเกิน เป็นโรคอ้วน และอ้วนรุนแรง ร้อยละ 18 . 10 16 . 76 และ 3 . 62 (ระบบคลังข้อมูลโรคไม่ติดต่อเรื้อรังจังหวัดมุกดาหาร. 2559 : พฤษภาคม) ดังนั้นจากปัญหาและความสำคัญของผู้สูงอายุข้างต้น ผู้วิจัยจึงสนใจ ที่จะ ศึกษาภาวะสุขภาพ และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะกลุ่มติดสังคมในจังหวัดมุกดาหาร เพื่อ ผู้สูงอายุกลุ่มนี้ ซึ่งมีมากกว่าร้อยละ 90 จะได้ตระหนักในการให้ความสำคัญ ใน การใส่ใจ ที่จะ ดูแล สุขภาพของตัวเอง บุคคลภายในครอบครัวหน่วยงาน ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการบริหารจัด การ ให้ความช่วยเหลือเพื่อให้ ผู้สูงอายุกลุ่มนี้ มีสุขภาพที่ ดี คงความเป็น กลุ่มเดิม ให้ได้ยาวนานที่สุดโดยไม่ต้อง เปลี่ยน ไปเป็นกลุ่ม พึ่งพิง และทุพพลภาพ ต่อไป คำถามการวิจัย 1 . ปัจจัยด้านลักษณะส่วนบุคคล ปัจจัยด้านการดูแลสุขภาพ และปัจจัยด้าน การสนับสนุน ทางสังคมของผู้สูงอายุ ในจังหวัดมุกดาหารเป็นอย่างไร 2 . ภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหารเป็นอย่างไร 3 . ปัจจัยด้านลักษณะส่วนบุคคล ปัจจัยด้านการดูแลสุขภาพและปัจจัยด้านการสนับสนุนทางสังคมมีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุ ในจังหวัดมุกดาหารหรือไม่ วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1 . เพื่อศึกษาปัจจัยด้านลักษณะส่วนบุคคล ปัจจัยด้านการดูแลสุขภาพ และปัจจัยด้าน การสนับสนุนทางสังคมของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร 2 . เพื่อศึกษาภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร 3 . เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านลักษณะส่วนบุคคล ปัจจัยด้านการดูแลสุขภาพ และปัจจัยด้านการสนับสนุนทางสังคมกับภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุ ในจังหวัดมุกดาหาร สมมติฐานของการวิจัย ปัจจัยด้านลักษณะส่วนบุคคล ปัจจัยด้านการดูแลสุขภาพ และปัจจัยด้านการสนับสนุนทางสังคมอย่างน้อยหนึ่งปัจจัยมีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร ขอบเขตของการวิจัย 1 . ด้านเนื้อหา ผู้วิจัยมุ่งศึกษาความสัมพันธ์ ของ ปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยด้านการดูแลสุขภาพ และปัจจัยด้านการสนับสนุนทางสังคมกับภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งเป็นการวิจัย เชิงพรรณนา ( Descriptive Research ) ศึกษาแบบภาคตัดขวาง ( Cross - Sectional A nalytical S tudy ) 2 . ด้านประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 2 . 1 ประชากร คือผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ที่มีผลการประเมินกิจวัตรประจำวันของ ผู้สูงอายุโดยใช้ Barthel ’ s Index : ADL ได้ผลรวมคะแนน ADL ตั้งแต่ 12 คะแนนขึ้นไป หรือเรียกว่า ผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคม ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร จำนวน 37,974 คน (ศูนย์ข้อมูลสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร. 2560 : ออนไลน์ ) 2 . 2 กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคม ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร คำนวณขนาดตัวอย่าง โดยใช้สูตรคำนวณขนาดตัวอย่างกรณีทราบประชากรที่แน่นอน (บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์. 2551 : 17 ) เพื่อหากลุ่มตัวอย่างได้จำนวนผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคม 380 คน ผู้วิจัยปรับเพิ่มเผื่อข้อมูลสูญหาย คิดที่ 5 . 00 % วัชรีภรณ์ ไชยมงคล ( Chaimongkol . 