7. 300361บทที่ 2.docx
เนื้อหาในไฟล์
บทที่ 2 เอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การศึกษาวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์กิจกรรมต่อกลอนลำผญากับภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุวิทยาลัย ฒ ผู้เฒ่า ไทกะเลิง อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมต่อกลอนลำผญากับภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุ ผู้วิจัยได้ทบทวนวรรณกรรมและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง สำหรับใช้ประกอบในการศึกษาดังต่อไปนี้ 1 . กิจกรรมต่อกลอนลำผญา 1 . 1 แหล่งกำเนิดผญา 1 . 2 อิทธิพลความเชื่อความศรัทธาที่มีต่อผญา 1 . 3 ความหมายของกลอนลำผญา 1 . 4 ทฤษฎีสุนทรียศาสตร์ทางปรัชญาตะวันออกและตะวันตก 2 . ภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุ 2 . 1 ภาวะสุขภาพผู้สูงอายุ 2 . 2 การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างร่างกายผู้สูงอายุ 2 . 3 ภาวะคุกคามของผู้สูงอายุ 2 . 4 แนวคิดความสุข 5 มิติ ของภาวะสุขภาพผู้สูงอายุ 3 . บริบทวิทยาลัย ฒ ผู้เฒ่า ไทกะเลิง อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร 3 . 1 อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร 3 . 2 วิทยาลัย ฒ ผู้เฒ่า ไทกะเลิง 3 . 3 ความเป็นมา 1 ใน 8 ชาติพันธ์แผ่นดินอีสาน 4 . งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 5 . กรอบแนวคิดการวิจัย กิจกรรมต่อกลอนลำผญา 1. แหล่งกำเนิด ผญา จากการค้นคว้าหนังสือและวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องจนทราบที่มาของคำว่า ผญา คือ ปรัชญา หรือ ปัญญา ที่ผสมกลมกลืนระหว่างความเชื่อและความศรัทธา โดยมาจากนักปราชญ์โบราณ ที่รวบรวมไว้ในคัมภีร์โบราณเป็นเรื่องราวต่าง ๆ ที่สื บทอดกันมาปากต่อปาก (มุขปาฐะ และ บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร) (อนันต์ รามโคตร . 2556 : 29 ) หนังสือประชุมพงศาวดารภาค 1 เรื่องพงศาวดาร ล้านช้าง ประวัติศาสตร์ของลาว มีข้อมูลที่ปรากฏ เมื่อประมาณ พ.ศ. 1194 ชนชาติไทมีการอพยพถิ่นฐาน ทางใต้ของจีน ตั้งอาณาจักรแหล่งใหม่ ว่า น่านเจ้า ตำนานขุนบ
อ่านต่อ
รมราชาธิราช สุดท้ายก็เสียดินแดน ให้กับเจงกีสข่าน ทำให้ชนชาติไทกระจายลงมาทางใต้ ใน พ.ศ. 1796 ต่อมา พ.ศ. 1896 พระเจ้าฟ้างุ้ม ทรงเป็นวีรกษัตริย์ชำนาญการทำศึกสงครามมีความศรัทธาในพุทธศาสนา ได้รวบรวมหัวเมืองต่าง ๆ ตามลุ่มแม่น้ำโขงตอนต้นจนสุดลุ่มแม่น้ำโขง ราษฎรบริเวณแม่น้ำโขงล้วนมีความเชื่อนับถือผีสาง เทวดา เป็นความเชื่อสมัยโบราณก่อนพุทธศาสนาจะเข้ามา ต่อมาได้พัฒนาพุทธศาสนา เพื่อชักจูงให้ ประชาชนเลิกนับถือความเชื่อผีสางเทวดา ไสยศาสตร์ ซึ่งเป็นเรื่องยากต่อราษฎร เพราะประเพณีที่ฝังแน่น ในจิตใจ แต่ด้วยความศรัทธาพุทธศาสนาของพระเจ้าฟ้างุ้ม ทรงส่งเสริมพุทธศาสนา จึงเกิดนักปราชญ์แต่งคัมภีร์วรรณกรรม วรรณคดีมากมาย เป็นคัมภีร์ใบลาน หลังจากสิ้นสุดรัชกาลพระเจ้าสุริยวงศา เกิดสงครามแย่งชิงอำนาจอาณาบริเวณลุ่มแม่น้ำโขง ประชาชนไร้ที่อยู่อาศัยจึงอพยพหนีสงคราม เกิดความแตกแยกไปทั่วดินแดนแบ่งฝ่ายไปตามถิ่นฐาน รวมทั้งเสียเอกราชให้กับฝรั่งเศส ตั้งแต่ พ.