สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน เจโตสมถะกับโยคะและกายในกาย.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน เจโตสมถะกับโยคะและกายในกาย _เปรมจิต..มีคำว่า เจโตสมถะ การฝึกโยคะ และการเรียนรู้กายในกาย มันต่อเนื่องกันไหม พ่อครูว่า...เจโตสมถะคือทำให้จิตสงบนิ่งประตูเดียวเลย คือการสะกดจิตให้จิตนิ่งได้นานเท่าไหร่ก็เก่งเท่านั้น ไม่ยากสำหรับการทำเจโตสมถะ พากเพียรทำก็ได้ นอกจากคุณเองไม่เก่งก็ได้ยากหน่อย 2.โยคะก็เรียนรู้กายวิญญัติ และลมที่มาเกี่ยวข้องนำพาแล้วเอาลมหายใจเข้าออกยกแขนขาผูกเกี่ยวโยงกันก็เป็นเรื่องการใช้งานเพื่อฝึก โดยการใช้สิ่งสอง 1.รู้เกี่ยวกับอิริยาบถแล้วมีลมไปผูกก็ได้ ไม่เหมือนกับเจโตสมถะที่จิตเกาะแล้วนิ่งเลย แต่โยคะนี้จิตเกาะแล้วเคลื่อนไหว เช่นอ.แป้นเอาจิตไว้ที่ฝ่ามือแล้วยกไปมา รู้ตามที่มันไหวก็ดีกว่านิ่ง สามารถมีจิตเกาะกับเคลื่อนไหว แต่เจโตสมถะนิ่งอย่างเดียว แต่ถ้าจิตเกาะกับการเคลื่อนไหวก็รู้ได้เยอะขึ้น ส่วนกายในกายคือสองสิ่ง มีภายนอกภายในเป็นรูปนาม มีสิ่งที่รู้คือนามธรรมกับสิ่งที่ถูกรู้ คุณมีสิ่งที่รู้กับสิ่งที่ถูกรู้แล้วคุณก็กำหนดรู้สิ่งเหล่านี้เป็นเทวะ ทำปฏิกิริยายกันสังเคราะห์สังขารกันอย่างไร กายนอกกับกายใน ตาหูจมูกลิ้นกาย มีโคจรรูปสัมผัสกับภายนอกมีนามธรรมรับรู้ แล้วก็มีธาตุรู้ รู้รวมเรียกตักกะ ตักกะเป็นการรู้ก้อนแรก ตามสังกัปปะ 7 คุณก็จับอันนั้นมาวิเคราะห์มันมีจิตคือธาตุรู้ไปรู้อันนี้แล้วในจิตมีอะไรร่วมปรุงแต่ง ถ้าปรุงแต่งตามความจริงไม่มีกิเลสก็ปรุงความจริง แต่ผู้มีกิเลสก็ต้องแยกกิเลสกับจิตให้ได้ กิเลสมีกามกับพยาบาท คุณแยกได้ ก็ฆ่ากาม พยาบาทเสีย มันก็จะเหลือจิต เป็นการปฏิบัติทำกาย เวทนา จิต กายคือองค์ 2 เวทนาคือความรู้สึก ในความรู้สึกมี ตากระทบรูป สีแดงคือแดง แต่มันมีกิเลสว่าแดงทำให้เกิดความใมชอบหรือไม่ชอบ ที่เป็นกิเลสเป็นการปรุง
อ่านต่อ
แต่งของกิเลสเป็นประธานเป็นสิ่งหลอก เรารู้ความจริงว่าแดงอย่างเดียว จะเป็นเจ๊กแขกลาวก็แดงเหมือนกัน จะชอบหรือไม่ชอบก็กิเลสส่วนตัว ของจริงคือสิ่งเดียวตรงกันหมด แต่กิเลสไม่เหมือนกัน ก็เพราะไม่หลงกับกิเลส ทำเวทนา 1 ได้ เวทนาชอบไม่ชอบ สวยไม่สวยคือความบ้า ก็มีความรู้คือธรรมะเดียวก็จบ กายในกายคุณมีความรู้ความจริง ที่รู้ความจริงตามความเป็นจริง กายมันหมดกิเลส สะอาดแล้ว คือการเรียนรู้กายในกาย หากกายในกายคุณไม่หยุดก็มาที่เวทนา ชอบไม่ชอบ สุขไม่สข ดีใจเสียใจ ก็ทำกายให้เหลือแต่รู้ความจริงตามความเป็นจริง จิตที่เป็นเจโตปริยญาณ 16 สราคะ สโทสะ สโมหะ ก็ล้างราคะได้ โทสะได้ ทำได้แข็งแรงสั่งสมเป็นธรรมะ ตั้งมั่นทรงไว้ ทำจนเป็นอย่างนี้สัมผัสทีไรกิเลสไม่มีตั้งมั่นเป็นสมาธิ เป็นวิมุติทั้งคู่ เจโตวิมุติปัญญาวิมุติครบเลยสองอย่าง จิตเราก็ไม่หลงไม่วิปลาส ปัญญาก็ชัดเจนทุกอย่างจบ620318_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 44