2005 : 29 ) เป็นจำนวนกลุ่มตัวอย่าง 400 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบหลายขั้นตอน ( Multi - Stage Sampling ) 3 . ด้านพื้นที่ ดำเนินการ ศึกษา ในพื้นที่ทั้งหมด 7 อำเภอของจังหวัดมุกดาหาร 4 . ด้านระยะเวลาในการวิจัยครั้งนี้ เป็น เวลา 1 เดือน คือ เดือนพฤศจิกายน 2560 5 . ด้านตัวแปรที่ศึกษา 5 . 1 ตัวแปรต้นได้แก่ 5 . 1 . 1 ปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา รายได้ และจำนวนสมาชิกในครอบครัวที่อยู่ด้วย 5 . 1 . 2 ปัจจัยด้านการดูแลสุขภาพ ได้แก่ 1 ) การดูแลสุขภาพทางกาย 2 ) การดูแลสุขภาพทางใจ 5 . 1 . 3 ปัจจัยด้านการสนับสนุนทางสังคมได้แก่ 1 ) ด้านอารมณ์ 2 ) ด้านข้อมูลข่าวสาร 3 ) ด้านสิ่งของและการบริการ 5 . 2 ตัวแปรตาม คือ ภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุ ประกอบด้วย 5 . 2 . 1 ภาวะสุขภาพทางกาย 5 . 2 . 2 ภาวะสุขภาพทางใจ นิ ยามศัพท์เฉพาะ ผู้สูงอายุ กลุ่มติดสังคม หมายถึง ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปทั้งชายและหญิงอาศัยอยู่ในจังหวัดมุกดาหาร เรียกว่ากลุ่มติดสังคม ซึ่ง พึ่งตนเองได้และช่วยเหลือผู้อื่นและสังคมได้ โดยผ่านการประเมินกิจวัตรประจำวันของผู้สูงอายุโดยใช้ Barthel ’ s Index : ADL ) ได้ผลรวมคะแนน ADL ตั้งแต่ 12 คะแนนขึ้นไป ภาวะสุขภาพผู้สูงอายุ หมายถึง ภาวะสุขภาพผู้สูงอายุ 2 ด้าน คือ ภาวะสุขภาพทางกายและภาวะสุขภาพทางใจโดยนำมาตรฐานของผู้สูงอายุมาประเมิน ภาวะสุขภาพทางกาย หมายถึง การวัดผล ทางกาย โดย นำมาตรฐานผู้สูงอายุมีสุขภาพอนามัยที่พึงประสงค์ของกรมอนามัยมาประยุกต์ใช้เป็นเกณฑ์ประเมินภาวะสุขภาพ โดย แบ่งเกณฑ์การประเมินเป็น 5 ด้าน ประกอบด้วย ( 1 ) ด้านการมีโรคประจำตัวและการควบคุมโรค (สุขภาพกาย ) ( 2 ) ด้านการมีฟันถาวรใช้งานได้อย่างน้อย 20 ซี่ ( 3 ) ด้านดัชนีมวลกาย ( 4 ) ด้านความสามารถในการ ช่วยเหลือตนเอง ( ADL ) และผู้อื่นได้ตามอัตภาพ และ ( 5 ) ด้านการออกกำลังกาย ภาวะสุขภาพทางใจ หมายถึง การ ประเมินสุขภาพจิตของ ผู้สูงอายุ ตามแบบ สอบถาม สุขภาพจิต ของ คนไทย ของ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข 15 ข้อ คุณลักษณะส่วนบุคคล หมายถึง คุณลักษณะที่แตกต่างกันของผู้สูงอายุที่แสดงพฤติกรรมสุขภาพ ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา รายได้เฉลี่ยต่อปี และจำนวนสมาชิกในครอบครัวที่อยู่ด้วย เพศ หมายถึง เพศชาย เพศหญิง อายุ หมายถึง อายุของผู้สูงอายุนับตั้งแต่เกิดจนกระทั่งถึงปัจจุบันเป็นจำนวนเต็มปี ระดับการศึกษา หมายถึง ความสามารถตั้ งแต่การอ่านออก เขียนได้ในภาษาใด ก็ได้ โดยเข้าใจความหมายและสามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้ของผู้สูงอายุ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ ( 1 ) กลุ่มที่ไม่ได้เรียนหนังสือ ( 2 ) กลุ่มที่ได้เรียนหนังสือ ได้แก่ 2 . 1 ประถมศึกษา 2 . 2 มัธยมศึกษา ปวช. ปวส.และ 2 . 3 ปริญญาตรีขึ้นไป รายได้เฉลี่ยต่อปี หมายถึง เงินที่ได้รับจากการทำงานหรือจากบุคคลที่สัมพันธ์กันในครอบครัว หรือจากสังคมรวมถึงจากหน่วยงานภาครัฐต่อปีของผู้สูงอายุ ประกอบด้วย 2 กลุ่ม ดังนี้ ต่ำกว่า 10,000 บาท และ สูงกว่า 10,000 บาท จำนวนสมาชิกในครอบครัวที่อยู่ด้วย หมายถึง จำนวนคนที่อยู่ร่วมกันในครอบครัวของผู้สูงอายุที่ตอบแบบสอบถาม ซึ่งมีความสัมพันธ์เป็นเครือญาติที่มีส่วนรวมในการดูแล ช่วยเหลือกัน การดูแลสุขภาพ หมายถึง การปฏิบัติกิจกรรมของผู้สูงอายุด้วยตนเองจนเป็นนิสัยในวิถีชีวิตประจำวันโดยมีเป้าหมาย ขั้นตอน และการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจเกิดจากแรงจูงใจ หรือการรับรู้ประโยชน์ของผู้สูงอายุเองหรือจากการรับรู้จากบุคคลภายนอก เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงทั้งกายและใจ ประกอบด้วยการดูแลสุขภาพทางกายและการดูแลสุขภาพทางใจ การดูแลสุขภาพทางกาย หมายถึง การปฏิบัติกิจกรรมของผู้สูงอายุ เพื่อให้สุขภาพทางกายแข็งแรง ประกอบด้วย การเข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นประจำ การออกกำลังกายเป็นประจำ การรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ โดยเพิ่มผักและผลไม้ให้มากขึ้น ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว งดเว้นสิ่งเสพติด ได้แก่ สุรา บุหรี่ เป็นต้น การดูแลสุขภาพทางใจ หมายถึง การปฏิบัติกิจกรรมของผู้สูงอายุ เพื่อให้สุขภาพทางใจ มีสภาพอารมณ์ ความรู้สึก และความสามารถที่จะปรับตัวอยู่กับบุคคลอื่น และสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างเป็นสุข การสนับสนุนทางสังคม หมายถึง การที่ผู้สูงอายุได้รับความช่วยเหลือจากบุคคลหรือ กลุ่มบุคคลอื่นที่มีปฏิสัมพันธ์ โดยให้การช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ ที่มีความจำเป็นต่อการดูแลสุขภาพตนเอง สิ่งที่ผู้สูงอายุได้รับการช่วยเหลือทำให้เกิดความเข้าใจหรือสามารถรับมือกับปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ได้ เป็นการช่วยให้บุคคลเข้าใจว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไรเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ต่อตนเอง ได้แก่ การได้รับการสนับสนุนทางสังคมด้านอารมณ์ ด้านข้อมูลข่าวสาร และด้านสิ่งของหรือบริการ การสนับสนุนทางสังคมด้านอารมณ์ หมายถึง การที่ผู้สูงอายุได้รับความรัก การดูแลเอาใจใส่ ได้รับกำลังใจเมื่อรู้สึกท้อแท้ในเรื่องปัญหาความเจ็บป่วย ความไม่สบายใจจากคนภายในครอบครัวหรือคนที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกัน มีความรู้สึกอบอุ่น มั่นคง ปลอดภัยในการดำเนินชีวิต การสนับสนุนทางสังคมด้านข้อมูลข่าวสาร หมายถึง การให้ข้อมูลคำแนะนำ ความรู้ ข้อมูลข่าวสารจากบุคคลในครอบครัว ญาติ เพื่อน สมาชิกในชุมชน สถานบริการและบุคลากรทางการแพทย์ แก่ผู้สูงอายุ เพื่อเป็นแนวทางเลือกหรือแนวทางปฏิบัติที่ผู้สูงอายุสามารถนำไปใช้ในการแก้ปัญหาสุขภาพที่กำลังเผชิญอยู่ได้ การสนับสนุนทางสังคมด้านสิ่งของหรือเงินทอง หมายถึง การให้ความช่วยเหลือในด้านสิ่งของหรือเงินทอง ซึ่ง เป็นการให้ความช่วยเหลือในสิ่งที่จำเป็นโดยตรง เพื่อเอื้ออำนวยให้ผู้สูงอายุ มีสุขภาพดีทั้งกายและใจ ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัย 1 . ได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยด้านลักษณะส่วนบุคคล การดูแลสุขภาพกายและใจ การสนับสนุนทางสังคม และภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร 2 . ได้ทราบถึงภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร 3 . ได้ทราบถึงปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร 4 . ได้ข้อเสนอแนะแนวทางในการวางแผนนโยบายและการดำเนินการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) สาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) หรือองค์กรต่าง ๆ ตลอดจนครอบครัวและชุมชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดูแลผู้สูงอายุให้สอดคล้องกับปัญหาของพื้นที่และความต้องการของผู้สูงอายุต่อไป เป็นการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องเหมาะสมตามวัย สามารถรักษาคุณภาพชีวิตของตนให้อยู่ในสภาพกลุ่มติดสังคมคือพึ่งตนเองและช่วยเหลือผู้อื่นและสังคมได้ให้ได้ยืนยาวนานที่สุด