ศ. 2235 - 2516 สงครามยุติลงอย่างไรก็ตามประชาชนก็ยังรักษาพระพุทธศาสนาไว้ได้ และรับอิทธิพลมาจากไทยเป็นส่วนใหญ่มีความสัมพันธ์กันมานานเปรียบเสมือนพี่น้อง เกิดสถาบันการศึกษาพุทธศาสนา จารีตประเพณีฮีตสิบสองกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์แก่พุทธศาสนิกชน การทำบุญให้ทาน รับศีล ฟังธรรม และปฏิบัติธรรม ด้วยความศรัทธาของคนโบราณ ความเชื่อเรื่องผีเทวดาก็ยังปะปนผสมกลมกลืนอย่างสนิท (พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) . 2548 : 19 0- 212 ) ประเพณีฮีตสิบสองมีพิธีกรรมแต่ละเดือน มีผลต่อวิถีชุมชนเป็นมงคลชีวิตที่ทำให้เกิดความศรัทธา นำไปสู่การปฏิบัติให้เกิดความสงบในสังคม จนเป็นประเพณีวัฒนธรรม เกิดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องแต่ละชาติพันธุ์ (กรมส่งเสริมวัฒนธรรม . 2557 : 152 ) จนมาถึงปัจจุบันมีการเรียนการสอนวรรณกรรมพื้นบ้านที่ถ่ายทอดด้วยวิธีบอกเล่า และเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร ได้แก่ (กรมส่งเสริมวัฒนธรรม . 2557 : 84 ) นิทานพื้นบ้าน เรื่องเล่าสืบทอดกันมา ตำนานพื้นบ้าน เรื่องเล่าที่มีความสัมพันธ์กับความเชื่อ พิธีกรรมและศาสนา บทร้องพื้นบ้าน คำร้องที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมาในโอกาสต่าง ๆ บทสวดหรือบทกล่าวในพิธีกรรม บทเนื้อหาที่ประกอบการรักษาโรคพื้นบ้าน คำให้พร อธิษฐาน แสดงถึงความเคารพต่อพิธีกรรมด้วยคำภาษา สำนวน ภาษิต คำกล่าวที่สืบทอดกันมา สัมผัสคล้องจองด้วยโวหาร คำคม คำพังเพย อุปมาอุปไมย คติพจน์ ฯลฯ ปริศนาคำทาย ข้อความที่เป็นคำถาม ที่ต้องใช้ภูมิปัญญาให้ชวนคิด ตำรา องค์ความรู้ที่บันทึกภูมิปัญญาโบราณ แสดงให้เห็นว่า ประวัติความเป็นมาของกลุ่มชนชาติไท แม้จะเกิดสงครามอยู่บ่อยครั้งแต่ความเชื่อและความศรัทธาที่มีต่อบรรพชนก็ยังฝังแน่นอยู่ในจิตใจ แม้จะเสียเอกราชก็ตาม วัฒนธรรมประเพณีฮีตสิบสองก็ยังมีอยู่จนถึงปั จจุบัน (เฉลิมชัย แก้วมณีชัย และ ชลธิช า บำรุงรักษ์ อ้าง ถึง ใน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม . 2557 : 265 - 267 ) ตามหลักฐานประวัติศาสตร์และพงศาวดาร ของกลุ่มชนชาติพันธ์ผู้ไทที่อาศัยสิบสองจุไท มีเมืองไลและเมืองแถนเป็นศูนย์กลาง บริเวณตอนเหนือของลาวและเวียดนาม และทางตอนใต้ของจีน บ่งบอกถึงวัฒนธรรม ประเพณีโบราณในแถบลุ่มแม่น้ำโขง ตามความเชื่อที่สืบต่อกันมา โดยเฉพาะหมอลำเป็นที่น่าสังเกตว่ามีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงตั้งแต่อดีต หมอลำผีฟ้าแต่เดิมเป็นภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้านของชาวอีสาน เนื่องจากประเพณี“ฮีตสิบสอง คองสิบสี่” ประเพณี 12 เดือน และธรรมเนียมปฏิบัติ 14 ข้อ คือ ประเพณีที่ปฏิบัติกันเป็นประจำแต่ละเดือน ครบสิบสองเดือนหรือหนึ่งปี พิธีกรรมความเชื่อเรื่องผีฟ้า หรือ หมอเหยา และแถนของชาวอีสาน ที่สามารถติดต่อเทพเทวดา พยากรณ์ดินฟ้าอากาศหรือช่วยรักษาคนป่วย ด้วยการให้กำลังใจในการต่อสู้กับโรคภัย ดูแลรักษาปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย โรคภัยไข้เจ็บ ให้ชุมชนมีความสามัคคี เป็นการใช้ปัญญาถ่ายทอดความรู้สึก ด้วยการลำเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ขนบธรรมเนียม เรื่องบาปบุญ คำคม ภาษิต จากวรรณกรรมนิทานต่าง ๆ นำมาปฏิบัติตามในการดำเนินชีวิต (กรมส่งเสริมวัฒนธรรม . 2559 : 57 ) จากการสืบทอดของกลุ่มชาติพันธุ์ผู้ไทที่มาจากภาษาผู้ไทสังคมจึงยกย่องให้เป็นปราชญ์ที่นำ หลักธรรมพุทธศาสนามาควบคู่กับความเชื่อ เกิดความศรัทธาในการปฏิบัติตามหลักคำสอนของศาสนา แต่ละยุคสมัย จนเกิดหมอลำหลายประเภท ได้แก่ หมอลำพื้น หมอลำกลอน หมอลำหมู่ หมอลำเพลิน และหมอลำซิ่ง ตามความชำนาญของผู้ลำเรื่องราวและการใช้จังหวะน้ำเสียงหนักเบาช้า และเร็ว (กรมส่งเสริมวัฒนธรรม . 2559 : 77 - 81 ) คำภาษิตต่าง ๆ ล้วนมาจากนักปราชญ์ที่ได้สืบทอดกันมาตามจารีตประเพณีล้วนนำบทผญามาประยุกต์ใช้ ให้เกิดความเชื่อความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกับพุทธศาสนาตามพิธี แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของกิจกรรมวิถีชีวิต ให้จดจำหลักคำสอนและนำไปปฏิบัติ สืบทอดด้วยบทผญาที่กวีชาวอีสานได้ประพันธ์ไว้จนถึงปัจจุบัน (อดิศร เพียงเกษ . 2544 : 125 ) เพราะคนจะได้นึกถึงในสิ่งที่ดีงามและข้อปฏิบัติตามของแต่ละเดือน มีแนวทางการปฏิบัติที่มีแต่ความสร้างสรรค์เป็นเครื่องยึดแนวทางประพฤติปฏิบัติทางพุทธศาสนา ปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนของ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา เบญจศีลเบญจธรรม ศีล 5 บุญ กิริยา วัตถุ 3 สังคหวัตถุ 4 อปริหานิยธรรม ทศพิธราชธรรม เป็นหลักยึดเหนี่ยวจิตใจ และคติสอนใจของชาวอีสาน (พระสุขี ชาครธมฺโม . 2553 : 100 ) สอดคล้องกับงานวิจัย แนวทางการให้ความรู้ ทางด้านสุขภาพอนามัยแก่หมอลำผีฟ้า พบว่าพิธีกรรมขอหมอลำผีฟ้านั้น เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริม ป้องกัน รักษา และฟื้นฟูด้านสุขภาพจิต ด้วยการให้ความรู้ความเข้าใจต่อผู้ป่วยสร้างความสัมพันธ์การสื่อสาร การใช้คำพูดเปิดใจ ผู้ที่มารักษานั้นด้วยความเชื่อและความศรัทธา ในเรื่องบุญบาป กรรมเก่า การตั้งตนอยู่ในศีลธรรม ทั้งกายและจิตใจ ซึ่งในงานวิจัยพบว่า วิธีการรักษาจากการปฏิบัติการดูแลตนเองตามหลักคำสอนของพุทธศาสนา การยึดถือในข้อปฏิบัติตามจารีตประเพณี ถือว่าเป็นการดูแลสุขภาพไปด้วย (กฤตยา แสวงเจริญ และคนอื่น ๆ . 2537 : 52 - 58 ) ประเพณีผีฟ้า เป็นพิธีกรรมอย่างหนึ่งที่นำบทผญา มาใช้ในการรักษาผู้ป่วย ด้วยการใช้ภูมิปัญญาของหมอลำ ด้วยความเชื่อและความศรัทธาตามวรรณกรรมพื้นบ้าน ที่เป็นลายลักษณ์อักษรถูกบันทึกเป็นตัวหนังสือ และวรรณกรรมมุขปาฐะ บอกเล่าด้วยปากต่อปาก พูดถึงนิทาน ตำนาน เรื่องสั้น บทเพลง คำคม โดยเฉพาะภาษาที่ใช้ในการสื่อมีหลายประเภท ภาษาไทย ภาษาไทยถิ่น และ ภาษากลุ่มชาติพันธุ์ โดยเฉพาะการแสดงออกของกลุ่มชาติพันธุ์ ตามชนบทการแพทย์พื้นบ้านแบบดั้งเดิม ประกอบกับพิธีกรรมที่รักษาตามความเชื่อเรื่องธรรมชาติและเหนือธรรมชาติ ที่เคร่งครัดตามวัฒนธรรม ประเพณีเก่าแก่ของบรรพบุรุษ โดยเฉพาะจารีตประเพณีของชาวอีสาน การแสดงหมอลำ ที่แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญา ที่ถ่ายทอดเรื่องราววรรณกรรม วรรณคดีอีสานเป็นเอกลักษณ์การใช้ คำคม สุภาษิต ด้วยการท่องจำคำกลอน รวมทั้งความเชื่อในพิธีกรรม ตามประเพณีชาวอีสาน (กรมส่งเสริมวัฒนธรรม . 2559 : 14 - 22 ) ด้วยการร้องเล่า ออกมาเป็นลำกลอนที่แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาทางประวัติศาสตร์มีความสัมพันธ์กับคำสอนพุทธศาสนาตามประเพณีต่าง ๆ ให้เกิดความดีงามต่อผู้ที่มารักษาตามแพทย์พ ื้นบ้าน (สุกัญญา สุจฉายา อ้าง ถึง ใน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม . 2557 : 103 ) เพื่อตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมของตนที่มีต่อธรรมชาติและเกิดความเป็นอัตลักษณ์ ที่เกิดจากการปฏิบัติจนมีความชำนาญ ทางภูมิปัญญามีความคิดสร้างสรรค์จากปัจเจกบุคคลที่ชุมชนยอมรับว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ดี และได้บันทึกไว้ในวรรณกรรม (กรมส่งเสริมวัฒนธรรม . 2557 : 2 ) ดังนั้น วิถีชีวิตของคนในท้องถิ่นอีสานล้วนเกี่ยวข้องพุทธศาสนา ตั้งแต่ความเชื่อ ประเพณี วัฒนธรรม โดยเฉพาะฮีตสิบสองคองสิบสี่ ที่ชาวอีสานปฏิบั ติกันมาจนเป็นเอกลักษณ์ (พระสุขี ชาครธมฺโม . 2553 : 61 ) จนเป็นที่มาของภาษิตโบราณ ผญาภาษาสอนใจ มีคำคม สุภาษิต ที่ใช้เป็นประจำ ให้เกิดความรอบรู้ละเอียดลึกซึ้งในภูมิปัญญาในแต่ละชาติพันธ์ ที่ได้มีมาตั้งแต่อดีตโบราณกาลจนกลายเป็นวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำโขง ทั้งความเชื่อและความศรัทธาในประเพณีประจำแต่ละเดือนของชาวอีสาน วิถีชีวิตของคนอีสานที่ยึดหลักคำสอน ด้วยฮีตคอง (จารีต-ประเพณี) ปฏิบัติตามความศรัทธาที่มีต่อบรรพบุรุษ ด้วยภูมิปัญญาจากนักปราชญ์ที่ถ่ายทอดกันมาช้านาน (พรรษศล แข็งขัน วิศิษฎ์ มั่นชูพงศ์ และคนอื่น ๆ . 2555 : 2 - 5 ) 2. อิทธิพลความเชื่อความศรัทธาที่มีต่อผญา ชาวอีสานให้ความสำคัญต่อพุทธศาสนา เนื่องจากหลักคำสอนที่อยู่ในวรรณกรรมคดี ต่าง ๆ จากการรวบรวมองค์ความรู้ภูมิปัญญา ที่ถ่ายทอดกันมาเป็นบทกลอน โดยการเล่าจากวรรณกรรม รุ่นสู่รุ่น ชี้ให้เห็นความสำคัญต่อความเชื่อความศรัทธาในหลักคำสอนของพุทธศาสนาเพื่อให้เข้าใจในเรื่องของบุญและบาป จึงเกิดประเพณี ฮีตสิบสอง ในแต่ละเดือน (อำนาจ พุกศรีสุข อ้าง ถึง ใน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม . 2557 : 170 - 177 ) เป็นการทำบุญที่เรียกว่า บุญกิริยาวัตถุ 10 สู่การปฏิบัติในวิถีชีวิตประจำวันของชาวอีสาน การทำบุญตามประเพณี และทำความดีเพื่อให้เกิด ทาน ศีล และภาวนา เป็นการสร้างปัญญาให้รู้เท่าทันกิเลส เพื่อชำระจิตใจให้บริสุทธิ์หมดความเศร้าหมอง ต่างจากสังคมปัจจุบันมีความเข้าใจในเรื่องบุญน้อยลง สร้างความประมาทให้ตนเองกับการแสวงหาสะสมสิ่งที่เกิดความจำเป็น (ศรีปริยัตยาภิวัฒน์ . 2555 : 1 ) พระพุทธศาสนาสอนให้คนตั้งอยู่ในความไม่ประมาทให้มีสติปัญญาไตร่ตรองพิจารณาปัญหาต่าง ๆ ทำให้สังคมอีสานได้นำเอาผญา มีความสัมพันธ์กับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา และวิถีชีวิตมาสร้างบุคลิกภาพให้สังคมคนภาคอีสาน เช่น การมีนิสัยเป็นคนเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มีความเมตตากรุณาความเป็นคนที่มีใจคอเยือกเย็น รู้จักในการระงับโทสะข่มอารมณ์โกรธ รักความสงบไม่โลภ ไม่หลงจนเกินเลยรู้จักความพอประมาณสิ่งต่าง ๆ ด้านจริยธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรม จิตกรรม วรรณกรรม การศึกษา จนถึงการเมืองการปกครอง เพราะผญาล้วนมาจากหลักธรรมที่บรรพบุรุษได้นำมาใช้เป็นสื่อทางหลักธรรมภาษิตเป็นที่ยอมรับในสังคมอีสาน มีคุณค่าต่อการพัฒนาทั้งด้าน สติปัญญา และอารมณ์วรรณคดีอีสาน กวีมุ่งที่จะสะสมแนวความคิด และคติสอนใจไว้ให้สังคม ซึ่งวรรณกรรมพื้นบ้านอีสานนี้มีอิทธิพลในการยึดเหนี่ยว จิตใจชาวอีสานให้ยึดมั่นอยู่ในศีลธรรม ความดีงามสร้างศรัทธา สร้างค่านิยมให้เกิดขึ้น เพลิดเพลินและชี้นำตามหลัก จริยธรรม คติธรรมแก่ผู้อ่าน เกี่ยวกับความเป็นอยู่ การดำรงชีวิต ขนบธรรมเนียม ประเพณี ความเชื่อ ในเรื่องต่าง ๆ เป็นการผูกเรื่องจากนิทานพื้นบ้าน (ศรีปริยัตยาภิวัฒน์ . 2555 : 18 - 21 ) คนโบราณมีคำสอนให้เกรงกลัวต่อบาป ความเชื่อในเรื่องเหตุและผลของชาวอีสาน การกระทำย่อมทีผลต่อปัจจุบันและอนาคต ทำกรรมดีย่อมรับผลดี ทำบาปกรรมมีแต่ ทุกข์ ตกต่ำ เศร้าหมอง เป็นความทุกข์จากการทำชั่ว (อดิศร เพียงเกษ . 2544 : 144 - 149 ) ผู้วิจัยได้สัมภาษณ์เก็บข้อมูล แบบไม่เป็นทางการ ในพื้นที่ เพื่อศึกษาเรื่องราวของกลอนลำผญาจากผู้ที่มีประสบการณ์ชีวิตที่มีอาชีพเป็นศิลปินอยู่กับกลอนลำผญา คุณ หอม อายุ 60 ปี บ้านนาสะโน ตำบลนาสะเม็ง อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหา ร “เริ่มรู้จักลำผญาตั้งแต่อายุ 11 ปี มาฟังลำกลอนงานบุญประจำปีเดือนหก ฟังหมอลำบุญเพ็ง ไฝผิวชัย ศิลปินแห่งชาติมาลำก็เลย คุณพ่อคุณแม่ว่าส่งไปเรียนลำ จบประถมศึกษาปีที่ 4 พ.ศ. 2511 ก็เลยไปเรียนลำกับ คุณแม่บุญเพ็ง ไฝผิวชัย ตอน พ.ศ. 2511 เมื่อ พ.ศ. 2512 ได้ไปลำอยู่ประจำอยู่สถานีเสียงลาวสันติสุขอยู่สะหวันนะเขต ประเทศลาวเพราะว่าลำผญาของสะหวันนะเขตนี้สิเป็นลำคอนสะหวันกับความผญาอำเภอดอนตาลเฮา พอดี ได้ไปอยู่สะหวันนะเขตได้ 1 ปี ก็อยากกลับมาอยู่บ้านเพราะว่าไปเห็นการลำผญาของทางสะหวันนะเขต แม่ก็มีแนวความคิดว่า ดอนตาลเฮาก็มีลำผญา ก็เลยกลับมาอยู่บ้านลำผญาผู้เฒ่าผู้แก่ เว้าผญาเลยรู้จักมาตั้งแต่ พ.ศ. 2512 ได้ศึกษาการลำผญาผู้เฒ่าผู้แก่ จากหมอลำศรีนวล พรหมเสนา บ้านนาโพธิ์ และหมอลำแม่เอื่อม ศรีลาศักดิ์ อยู่ดอนตาล พาลำกัน “เว้าต่อผญา” เอ้าหน่อยลำกลอนนี้ ก็แนะนำให้ลำ ลำ กับเพลิน ตั้งแต่ พ.ศ. 2512 ที่ได้กลับมาดอนตาลมีความมุมานะว่า อยากสืบสานลำผญาดอนตาลมุกดาหารนี้ไว้เพราะจะสูญหายไป แม่ก็ลำแต่ก่อนเมืองมุกนี้ เขาสิลำเมืองมุกหนิลำผญาเหมือนกันแต่ว่าทำนองนี้สิ จะช้ากว่าดอนตาล ดอนตาลจะเร็วกว่า ก็เลยเคยได้ลำกับพวกหมอลำอายุหลายแล้วกับอาจารย์ แต่ว่าเราเป็นหมอลำน้อย อยู่ดอนตาลก็มีหมอลำฝ่ายชาย 2 - 3 คน หมอลำเล็ก หมอลำโหนธา หมอลำเหลิม ลำใส่กัน เมื่อ พ.ศ. 2518 เจ้าคุณธาตุพนม อยากฟังลำผญาแบบโบราณ งานธาตุพนมก็เลยลำผญานี้มีชื่อเสียงมาจากวัดพระธาตุพนม ตอนงานนมัสการวัดพระธาตุพนมลำอยู่ 9 วัน 9 คืน ท่านเจ้าคุณว่าลำนั่งคนบ่เห็น ลำผญาลำนั่ง นั่งลำโต้ตอบกัน แม่ก็เลยยืนลำ คนก็เห็นหลาย ลำงานธาตุ พนมคนก็เลยมาจ้าง เพราะว่าลำแบบพื้นบ้าน ผญาโต้ตอบกัน มีสอยกันเวลาเฮาไปลำหนิ พวกชาวบ้าน ก็ร่วมสนุก ก็เป็นงานบุญประเพณี งานแต่งงาน งานบวช งานบุญประจำปี ก็ลำทุกงาน งานแจกข้าวก็ลำ ต่อมาโรงเรียนดอนตาลก็อยากให้ไปสอนเด็ก ๆ น้อย ๆ นักเรียน ก็สอนให้ พวกลูกศิษย์ลูกหาก็มีหลายคนอยู่ลำผญาเป็นของโบราณพื้นบ้าน แต่ก่อนนี้หมอลำผญา ผู้ชายสิลำ หมอลำผู้หญิงโต้ตอบ สมมุติว่า ฝ่ายชาย ลำว่า “จังซั่น แล เนาะ เนาะ พอแต่เหลียวเห็นหน้า อยาก วาจา ถามข่าวแม่น้องอยู่แห่งห้อง หนแห่งทางใด ใจประสงค์ จะด่วนมาทางนี้” เริ่มลำ ฝ่ายหญิง โต้ตอบ “ ฟังสิก่อนได้เปล่าหมอลำเอ่ย น้องนี้เกิดอยู่บ้านดินนาสะโน ยังบ่มีใครเสาะแสวงหา ยังบ่มีใครประสงเอาสู ยังเป็นสาวจ้อย จ้อย ผัวบ่ข่อยบ่มีเด้อ หมอลำเอ๋ย” อันนี้เป็นคำตอบผญา ถ้าได้ไปงานบวชก็ได้ลำอานิสงส์ของการบวช “นางมาได้มาลำร้อง มาฉลองงานบวช แถหนวดหัวกุดคิ้ว ซิทรงผ้าห่มเหลือง ส่วนว่าเรื่องผลาก่อกองบุญ พ่อแม่เฮาได้ทำบุญบวชลูกชายในวันนี้ สั๋งมาดีแท้หนอท่าน ผลาทานหากมีมากหากว่าคุณพ่อแม่นี้ หากเหลือล้นลืนประมาณ” นี้คือ ลำกลอนบวช แม่ชอบไปลำเอาบ่มักตอบผญา เพราะไม่ได้ใช้ดนตรีเป็นการเว้า ก็เลยลำมาตลอด ส่วนมากไม่ได้ลำตอบผญา แม่มาทางลำ แต่ก่อนนี้แม่มักลำผญาทั้ง ๆ ที่แม่เรียนลำกลอนลำโขง แต่ก่อน ส่วนมากก็ไปลำไม่ค่อยอยากลำกลอน จิตใจแม่ใฝ่กับเรื่องผญาโดยตรง เป็นประเพณีทางดอนตาล ก็มีแต่ลำ ก็อยากส่งเสริมทางนี้ มาทุกมื้อนี้ แบบว่า ลำหมดทุกอย่างถูกทำนอง เพราะไปบ้านผู้เฒ่าก็อยากฟัง ลำเต้ย ลำเต้ยก็ว่า “วันนี้เป็นวันทำทานจิตใจเบิกบานไม่มีมัวหมอง ทุกอย่างเราจะสมปองทรัพย์สินเงินทองให้ไหลมาดั่งว่า ให้ปรารถนาท่านเอย” แบบว่าก็เชิญชวนคนทำบุญ เพราะว่าปีที่แล้วแม่ก็ไปลำที่วัดธาตุพนมก็ลำ 2 เวที แต่อำนวยการบริจาคทำบุญผ้าป่าสมทบทุนสร้างห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติของพระเทพก็ลำอยู่ 9 วัน 9 คืน ทั้งวันทั้งคืนร่วมบริจาคอวยพรให้ผู้เฒ่าผู้แก่ ผู้เฒ่าผู้แก่มาก็ลำว่า “วันนี้ฉันจะอวยพรให้ ไชโยสิริโชค โรคอย่าพาลมารอย่าต้องหมองเศร้า ให้แจ่มใส” แม่ก็ลำอวยพรให้ผู้เฒ่า ลำผญานี้คือลำในสถานการณ์ที่ว่าเชิญชวนเรียนหนังสือ แม่ก็เคยลำอัดเทปสมัยก่อน แบบว่าให้ลูกหลานเรียนหนังสือศูนย์ศึกษานอกโรงเรียนอ่านเขียนมีความรู้ แม่ก็ลำ เป็นผญาลำเต้ย ลำภูไท ลำตังหวาย ก็ลำหมดทุกอย่าง ลำผญา ก็ “เชิญเด้อพวกพี่น้องให้มาเที่ยวหัวดอนตาล ชมโบราณลำผญา ยานย่านางลืมบ้าน” ลำผญาก็ดีก็มีคำสอนผู้มาฟังก็สอยใส่ ที่นี้ถ้ามีงานก็จ้างไปบางงานก็ติดต่อไว้แล้ว ก็ลำเรื่องประวัติ ลำผญาแต่งงาน “มื้อนี้ได้ฤกษ์แล้ว มื้อแม่นยามดี วันนารีสมรส ที่ท่านรอคอยจ้อง วันกินดองวันเป็นวันนี้ วันเศรษฐีนะโมตะโชค โตกไม้จันทร์ขันไม้แก้วพ่อแม่ตบแต่งแล้วงามส่วนอยู่คู่อัน.” การจำบทกลอนก็มีทั้งเขียนและจำเป็นบางตอน และเอามาท่อง บางกลอนก็ว่าสถานการณ์ คิดออกมาเองก็มี แบบว่าผญาปัญญา” (คุณ หอม . 2560 , ธันวาคม 7 ) คุณ อร หลานสาวคุณ หอม “การพัฒนาการลำผญาพื้นบ้านมาเป็นลำผญาที่ประยุกต์เหมือนปัจจุบันนี ้ ประมาณ 10 ปีที่แล้วซึ่ง ตอนนั้นก็เรียนตั้งแต่อยู่ประถมศึกษาปีที่ 5 พออยู่ประถมศึกษาปี่ที่ 6 ก็ออกแสดงได้แล้วนะ ออกแสดงรับงานเจ้าภาพ แต่ก็ไม่ถึงกับเชี่ยวชาญ ก็จะไปเป็นลูกศิษย์ของคุณยายผมหอม ออกแสดงในแต่ละงาน หลังจากนั้นก็ประมาณ 10 ปี มีเครื่องดนตรีเพิ่มขึ้นมา เป็นการแสดงบนเวที นั่งแสดงไม่ได้ ไม่เห็น เพื่อให้คนมาดูมาชม การแสดงต้องเร้าใจ เพื่อที่จะให้คนที่มา จะได้ออกงานไปบ่อยมีรายได้เพิ่มขึ้นแล้วก็ประยุกต์เอาเครื่องดนตรีมาเพิ่มประกอบไปด้วยออร์แกน กีตาร์เบสและบางครั้งมีแซกโซโฟนมาร่วมสร้างบรรยากาศ ให้จังหวะเร้าใจ เมื่อก่อนจังหวะช้า ๆ แต่ปัจจุบันนี้ จังหวะ ชะชะช่า บางครั้งก็ สามช่าบางครั้งก็มีเพลงสตริงมาประกอบ แต่เนื้อหาก็พูดเกี่ยวกับพื้นเพนี่แหละมีคนแต่งกลอนให้ ตัวเองร้องเป็นเฉย ๆ แต่งกลอนไม่เป็น ถ้าจะให้พูดสดก็ได้ แต่ไม่มากนัก ในแต่ละบทกลอนจะใช้ความยาวประมาณอยู่ 1 - 2 หน้ากระดาษ ไม่สั้นไม่ยาวนักการจดจำกลอน ตามที่เราเรียนตามหนังสือ จะมีกลอนแปด กาพย์ยานี 11 มันจะสอดคล้องสัมผัสนอกสัมผัสใน อย่างเช่นถ้าลงด้วยสระอา มันก็ขึ้นต้นด้วยสระอาอย่างเช่น เดี๋ยวนี้คำว่าแก้มปาลา หนาเล่าคีงเอย คำว่าแก้มปาลากับหนา มันสอดคล้องกัน เมื่อมันขึ้นต้น สระอา ก็ลงท้ายด้วยสระอา เดี๋ยวนี้แต่มันต้องมีช้อยก่อนที่จะขึ้น คำว่าเดี๋ยวนี้ ก็คือช้อยของมันอยู่ๆจะขึ้นมาเลยจะไม่ลงห้องดนตรี อย่างเช่น ตาหวานพอเลี้ยวเห็นแต่หน้าเลี้ยวขาวมายิ้มเปยเล่ย สาวหมอลำน้องหล้าอยากเลยเมื่อนำเด้ อย่างนี้ อย่างเช่น ลำว่ากล้วยอวนส่วน สวนกล้วยชะนีหวาน อวนส่วนกับสวนกล้วย สวนมันจะสอดคล้องกัน ลำว่ากล้วยอวนส่วน สวนกล้วยชะนีหวานแม่อ้ายกินทานหยัง จังผู้งามปานแต้ม โอ้หนอ แม่อ้ายกินทานสร้างอีหยังหนอแต่ชาติก่อน ทานท่อนจันท่อนคู่ ซั๋นบ่อชู้จังผู้งาม คำว่าชู้กับคู่มันจะสอดคล้องกัน ( คุณ อร . 2560 , ธันวาคม 7 ) คุณ เท ลูกศิษย์คุณหอม สมัยก่อนลำอยู่ที่ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี เป็นหมอลำเรื่อง บ้านอยู่นี่แต่ไปลำเรื่องกลอน พอมาทางนี้ก็มาลำผญา เป็นประเพณีหมอลำพื้นบ้านแท้ๆนี้ แถวแม่น้ำโขงจะชอบหมอลำแบบนี้ ถ้าไปยโสธร ร้อยเอ็ด เขาไม่ชอบ เพราะฟังไม่ออก ฟังไม่รู้เรื่อง เวลาออกงานก็เตรียมตัวหน่อย ซ้อม ฝ่ายชายเริ่มก่อน เหมือนจีบสาว เกี้ยวพาราสี ถามข่าว ฝ่ายหญิงก็ตอบ ถามกันไปกันมา แถวนี้ก็เหมือนกัน จะมีกลอนพิเศษให้กับงานบุญต่าง ๆ นอกนั้นก็ตามที่ได้เรียนมา ถ้าลำแบบโบราณก็มีแคน มีซุง กลองพื้นบ้าน เหมือนกลองยาวแต่มีใบเดียว มีไหดีดไห เมื่อก่อนจะใช้เวลาลำจนถึงสว่าง จะมีคู่เสริม มีสองคนเท่านั้นแหละ จะมีหมอสอยด้วย ก็จะพักช่วงนั้นแหละ ไม่ได้ลำตลอด แต่ก่อนนั่งลำ จนมีบนเวทีก็ยืนลำ มีหมอสอยเหมือนกัน ที่เป็นชาวบ้านก็มาร่วมสอยเหมือนกัน ฝ่ายหญิงฝ่ายชายหมอลำด้วยตามที่เรียนมา 30 กว่าปีแล้ว มีแต่งกลอนลำผญา เป็นภาษาภูไท คนพื้นบ้านฟังไม่ออกมุกดาหารมี แปดเผ่า แปดภาษา ก็มีแต่งกลอนให้เด็ก เด็กมาเรียนก็แต่งให้ เช่น กลอนลำแนะนำตัว มีหลายทำนอง ภูไท ตังหวาย คอนสะหวัน เป็นหลักเลยของดอนตาล มุกดาหาร ผมจบแค่ประถมศึกษาปีที่ 4 เดี๋ยวนี้ไม่มีประเภทนี้แล้วลำถึงตี 1 ตี 2 ก็เลิกแล้ว การแต่งกลอนใช้เวลาไม่นานแต่ละเรื่องฟังจากเขาเล่า ๆ กันมา มาปรุงแต่งให้ฟังลื่นหูไพเราะ ก็จะมีการใส่จังหวะให้เข้ากัน เสียงสูง กลาง ต่ำ ( คุณ เท . 2560 , ธันวาคม 7 ) ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงของผู้ที่ใช้ผญาเกิดจากปัจจัยรอบข้างที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ตั้งแต่ความหมายของภาษาซึ่งแต่ก่อนจะหาเครื่องดนตรีมาประกอบกับบทลำนั้นหาได้ยากมีน้อย จึงเน้นการลำสด เป็นการแสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาชาวบ้านและทักษะการใช้ภาษาที่มีความหมายมีมากกว่า จนกระทั่งเกิดการพัฒนาของศิลปะทางดนตรีมีการนำเครื่องดนตรีหลากหลายชนิดมาประกอบเป็นทำนอง ส่งผลให้ภาษาที่ใช้ในการสื่อสารน้อยลง เริ่มมีนักแสดงทำให้บทผญามีการเปลี่ยนไปจากเดิม ทำให้เนื้อหาสาระของกลอนลำมีน้อยลง เนื่องจากผู้ฟังส่วนใหญ่ไม่เข้าใจภาษาดั้งเดิม ภาษาภูไทโบราณจึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย แต่ความศรัทธาและความเชื่อก็ยังคงอยู่ สรุปได้ว่า บรรพบุรุษชาวอีสานล้วนมีความเชื่อและความศรัทธาในการดำรงชีวิตที่ยึดมั่นในหลักคำสอนของพุทธศาสนา จึงเกิดจารีตประเพณีระหว่างคนกับธรรมชาติและสิ่งเหนือธรรมชาติ เรื่องบาปบุญ ความสัมพันธ์กายและจิต โดยเฉพาะชาวอีสานประเพณีความเชื่อผีฟ้าพญาแถน และเชื่อว่าผีฟ้าจะช่วยดูแลรักษาความเจ็บป่วย โดยมีหมอลำผู้ทำหน้าที่สื่อสารระหว่างผีฟ้ากับผู้ป่วย กระตุ้นให้ผู้เจ็บป่วยมีกำลังใจที่จะดูแลรักษาสุขภาพตนเอง โดยมีระบบความเชื่อว่า ผีฟ้ามีบทบาทให้ดีให้ร้ายได้ ซึ่งผีฟ้าส่วนใหญ่ที่อันเชิญนั้น ล้วนเป็นชื่อที่ปรากฏอยู่ในวรรณกรรมพื้นบ้านอีสาน ที่เน้นการทำคุณงามความดีต่อเพื่อนมนุษย์ ด้วยการใช้ภูมิปัญญารักษานั้นด้วยบทผญา หมอลำจะถามหาสาเหตุ ถามปัญหาความทุกข์ยาก จนผู้ป่วยรู้สึกอาการดีขึ้น สบายใจ เป็นการให้กำลังใจผู้ป่วย ผ่อนคลาย ความทุกข์ ความเครียดให้กับบุคคลในสังคม เรียกว่า ระบบการดูแลสุขภาพพื้นบ้าน (ดารณี อ่อนชมจันทร์ อ้าง ถึง ใน คณะกรรมการกลุ่มผลิตชุดวิชา . 2547 : 97 - 101 ) 3. ความหมายของกลอนลำผญา ในแนวคิดทางวัฒนธรรมอีสานเกี่ยวกับภา ษาพูด สำนวนภาษาพูด สำเนียงพูด มีความคล้ายกันภาษาสาธารณะรัฐประชาชนลาว ทรัพย์มรดกทางภูมิปัญญา ที่เรียกว่า “ผญา”อีสาน อันบ่งบอกถึง ความคิด ศิลปะ วรรณคดี ดนตรี ปรัชญา ภาษาและประเพณี พิธีกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะ ด้านศาสนาพุทธ และศาสนาพราหมณ์ ดังปรากฏอยู่ในปัจจุบัน อิทธิพลของวัฒนธรรมขอมซึ่งเชื่อ กันว่ามาจากศาสนาพราหมณ์- ฮินดู โดยเฉพาะวรรณกรรมอีสานอักษรธรรมอีสานเหมือนกับอักษรลาวปัจจุบัน และสำนวนภาษาของเนื้อเรื่องเหมือนกันหมด (ศรีปริยัตยาภิวัฒน์ . 2555 : 13 ) จากการรวบรวมความหมายของผญามีหลากหลายลักษณะ คำ ผะหยา มาจากคำว่า ปัญญา ในบาลี หรือ ปรัชญา ในสันสกฤต เมื่อคนอ่านออกเสียงอีสานคำควบกล้ำ คือ ปร เป็นเสียง ผ เช่น โปรด เป็น โผด เปรต เป็น เผด ปรัชญา เป็น ผญา แล้วออกเสียงเป็น ผะ-หญาตามหลักการออกเสียง ผะหยา หมายถึง ปัญญา หรือ ปรัชญา ความฉลาดเฉลียวของคนที่พูดผะหยาออกมาคำพูดนั้น เป็นภาษิตคำคม เป็นถ้อยคำที่มีความหมายในเชิง เปรียบเทียบที่หลักแหลมลึกซึ้ง เป็นคำประพันธ์ชนิดหนึ่ง เป็นกาพย์กลอนพื้นเมืองอย่างหนึ่งที่มีคำสอน ทางศาสนา ทำให้มีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตส่วนบุคคลและสังคมส่วนรวม เกิดจารีต ประเพณี วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม มาจนปัจจุบัน อดิศร เพียงเกษ ( 25
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive